บทที่ 7 เมียลับ ๆ ของพ่อครูกำแหง บทที่ 7

งานที่สำนักก็ค่อย ๆ ซาลงหลังชาวบ้านทยอยพากันกลับ เหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังไม่ไปไหน ซอมพอก้มหน้าช่วยเก็บดอกไม้ธูปเทียนที่ใช้แล้ว เพื่อนำไปทิ้งให้เรียบร้อย

ขณะกำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่นั้น ก็มีหญิงวัยกลางคน อายุราวห้าสิบปีเดินเข้ามาหา

“หนู เอานี่ไปกินสิ ป้าพึ่งลาของแก้บนเสร็จ แบ่งเอาไปกินนะ”

หญิงวัยกลางคนยิ้มเอ็นดู ยื่นห่อขนมลูกชุบใส่มือซอมพอ

“ขอบคุณจ้ะป้า” ซอมพอรับขนมนั้นด้วยความดีใจ พร้อมกับยกมือไหว้ด้วยความขอบคุณ ทำให้คนมองอดเอ็นดูไม่ได้ เมื่อป้าให้ขนมเสร็จ เธอก็ไปลาพ่อครูกำแหง

ซอมพอยืนส่งชาวบ้านทุกคนกลับด้วยรอยยิ้ม เมื่องานของเขาเสร็จแล้ว คนตัวเล็กก็เดินมาหากำแหงที่ตอนนี้นั่งพักอยู่ที่ตั่งไม้ ริมฝีปากคาบบุหรี่อย่างสบายใจ หลังจากเหนื่อยมาหลายชั่วโมง

ทันทีที่กำแหงเห็นหน้าซอมพอเขาก็เบือนหน้าหนีไปทางอื่น

เวลาเหนื่อย ๆ เห็นอะไรสวย ๆ งาม ๆ มันก็ดีอยู่หรอก แต่ซอมพอเป็นผู้ชายนี่สิ

“พ่อครู ซอมพอขอไปพักก่อนนะจ๊ะ”

“ทำงานนิด ๆ หน่อย ๆ ทำมาเหนื่อยอยากจะพัก” คำพูดนั้นทำเอาคนฟังน้อยใจ ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจช่วยมาทั้งวัน

‘ใจร้ายชะมัด’

“…” ซอมพอเม้มปาก ไม่เข้าใจในตัวอีกฝ่าย เดียวดีเดียวร้าย เป็นอะไรกันแน่

ซอมพอที่เหนื่อยมาทั้งวัน เขาไม่อยากจะคิดมากอีกแล้ว เลยเลือกที่จะปั้นหน้ายิ้ม ในใจคิดอะไรสนุก ๆ ออก

‘หาเรื่องแกล้งพ่อครูดีกว่า’

“เอ๊ ที่พ่อครูไม่ยอมให้ซอมพอไปพักนี่ ไม่ได้เห็นหน้าไม่กี่นาทีกลัวคิดถึงเหรอจ๊ะ” ซอมพอกระเซ้าเย้าแหย่ เรื่องอะไรที่เขาจะต้องใจน้อยอยู่คนเดียว สู้แหย่ให้อีกฝ่ายโมโหด้วยจะดีกว่า

อยากจะรู้นัก ว่าพ่อครูจะมีท่าทียังไง

“หึ ไปไหนก็ไป” กำแหงหันหน้าหนี ทำเป็นไม่ใส่ใจอีกฝ่าย แต่มุมปากกลับยกยิ้มน้อย ๆ ด้วยความเอ็นดู

อีกฝ่ายคงรู้ว่าเขาเหนื่อยมาทั้งวัน เลยหาเรื่องคุยให้ไม่เหนื่อยกระมัง

“ถ้าไม่ปฏิเสธแสดงว่าจริง” ซอมพอยิ้มกรุ้มกริ่ม ตอนแรกนึกว่าอีกฝ่ายจะโกรธเขาเสียอีกที่โดนแหย่

“ซอมพอ! มึงจะไปไหนก็ไป”

เสียงตวาดดังลั่นกำแหงโมโหกลบเกลื่อนที่ตัวเองไม่สามารถปฏิเสธได้ แม้จะไม่ชอบใจที่มีเมียเป็นผู้ชาย แต่เวลาอีกฝ่ายคลาดสายตา เขาก็อยู่เฉยไม่ได้เช่นกัน

“แบร่!” เขาแลบลิ้นใส่อีกฝ่าย

ก่อนจะรีบวิ่งลงจากสำนักมายังศาลาริมน้ำตรงข้างบ้าน

ซอมพอนั่งยิ้มอย่างอารมณ์ดี สายตามองขนมลูกชุบในห่อด้วยสายตาเปล่งประกาย ก่อนจะหยิบมันขึ้นมากิน ยามที่รสสัมผัสแตะปลายลิ้น ดวงตาก็หลับพริ้มอย่างมีความสุขที่ได้กินของอร่อย

“อะ..อร่อยจัง!”

“ฮึ่ย!” เสียงเล็กดังขึ้นจากด้านข้างราวกับคนขัดใจ

ซอมพอสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมอง ที่นั่งด้านข้างมีกุมารทองตัวจ้อย จ้องมองคนเขาด้วยความไม่พอใจ

“บุญมี! ตกใจหมดเลยนะ ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ”

ซอมพอหัวเราะแห้ง ๆ ดูจากสายตาที่กุมารทองตัวน้อยมองมาก็รู้แล้วว่ากำลังงอนเขาอยู่ แต่งอนเรื่องอะไรนี่สิ

“แม่แย่งขนมหนู” กุมารทองกอดอก พูดเสียงงอน

ใครจะไปคิดว่าระหว่างที่หนีเที่ยว ขนมลูกชุบที่ชอบนักชอบหนาจะหายไป ทั้ง ๆ ที่มาแก้บนให้แท้ ๆ แต่กลับไม่ได้กิน แล้วยิ่งรู้ว่าคนที่เอาไปเป็นแม่ตัวเองก็อดน้อยใจไม่ได้

นี่มันขนมแก้บนบุญมีเลยนะ!

“ฮ้า ไม่ใช่สักหน่อย” ซอมพอทำหน้าเหลอหลา แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“ก็นี่ขนมหนู ป้า ๆ เขาเอามาแก้บนหนู” บุญมียกนิ้วชี้ไปยังขนมที่อยู่ในมือซอมพอราวกับมันหลักฐานชิ้นสำคัญ

“แต่ป้าเขายกให้แม่แล้วนะ” ซอมพอพูดกลั้วหัวเราะ

“แต่หนูยังไม่ได้ยกให้นี่นา”

กุมารทองตัวจ้อยเม้มปาก ทำหน้างอนตุ๊บ ซอมพอยิ้มจนตาเป็นสระอิให้กับความน่ารักของบุญมี

สงสัยจะเป็นขนมเจ้าตัวจริง ๆ นั่นแหละ เพราะปกติเด็กคนนี้ไม่เคยงกกับเขา

“โอ๋ ๆ ขอโทษนะ อะ เอาคืนไปสิ” ซอมพอยื่นห่อขนมคืนให้อย่างยอมแพ้ ทว่ากุมารทองตัวจ้อยกลับไม่รับเอาไว้

“ไม่เอา”

บุญมีส่ายหน้าแรง ๆ แต่แววตาเป็นประกายซุกซน ราวกับที่ทวงขนมอยู่เมื่อกี้เป็นเรื่องล้อเล่น

“อ้าว ทำไมล่ะ”

“แบ่งกันกินอร่อยกว่า”

กุมารทองตัวจ้อยฉีกยิ้มกว้าง เผยฟันน้ำนมซี่เล็ก ๆ ก่อนจะพยักหน้าให้ซอมพอกินได้

“โธ่ บุญมีนี่เป็นเด็กดีจริง ๆ” ซอมพอลูบหัวอย่างเอ็นดู

“ใช่ไหมล้า ไม่มีใครดีเท่าหนูแล้วแหละ” บุญมียืดอกอย่างภูมิใจ หากเป็นแม่เขาจะยอมแบ่งให้กินก็ได้ แต่ถ้าเป็นคนอื่นไม่ใจดีอย่างนี้หรอกนะจะบอกให้

“จ้า ๆ”

บุญมีหยิบขนมลูกชุบในห่อใบตองมากินอย่างเอร็ดอร่อย แม้จะเป็นกุมารทองแต่เขาก็เป็นเด็ก ชอบกินขนม รู้จักแบ่งปันคนอื่น

“บุญมี”

“จ๋า” กุมารทองตัวจ้อยหันมาขานรับ ตาใสแจ๋ว

“ชอบกินลูกชุบเหรอ” ซอมพอชี้ไปที่ขนมในมือ

“ใช่จ้ะ หนูชอบกินที่สุดเลย พ่อกับชาวบ้านน่ะ พอรู้ว่าหนูชอบก็ชอบซื้อมาให้ แต่ต้องแลกกับการทำงานแหละ เวลาได้กินทีหนูจะรู้สึกหายเหนื่อยเลย”

บุญมียิ้มจนแก้มป่อง แล้วเคี้ยวขนมลูกชุบรูปชมพู่ตุ้ย ๆ

ซอมพอนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาอยู่ที่นี่มาก็สามเดือนแล้ว คนที่เขาพูดคุยด้วยมากที่สุดก็มีแต่แม่ดาวและบุญมี จึงไม่ค่อยรู้เรื่องพ่อครูเลย ไม่แน่ถ้าแอบถามเรื่องพ่อครูผ่านบุญมี อาจรู้จักอีกฝ่ายมากก็ได้

“งั้นขอถามอะไรหน่อยสิ”

“ถามอะไรเหรอ แลกกับลูกชุบได้หรือเปล่า” กุมารทองตัวจ้อยหัวเอียงอย่างเจ้าเล่ห์

“ได้สิ ถ้าบุญมีตอบคำถามมาตามตรง แม่จะซื้อลูกชุบมาเซ่นไหว้ให้ทุกวันเลย” เขาพูดกึ่งจริงกึ่งล้อเล่น แต่แววตาจริงจัง

“จริงเหรอ!” บุญมีตาลุกวาว

“จริงสิ”

“งั้นแม่จะถามอะไร ถามมาได้เลยจ้ะ หนูจะตอบทุกอย่าง”

กุมารทองตัวจ้อยเชิดหน้าอย่างภูมิใจ ถ้าแลกกับลูกชุบของโปรดจะให้ทำอะไรก็ยอมทั้งนั่นแหละ

“คือว่า พ่อครูเขาเป็นพวกตายด้านเหรอ” ซอมพอกระซิบถามอย่างลังเล

“ตายด้านคืออะไรเหรอจ๊ะ” กุมารทองตัวจ้อยทำหน้าฉงน

ไม่รู้จักคำว่าตายด้านคืออะไร เล่นถามกลับจนคนถามหน้าแดง ไปต่อไม่ถูก

“อ่า คือ เอ่อ พ่อครูเขาถือพรหมจรรย์เพราะอะไรเหรอ” เขาหันซ้ายขวาเล็กน้อย ก่อนถามต่อ

“อ๋อออ จริง ๆ พ่อไม่ได้ถือพรหมจรรย์หรอกจ้ะ” บุญมีพูดหน้าตาเฉย ราวกับเรื่องปกติ แต่คนฟังนี่สิ ตาโตด้วยความตกใจ ในใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ

พ่อครูไม่ถือพรหมจรรย์ งั้นแสดงว่าก็ต้องผ่านเรื่องอย่างว่ามาแล้วนะสิ!

“เอ๊ะ แต่ที่ได้ยินชาวบ้านลือมา” ซอมพอขมวดคิ้ว

“ชาวบ้านลือกันไปเองจ้ะ หนูเคยได้ยินและเห็นมากับตา พ่อน่ะสุดยอดไปเลย!” กุมารทองตัวจ้อยพูดตาเป็นประกาย

“…” คำว่า ‘สุดยอด’ ทำให้ซอมพอจุกในอกอย่างบอกไม่ถูก เหมือนคำตอบตอกย้ำว่าพ่อครูที่เขาแอบชอบอยู่ฝ่ายเดียว อาจมีคนรักอยู่แล้วก็ได้

“สุดยอดยังไงเหรอ” เขาถามต่ออย่างฝืนใจ

“ก็พ่อทำให้พี่สาวในเอ่อ เมืองระทวยกันไปหมดเลย หลังจากที่เข้าไปในห้อง” กุมารทองตัวจ้อยพูดเสียงเบาลงนิดหนึ่ง แต่ยังคงจริงจัง

“…” หัวใจซอมพอร่วงหล่นวูบหนึ่ง พี่สาวในเมือง คืออะไร จะบอกว่าพ่อครูมีเมียอยู่แล้ว แต่เมียอยู่ในเมืองอย่างนั้นเหรอ

“แต่ที่พ่อทำแบบนั้น พ่อบอกว่าเป็นการคลายของจ้ะ ของที่พ่อมีมันแรง ไม่สามารถปล่อยออกไปเหมือนลมเพลมพัดได้ ถ้าชาวบ้านมาโดนอาจถึงขั้นตาย” บุญมีเล่าต่อเหมือนท่องจำ

“เอ๊ะ หมายความว่าไงเหรอ”

“ที่พ่อออกไปข้างนอกตลอด เพราะจะไปทำกับพี่สาวในเมืองจ้ะ พ่อบอกว่าถ้าระบายออกแบบนั้นจะดีต่อทุกคน”

กุมารทองตัวจ้อยทำหน้าเหมือนพูดเรื่องสภาพอากาศทั่วไป ดูไม่สะทกสะท้าน

‘ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า แต่ไม่น่าเชื่อเลยแฮะ’ ซอมพอคิดในใจ รู้สึกขมอยู่ในอก เรื่องปล่อยของ ระบายของ ซอมพอไม่เคยรู้มาก่อน พ่อและพ่อครูกำแหงเป็นสายเดียวกัน แต่ทำไมเขาไม่รู้ล่ะ

“พ่อครูมีเมียแล้วเหรอบุญมี”

“แม่ไงจ๊ะ”

“เปล่าจ้ะ หมายถึงพี่สาวที่บุญมีพูดถึง”

“อ๋อ ไม่ใช่หรอกจ้ะ พี่สาวพวกนั้นเป็นแค่เพื่อนจ้ะ” กุมารทองตัวจ้อยพูดในสิ่งที่ตัวเองเข้าใจ แต่ซอมพอนี่สิ ไม่เข้าใจที่อีกฝ่ายพูดเลยสักนิด ไม่ใช่เมีย ไม่ใช่การซื้อบริการ แต่เป็นเพื่อน หมายความว่าไง

อย่าบอกนะว่าเป็นแค่คู่นอน! พ่อครูมีรสนิยมแบบนี้เหรอเนี่ย!

“แล้วถ้าเป็นเราล่ะ ถ้าเรารับไว้ พ่อครูจะไปหาผู้หญิงพวกนั้นอีกไหมนะ” คำถามที่หลุดออกมาคล้ายกับเสียงขอร้องมากกว่าอยากรู้

“แต่ตอนนี้พ่อมีแม่แล้ว พ่อไม่ไปหรอกจ้ะ!” บุญมีพูดเต็มปากเต็มคำ

“เฮ้อ ไม่อยากให้พ่อครูไปทำแบบนั้นกับใครเลย”

ซอมพอถอนหายใจ รอยยิ้มบาง ๆ กลบความปวดร้าวในอก

ไม่อยากให้พ่อครูไปหลับนอนกับผู้หญิงพวกนั้นเลย

ก็พ่อครูเป็นของซอมพอนี่เนอะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป