บทที่ 3 นางสาวทอฝันคนสวย

ทอฝันปิดบ้านลงกลอนแน่นหนาแล้วเข้าห้องนอน สวดมนต์ไหว้พระที่ทำเป็นกิจวัตรประจำวัน เปิดไฟที่หัวเตียงหนึ่งดวงให้แสงสว่าง

หญิงสาวเป็นคนที่ชอบเปิดไฟนอนตั้งแต่ยังเด็กจนป่านนี้ก็ยังชอบอยู่ แม้ว่าจะสว่างขนาดไหนก็ไม่มีผลกับการนอนของทอฝัน

ครืด ครืด สมาร์ทโฟนส่งเสียงเรียก

ฉันรีบรับสายทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นแม่โทรมา ก็ดีใจจนน้ำตาใหลเพราะคิดถึงบ้าน แต่ต้องทำเข้มแข็งแอบเสียงขึ้นจมูกนิดหน่อยเมื่อรีบสายจากแม่

ทอฝัน:"สวัสดีค่ะแม่"

แม่:"นอนหรือยังลูก"

ทอฝัน:"กำลังนอนค่ะแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ ทอฝันอยู่ได้ค่ะ"

แม่:"อดทนเอาหน่อยรออีกซักปีสองปี แม่จะหาทางวิ่งเต้นกลับบ้านเรานะลูก"

ทอฝัน:"ค่ะแม่"

หญิงสาวกดวางโทรศัพท์พยายามข่มตานอนเท่าไหร่ก็ไม่หลับ จึงเข้าแอพต๊อกต่อกดูโปรไฟล์ของตนเอง ทอฝันเป็นคนติดโซเชียลมานาน และครั้งนี้ก็ใช้มันให้เป็นประโยชน์โดยการอัดคลิปตลอดการเดินทางจนมาถึงที่นี่โดยสวัสดิภาพ

แม้กระทั่งห้องพักก็ได้ถูกเผยแพร่ออกไป เพื่อคนที่รักที่ห่วงจะได้สบายใจ

รุ่งเช้าของอีกวัน

ทอฝันเริ่มต้นวันใหม่ด้วยจิตใจที่เบิกบาน สวมชุดข้าราชการสีกากีติดเครื่องหมายของกรมส่งเสริมการเกษตร แต่งหน้าอ่อนหวานแบบธรรมชาติ ผมยาวรวบไว้ที่กลางหลังแบบง่ายๆผูกด้วยโบว์น่ารัก

มือเรียวจับปกเสื้อให้เรียบร้อยกว่าเดิม จับที่เอวคอดแล้วถอนหายใจเข้าปอดอีกครั้งแล้วยิ้มให้กับตนเองสำหรับการเริ่มต้นที่ดี

"โตได้แล้วนะทอฝัน" ฉันมองเงาตนเองในกระจกนึกถึงคำสอนของพ่อกับแม่จนขึ้นใจ

"ลูกจงเป็นข้าราชการที่ดี" เพียงเท่านั้นทอฝันก็ปิดบ้านสะพายกระเป๋าใบเล็กหนึ่งใบสวมรองเท้าคัทชูสีดำ มุ่งหน้าสู่สำนักงานเกษตรที่เดินไปก็ถึงในเวลาสิบนาทีก็ถึง

สำนักงานเกษตร

เวลา7.30 น.อากาศยามเช้าของยะลาเย็นสบายกำลังดีเดินมาแล้วเหงื่อก็ยังไม่ออก แต่ถ้าเป็นที่เรณูนครป่านนี้ต้องปาดเหงื่อกันแล้ว

ฉันเดินมาเรื่อยๆ ไม่รีบร้อนอะไร มาถึงที่สำนักงานผลักประตูเข้าด้านในเพราะไฟเปิดสว่างไสว แสดงว่าต้องคนมากันแล้วแต่มองไปก็ไม่เห็นใครสักคน ได้ยินเพียงเสียงดังก๊อกแก๊กที่ด้านใน

ฉันนั่งรอพี่ซันเหล็กที่เก้าอี้ด้านหน้าด้วยความสงบเสงี่ยม กวาดตามองด้านในสำนักงาน ทุกอย่างเป็นระเบียบดีมีการจัดโต๊ะเป็นกลุ่มงานตามผังองค์กร ด้านหน้าตู้เอกสารที่จัดแฟ้มสวยงาม บนโต๊ะมีเพียงคอมพิวเตอร์หนึ่งตัวกับเอกสารที่วางอย่างเป็นระเบียบ

ส่วนด้านในสุดห้องกระจกที่ยังมืดสนิทเป็นห้องของเกษตรอำเภอ แขนเรียวยกข้อมือดูเวลาอีกครั้ง

"เราคงมาเช้าไปมั้ง" ไม่นานฉันก็ได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงดังมาแต่ไกลรู้เลยว่าเป็นผู้หญิงจึงหันไปดู

"หนูทอฝันใช่ไหมคะ" เสียงนุ่มใจดีของหญิงสูงวัยดังที่ข้างตัว พร้อมกับมือนุ่มจับเบาๆที่ไหล่

ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้ใหญ่ใจดีพนมมือไหว้อย่างนอบน้อม

"สวัสดีค่ะ หนูทอฝันค่ะ"

"เชิญจ๊ะเชิญด้านใน" ฉันลุกจากเก้าอี้เดินตามคุณเขาไป แล้วเทียบใบหน้าตัวจริงกับผังองค์กรจนแน่ใจว่าคุณเขาคือเกษตรอำเภอนั่นเอง ฉันจึงตามติดเข้าด้านใน

คุณจารุวรรณ เกษตรอำเภอ

ก่อนถึงห้องของเกษตรอำเภอ ฉันเหลือบไปเห็นโต๊ะทำงานของตนเอง เป็นโต๊ะเหล็กใหม่เอี่ยมยังไม่ได้ใช้งานกับคอมพิวเตอร์ออลอินวันหนึ่งตัว บนโต๊ะมีป้ายชื่อฉันนางสาวทอฝันติดอยู่

ฉันยิ้มในใจนั่นโต๊ะทำงานของเธอนะทอฝัน

ฉันนั่งลงที่เก้าอี้ด้านตรงข้ามกับคุณจารุวรรณ วางกระเป๋าสะพายไว้แนบตัวสบตากับสายตาอบอุ่นนั้น ลองสังเกตดูพี่เขาน่าจะไม่ใช่คนภาคใต้แน่นอน

"แนะนำตัวก่อนนะคะ พี่ชื่อจารุวรรณหรือเรียกง่ายๆว่าพี่อั๊งก็ได้นะ"

"สวัสดีค่ะพี่อั๊ง"

"หนูทอฝันมาถึงเมื่อวานใช่ไหม พี่เห็นซันเหล็กบอก"

"ใช่ค่ะ ถึงเมื่อวานตอนเย็นค่ะ"

"บ้านพักเรียบร้อยดีไหม"

ก็น่าจะเป็นพี่เขาล่ะมั้ง ที่จัดการทุกอย่างในบ้านอย่างดีแบบนี้ เธอจึงอวยยศพี่ซันเหล็กเสียกน่อย

"ดีค่ะดีมาก ในตู้เย็นมีของกินเต็มเลยค่ะ"

คนขี้ประจบอย่างทอฝันมีหรือจะพลาด

เกษตรอำเภอยิ้มออกมาอย่างพอใจ

"พี่นึกว่าซันเหล็กมันจะไม่ได้เรื่องซะอีก"

"ได้เรื่องค่ะ ที่นี่ต้อนรับดีเกินคาดค่ะ"

"ที่นี่อยู่กันแบบพี่แบบน้อง ไม่ต้องเกร็งไม่ต้องเครียด"

คุยกันได้สักพัก ที่ด้านนอกก็เริ่มมีเสียงพูดคุยแว่วเข้ามาใกล้ เป็นสำเนียงภาษาใต้ที่ต้องตั้งใจฟังถึงจะรู้เรื่อง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูแล้วเปิดพร้อมมีใบหน้าคนโผล่เข้ามา

"หัวหน้าครับ ผมซันเหล็กมาถึงแล้วครับ" ฉันมองไปทางพี่บ่าวเห็นเขายิ้มฟันขาวมาให้

พี่อั๊งพยักหน้าให้ฉันแล้วว่า "ไปเถอะ ไปพักผ่อนที่โต๊ะทำงานก่อน เก้าโมงเช้าพี่จะพาไปแนะนำตัวกับท่านนายอำเภอ"

ฉันพนมมือไหว้แล้วลุกจากเก้าอี้ เดินตามพี่ซันเหล็กออกไปนอกห้อง

หน้าห้องรอต้อนรับอบอุ่นพร้อมยืนรอแนะนำตัว

สายตาท่าทางของแต่ละคนฉันรู้ที่นี่ต้องสนุกแน่ๆ

จากการประเมินด้วยสายตา ฉันน่าจะเด็กสุดจึงสามารถเรียกพี่ได้อย่างเต็มปาก

"สวัสดีค่ะทอฝันค่ะ" ฉันเริ่มต้นด้วยการแนะนำตนเองก่อนเป็นอันดับแรก ไหว้ทุกคนจนทั่วกันยิ้มแบบสวยๆให้ไป

เริ่มเลอคนแรก

พี่บ่าวซันเหล็กหัวหน้าทีม ตำแหน่งนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร มีเมียแล้วอายุสามสิบสามปี

พี่บ่าวอานัสคนยะลาเชื้อสายจีน ผิวขาวสูงโปร่งยืนยิ้มตาหยี ตำแหน่งนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรอีกคนอายุยี่สิบแปดปีสถานะโสด

พี่บ่าวเอกพงศ์หรือเอกคนยะลาผิวขาวเหมือนกัน แต่หล่อน้อยกว่าพี่บ่าวอานัสอยู่นิดหน่อย ตำแหน่งเจ้าพนักงานการเกษตรอายุสามสิบเก้าปีสถานะโสด

ว้าว ที่นี่มีหนุ่มโสดสองคนแล้วนะ

ต่อด้วยพี่สาวอย่างพี่เดียร์คนหาดใหญ่สงขลา ตำแหน่งเจ้าพนักงานการเกษตรชำนาญการ รูปร่างท้วมนิดๆใบหน้าสวยคมตามแบบฉบับสาวใต้ มีครอบครัวแล้วอายุสี่สิบสองปีแล้วแต่ดูคล่องแคล่วมาก

คนสุดท้ายพี่สาวเจินคนปัตตานี ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการเมียพี่ซันเหล็ก อายุไม่บอกกลัวรู้ว่าแก่

พอแนะนำตัวกันครบแล้วพี่ซันเหล็กก็เชิญฉันเข้ากลุ่มไลน์ และเพิ่มเพื่อนที่เฟสบุ๊คติดตามในติ๊กต่อก

"แงง..."

พอทุกคนได้เฟสและเพลิดเพลินกับติ๊กต่อกจนพอใจ แล้วฉันเห็นทุกคนดูมีความสุขกันมาก เพราะเรื่องฮาๆโก๊ะๆของนางสาวทอฝันมันมีเยอะ จนทุกคนตั้งหลักเอนตัวกับพนักพิงเก้าอี้งานการไม่ต้องทำกันแล้ว

ตามด้วยเสียงหัวเราะคิกคักแว่วมาไม่ขาดสาย

นี่ฉันทำอะไรลงไป

ฮึก...

จะมาอายตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว ก็เซิ้งกระติ๊บไปเลยสิคร้าเสียงดนตรีดีดไหพิณอะไรก็มา

เวลา9.00 น

ฉันนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเองเปิดคอมเข้าเพจของกรมส่งเสริมการเกษตร อ่านวารสารวิชาการเพิ่มพูนความรู้

แต่พวกพี่ๆยังเสพไม่รู้เบื่อ

สาววาริณวันนี้ต้องกินน้ำตา(ใส่ลูกคอด้วย)เมื่อหนุ่มอุบลไม่มาแห่เทียนพรรษา

พี่อั๊งออกมาได้ทันเห็นสิ่งนี้จึงเคาะที่โต๊ะของพี่ซันเหล็ก

ก๊อก ก๊อก

เอื้อก... ฉันแอบกลืนน้ำลายลงคอ คิดในใจสงสัยงานนี้พี่ซันเหล็กต้องโดนยับแน่ๆ

"ไหนดูอะไรกัน"

พี่บ่าวเงยหน้าจากสมาร์ทโฟนแล้วส่งให้พี่อั๊งดูบ้าง พอได้ดูพี่อั๊งถึงกับยิ้มออกมาแบบเปิดเผยดวงตาพราวระยับ

ฉันต้องเอามือปิดใบหน้าสวยๆไว้เพราะอาย

พี่อั๊งเดินมาหาฉันถึงโต๊ะยิ้มละมัย

"ทอฝันเหรอเนี่ยรำสวยจัง ปีนี้พี่จะส่งเข้าประกวด"

เฮือก... เอาแล้วทอฝันมาถึงก็ก่อเรื่องเลย

"ประเพณีชักพระเดือนตุลา"

"ทอฝันทำเล่นๆ ค่ะ เอาเข้าจริงอาจจะไม่ได้เรื่องก็ได้นะคะ"

"ซ้อมเลยสิ"

"ไปเถอะซันเหล็ก ปีนี้พี่ไม่ต้องอับอายแล้ว"

จากนั้นเราสามคนคือพี่อั๊งพี่ซันเหล็กและ ฉันมุ่งหน้าสู่ที่ว่าการอำเภอโดยมีพี่ซันเหล็กเป็นคนขับ

ที่ว่าการอำเภอ

รถปิ๊กอัพสี่ประตูกลางเก่ากลางใหม่จอดตรงหน้าหอประชุมอำเภอที่มีผู้คนเนืองแน่น ทุกคนใส่สีกากีเหมือนกันหมดทั้งหญิงทั้งชาย

ด้านผู้ใหญ่หยวนที่ยืนคุยอยู่กับกำนันต่างหมู่บ้านเรื่องโรคทุเรียนของปีนี้ พลันสายตาเหลือบไปเห็นซันเหล็กเพื่อนของเขามากับเกษตรอำเภอคนเก่ง

และอีกคนที่เพิ่งลงจากรถ

ทอฝัน... สาวน้อยเมื่อวานได้กลายเป็นสาวสวยนัยน์ตาหวาน เรียวขาขาวที่โผล่พ้นชายกระโปรงน่ามองจนเขาต้องขยี้ตา เมื่อเธอยิ้มแย้มดูสวยธรรมชาติไม่ต้องแต่งเติมและดื้อรั้นอยู่ในที

เขารีบจ้ำอ้าวทันทีไม่ใช่เพราะซันเหล็กเพื่อนเขา หรือเพราะท่านเกษตรอำเภอแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะอะไรใจเขารู้ดี อยากจะถามเหลือเกินว่าเมื่อคืนนอนหลับดีหรือเปล่าก็ไม่กล้า

แต่เป็นใจเขาที่เต้นตึกตักไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

"ซันเหล็ก" เขาเรียกเพื่อนแต่สายตามันไม่สามารถ ละไปจากใบหน้าหวานได้เลย

และแล้วเธอก็หันมาตามเสียงเรียกแล้วยิ้มให้

"น้าผู้ใหญ่นี่คะ"

ผู้ใหญ่แม้จะดีใจแต่เขาก็ต้องชะงักกับคำว่าน้า

เรียกพี่ได้ไหม

นี่เขาอายุแค่สามสิบสามปีคงไม่แก่ไปมั้ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป