บทนำ
คำโปรย : เพียงแรกพบกับหญิงสาว ผู้ใหญ่บ้านที่ปิดประตูหัวใจใส่กุญแจแน่นหนามาหลายปี
ต้องหวั่นไหวกลายเป็นคนคลั่งรักแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว
เรื่อง วุ่นรักคุณตำรวจ
คำโปรย: ใครว่าภารกิจลับกับความรักมันไปด้วยกันไม่ได้ แต่เขาจับว่าที่แม่ยายขาไพ่ไปแล้วนี่สิ แล้วความรักของเขากับเธอจะสมหวังไหมนะ
บท 1
จังหวัดยะลา
ขบวนรถไฟด่วนพิเศษกรุงเทพฯสุไหงโก-ลกจอดเทียบท่าที่สถานีรถไฟยะลา ทอฝันกระชับกระเป๋าเดินทางสีชมพูหวานแหววใบใหญ่กับกระเป๋าหิ้วใบเล็กอีกหนึ่งใบ ประคับประคองอย่างดีเหมือนกลัวของข้างในจะแตกหัก และสะพายเป้อีกใบแนบหลัง
"ทอฝันลงแล้วนะคะ" หญิงสาวโบกมือลาผู้ร่วมทางเป็นผู้หญิงทั้งสองคน ที่ใจดีกับเธอมากตั้งแต่สถานีรถไฟบางซื่อจนถึงที่นี่
เมื่อรถไฟจอดสนิทประตูเปิดออกอัตโนมัติ เธอยกกระเป๋าลงแล้วลากไปตามทางเดินออกประตูหลัง เลี้ยวซ้ายเดินตรงไปจะเห็นป้ายคิวแท็กซี่เบนซ์ยะลา- เบตง
ฉันแอบคิดในใจรถแท็กซี่ที่นี่เท่ดีนะ เป็นเบนซ์คันเก่าโดยมีพี่โชเฟอร์คอยบริการอย่างเป็นมิตร
"ม่ายค่า" ฉันปฏิเสธเขาแล้วกวาดสายตา มองหารถปิกอัพสีดำตอนเดียวเลขทะเบียน1234เบตง
"พี่ซันเหล็กบอกว่าคนที่มารับเป็นผู้ใหญ่บ้าน มีเคราหน้าตาหล่อๆ"
ฉันมองหาตาแทบเหล่ ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีคนหล่อเลยซักคน
อดสงสัยไม่ได้ว่าคำว่าหล่อของคนที่นี่ประมาณไหนกันแน่
"เฮ้อ...คุณพระคุ้มครองทอฝันด้วยนะคะ" ฉันยกมือไหว้พระท่วมหัวคงต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วล่ะมั้ง
ผู้หญิงตัวคนเดียว กับครั้งแรกในจังหวัดใต้สุดแดนสยามแบบนี้
ทางด้านผู้ใหญ่หยวน ที่ยืนกอดอกอยู่ข้างรถกับลุคบ้านๆ เขาสวมเสื้อยืดสีขาวด้านในสวมทับด้วยเสื้อแขนยาวลายสก๊อต กางเกงยีนส์ขาดๆสีเข้มกับรองเท้าผ้าใบเก่าๆ หรี่ตามองเด็กสาวตัวเล็กผมยาวตาโต
เธอลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไม่สมตัวสีชมพูแสบตา ยืนมองทางนั้นทีทางนี้ทีด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ สวมหมวกบังแดดทำให้เขามองไม่ถนัด
ผู้ใหญ่หยวนมองเด็กสาว เทียบกับรูปในสมาร์ทโฟนว่าใช่คนเดียวกันหรือเปล่า คงไม่ผิดฝาผิดตัวแน่
"น่าจะใช่"
เมื่อแน่ใจเขารีบเดินไปหาหญิงสาว ในใจให้นึกสงสัยบุพการีว่า
"พ่อแม่ก็ช่างกล้าปล่อยมาได้น้อคนเดียว"
ขณะที่คิดสงสารหญิงสาวตัวเล็กๆ แต่ก็ไม่ลืมสงสารตัวเองเหมือนกัน ที่ต้องรับภารกิจนี้แบบไม่มีทางหลีกเลี่ยง
"ไม่น่ามาเป็นผู้ใหญ่บ้านเลยหยวน"
เพราะซันเหล็กเพื่อนตัวดี ขอร้องให้มารับแทนอ้างว่ามีธุระสำคัญ
แต่โธ่เอ๊ย! ใครๆในเบตงต่างก็รู้ว่าซันเหล็กนั้นกลัวเมียขนาดไหน แค่อ้าปากเขาก็เห็นถึงลิ้นไก่แล้ว
"น้องน้อง ทางนี้" เขาตะโกนเรียกหญิงสาวสำเนียงใต้ห้วนๆและกวักมือเรียกไปด้วย พยายามบังคับเสียงไม่ให้ออกทองแดงมากเกินไป
ทอฝันได้ยินเสียงคนเรียกและน่าจะเป็นคนที่มารับแน่ๆ แต่เพื่อความรอบคอบเธอหยิบสมาร์ทโฟนดูรูปอีกที ผู้ชายที่ดูรุงรังแต่งตัวเหมือนจะเซอร์ก้ำกึ่งกับความสกปรก เมื่อเทียบดูอีกครั้งก็คลับคล้ายคลับคลา
"ตรงปกหรือป่าวเนี่ย"
"น่าจะใช่ก็ตรงเครานั่นแหละ" ทอฝันดูรูปในสมาร์ทโฟนเป็นรูปผู้ใหญ่บ้านในชุดข้าราชการหน้าตรง ซึ่งดูดีกว่าคนที่มายืนแอ็คอยู่ตรงนี้มาก
"ลองดูก่อน"
"ทอฝันใช่หม้าย" ผู้ใหญ่หยวนเห็นหญิงสาวมีท่าทีลังเล จึงรีบถามจะได้กลับบ้านสักที
"เอ่อ" นี่น่ะเหรอผู้ใหญ่บ้านยังหนุ่มที่พี่ซันเหล็กบอกไว้ ตัวจริงกับในรูปต่างกันลืบลับ
ฉันวางกระเป๋าเดินทางลงแล้วกล่าวทักทาย
"สวัสดีค่ะน้าผู้ใหญ่"
เมื่อถูกหญิงสาวเรียกน้าเท่านั้นแหละ...คิ้วเข้มของผู้ใหญ่บ้านเลิกขึ้น คิดในใจว่านี่เขาแก่ขนาดนั้นเชียว ที่จริงเรียกพี่บ่าวก็ได้ มือสากถูคางไม่สบอารมณ์
ทอฝันหยุดยืนตรงหน้าเขา ยื่นกระเป๋าเดินทางให้ผู้ใหญ่ที่มีความสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ส่วนตัวเธอสูงแค่ร้อยห้าสิบเก้าเซนติเมตร แหงนหน้ามองไปทางใบหน้าของเขา
โอ๊ย สูงโจ่นโพ่น(สูงมาก)
"น้าผู้ใหญ่รถจอดตรงไหนคะ"
"คันน้าน" ผู้ใหญ่ชี้ไปยังทิศทางของรถที่จอดอยู่ทอฝันยิ้มรับดวงตาพราวระยับ ยามต้องแสงแดดแก้มนุ่มแดงปลั่งเพราะแดดแรง
"ไปเถอะ" เขาคว้ากระเป๋าเดินทางหยิบคันชักแล้วลากเหมือนของเบา มองไปที่กระเป๋าใบเล็กอีกใบในมือหญิงสาว ทำท่าจะคว้าเอามาแต่หญิงสาวปฎิเสธ
"ไม่เป็นไรค่ะทอฝันถือได้"
"ตามใจ" เขาชักมือกลับแล้วเดินนำหน้าไปยังรถของเขา เมื่อไปถึงก็พบกับลูกสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนนั่งอยู่ที่เบาะหน้าข้างคนขับ
"ลูกพ่อรอนานม้าย" เขาทักมันแล้วลูบที่หัวอย่างรักใคร่ โยนกระเป๋าใส่ท้ายรถไม่ปราณีปราศรัย
ฉันยืนมองดูสภาพรถประเมินด้วยสายตาว่ามันมาถึงเมืองยะลาได้ก็ถือว่าบุญแล้ว แต่ถ้าสามารถกลับถึงเบตงได้ถือว่ากำไร ฉันเอากระเป๋าใบเล็กวางท้ายรถอย่างทะนุถนอม แน่ใจแล้วว่ามันจะไม่ล้มแตกจึงอ้อมไปที่หน้ารถ
เขาไขกุญแจรถแล้วบอก
"ขึ้นรถสิ"
ฉันกำลังจะเปิดประตูรถเข้าไปนั่งคู่กับคนขับ คิดในใจว่าเดี๋ยวเจ้าหมามันคงไปนั่งรับลมท้ายรถกระบะเป็นแน่
แต่เธอคิดผิดถนัด
"ข้างหลังโน่น"
"ฮะ! ว่าอะไรนะคะน้าผู้ใหญ่ หนูหรือหมา" ฉันใช้นิ้วชี้จิ้มที่หน้าอกเพื่อให้แน่ใจอีกครั้ง
"ลีโอมันขี้ร้อนที่ประจำของมัน" เขาบอกแล้วลูบหัวมันเบาๆอย่างรักใคร่
"แต่ว่าน้าผู้ใหญ่คะ มันร้อนไม่เห็นหรือไง" ฉันยืนหน้าบึ้งเท้าสะเอวมองเจ้าหมาเจ้าปัญหาที่นั่งยิ้มแลบลิ้นยาว
"โฮ่ง โฮ่ง" มันเห่าเหมือนหวงที่แยกเขี้ยวใส่เธอด้วย
"เออก็ได้ นั่งหลังก็ได้วะ" ก่อนไปฉันแอบตีหัวมันหนึ่งทีโทษฐานทำให้หมั่นไส้
"โฮ่ง โฮ่ง" มันเห่าอีกแสดงว่าโกรธที่โดนตบหัวแน่ๆ
ฉันจำเป็นต้องนั่งท้ายกระบะ ใช้เท้าเหยียบกันชนแล้วปีนขึ้นรถที่มีเสื่อพลาสติกปูไว้รอแล้ว
นั่งพิงหลังกับรถหันหลังให้คนขับ ไม่อยากเห็นหน้าคนใจร้าย เมื่อเขาปิดประตูรถและสตาร์ทเครื่องยนต์เตรียมตัวออกเดินทาง ฉันจึงตะโกนด่าฝากลมฝากแล้งไปว่า
"ไอ้ผู้บ่าวใจฮ้าย"
ได้ด่าคนระบายอารมณ์แล้วหยิบครีมกันแดดออกมาทาที่แขนขาว กระชับหมวกบักเก็ตอีกครั้ง
พรึ่บ!
"ใส่ซะ" จู่ๆก็มีเสื้อยีนส์ลอยมาพร้อมกับเสียงของคนใจร้าย ฉันลองจับมาพลิกดูแล้วพิสูจน์กลิ่นก่อนเป็นอันดับแรก
"อืม พอได้ไม่เปรี้ยว" พิสูจน์กลิ่นแล้วเป็นกลิ่นหอมของน้ำยาปรับผ้านุ่ม แต่ก็ยังไม่กล้าใส่อยู่ดีแค่เอามาบังแดดที่แขนไว้ลวกๆ พอลองพลิกป้ายที่คอเสื้อติดยี่ห้อLees
"เทสน้าก็พอใช้ได้นะ"
รถของอีตาผู้ใหญ่ที่มีหมาเป็นลูก พอได้สตาร์ทรถก็วิ่งฉิวแบบไม่ต้องเบรก ออกจากตัวเมืองยะลาสู่เส้นทางชนบท วิวสองข้างทางเป็นภูเขาต้นไม้เขียวครึ้มนานทีถึงจะเห็นบ้านคน
รถยังคงใช้ความเร็วอย่างต่อเนื่องจนฉันคิดว่ามันน่าจะบินได้ ถ้าฉันไม่จับขอบกระบะไว้ตัวฉันคงลอยไปแล้ว ที่ก้นกบน้อยๆก็เหมือนจะร้าวระบม
จากที่คิดว่าจะร้อนแต่กลับไม่ร้อนมากเท่าไหร่ อากาศเย็นสบายเหมือนอยู่ในแดนสวรรค์ มองต้นไม้ใบหญ้าแล้วสดชื่นแต่ก็แอบสวดมนต์ไปตลอดทาง จับสร้อยพระที่สวมคอไว้แล้วนั่งอย่างสงบแม้จิตใจจะไม่เป็นเช่นนั้น
"หลวงพ่อเจ้าขา ขอให้หนูเดินทางปลอดภัยด้วยค่ะ"
"โฮ่ง โฮ่ง" ลีโอมันเห่าอีกแล้วอะไรของมันไอ้หมาตัวนี้
"เออ...ยังอยู่ดี" ฉันบอกมันไป
คนกับหมาก็คุยกันรู้เรื่องด้วยแฮะ
จวบจนเวลาผ่านไปราวสามชั่วโมงก็ถึงเบตง ผ่านหอนาฬิกา ตู้ไปรษณีย์ยักษ์ ลอดเข้าในอุโมงค์ที่ขึ้นชื่อจนมาถึงจุดหมาย
สำนักงานเกษตรแห่งหนึ่งของเบตงโดยสวัสดิภาพ
แต่ฉันแสบตาจนน้ำตาไหลเพราะลมแรง
ปึง ปัง เสียงเปิดปิดประตูดังแทบจะพร้อมกันแล้วเดินมาที่ท้ายรถ
"ถึงแล้ว"
ผู้ใหญ่หยวนเขานับถือจิตใจหญิงสาวที่นั่งนิ่งไม่โวยวายอะไรทั้งสิ้น ทั้งที่คนนอกพื้นที่มักคิดว่าเส้นทางจังหวัดนี้อันตรายมากๆ
"ลงได้แล้ว"
บทล่าสุด
#79 บทที่ 79 ตอนพิเศษของคนคลั่งรักปรารถเพียงเธอ
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#78 บทที่ 78 ตอนพิเศษของคนคลั่งรัก
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#77 บทที่ 77 ครอบครัวแสนสุข
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#76 บทที่ 76 พยานรัก
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#75 บทที่ 75 เรณูนครถิ่นมนต์ขลัง
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#74 บทที่ 74 สารวัตรจอมทัพ
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#73 บทที่ 73 ปิดจ็อบเสี่ยดนัย
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#72 บทที่ 72 ลูกเขยสุดที่รักของคุณนายพิไล
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#71 บทที่ 71 ลูกเขยสุดที่รักของพ่อตานายพล
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#70 บทที่ 70 แซ่บอีหลีคืนวันเข้าหอ
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
รักระรินใจ
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"













