บทที่ 6 ผู้คุมเกม 5
เขากระเส่าออกมาอย่างหมดแรงอดกลั้น แรงตอดรัดถี่กระชั้นจากความสุขสมของเธอ ทำเอาเวกัสทนต่อไปได้อีกไม่เกินสองจังหวะ เขาดึงแล้วตอกก่อนรวบกอดร่างบางไว้แน่น ฝังแก่นกายเข้าไปจนลึกสุดใจ ท่อนลำกระตุกอยู่ในปลอกน้ำ ปลดปล่อยหยาดน้ำอุ่นซ่านพ่นเข้าไปในตัวเธอ พร้อมกับเสียงหอบคำรามที่ซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง
ความร้อนรุ่มพุ่งทะยานขีดสุด
เรือนร่างกำยำกระตุกเกร็งตามจังหวะคลื่นความสุขสมที่เธอยังคงบีบรัดเขาไว้ไม่ยอมปล่อย ผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่อยู่ใต้แผ่นหลังบอบบาง
ลมหายใจหอบกระเซ้าที่เป่ารดผิวของกันและกันนั้น... ร้อนระอุยิ่งกว่าเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงานอย่างหนักในห้องเสียอีก
ทั้งคู่นิ่งค้างอยู่ในท่วงท่าเดิม
เวกัสยังคงฝังตัวตนอยู่ภายใน กระตุกเกร็งเป็นระยะๆ ตามแรงตอดรัดเฮือกสุดท้ายที่ยังไม่สิ้นสุด
ควีนยังไม่ยอมคลายเรียวขาที่เกี่ยวรัดเอวสอบ และเล็บคมๆ ที่จิกลงบนต้นคอของเขาก็เพิ่งจะค่อยๆ คลายออกทีละนิ้ว ทิ้งรอยข่วนสีแดงเถือกเป็นทางยาวเอาไว้เป็นหลักฐาน
ลมหายใจของคนทั้งคู่เป่ารดผิวของกันและกัน ร้อนผ่าว เปียกชื้น และยังไม่กลับคืนสู่จังหวะปกติ
เขาไม่ได้ถอนแก่นกายออกในทันที
เวกัสซบหน้าผากลงกับซอกคอของเธอ หยาดเหงื่อจากไรผมหยดลงบนผิวเนื้อนุ่ม ภายในห้องกลับมาได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ดังพอที่จะกลบเสียงหัวใจที่เต้นรัวแรงของคนทั้งสองได้
มือใหญ่เลื่อนไปลูบไล้เอวคอดของเธออย่างเชื่องช้า... ไม่ใช่เพราะเขาอนุญาตให้ตัวเองแสดงความอ่อนโยน แต่เป็นเพราะปลายนิ้วของเขายังไม่อยากจะปล่อยมือจาก ‘รางวัล’ ที่เพิ่งช่วงชิงมาได้
ควีนนอนหอบหายใจรวยรินจ้องมองเพดานห้อง ดวงตาปรือฉ่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อ ลำคอระหงขยับสั่นยามที่เธอกลืนน้ำลาย ความรู้สึกอุ่นวาบและเติมเต็มยังคงค้างคาอยู่ภายใน มันอุ่นจัดและชื้นแฉะเสียจนเพียงแค่ขยับตัวนิดเดียว เธอก็ต้องเผลอขบกัดริมฝีปาก เพราะร่างกายยังคงไวต่อความรู้สึก
เธอรู้ดีว่าตัวเองควรจะผลักแผงอกกว้างของเขาออก ควรจะสรรหาคำพูดเจ็บแสบมาปิดเกม ควรจะลุกขึ้นไปเก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจาย แล้วเดินเชิดหน้ากลับไปสวมมงกุฎดาวคณะที่ไม่เคยมียอมลดตัวลงมานอนกับกัปตันทีมบาสเกตบอลที่เพิ่งเจอหน้ากันเป็นครั้งแรก
แต่แขนเรียวที่โอบกอดรอบลำคอของเขากลับยังไม่ยอมตกลงมา
“บทจะยอม... เธอก็ไม่ได้หนีเก่งเท่าตอนที่ปากดีนี่นา” เวกัสเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังชิดซอกคอ
ควีนเบือนหน้ากลับมามอง ปลายจมูกรั้นเฉียดชนกับสันจมูกโด่งของเขา ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะคลี่ยิ้ม... เป็นรอยยิ้มของคนที่เพิ่งจะคว้าชัยชนะ และเพิ่งจะก้าวพลาดอย่างมหันต์ไปพร้อมๆ กัน
“บทจะเสร็จ... นายก็ไม่ได้อึดทนเก่งเท่าที่คุยโม้ไว้เหมือนกันนี่”
เวกัสหลุดเสียงหัวเราะหึในลำคอ ก่อนจะค่อยๆ ถอนแก่นกายออกจากตัวเธอช้าๆ
ความรู้สึกว่างเปล่าโถมทับเข้ามาแทนที่ความอุ่นวาบ ควีนเผลอหลับตาลงชั่วครู่ ต้นขาด้านในสั่นระริก หยาดคาวน้ำรักขาวขุ่นผสานน้ำสุขสมของเธอเอ่อไหลลงมาตามเรียวขา
เวกัสทอดสายตามองภาพความเย้ายวนนั้นจนตาค้าง ลูกกระเดือกแกร่งขยับขึ้นลง เขาโน้มตัวลงไปจูบที่หัวเข่ามนของเธอหนึ่งครั้ง โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตใคร แล้วจึงทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาอยู่เคียงข้าง
ระยะห่างบนเตียงคิงไซส์ยังคงแนบชิด
ไหล่ชนไหล่ ท่อนแขนแข็งแรงของเขายังคงพาดทับอยู่บนหน้าท้องแบนราบ นิ้วโป้งของเขาลูบไล้ไปมาใต้สะดือบุ๋มของเธอโดยไม่รู้ตัว
ควีนไม่ได้ปัดมือนั้นทิ้ง เธอเพียงแค่เบือนหน้าไปทางหน้าต่าง แสงสว่างจากเมืองหลวงยังคงเจิดจ้า และเสียงจังหวะดนตรีจากปาร์ตี้ด้านนอกก็เพิ่งจะแทรกซึมผ่านกำแพงเข้ามาให้ได้ยินเป็นระลอก
ราวกับว่าห้องนอนสี่เหลี่ยมแห่งนี้ ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเอาไว้ชั่วคราว
รอยเล็บข่วนบนต้นคอและลาดไหล่ของเวกัสเริ่มปรากฏเป็นสีแดงเข้มขึ้นเรื่อยๆ ควีนมองเห็นหลักฐานนั้นเต็มสองตา แต่เธอก็ยังไม่คิดจะเอ่ยปากขอโทษ
ส่วนเวกัสเองก็ไม่ได้ปริปากถาม เขายกปลายนิ้วขึ้นแตะรอยแผลนั้นเบาๆ ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากราวกับกำลังเก็บรวบรวมหลักฐานชิ้นสำคัญ
“เล็บเธอคมใช้ได้เลยนะ”
“ริมฝีปากนาย... ก็ไม่ได้นุ่มนวลอะไรขนาดนั้นหรอก”
ความเงียบโรยตัวลงมาปกคลุมอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ความเงียบเพราะความเหนื่อยหอบจากการออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง หากแต่เป็นความเงียบเพราะคนทั้งคู่ต่างก็ไม่รู้ว่า ประโยคสนทนาถัดไปของพวกเขาควรจะเป็นเรื่องอะไรดี
ควีนเหลือบไปเห็นเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทของเวกัสตกกองอยู่ไม่ไกลจากขอบเตียง กระดุมเม็ดบนหลุดหายไปหนึ่งเม็ด แขนเสื้อที่เคยพับไว้อย่างมีสไตล์บัดนี้หลุดลุ่ยยับเยิน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงของเขายังคงติดตรึงอยู่ที่เนื้อผ้า ชัดเจนยิ่งกว่ากลิ่นที่ติดอยู่บนผ้าปูที่นอนเสียอีก
เธอจ้องมองเสื้อตัวนั้นเนิ่นนานเกินกว่าที่ควรจะเป็น มองจนกระทั่งเวกัสเลื่อนสายตาตามไปและพบกับของชิ้นเดียวกัน
“หยุดความคิดนั้นซะ” เขาเอ่ยเสียงเรียบ
ควีนเลิกคิ้ว “ความคิดอะไร”
“ความคิดที่ว่า... เธอจะหยิบเสื้อตัวนั้นมาใส่ แล้วเชิดหน้าเดินออกไปจากห้องนี้น่ะ”
ควีนไม่ได้เอ่ยปากตอบรับหรือปฏิเสธ ซึ่งความเงียบงันของเธอ มันเป็นคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าการสารภาพเสียอีก
เวกัสจึงเอื้อมมือยาวๆ ไปคว้าเสื้อเชิ้ตตัวนั้นขึ้นมา ก่อนจะโยนมันลงไปพาดทับบนแผงอกของเธอ ราวกับคนพาลที่ยังไม่ยอมปล่อยให้ข้าวของๆ ตัวเองคลาดสายตาไปไหน
ควีนจับชายเสื้อตัวนั้นไว้ ปลายนิ้วเรียวคลึงเนื้อผ้าเล่นเบาๆ ค่อยๆ ปิดเปลือกตาลง โดยปล่อยให้มือใหญ่ของเขายังคงวางทาบทับอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตตัวนั้นต่อไป
ภายนอกห้องยังคงมีเสียงผู้คนกรีดร้องอย่างสนุกสนาน ยังคงมีเสียงแก้วเหล้ากระทบกัน และยังคงมีจังหวะดนตรีที่ดังกึกก้องไม่รู้จักจบสิ้น
แต่ภายในห้องนอนแห่งนี้... หยาดเหงื่อเริ่มเย็นเยียบ รอยเล็บเริ่มส่งความรู้สึกแสบสัน และเกมการแข่งขันที่ทั้งคู่ต่างก็ไม่ยอมจำนนที่จะเรียกชื่อสถานะ
เหลือทิ้งไว้เพียงหลักฐานเป็นเสื้อเชิ้ตยับๆ หนึ่งตัว รอยข่วนบนต้นคอ และความร้อนรุ่มที่ยังไม่จางหายไปจากร่างกายของเธอ
ควีนรู้ดีว่า... ถ้าหากเธอเผลอหลับไปในคืนนี้
เช้าวันพรุ่งนี้... เธอจะไม่มีทางตื่นขึ้นมานอนรอให้เขาลืมตาก่อนอย่างแน่นอน
ส่วนเวกัสเองก็ตระหนักถึงความจริงข้อนั้นดี เขาจึงกดริมฝีปากลงจุมพิตที่ไรผมของเธอเบาๆ หนึ่งครั้ง โดยไม่เอ่ยปากห้ามปรามใดๆ
ค่ำคืนนี้ยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าจะรุ่งสาง
แต่เกมบนเตียงภายในห้องนี้ ได้จบลงตรงที่ไม่มีใครยอมรับความพ่ายแพ้
และไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถามเลยว่า... เมื่อรุ่งเช้ามาเยือน พวกเขาจะเหลืออะไรทิ้งไว้ให้กันและกันบ้าง
