บทนำ
เมียลับ ๆ ของพ่อครูกำแหง
คำโปรย....
หนี้บุญคุณ คำนี้มันค้ำคอ ชดใช้ยังไงก็ไม่มีวันหมด
ใครจะไปคิดว่าพ่อครูกำแหงที่ถือตัวเป็นพรหมจารีมาตลอด ๔๓ ปี แท้จริงแล้วจะแอบซุกเมียเด็กเอาไว้ใต้ชายคาเรือน อยู่กินกันเงียบ ๆ ราวกับไม่มีตัวตน ไม่ประกาศให้ใครรู้ เพียงเพราะคำว่า บุญคุณมันรั้งเขาเอาไว้
“อยู่แต่ในบ้าน อย่าออกไปให้ใครเห็นหน้า อย่าคิดขัดคำสั่ง แล้วอย่าหาว่ากูไม่เตือน”
ทว่าเมียที่คิดว่าอยู่ใต้อาณัติมาตลอด
แท้จริงแล้วกลับแสบซนเหลือคณา แอบหนีเที่ยวไม่เว้นวัน
"หนูอยู่แต่บ้านทุกวันมันน่าเบื่อ แต่ถ้าพ่อครูไม่อยากให้หนูออกไปไหน พ่อครูก็มานอนกับหนูสิจ๊ะ ไทบ้านเขาจะได้ไม่ลือกันว่าพ่อครูกำแหงไร้น้ำยา"
"ซอมพอ!"
พ่อครูเซ่นสมิง
คำโปรย...
"แค้นต้องระงับด้วยความแค้น ยิ่งหลีกหนีก็ยิ่งต้องเผชิญ"
อินตาเป็นหมอธรรมประจำหมู่บ้านที่คนให้ความเคารพนับถือ ทว่าภายใต้ความเก่งกาจนั้นกลับมีบางอย่างที่เรียกว่าความอ่อนแอซ่อนอยู่ ทุกคืนวันพระเขาจะต้องเผชิญกับกรรมเก่าและพวกมันเสือสมิงทั้งสองตัวที่ตามหลอกหลอนเขาไม่มีวันเลิก
เสือสมิงพวกนั้นมันไม่ได้ต้องการฆ่าอินตาให้ตาย แต่มันต้องการมากกว่านั้น
ต้องการให้เขา กลายเป็นที่รองรับอารมณ์ของมัน
"ย่ำยีกูเช่นนี้ สู้ฆ่ากูให้ตายเสียดีกว่า!"
บท 1
ฟู่ว~
เสียงพ่นควันบุหรี่ดังลอดออกจากริมฝีปากของพ่อครูกำแหง กลิ่นเครื่องหอมปะปนกลิ่นยาเส้นตลบอบอวลไปทั่วห้องนอนไม้
แสงตะเกียงเจ้าพายุส่องให้เห็นใบหน้าของพ่อครูในวัยสี่สิบสามปี แม้อายุล่วงเลยเข้าเลขสี่ แต่เขากลับดูไม่แก่ชราแม้แต่น้อย ด้วยใบหน้าคมเข้ม จมูกโด่ง ริมฝีปากได้รูปพอดีไม่หนาไม่บาง ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยผิวแทนกำยำและรอยสักยันต์อยู่ทั่วเรือนร่างทำให้ดูองอาจขึ้นเป็นเท่าตัว
ยามนี้นุ่งเพียงโสร่งผืนเดียว นั่งเอนหลังพิงหมอนสามเหลี่ยมผ้าฝ้าย ริมฝีปากคาบบุหรี่ มืออีกข้างถือคัมภีร์พระเวทไว้ พลางใช้สายตาไล่อ่านตัวหนังสืออย่างใจเย็น ทว่าในใจกลับร้อนรุ่มไปหมด
เวลาล่วงเลยเข้ายามเที่ยงคืน ผู้เป็นเจ้าของบ้านยังข่มตาหลับไม่ลง เพราะกำลังเฝ้ารอใครบางคนอยู่
เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหายไปไหน ถึงได้ร้อนใจอยู่เช่นนี้
“กลับมาเมื่อไหร่พ่อจะลงโทษให้หลาบจำ” พ่อครูกำแหงบ่นพึมพำ ในสมองตอนนี้ไม่มีเนื้อหาตำราที่อ่านแม้แต่น้อย กลับคิดถึงหน้าของคนดื้อรั้นที่ทำเอาเขาอยู่ไม่สุข คนคนนั้นที่เฝ้ารอ ไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นเมีย
“พ่อจ๋า แม่กลับมาแล้วจ้ะ” พลันใดก็ปรากฏร่างของเจ้ากุมารทองตัวจ้อยที่พ่อครูเลี้ยงเอาไว้ รีบรายงานทันทีว่าผู้เป็นแม่กลับมาแล้ว หลังจากที่อีกฝ่ายแอบหนีเที่ยวซุกซนยามที่พ่อครูยุ่งอยู่ในสำนัก
รายงานเสร็จ ร่างของกุมารทองตัวจ้อยก็หายไป
ไม่ถึงสิบนาที ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนเดินเข้ามาบริเวณด้านข้างตัวบ้านพร้อมเสียงของแข็งที่กระทบผนังไม้สัก ไม่ต้องมองกำแหงก็พอเดาได้ว่าอีกฝ่ายกำลังปีนบันไดไม้ไผ่ขึ้นมาทางหน้าต่าง
แอ๊ด~
บานหน้าต่างถูกเปิดออกอย่างช้า ๆ ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจเปิดอย่างเบามือ แต่ก็มีเสียงเล็ดลอดออกมา ซอมพอที่กำลังก้าวปีนผ่านบันไดเข้ามาในห้องก็ต้องตกใจสะดุ้งตัวโหยง เมื่อเห็นร่างของคนที่คุ้นเคยกำลังนั่งจ้องเขาอยู่บนตั่งไม้
“พะ..พ่อครู”
มือหนาปิดตำราพระเวทเสียงดังจนได้ยินเสียงวางปึก สายตาจ้องมองผู้ที่ได้ชื่อว่าเมียเรียบเฉย แต่สำหรับคนที่ถูกจ้อง เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะโดนประหารชีวิตอยู่ตรงนั้น
พ่อครูกำแหงย่างกายเข้าไปใกล้จนซอมพอหน้าเสียยิ่งกว่าเดิม
“อะ! ไม่นะ!” ซอมพอตกใจจนบันไดไม้ไผ่เริ่มเอนไปด้านหลัง มือคว้าหาที่จับแต่ไม่ทัน ร่างทั้งร่างหงายหลัง พลันใดข้อมือเรียวก็ถูกกระชาก
“จะ..จะตกแล้ว!” ในวินาทีนั้นร่างของซอมพอถูกดึงเข้ามาในห้องได้อย่างปลอดภัย เพราะแรงดึงที่มากจนเกินไปทำให้ใบหน้านวลชนกับแผงอกแกร่งเข้าอย่างจัง
“อยากตกลงไปคอหักตายหรือไง” กำแหงเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุ ๆ เมื่อเห็นร่างเล็กยืนด้วยท่าทีที่มั่นคงขึ้น เขาจึงหันหลังเดินกลับมานั่งที่ตั่งไม้ตัวเดิม
“ขะ..ขอโทษจ้ะ” แทนที่จะเป็นคำขอบคุณ แต่ร่างเล็กกลับเลือกที่จะขอโทษ ด้วยความหวาดกลัวผัวรัก ซอมพอไม่ได้เดินเข้าไปใกล้อีกฝ่าย ร่างเล็กนั่งคุกเข่าลงกับพื้นราวกับเด็กที่มีความผิดกำลังรอถูกลงโทษ
“นี่มันกี่โมงกี่ยาม กูสั่งมึงแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้ออกไปข้างนอก” กำแหงว่าอย่างไม่พอใจ แววตาที่มองมาไม่ใช่ความห่วงใยอย่างเดียว หากยังเจืออารมณ์ที่คุกรุ่นด้วยความโกรธ
โกรธที่อีกฝ่ายไม่เชื่อฟัง
ตั้งแต่ที่เป็นผัวเมียกันมาสามเดือน สิ่งที่กำแหงขอซอมพอมาตลอดคือห้ามออกไปไหน ให้อยู่แต่ในบ้าน ห้ามให้ใครเห็น คิดมาตลอดว่าอีกฝ่ายจะยอมทำตามแต่โดยดี แต่นั่นกลายเป็นว่าเขาคิดผิด ซอมพอไม่คิดจะอยู่ใต้อาณัติเข้าแม้แต่น้อย
“…” เจ้าตัวหลบตามองพื้นไม้ น้ำตารื้นคลอ มือบางกำชายเสื้อแน่น ไม่ได้รู้สึกผิดแต่อย่างไร หากแต่กลัวที่อีกฝ่ายดุ
“ซอมพอ”
“จะเที่ยงคืนแล้วจ้ะ” ซอมพอตอบเสียงเบา กลัวจนแทบไม่กล้าสบสายตา
“แล้ววันนี้มึงไปไหนมา ตอบ แล้วอย่าคิดที่จะโกหกกู”
“ปะไปบ่อนมาจ้ะ” คำสารภาพถูกเค้นออกมาจากริมฝีปากสั่นระริก ก่อนจะหลุบตาลงต่ำอีกครั้งเหมือนเด็กที่รู้ว่าตัวเองทำผิดใหญ่หลวง
ซอมพอรู้ดีว่าสถานที่ที่ตัวเองไปไม่ใช่สถานที่ดี แต่จะทำไงได้ล่ะ ก็เขาเบื่อ จะให้ไปเที่ยวตลาดรึ วัดรึ ก็ไปมาหมดแล้ว ครั้นจะให้อยู่แต่บ้านโดนจำกัดไม่ต่างจากนักโทษ ใครจะไปอยากอยู่กัน
“งามหน้าฉิบหาย”
“ก็ซอมพอเบื่อนี่จ๊ะ ให้อยู่แต่บ้าน ซอมพอไม่ใช่เด็กแล้วนะ” ซอมพอเงยหน้าเถียงอย่างไม่ลดละ แววตาที่เคยสั่นไหวกลับมีประกายดื้อดึงปนท้าทาย มันไม่ใช่แค่คำบ่น แต่มันคือเสียงอัดอั้นจากหัวใจที่ถูกขังไว้นานเกินไป ก็พ่อครูไม่ให้เขาออกไปไหนเลยนี่หน่า
“ซอมพอ!” เสียงตวาดก้องสะท้อนในเรือนเงียบงัน
“ก็จริงนี่จ๊ะ! เป็นเมียนะไม่ใช่นักโทษ” คำต่อล้อต่อเถียงของซอมพอทำให้กำแหงเลือดขึ้นหน้า เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบ ๆ
ไม่รู้ว่าไปเอาความกล้ามาจากไหน เป็นเมียแท้ ๆ แต่กล้าเถียงผัวฉอด ๆ ใช้ไม่ได้
“มึงนี่มันเถียงคำไม่ตกฟาก!”
สิ้นคำกำแหงก็เดินเข้าไปใกล้ร่างเล็ก มือบีบคางจนใบหน้าเหยแกด้วยความเจ็บ สายตาคมมองสำรวจดวงหน้าอีกฝ่าย หากซอมพอไม่เถียงเก่งคงน่ามองไม่น้อย
ดวงหน้าอ่อนโยนของเด็กหนุ่มวัยยี่สิบปี นวลละม่อม ดวงตากลมโต ปากนิด จมูกหน่อย ดูน่ารักน่าเอ็นดูไม่น้อย แต่ริมฝีปากที่เถียงฉอด ๆ นี่สิ น่าหาอะไรมายัดให้มันหุบปาก
ไม่ใช่แค่คิด แต่กำแหงกลับบีบคางซอมพอแน่นกว่าเดิม นิ้วโป้งเกลี่ยริมฝีปากบางจนบวมแดง
“ซอมพอเจ็บนะ!” มือเล็กเรียวจับแขนอีกฝ่ายแน่น ทว่าทั้งจับทั้งทุบ อีกฝ่ายก็ไม่คิดจะปล่อยเขาแม้แต่น้อย
“ฮึก เจ็บ”
พรึ่บ!
“พี่แหง!” ไม่มีแล้วคำว่าพ่อครู มีเพียงสรรพนามที่เรียกชื่อ กำแหงชื่อนี้ฟังแล้วกำแหงสมชื่อ เมื่อเจ้าตัวปลดโสร่งที่นุ่งอยู่จนมันร่วงลงกับพื้น เผยให้เห็นต้นขาที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ตามขาอ่อนก็มีรอยสักยันต์เมตตามหานิยมสลักอยู่
“พะพี่จะทำอะไร”
“ลงโทษคนปากดีไง” ไม่ว่าเปล่า มือข้างที่ว่างคว้าเอาความเป็นชายของตัวเอง ตบไปที่ริมฝีปากบางจนเกิดเสียงลามก
ปั่บ ปั่บ ปั่บ
เสียงเอ็นเนื้อกระทบปากยามที่เขาใช้มันตีเพื่อสั่งสอน สองสายตาสบเข้าหา หนึ่งแววตามองด้วยความกระสัน อีกหนึ่งแววตาจ้องกลับด้วยความตกใจ นัยน์ตาสั่นระริก ไม่คิดว่าพ่อครูที่เข้มครึมมาตลอดจะทำกับเขาเช่นนี้
“อ้าปาก!” กำแหงสั่งเสียงแข็ง มือบีบแก้มซอมพอจนยอมเปิดปาก ก่อนที่เขาจะเด้งสะโพกเอาความเป็นชายยัดเข้าปากอีกฝ่าย ทว่ามันยังไม่ได้เข้าไปลึก ก็ตกใจผงะเพราะได้ยินเสียงเรียก
“อ่ออู ออมออ..เอ็บอะ!”
เฮือก!
กำแหงได้สติ หายใจเข้าเฮือกใหญ่ สติกลับมาอยู่ปัจจุบัน เมื่อกี้แค่จินตนาการคิดไปเองสินะ ที่ซอมพอเรียกเขาว่าพี่นั่นก็คงคิดไปเองเช่นกัน
‘เฮ้อไอ้แหง มึงนี่นะ’
กำแหงบ่นตัวเองในใจ ก่อนจะปล่อยมือจากคางซอมพอ เขาเดินมาที่ประตูหน้าห้อง ก่อนจะหันกลับไปมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
“วันนี้มึงไม่เชื่อฟังกู ก็อย่าหวังว่ากูจะปล่อยมึงไป”
สิ้นคำกำแหงก็ล็อกประตูห้องจากด้านนอก ขังให้ซอมพออยู่ในห้องของตัวเอง
“คนที่ทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ”
ปัง ปัง ปัง
ซอมพอทุบประตูห้องจากทางด้านในพร้อมกับตะโกนเสียงดังลั่นหวังให้กำแหงปล่อยเขา
“ฮึก ปล่อยซอมพอนะ ทำไมต้องขังซอมพอด้วย” ซอมพอตัดพ้อพลางทุบประตูห้องระรัว แต่อีกฝั่งของประตูกลับเงียบสนิท
กำแหงเดินจากไปแล้ว ไม่ฟังเสียงเขาแม้แต่น้อย
“ฮึก คนใจร้าย!”
บทล่าสุด
#49 บทที่ 49 พ่อครูเซ่นสมิง "จบบริบูรณ์"
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#48 บทที่ 48 พ่อครูเซ่นสมิง "บทที่ 16"
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#47 บทที่ 47 พ่อครูเซ่นสมิง "บทที่ 15"
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#46 บทที่ 46 พ่อครูเซ่นสมิง "บทที่ 14"
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#45 บทที่ 45 พ่อครูเซ่นสมิง "บทที่ 13"
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#44 บทที่ 44 พ่อครูเซ่นสมิง "บทที่ 12"
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#43 บทที่ 43 พ่อครูเซ่นสมิง "บทที่ 11"
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#42 บทที่ 42 พ่อครูเซ่นสมิง "บทที่ 10"
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#41 บทที่ 41 พ่อครูเซ่นสมิง "บทที่ 9"
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#40 บทที่ 40 พ่อครูเซ่นสมิง "บทที่ 8"
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026
คุณอาจชอบ 😍
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
สัญญารักประธานร้าย
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
รักไม่หลอก
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง













