บทที่ 8 ครั้งแรกกับการช่วยตัวเองของแอนดริว (Andrew) (2)
13.00 น.
หญิงวัยกลางคนท่าทางใจดีเดินถือกุญแจพวงใหญ่เพื่อไขประตูบ้านเช่าที่มีชายหนุ่มหน้าตาดีทั้งห้าคนยืนรออยู่แล้ว หลังจากที่เข้ามาภายในบ้าน หญิงคนนั้นก็บรรยายสรรพคุณของบ้านหลังนี้ทันที
“เป็นไงกันบ้างคะ? ชอบไหม ที่นี่ไม่ค่อยวุ่นวายค่ะ เพราะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ถ้าชอบอยู่แบบเงียบๆ ที่นี่ก็เหมาะเลยนะ ส่วนข้างบนมีสองห้องนอน เล็กกับใหญ่และก็มีห้องน้ำในตัวด้วย ส่วนข้างล่างก็มีห้องน้ำอีกหนึ่งห้องค่ะ แล้วด้านนอกยังมีสนามหญ้าเล็กๆ ให้นั่งเล่นอีกด้วยนะคะ ลองเดินชมดูก่อนได้นะคะ” หญิงวัยกลางคนยิ้มให้พวกเขาหลังจากอธิบายเสร็จ
“อืม..ผมชอบนะพี่อ้น ผมว่ามันเย็นดีแล้วก็ไม่ไกลจากมหาลัยกับที่ทำงานด้วยอะ” เลโอเป็นคนแรกที่ออกความคิดเห็นในขณะที่เขาเดินกลับลงมาจากดูห้องนอนด้านบน
“ผมก็เห็นด้วยกับเลโอนะ ว่าแต่คุณน้าคนสวยครับ ไอ้บ้านที่อยู่ข้างๆ นี่บ้านใครครับ?” ทีเร็กเอ่ยคำถามพร้อมกับหย่อนคำยอตามสไตล์ของมันจนหญิงวัยกลางคนยิ้มนิดๆ ไม่ใช่เพราะเธอชอบใจที่ถูกชมแต่เพราะเธอมีความรู้สึกเอ็นดูเด็กๆ ที่ห้าคนนี่ต่างหากที่รู้จักทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ไม่เหมือนไอ้ตัวแสบลูกชายของเธอที่วันๆ เอาแต่ซ้อมบาสกับเล่นเกมส์เท่านั้น
“อ๋อ บ้านน้าเองค่ะ ส่วนห้องที่อยู่ตรงกันข้ามก็เป็นห้องของลูกชายน้าเอง รับรองว่าไม่มีเสียงดังแน่นอน” หญิงที่แทนตัวเองว่าน้าตอบคำถามที่มักจะถูกถามบ่อยๆ เวลาที่มีใครมาดูบ้านหลังนี้ อาจเป็นเพราะบ้านหลังนี้ถูกสร้างตามแบบของบ้านแฝดเลยทำให้มีบางส่วนของตัวบ้านที่อาจจะชิดจนเกือบติดกันบ้าง
“แล้วโจ้กับเดร็กละว่าไง?” อ้นเอ่ยถามเพื่อหามติเอกฉันท์
“ผมก็ว่าตามเฮียทีเร็กซ์อยู่แล้ว” เดร็กน้องเล็กที่สุดในกลุ่มบอก
“ที่จริงพี่ไม่ต้องถามผมหรอก แค่พวกพี่อยู่ได้ผมก็โอเคอยู่แล้ว” โจ้ไม่เคยเรื่องมากอยู่แล้ว เพราะถึงจะไม่ได้รู้จักกันนานมากแต่ทั้งหมดก็อยู่ด้วยกันเหมือนพี่น้อง และเข้าใจกัน คอยซัพพอร์ทกันในทุกเรื่อง จึงไม่เคยมีสักครั้งที่ทะเลาะกัน อย่างมากก็แค่เดินไปสงบสติอารมณ์กันสักชั่วโมงสองชั่วโมง สุดท้ายก็กลับมาเคลียร์ใจไม่ให้ข้ามวัน
“ถ้างั้นก็ตกลงตามนี้นะ” อ้นที่สรุปคำตอบของทุกคน ก่อนจะหันไปหาน้าเจ้าของบ้านที่กำลังยืนรอฟังคำตอบ “สรุปว่าผมเราตกลงเช่าบ้านหลังนี้ครับคุณน้า”
“โอเคค่ะ งั้นน้าขอแจ้งรายละเอียดอีกครั้งนะคะ ค่าเช่าเดือนละหนึ่งหมื่นห้าพัน เงินมัดจำสองเดือน จ่ายล่วงหน้าหนึ่งเดือนก่อนจะออกก็แจ้งล่วงหน้าก่อนสามสิบวันนะคะ ส่วนค่าน้ำค่าไฟกับค่าส่วนกลางหมู่บ้านก็คิดตามบิลเลยค่ะ”
"ผมสามารถขนของย้ายเข้ามาวันนี้เลยได้ไหมครับ?"
"ได้สิค่ะ
“ถ้าอย่างงั้นเดี๋ยวผมขอตัวไปกดเงินก่อนนะครับ เออ..พอจะมีตู้เอทีเอ็มใกล้ๆ ไหมครับ” อ้นถามขึ้นเพราะตัวเองไม่ได้พกเงินมากขนาดติดตัวมาด้วยมันอันตราย
“มีค่ะ เดี๋ยวหนูเดินไปประมาณสามร้อยเมตรเลี้ยวซ้ายจะมีเซเว่นอยู่ค่ะ เดี๋ยวน้าขอตัวไปเอาหนังสือสัญญามาก่อนนะคะแล้วสำเนาบัตรประชาชนมีมาไหมค่ะ”
“มีครับ” พูดจบอ้นก็ยื่นสำเนาบัตรประชาชนให้ไป พร้อมกับตัวเองที่กำลังจะเดินไปกดเงิน
“เดี๋ยวครับน้า น้ามีบัญชีธนาคารไหมครับเดี๋ยวผมโอนให้ดีกว่าจะได้ไม่ต้องเดินไปกดเงิน” เลโอร้องถามและบอกเพื่อนเพราะเห็นว่าข้างนอกอากาศค่อนข้างร้อน กว่าอ้นจะเดินไปเดินมาก็เสียเวลาอีก
“มีค่ะ ถ้าจะโอนก็ได้คะ เลขที่บัญชีนะคะ xxxxxxxxxx ธนาคาร XXX ชื่อบัญชีนางธนาพร เป้าใหญ่คะ” เลโอเกือบหลุดขำพอได้ยินนามสกุลของคุณน้าเจ้าของบ้านจนอ้นต้องส่งสายตาปรามไป
เลโอกดมือถือสองสามทีก็มีเสียงข้อความดังเข้ามาในมือถือของคุณน้าเจ้าของบ้าน ซึ่งเมื่อเธอหยิบมาอ่านก็เป็นข้อความจากธนาคารที่แจ้งยอดเงินเข้าบัญชีของเธอจำนวนสี่หมื่นห้าพันบาทเรียบร้อยแล้ว
“เงินเข้าแล้วคะ เดี๋ยวรอน้าซักครู่นะคะ”
ในระหว่างที่หญิงวัยกลางคนเดินกลับไปเอาสัญญาทั้งห้าหนุ่มก็เริ่มแบ่งห้องกันแล้ว...
“ห้องนอนเล็กก็ให้ทีเร็กกับเดร็กก็แล้วกัน ส่วนห้องนอนใหญ่พี่สามคนก็นอนเหมือนเดิม” การแบ่งห้องไม่มีปัญหาเนื่องจากครั้งไหนๆ ทีเร็กกับเดร็กก็อยู่ห้องเดียวกันอยู่แล้ว ส่วนที่เหลือก็ไม่เคยมีปัญหาในการนอนกับใครเพราะการนอนเป็นอะไรที่ทำได้น้อยมาในชีวิตของพวกเขา
“แล้ววันนี้มีใครเข้าไปที่คลับหรือเปล่า?” โจ้ถามขึ้น และทุกคนก็ล้วนแล้วแต่ส่ายหน้าตอบคำถาม
“งั้นก็ดีเลย..วันนี้เดี๋ยวเรารีบย้ายของแล้วก็ไปกินเลี้ยงฉลองบ้านใหม่กันนะ” อ้นเสนอความคิดซึ่งก็แน่นอนมันย่อมต้องได้รับความเห็นชอบจากทุกคนอยู่แล้ว
หลังจากที่ทำสัญญาเสร็จพวกหนุ่มๆ ก็รับกุญแจบ้านมาจากคุณน้าเจ้าของบ้าน จากนั้นก็ไปจัดการย้ายของออกมาจากบ้านเช่าหลังเก่า ซึ่งหญิงวัยกลางคนยังคงยิ้มดีใจที่บ้านนี้มีคนมาเช่าซักทีแถมยังได้คนเช่าที่แต่ละคนก็หล่อๆ ทั้งนั้นด้วย
18.00 น.
“แม่ครับหนูกลับมาแล้ว” เสียงตะโกนของแอนดริวที่เขาจะทำทุกครั้งให้แม่รู้ ก่อนที่เขาจะรีบวิ่งขึ้นไปบนห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าจากเสื้อนักเรียนเป็นเสื้อกล้ามตัวใหญ่ๆ แขนกว้างๆ พอที่จะทำให้เห็นหน้าอกเนียนๆ วอบๆ แวมๆ พร้อมกับเดินปั่นลูกบาสบนนิ้วตัวเองลงบันไดมา
“แอนดริวเดี๋ยวก่อน ไปรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านให้แม่ก่อนค่อยไปเล่นบาสนะ” เสียงของแม่ที่ดังมาจากในครัวทำให้แอนดริวถึงกับพ่นลมหายใจ เพราะวันนี้กว่าเขาจะถึงบ้านก็เกือบหกโมงแล้ว ป่านนี้ไอ้สนกับไอ้ตังเมคงไปรอที่สนามบาสเรียบร้อยแล้ว
“เดี๋ยวหนูกลับมารดให้นะครับคุณแม่คนสวย ป่านนี้ไอ้สนกับไอ้ตังเมมันไปรอหนูที่สนามบาสแล้ว” แอนดริวไม่ได้รอฟังคำตอบพอๆ กับที่แม่ของเขาก็ไม่คิดจะพูดอะไรต่อ เพราะรู้ดีว่าลูกชายคนเดียวของเธอรักกีฬาบาสเกตบอลขนาดไหน ซึ่งนั้นก็ยังดีกว่าที่เธอจะต้องมานั่งกังวลหากลูกเธอเลือกที่จะไปเป็นเด็กเกเรติดยาเสพติดแบบนั้นเธอคงปวดหัวกว่าแน่ๆ
แอนดริวจูงจักรยานที่มีล้อพยุงออกจากตัวบ้านได้ เขาก็รีบปั่นไปที่สนามบาสหน้าหมู่บ้านเลยทันที ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับรถแท็กซี่สี่คันเข้ามาจอดเรียงตัวอยู่ที่หน้าบ้านเช่าของเขา ก่อนที่ชายหนุ่มทั้งห้าคนจะเดินลงมาจากรถเพื่อช่วยกันขนกระเป๋าที่แต่ละใบมีขนาดใหญ่มากๆ และอย่างน้อยแต่ละคนก็มีกันคนละสองกระเป๋า เมื่อของถูกขนลงมาหมดขบวนแท็กซี่ก็ค่อยๆ ทยอยออกไปซึ่งบางคันก็โชคดีที่ยังมีผู้โดยสารโบกต่อ แต่บางคันก็กลับออกไปอย่างว่างเปล่า
ทั้งห้าหนุ่มใช้เวลาในการจัดข้าวของตัวเองอย่างลวกๆ ก่อนจะลงมานั่งล้อมวงที่โต๊ะม้าหินอ่อนบนสนามหญ้าข้างบ้านที่ตอนนี้ช่างเป็นบรรยากาศที่เหมาะแก่การเลี้ยงฉลองเป็นที่สุด หม้อสุกี้ถูกต่อสายไฟพร้อมกับผักหมูทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมไว้ตั้งแต่รอบแรกที่พวกเขาขนตู้เย็นและเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ที่จำเป็นมาตั้งแต่ตอนบ่ายสามโมงแล้ว เพราะฉะนั้นรอบสุดท้ายจึงเหลือแค่กระเป๋าเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวเท่านั้น
“พี่ว่าคราวนี้เราคงต้องระวังตัวเองให้มากนะ อย่าพยายามให้ใครรู้ว่าเราทำงานอะไรกันจะดีกว่า ขี้เกียจย้ายบ้านแล้ว” อ้นพูดขึ้นกลางวงก่อนจะยกเบียร์ขวดเล็กเย็นๆ ขึ้นดื่ม
“ผมก็ว่าดีนะ แต่ที่นี่ไม่น่าจะมีใครถามอะไรมั้ง เพราะหมู่บ้านก็ไม่ได้ใหญ่แล้วก็คนไม่พลุกพล่านด้วย” โจ้พูดขึ้นหลังจากที่คีบชิ้นหมูเข้าปากไปเคี้ยว
"แต่ระวังตัวไว้ก็ดี" แล้วเลโอก็ยกเบียร์ขึ้นดื่มบ้าง
หลังจากนั้นเบียร์ขวดแล้วขวดเล่าก็ถูกเปิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนตอนนี้ที่พื้นเต็มไปด้วยขวดเบียร์ที่ตั้งเรียงกันเป็นแนวตามไหล่บ้าน ก่อนที่หลายคนจะเริ่มเดินเข้าบ้านและปล่อยหน้าที่ในการเก็บเป็นของโจ้กับอ้น ซึ่งมักจะเป็นคนที่คอยเก็บตลอดและพวกเขาสองคนก็ไม่ได้เกี่ยงอะไรเพราะแต่ละคนมีหน้าที่ของตัวเอง
