บทนำ
เมียลับ ๆ ของพ่อครูกำแหง
คำโปรย....
หนี้บุญคุณ คำนี้มันค้ำคอ ชดใช้ยังไงก็ไม่มีวันหมด
ใครจะไปคิดว่าพ่อครูกำแหงที่ถือตัวเป็นพรหมจารีมาตลอด ๔๓ ปี แท้จริงแล้วจะแอบซุกเมียเด็กเอาไว้ใต้ชายคาเรือน อยู่กินกันเงียบ ๆ ราวกับไม่มีตัวตน ไม่ประกาศให้ใครรู้ เพียงเพราะคำว่า บุญคุณมันรั้งเขาเอาไว้
“อยู่แต่ในบ้าน อย่าออกไปให้ใครเห็นหน้า อย่าคิดขัดคำสั่ง แล้วอย่าหาว่ากูไม่เตือน”
ทว่าเมียที่คิดว่าอยู่ใต้อาณัติมาตลอด
แท้จริงแล้วกลับแสบซนเหลือคณา แอบหนีเที่ยวไม่เว้นวัน
"หนูอยู่แต่บ้านทุกวันมันน่าเบื่อ แต่ถ้าพ่อครูไม่อยากให้หนูออกไปไหน พ่อครูก็มานอนกับหนูสิจ๊ะ ไทบ้านเขาจะได้ไม่ลือกันว่าพ่อครูกำแหงไร้น้ำยา"
"ซอมพอ!"
พ่อครูเซ่นสมิง
คำโปรย...
"แค้นต้องระงับด้วยความแค้น ยิ่งหลีกหนีก็ยิ่งต้องเผชิญ"
อินตาเป็นหมอธรรมประจำหมู่บ้านที่คนให้ความเคารพนับถือ ทว่าภายใต้ความเก่งกาจนั้นกลับมีบางอย่างที่เรียกว่าความอ่อนแอซ่อนอยู่ ทุกคืนวันพระเขาจะต้องเผชิญกับกรรมเก่าและพวกมันเสือสมิงทั้งสองตัวที่ตามหลอกหลอนเขาไม่มีวันเลิก
เสือสมิงพวกนั้นมันไม่ได้ต้องการฆ่าอินตาให้ตาย แต่มันต้องการมากกว่านั้น
ต้องการให้เขา กลายเป็นที่รองรับอารมณ์ของมัน
"ย่ำยีกูเช่นนี้ สู้ฆ่ากูให้ตายเสียดีกว่า!"
บท 1
ฟู่ว~
เสียงพ่นควันบุหรี่ดังลอดออกจากริมฝีปากของพ่อครูกำแหง กลิ่นเครื่องหอมปะปนกลิ่นยาเส้นตลบอบอวลไปทั่วห้องนอนไม้
แสงตะเกียงเจ้าพายุส่องให้เห็นใบหน้าของพ่อครูในวัยสี่สิบสามปี แม้อายุล่วงเลยเข้าเลขสี่ แต่เขากลับดูไม่แก่ชราแม้แต่น้อย ด้วยใบหน้าคมเข้ม จมูกโด่ง ริมฝีปากได้รูปพอดีไม่หนาไม่บาง ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยผิวแทนกำยำและรอยสักยันต์อยู่ทั่วเรือนร่างทำให้ดูองอาจขึ้นเป็นเท่าตัว
ยามนี้นุ่งเพียงโสร่งผืนเดียว นั่งเอนหลังพิงหมอนสามเหลี่ยมผ้าฝ้าย ริมฝีปากคาบบุหรี่ มืออีกข้างถือคัมภีร์พระเวทไว้ พลางใช้สายตาไล่อ่านตัวหนังสืออย่างใจเย็น ทว่าในใจกลับร้อนรุ่มไปหมด
เวลาล่วงเลยเข้ายามเที่ยงคืน ผู้เป็นเจ้าของบ้านยังข่มตาหลับไม่ลง เพราะกำลังเฝ้ารอใครบางคนอยู่
เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหายไปไหน ถึงได้ร้อนใจอยู่เช่นนี้
“กลับมาเมื่อไหร่พ่อจะลงโทษให้หลาบจำ” พ่อครูกำแหงบ่นพึมพำ ในสมองตอนนี้ไม่มีเนื้อหาตำราที่อ่านแม้แต่น้อย กลับคิดถึงหน้าของคนดื้อรั้นที่ทำเอาเขาอยู่ไม่สุข คนคนนั้นที่เฝ้ารอ ไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นเมีย
“พ่อจ๋า แม่กลับมาแล้วจ้ะ” พลันใดก็ปรากฏร่างของเจ้ากุมารทองตัวจ้อยที่พ่อครูเลี้ยงเอาไว้ รีบรายงานทันทีว่าผู้เป็นแม่กลับมาแล้ว หลังจากที่อีกฝ่ายแอบหนีเที่ยวซุกซนยามที่พ่อครูยุ่งอยู่ในสำนัก
รายงานเสร็จ ร่างของกุมารทองตัวจ้อยก็หายไป
ไม่ถึงสิบนาที ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนเดินเข้ามาบริเวณด้านข้างตัวบ้านพร้อมเสียงของแข็งที่กระทบผนังไม้สัก ไม่ต้องมองกำแหงก็พอเดาได้ว่าอีกฝ่ายกำลังปีนบันไดไม้ไผ่ขึ้นมาทางหน้าต่าง
แอ๊ด~
บานหน้าต่างถูกเปิดออกอย่างช้า ๆ ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจเปิดอย่างเบามือ แต่ก็มีเสียงเล็ดลอดออกมา ซอมพอที่กำลังก้าวปีนผ่านบันไดเข้ามาในห้องก็ต้องตกใจสะดุ้งตัวโหยง เมื่อเห็นร่างของคนที่คุ้นเคยกำลังนั่งจ้องเขาอยู่บนตั่งไม้
“พะ..พ่อครู”
มือหนาปิดตำราพระเวทเสียงดังจนได้ยินเสียงวางปึก สายตาจ้องมองผู้ที่ได้ชื่อว่าเมียเรียบเฉย แต่สำหรับคนที่ถูกจ้อง เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะโดนประหารชีวิตอยู่ตรงนั้น
พ่อครูกำแหงย่างกายเข้าไปใกล้จนซอมพอหน้าเสียยิ่งกว่าเดิม
“อะ! ไม่นะ!” ซอมพอตกใจจนบันไดไม้ไผ่เริ่มเอนไปด้านหลัง มือคว้าหาที่จับแต่ไม่ทัน ร่างทั้งร่างหงายหลัง พลันใดข้อมือเรียวก็ถูกกระชาก
“จะ..จะตกแล้ว!” ในวินาทีนั้นร่างของซอมพอถูกดึงเข้ามาในห้องได้อย่างปลอดภัย เพราะแรงดึงที่มากจนเกินไปทำให้ใบหน้านวลชนกับแผงอกแกร่งเข้าอย่างจัง
“อยากตกลงไปคอหักตายหรือไง” กำแหงเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุ ๆ เมื่อเห็นร่างเล็กยืนด้วยท่าทีที่มั่นคงขึ้น เขาจึงหันหลังเดินกลับมานั่งที่ตั่งไม้ตัวเดิม
“ขะ..ขอโทษจ้ะ” แทนที่จะเป็นคำขอบคุณ แต่ร่างเล็กกลับเลือกที่จะขอโทษ ด้วยความหวาดกลัวผัวรัก ซอมพอไม่ได้เดินเข้าไปใกล้อีกฝ่าย ร่างเล็กนั่งคุกเข่าลงกับพื้นราวกับเด็กที่มีความผิดกำลังรอถูกลงโทษ
“นี่มันกี่โมงกี่ยาม กูสั่งมึงแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้ออกไปข้างนอก” กำแหงว่าอย่างไม่พอใจ แววตาที่มองมาไม่ใช่ความห่วงใยอย่างเดียว หากยังเจืออารมณ์ที่คุกรุ่นด้วยความโกรธ
โกรธที่อีกฝ่ายไม่เชื่อฟัง
ตั้งแต่ที่เป็นผัวเมียกันมาสามเดือน สิ่งที่กำแหงขอซอมพอมาตลอดคือห้ามออกไปไหน ให้อยู่แต่ในบ้าน ห้ามให้ใครเห็น คิดมาตลอดว่าอีกฝ่ายจะยอมทำตามแต่โดยดี แต่นั่นกลายเป็นว่าเขาคิดผิด ซอมพอไม่คิดจะอยู่ใต้อาณัติเข้าแม้แต่น้อย
“…” เจ้าตัวหลบตามองพื้นไม้ น้ำตารื้นคลอ มือบางกำชายเสื้อแน่น ไม่ได้รู้สึกผิดแต่อย่างไร หากแต่กลัวที่อีกฝ่ายดุ
“ซอมพอ”
“จะเที่ยงคืนแล้วจ้ะ” ซอมพอตอบเสียงเบา กลัวจนแทบไม่กล้าสบสายตา
“แล้ววันนี้มึงไปไหนมา ตอบ แล้วอย่าคิดที่จะโกหกกู”
“ปะไปบ่อนมาจ้ะ” คำสารภาพถูกเค้นออกมาจากริมฝีปากสั่นระริก ก่อนจะหลุบตาลงต่ำอีกครั้งเหมือนเด็กที่รู้ว่าตัวเองทำผิดใหญ่หลวง
ซอมพอรู้ดีว่าสถานที่ที่ตัวเองไปไม่ใช่สถานที่ดี แต่จะทำไงได้ล่ะ ก็เขาเบื่อ จะให้ไปเที่ยวตลาดรึ วัดรึ ก็ไปมาหมดแล้ว ครั้นจะให้อยู่แต่บ้านโดนจำกัดไม่ต่างจากนักโทษ ใครจะไปอยากอยู่กัน
“งามหน้าฉิบหาย”
“ก็ซอมพอเบื่อนี่จ๊ะ ให้อยู่แต่บ้าน ซอมพอไม่ใช่เด็กแล้วนะ” ซอมพอเงยหน้าเถียงอย่างไม่ลดละ แววตาที่เคยสั่นไหวกลับมีประกายดื้อดึงปนท้าทาย มันไม่ใช่แค่คำบ่น แต่มันคือเสียงอัดอั้นจากหัวใจที่ถูกขังไว้นานเกินไป ก็พ่อครูไม่ให้เขาออกไปไหนเลยนี่หน่า
“ซอมพอ!” เสียงตวาดก้องสะท้อนในเรือนเงียบงัน
“ก็จริงนี่จ๊ะ! เป็นเมียนะไม่ใช่นักโทษ” คำต่อล้อต่อเถียงของซอมพอทำให้กำแหงเลือดขึ้นหน้า เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบ ๆ
ไม่รู้ว่าไปเอาความกล้ามาจากไหน เป็นเมียแท้ ๆ แต่กล้าเถียงผัวฉอด ๆ ใช้ไม่ได้
“มึงนี่มันเถียงคำไม่ตกฟาก!”
สิ้นคำกำแหงก็เดินเข้าไปใกล้ร่างเล็ก มือบีบคางจนใบหน้าเหยแกด้วยความเจ็บ สายตาคมมองสำรวจดวงหน้าอีกฝ่าย หากซอมพอไม่เถียงเก่งคงน่ามองไม่น้อย
ดวงหน้าอ่อนโยนของเด็กหนุ่มวัยยี่สิบปี นวลละม่อม ดวงตากลมโต ปากนิด จมูกหน่อย ดูน่ารักน่าเอ็นดูไม่น้อย แต่ริมฝีปากที่เถียงฉอด ๆ นี่สิ น่าหาอะไรมายัดให้มันหุบปาก
ไม่ใช่แค่คิด แต่กำแหงกลับบีบคางซอมพอแน่นกว่าเดิม นิ้วโป้งเกลี่ยริมฝีปากบางจนบวมแดง
“ซอมพอเจ็บนะ!” มือเล็กเรียวจับแขนอีกฝ่ายแน่น ทว่าทั้งจับทั้งทุบ อีกฝ่ายก็ไม่คิดจะปล่อยเขาแม้แต่น้อย
“ฮึก เจ็บ”
พรึ่บ!
“พี่แหง!” ไม่มีแล้วคำว่าพ่อครู มีเพียงสรรพนามที่เรียกชื่อ กำแหงชื่อนี้ฟังแล้วกำแหงสมชื่อ เมื่อเจ้าตัวปลดโสร่งที่นุ่งอยู่จนมันร่วงลงกับพื้น เผยให้เห็นต้นขาที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ตามขาอ่อนก็มีรอยสักยันต์เมตตามหานิยมสลักอยู่
“พะพี่จะทำอะไร”
“ลงโทษคนปากดีไง” ไม่ว่าเปล่า มือข้างที่ว่างคว้าเอาความเป็นชายของตัวเอง ตบไปที่ริมฝีปากบางจนเกิดเสียงลามก
ปั่บ ปั่บ ปั่บ
เสียงเอ็นเนื้อกระทบปากยามที่เขาใช้มันตีเพื่อสั่งสอน สองสายตาสบเข้าหา หนึ่งแววตามองด้วยความกระสัน อีกหนึ่งแววตาจ้องกลับด้วยความตกใจ นัยน์ตาสั่นระริก ไม่คิดว่าพ่อครูที่เข้มครึมมาตลอดจะทำกับเขาเช่นนี้
“อ้าปาก!” กำแหงสั่งเสียงแข็ง มือบีบแก้มซอมพอจนยอมเปิดปาก ก่อนที่เขาจะเด้งสะโพกเอาความเป็นชายยัดเข้าปากอีกฝ่าย ทว่ามันยังไม่ได้เข้าไปลึก ก็ตกใจผงะเพราะได้ยินเสียงเรียก
“อ่ออู ออมออ..เอ็บอะ!”
เฮือก!
กำแหงได้สติ หายใจเข้าเฮือกใหญ่ สติกลับมาอยู่ปัจจุบัน เมื่อกี้แค่จินตนาการคิดไปเองสินะ ที่ซอมพอเรียกเขาว่าพี่นั่นก็คงคิดไปเองเช่นกัน
‘เฮ้อไอ้แหง มึงนี่นะ’
กำแหงบ่นตัวเองในใจ ก่อนจะปล่อยมือจากคางซอมพอ เขาเดินมาที่ประตูหน้าห้อง ก่อนจะหันกลับไปมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
“วันนี้มึงไม่เชื่อฟังกู ก็อย่าหวังว่ากูจะปล่อยมึงไป”
สิ้นคำกำแหงก็ล็อกประตูห้องจากด้านนอก ขังให้ซอมพออยู่ในห้องของตัวเอง
“คนที่ทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ”
ปัง ปัง ปัง
ซอมพอทุบประตูห้องจากทางด้านในพร้อมกับตะโกนเสียงดังลั่นหวังให้กำแหงปล่อยเขา
“ฮึก ปล่อยซอมพอนะ ทำไมต้องขังซอมพอด้วย” ซอมพอตัดพ้อพลางทุบประตูห้องระรัว แต่อีกฝั่งของประตูกลับเงียบสนิท
กำแหงเดินจากไปแล้ว ไม่ฟังเสียงเขาแม้แต่น้อย
“ฮึก คนใจร้าย!”
บทล่าสุด
#49 บทที่ 49 พ่อครูเซ่นสมิง "จบบริบูรณ์"
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#48 บทที่ 48 พ่อครูเซ่นสมิง "บทที่ 16"
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#47 บทที่ 47 พ่อครูเซ่นสมิง "บทที่ 15"
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#46 บทที่ 46 พ่อครูเซ่นสมิง "บทที่ 14"
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#45 บทที่ 45 พ่อครูเซ่นสมิง "บทที่ 13"
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#44 บทที่ 44 พ่อครูเซ่นสมิง "บทที่ 12"
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#43 บทที่ 43 พ่อครูเซ่นสมิง "บทที่ 11"
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#42 บทที่ 42 พ่อครูเซ่นสมิง "บทที่ 10"
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#41 บทที่ 41 พ่อครูเซ่นสมิง "บทที่ 9"
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#40 บทที่ 40 พ่อครูเซ่นสมิง "บทที่ 8"
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักไม่หลอก
BAD PRINCE | พันธะร้ายเจ้าชายรัชทายาท
“ขอเหตุผล“ เจ้าชายมาร์คัสเอ่ยถามภรรยาสาว
“หม่อมฉันอยากได้อิสระเพคะ“ ดวงตาคมจ้องเข้มมองภรรยาอย่างพินิจพิจารณา
“เราจะหย่าก็ต่อเมื่อเราอยากได้สิ่งที่ต้องการ“ เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยพร้อมโคลงแก้ววิสกี้ในมืออย่างใช้ความคิด
“ตรัสมาเลยเพคะว่าพระองค์ต้องการสิ่งใด“
“มีโอรสให้เรา แล้วเรานะปล่อยเจ้าไป“
“…“
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
รักระรินใจ
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้













