บทที่ 5 ตัวเร่งปฏิกิริยา
ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านภูริชญ์
บ้านสวยสองชั้นสไตล์โมเดิร์นลอฟต์ ห้องนอนเปิดแอร์เย็นฉ่ำแต่ เขาสะบัดร้อนสะบัดหนาวนอนไม่เป็นสุข
ก็ไอ้เพื่อนอานัสคิดจะแย่งจีบทอฝันตัดหน้าเขาแบบนี้ แล้วจะให้นอนยิ้มอยู่ได้อย่างไร โมเม้นท์ของการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นแบบนี้เขาไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่
รู้สึกไร้สาระสิ้นดีมีแต่เด็กเขาทำกัน
ตกเย็นของอีกวัน
"ผู้ใหญ่...ลมอะไรหอบมาถึงนี่" ซันเหล็กดับรถเตะขาตั้งมอเตอร์ไซค์ อุ้มลูกสาววัยอนุบาลลงจากรถ
ภรรยาของซันเหล็กหน้าหงิกบอกบุญไม่รับ
"มาอีกแล้ว"
เขาทำเป็นไม่ได้ยินนั่งอยู่บนรถD4Dคันสวย ปีหนึ่งถึงจะออกบ้านสักครั้งให้เห็นเป็นบุญตา แค่นี้ซันเหล็กมันก็มองตาค้าง
"โอ้โห! วันนี้ผู้ใหญ่เอาพระเอกมาด้วย" ซันเหล็กมองไปที่รถคันเท่ด้วยความชื่นชม
"จอดนานเดี๋ยวแบตเสื่อม" ผู้ใหญ่ตอบแล้วลงจากรถพร้อมถุงกับแกล้ม ตรงไปยังโต๊ะหินอ่อนหน้าบ้านพักของซันเหล็ก
ซันเหล็กเดินไปทักทายลีโอ หมาพันธุ์ไซบีเรียนขนฟูนั่งยิ้มที่หน้ารถ
"ไงลีโอ วันนี้นั่งรถใหม่หล่อขึ้นเยอะเลยนะเรา" เขาเอามือขยี้ที่หัวมัน
"แฮร่ แฮร่ โฮ่ง โฮ่ง"
ลีโอเจ้าหมาแสนรู้ เห่าใส่ซันเหล็กแลบลิ้นยาวออกมาจนห้อยที่ข้างแก้ม
ผู้ใหญ่บ้านวางของแล้วเดินกลับไปเปิดประตูรถให้มันลงมา
ไม่นานแก๊งกินเหล้าก็เดินทางมาถึงเสียที พร้อมเสียงรถมอเตอร์ไซค์สองคันวิ่งตามกันมา
"มากันแล้ว" ซันเหล็กบอกผู้ใหญ่ให้มองไปทางเสียงรถนั้น
วันพฤหัสบดีวันแต่งผ้าไทย
อานัสที่บอกว่าจะจีบ จอดรถนุ่มนวลให้หญิงสาวในชุดภูไท สวมเสื้อผ้าไหมสีขาวแขนสั้นนุ่งซิ่นไหมลายมัดหมี่สวยงาม ผมยาวมวยสูงเห็นลำคอละหงขาวผ่องชวนหลงใหล
ทอฝันลงจากรถโดยไม่ทันได้มองมาทางเขา พูดคุยกันสองสามคำกับอานัส หิ้วถุงพลาสติกจากตะกร้าหน้ารถแล้วไขกุญแจเข้าห้อง
ผู้ใหญ่บ้านขบกรามแน่น "มันเอาจริง"
ส่วนเขาเอาจริงกว่า วันนี้จะจีบสาวให้เด็กมันดู
"โฮ่งโฮ่ง"
ลีโอเห็นหญิงสาวจำได้จึงเห่าเรียก เห็นว่าหญิงสาวไม่สนใจจึงวิ่งไปหาที่บ้าน
"โฮ่งโฮ่ง"
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่สนใจทำเป็นไม่ได้ยิน มันก็เห่าอีกแล้วกระดิกหางฟูฟ่องทักทายทำท่าทำทางเหมือนสนิทกันมาก
ไอ้หมาหวงที่ วันนี้มาถึงนี่เลยนะ
ลิ้นยาวๆกับหางฟูฟ่องของลีโอที่ส่ายไปมาไม่ยอมหยุด ทำให้เธอใจอ่อน
"ลีโอมาได้ไง" หญิงสาวทักมันแล้วหยิบลูกชิ้นปิ้งออกมาหนึ่งไม้ หาถ้วยพลาสติกหนึ่งใบรูดลูกชิ้นออกจากไม้ให้ลีโอกิน
"เดี๋ยวไปตามลีโอก่อน"
ผู้ใหญ่บ้านได้ยินเสียงของหญิงสาว ได้โอกาสจึงแกล้งเดินออกไปตามหมาของตนเองแบบเนียนๆ
"สวัสดีค่ะน้าผู้ใหญ่" ทอฝันเห็นว่าเขามาตามหมาจึงทักทายตามมารยาท
ผู้ใหญ่หยวนวันนี้เขาต้องเคลียร์ให้รู้เรื่อง ยืนพิงที่ขอบประตูมองใบหน้างดงามนั้น ส่วนเจ้าลีโออิ่มแล้วมันนอนนิ่งเหมือนสองคนนี้ไม่ได้อยู่ในความสนใจ
"ผมแก่ขนาดนั้นเลยเหรอ"
อ้าว! พี่บ่าว อยู่ดีๆก็ถาม
"อืม ผู้ใหญ่อายุเท่าไหร่คะ"
"สามสิบสามเอง"
"ก็ไม่แก่มากนะคะ" เขายิ้มออกมาได้ใจชื้นขึ้นมาหน่อย
"แต่ถ้าดูแลดีๆ อย่างหนวดเคราหรือว่าหาครีมมาทาอะไรแบบนี้ค่ะ"
"คุณก็ดูแลสิ"
น้องส้าวถึงกับอึ้ง
บ้าหรือไง
เขาโน้มใบหน้าลงมาจนชิดได้กลิ่นหอมจางๆ
"คุณมีคนดูแลหัวใจยังไหม"
"บ่ะ...บ้าหรือไง" ฉันตกใจทำเสียงสูง เกิดจะมาจีบแบบตรงๆเหมือนขวานผ่าซากแบบนี้
"ดูแลนะตกลง"
"ม่ะ ไม่ค่ะ"
"โอเคคุณไม่ปฏิเสธ สรุปว่าคุณจะดูแลผม"
"ทอฝันไม่เคยดูแลใคร อยากมีคนมาดูแลมากกว่าค่ะ"
"ตกลงผมจะดูแลคุณ"
คนที่ทึกทักเอาเองยังพูดต่ออีกว่า "ผมชื่อหยวนชื่อจริงภูริชญ์ คุณจะเรียกพี่ผู้ใหญ่หรือพี่หยวนก็ได้"
"แต่ไม่เอาน้าผู้ใหญ่นะ ผมไม่ได้แก่ขนาดนั้น"
"เอ่อ ทอฝันขอเวลาหน่อย"
"คิดให้ดี วันนี้ไม่รับรักวันหน้าคิวยาวนะ"
ฉันเกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ก็เพิ่งจะพบเจอคนแบบนี้ ตอนเรียนมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปีหนึ่งถึงปีสี่ก็ไม่เคยมีใครมาจีบสักคน เพราะที่นั่นมีแต่คนสวยๆขาวๆ หุ่นดีๆ กันทั้งนั้น
เพราะประสบการณ์รักเท่ากับศูนย์แบบนี้ นึกถึงครูเอ็มที่คิดว่าดีแต่ก็สร้างโลกสองใบ ทำให้ฉันเข็ดขยาดทำตัวไม่ค่อยจะถูกขาดความมั่นใจไปพอสมควร
ทอฝันอย่าลืมสิว่ามาที่นี่ทำไม หนีรักไม่ใช่เหรอฉันคิดในใจ
"ผมเป็นคนจริงจังและจริงใจ"
เขามองคนที่เอาแต่ยืนทำตาปริบๆ เหมือนคิดอะไรในใจ
"ผมมีดีหลายอย่าง มีที่ดินบนภูเขาสองร้อยไร่ปลูกส้ม ทุเรียน เงาะ สะตอ ลองกอง สละอินโด มีเงินฝากในบัญชีหลายสิบล้าน"
"บอกทอฝันทำไมคะ?"
นี่เขาเอาเงินมาล่อเหรอแต่ก็ได้อยู่นะ
เขาใช้นิ้วมือนวดที่ขมับอย่างขัดใจ อุตส่าห์บอกข้อดีตั้งหลายอย่างพูดมาก็มาก
"ผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่" ซันเหล็กตะโกนเรียก
ทอฝันจึงเปลี่ยนเรื่อง "ทอฝันจะตำส้มตำสนใจไหมคะ"
"เอาตำไทยไข่เค็มหนึ่งจาน"
"จะให้ช่วยอะไรไหม" ผู้ใหญ่แสดงน้ำใจ
"ไม่เป็นไรค่ะ มะละกอสับไว้แล้วแค่ปรุงเองค่ะ"
"ถ้างั้นผมไปก่อน" ผู้ใหญ่หยวนบอกแล้วหันไปตามเสียงเรียก ทำหน้านิ่งแล้วเดินจากไป
"ลีโอไปลูก"
เจ้าหมาแสนรู้กระดกตัวขึ้นอย่างเกียจคร้าน ก่อนไปมันยังมองมาทางหญิงสาวตาละห้อย
"ไปเถอะทั้งพ่อทั้งลูกนั่นแหละ"
ที่โต๊ะหินอ่อนหน้าบ้านของซันเหล็ก
เจินที่ถึงแม้จะไม่พอใจผู้คนแต่ไม่กล้าออกตัวแรงมาก อย่างน้อยสามีเธอก็อยู่บ้านไม่ได้ออกไปหาสาวที่ไหนเธอก็พอใจแล้ว
ซันเหล็กพิจารณาสีหน้าผู้ใหญ่แล้วว่า
"สงสารทอฝันว่ะ"
ผู้ใหญ่บ้านเงยหน้าจากจานไก่ย่าง "สงสารอะไรวะ"
ซันเหล็กพูดต่ออีกว่า "ทอฝันเช้าก็เดินไปสำนักงานตกเย็นก็เดินกลับบ้านพัก เห็นใกล้ๆแบบนี้ได้เหงื่อเหมือนกันนะโว๊ย"
เอกพงษ์พยักหน้าแล้วส่งซิกให้อานัส "อานัสคุณรับส่งเช้าเย็นก็หมดเรื่อง น้องเขาจะได้ไม่ต้องเดินให้น่องโป่งขาใหญ่"
"ได้ๆ ไม่เหนือบ่ากว่าแรง" อานัสรับคำยิ้มละไมนัยน์ตาวิบวับเจ้าเล่ห์ นึกในใจว่าคนบางคนแม่งไม่รู้ตัวหรอก
ด้านผู้ใหญ่หยวนใช้ความคิดอย่างหนัก ครั้นเขาจะมาคอยตามรับตามส่งคงไม่ไหว งานสวนเขามีเยอะยิ่งใกล้จะเก็บเกี่ยวทุเรียนแล้วด้วย
แล้วสายตาของเขาก็เฝ้ารอคอยการมาของหญิงสาว ปล่อยให้สามคนขบคิดกันต่อไป
ทอฝันเปลี่ยนชุดจากสาวภูไท เป็นเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงอยู่บ้านขาสั้น เดินถือจานส้มตำมาเสิร์ฟ
เสียงหวานทำให้จิตใจผู้ใหญ่บ้านสดชื่นขึ้นมาอีกครั้ง
"ตำไทยไข่เค็มมาแล้วค่ะ" ทอฝันถือจานส้มตำมาสองจานสำหรับโต๊ะนี้ แล้วเดินเลี่ยงไปในบ้านของซันเหล็กและภรรยา โดยยืนที่หน้าบ้านขณะที่พี่สาวเจินกำลังป้อนข้าวลูกสาว
"พี่เจินคะ ตำไทยค่ะทอฝันทำมาฝาก"
"ขอบใจจ๊ะ" พี่สาวเจินรับจานส้มตำจากมือทอฝัน ไม่เหมือนกับวันแรกที่พบกันสักนิดเป็นคนละคนโดยสิ้นเชิง ที่เคยเหวี่ยงก็ไม่เหวี่ยงอีกแล้ว
พี่ผู้ใหญ่ที่ท่าทางเหมือนคนเมา นัยน์ตาหวานหยาดเยิ้มส่งยิ้มมาให้
"ส้มตำอร่อยดี"
"หมดแล้วสั่งเพิ่มได้นะคะ พี่ซันเหล็กพี่อานัสพี่เอก"
ฉันเห็นเขาเลิกคิ้วรอ จะเรียกน้าก็ไม่ได้เดี๋ยวเขาโกรธ
"พี่ผู้ใหญ่"
