บทนำ
กัปตันทีมบาสจอมเถื่อนอย่าง 'เวกัส' ไม่เคยถูกผู้หญิงคนไหนฟันแล้วทิ้งมาก่อน แต่ 'ควีน' ดาวนิเทศศาสตร์ตัวแม่กลับกล้าทำแบบนั้น แถมยังใส่เสื้อเชิ้ตเขาเดินลอยหน้าลอยตากลับบ้าน!
การตามทวงสิทธิ์กลางโรงยิมนำไปสู่คลิปไวรัลที่ทำให้พวกเขาต้องกลายเป็น 'คู่จิ้น' จำเป็น
ภายใต้ข้อตกลง "หน้ากล้องเล่นสคริปต์ ลับหลังกล้องห้ามล้ำเส้น"
แต่สำหรับหมาล่าเนื้อที่โดนลูบคม... กฎมีไว้เพื่อแหก และเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อรุกฆาตหัวใจยัยราชินีน้ำแข็งคนนี้ให้จงได้!
บท 1
“กรี๊ดดด! หมดแก้ว! หมดแก้ว!”
เสียงแผดร้องประสานกันระเบิดดังแข่งกับจังหวะเบสหนักหน่วงที่อัดกระแทกออกมาจากลำโพงราคาเหยียบเจ็ดหลัก
แก้วช็อตถูกยกขึ้นพร้อมกันทั้งโซนเกาะครัวหินอ่อน ก่อนจะมีใครสักคนล้มลงไปนั่งหัวเราะร่วนบนพื้นกระเบื้องเงาวับทันทีที่เหล้าดีกรีแรงบาดคอไหลลงสู่กระเพาะ
ไฟนีออนสีม่วงสลัวสาดตัดกับแสงสีของเมืองหลวงนอกกระจกบานยักษ์ ทำให้เพนต์เฮาส์หรูทั้งชั้นดูราวกับเปิดลานประลองมาเพื่อให้ใครสักคนตกเป็นผู้แพ้ในค่ำคืนนี้
ควีนชะงักฝีเท้าอยู่ตรงธรณีประตูเพียงแค่เสี้ยววินาที
เธอกวาดสายตามองภาพความวุ่นวายตรงหน้า ทันใดนั้นผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่มปาร์ตี้ก็หันมาเห็นเข้าพอดี เขาเบิกตากว้างก่อนจะกึ่งเดินกึ่งเซเข้ามาทักทายด้วยท่าทีตื่นเต้น
“อ้าว! น้องควีน ดาวนิเทศ... เพิ่งมาถึงเหรอครับ ดื่มอะไรหน่อยไหม” เขายื่นแก้วค็อกเทลสีสวยใส่น้ำแข็งมาให้ถึงมือ
ควีนรับแก้วคริสตัลใบนั้นมาถือไว้ ส่งยิ้มบางเบาตามฉบับตัวแม่
“ขอบคุณค่ะ”
มายด์ที่เพิ่งเดินตามเข้ามาติดๆ รีบคว้าแขนเพื่อนสนิทหมับ ก่อนจะตะเบ็งเสียงฝ่าความอึกทึกของปาร์ตี้ให้ได้ยินกันสองคน
“มึง! เห็นผู้ชายตัวสูงๆ ที่ยืนอยู่ตรงกลางวงโต๊ะนั่นไหม นั่นเวกัส กัปตันบาสตัวจริงเสียงจริงเลยนะเว้ย!”
แทนที่ควีนจะตื่นเต้นตามเพื่อน เธอกลับทำเพียงปรายตามองไปทางกลุ่มคนพวกนั้น ก่อนจะดึงสายตากลับมาอย่างรวดเร็วโดยไม่ยอมให้ใครจับสังเกตได้ว่าเธอสนใจเจ้าของห้องแห่งนี้
และเอาเข้าจริง... ควีนก็ไม่ได้ต้องการให้มายด์มาคอยชี้เป้าหรอก เพราะสายตาของคนค่อนห้องล้วนไหลไปกระจุกรวมอยู่ที่เจ้าของแผ่นหลังกว้างในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ คนนั้นโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว
เขาสูงตระหง่าน ยืนล้วงกระเป๋ากลางวงล้อมอย่างคนคุ้นชินกับการเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาล แก้วคริสตัลในมือใหญ่ยังไม่ทันจะพร่องดี ก็มีผู้หญิงหน้าตาจิ้มลิ้มเสนอตัวยื่นขวดเหล้าขวดใหม่มาให้ถึงที่
ควีนเบือนหน้าหนี เมินความฮอตของเขาไปในทันที
เธอไม่หยุดทักทายใครเพิ่ม ไม่ฉีกยิ้มใส่กล้องมือถือเครื่องไหน ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำสนิทเพียงแค่เดินเบี่ยงไหล่หลบผู้คน ถือแก้วค็อกเทลติดมือแหวกว่ายผ่านแสงไฟสลัว ตรงดิ่งไปยังโซฟาหนังสีดำตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมกระจกมุมในสุด
โซฟาที่ว่างเปล่า... เพราะไม่มีใครหน้าไหนในงานกล้าเฉียดเข้าไปนั่งนานๆ
แล้วเธอก็ทิ้งตัวลงนั่ง ไขว่ห้างอย่างสง่างาม วางกระเป๋าแบรนด์เนมใบจิ๋วไว้ข้างกายด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านคนอื่น
มายด์ยังคงยืนอึ้งค้างอยู่กับที่ไปสองวินาทีเต็มๆ ก่อนจะรีบทรุดตัวลงนั่งเบียดติดเพื่อนสนิท แล้วเบือนหน้าหนีไปทางวงเหล้าด้วยความหวาดระแวง
“แกเลือกที่นั่งตัวสุดท้ายที่ควรจะเลือกเลยนะควีน”
“ก็มันว่าง” ควีนตอบสั้นๆ ไม่แยแส
มือเรียวยกขึ้นทัดปอยผมที่ตกลงมาเคลียข้างแก้มไว้ทัดหู ยกแก้วค็อกเทลในมือขึ้นจิบช้าๆ โดยไม่คิดจะปรายตามองไปทางกลุ่มของเวกัสอีกเป็นครั้งที่สอง
“ใครจะมานั่งก็เรื่องของเขา”
ฝั่งเคาน์เตอร์ครัวหินอ่อน เวกัสกำลังรู้สึกรำคาญใจถึงขีดสุด
ผู้หญิงสองคนข้างกายกำลังพยายามพูดแข่งกันจนเสียงแหลมๆ นั้นตีกันมั่วไปหมด มือของใครคนหนึ่งยังถือวิสาสะวางทาบลงบนท่อนแขนของเขาโดยไม่จำเป็น
กัปตันหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอให้พอเป็นพิธี ก่อนจะหมุนแก้ววิสกี้ในมือเล่นหนึ่งรอบแล้วหันหน้าหนีความน่าเบื่อหน่ายนี้
แล้วสายตาคมกริบของเขาก็ปะทะเข้ากับโซฟาตัวนั้น
‘ที่นั่งประจำ’ ของเขากำลังถูกจับจองโดยผู้หญิงหน้าแปลกที่เขาไม่เคยมองเห็นมาก่อน
เธอนั่งไขว่ห้างอวดเรียวขาขาวผ่อง แผ่นหลังบอบบางพิงกระจกบานใส แสงไฟส้มจากตึกระฟ้าด้านนอกสาดส่องเข้ามาตกกระทบเส้นกรอบหน้าของเธอ ทำให้ใบหน้าสวยเฉี่ยวดูคมและเย่อหยิ่งจองหองโดยที่ไม่ต้องพยายามทำอะไรเพิ่มเลยสักนิด
และสิ่งที่แย่ยิ่งกว่าความสวยเตะตา... คือแววตาคู่สวยเมื่อครู่นี้
เธอเดินถือแก้วผ่านหน้าเขาไปได้หน้าตาเฉย โดยไม่แม้แต่จะแกล้งเหลือบตามองเขาเลยแม้แต่มิลลิเมตรเดียว
สัญชาตญาณดิบเถื่อนที่คุ้นเคยกับการไล่ล่าบาสเกตบอลในสนาม และไล่ต้อนคนขวางทาง จึงขยับทำงานก่อนที่สมองจะสั่งห้าม
เวกัสกระแทกแก้ววิสกี้ลงบนเคาน์เตอร์บาร์ดัง คลิก
ขายาวก้าวอาดๆ ตัดฝ่าความวุ่นวายของฝูงชนไปอย่างเงียบเชียบ โดยไม่แม้แต่จะหันไปตอบรับเสียงหวานๆ ของบรรดาสาวๆ ที่ร้องเรียกชื่อเขากระจองอแงตามหลัง
ภู รองกัปตันทีมที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ พยายามยื่นแขนออกมาหวังจะกันเพื่อนไว้พอเป็นพิธี แต่ก็จำต้องชักมือกลับแทบไม่ทันเมื่อเห็นทิศทางที่กัปตันจอมเถื่อนกำลังมุ่งหน้าไป
มายด์เบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสูงตระหง่านกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ เธอถลึงตาใส่เพื่อนสนิทรัวๆ ทว่าควีนกลับยังคงนั่งนิ่งไม่ยอมลุก
เธอเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย... ราวกับกำลังนั่งรอให้โลกทั้งใบพุ่งเข้ามาชนเธอเอง
เขาหยุดยืนตระหง่านอยู่ตรงพนักโซฟาตัวใหญ่ ก่อนจะท้าวแขนแข็งแรงลงไปค้ำยันข้างศีรษะทุยสวยของเธอ โดยไม่ยอมก้มศีรษะต่ำลงไปกว่าระยะที่จำเป็น
“ตรงนี้... มีชื่อเจ้าของ” น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเอ่ยขึ้นเรียบๆ
ควีนค่อยๆ แหงนหน้าขึ้นช้าๆ กวาดสายตาพิจารณาผู้ชายตรงหน้าตั้งแต่ปลายรองเท้าหนังไล่ขึ้นมาจนถึงปลายคางสาก ก่อนจะเหยียดยิ้มบางเบา... บางเสียจนแทบไม่อาจเรียกว่ารอยยิ้ม
“ก็เห็นว่าไม่มีป้ายแปะไว้นี่คะ”
“ป้ายน่ะ... มันอยู่ที่คนทั้งห้องนี้ไม่มีใครกล้ามานั่งต่างหาก”
“งั้นคนทั้งห้องก็คงขี้อายมั้งคะ”
เธอกระดิกปลายเท้า สลับขาไขว่ห้างใหม่ให้ดูชัดเจนขึ้นอีกนิด ประหนึ่งจงใจท้าทาย
“แต่เผอิญว่า... ฉันไม่”
เวกัสแค่นเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าจากฤทธิ์แอลกอฮอล์และจากความขบขันที่ไม่เต็มใจ
เขาเอื้อมมือไปคว้าขวดเตกีลาราคาแพงหูฉี่ที่วางทิ้งไว้ริมโต๊ะกระจก นำมาตั้งกระแทกลงตรงกลางระหว่างเธอกับเขาเสียงดัง โครก ก่อนจะใช้มือเพียงข้างเดียวบิดหมุนฝาขวดออกโดยไม่คิดจะขออนุญาตใคร
“ลุก” เขาออกคำสั่งสั้นๆ
“ไม่” เธอสวนกลับทันควัน
“หรือมึงคิดว่ากูกำลังขอร้อง?” สรรพนามเริ่มเปลี่ยนไปตามระดับความหงุดหงิด
“ก็นายเพิ่งขอไปแล้วไง” ควีนพยักพเยิดคางไปที่ขวดเหล้าตรงหน้า “และนายก็ได้คำตอบชัดเจนไปแล้วด้วย”
มายด์กระแอมไอเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ กระดึบถอยกรูดไปจนสุดขอบโซฟา เพราะบรรยากาศรอบตัวเริ่มอึดอัดและอันตรายเกินกว่าที่จะนั่งเป็นผู้ชมชั้นดีได้อีกต่อไป
คนรอบวงเหล้าเริ่มหันมามองความตึงเครียดที่มุมห้องกันบ้างแล้ว บางคนล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมตัว แต่ยังไม่มีใครใจกล้าพอจะกดเปิดแฟลชถ่ายรูป
เวกัสปรายตาสังเกตเห็นปฏิกิริยาเหล่านั้น แล้วมุมปากหยักก็ยิ่งกระตุกยิ้มลึกขึ้น เพราะเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้มุมนี้เงียบสงบตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
เขาตั้งใจ... จะบีบให้ผู้หญิงอวดดีคนนี้ยอมจำนนต่างหาก
“เกมหนึ่งตา” เขาเอ่ยท้าทาย น้ำเสียงกดต่ำกว่าจังหวะเพลงที่ดังก้อง “ชนะ... กูลุกให้เอง แพ้... มึงย้ายก้นออกไปซะ”
ควีนปรายตามองขวดเตกีลา สลับกับมองรอยยิ้มร้ายกาจนั้นอีกครั้ง
ก่อนที่มือเรียวสวยจะเอื้อมไปหยิบแก้วช็อตใบจิ๋วสองใบจากถาดข้างโซฟา นำมาวางเรียงเคียงคู่กัน ปลายนิ้วที่เคลือบสีเล็บเข้มกรีดกรายอย่างใจเย็น
“ขอเพิ่มกติกาได้ไหม”
“โลภ” เขาดักคอ
“ไม่ได้โลภ” เธอจัดการรินเหล้าสีใสลงในแก้วช็อตของตัวเองจนปริ่มแทบล้น “แค่ไม่ชอบเล่นตามกติกาที่นายเอาเปรียบตั้งขึ้นมาคนเดียวต่างหาก”
เวกัสเลิกคิ้ว ยอมเอียงขวดเตกีลารินเหล้าลงแก้วตัวเองบ้างโดยไม่ปริปากเถียง
เพราะคำท้าทายแสนอวดดีนั้น... มันทำให้เลือดในกายของเขาสูบฉีดพลุ่งพล่านและเต้นแรงยิ่งกว่าตอนที่ถูกท้าดวลบนคอร์ทบาสเกตบอลเสียอีก
ทั้งคู่ยกแก้วขึ้นชนกันเสียงดัง แต๊ก ท่ามกลางเสียงเบสหนักๆ ที่สั่นสะเทือนพื้นห้อง ก่อนจะแหงนหน้ากระดกเหล้าบาดคอรวดเดียวจนหมดแก้วพร้อมกัน
ควีนกระแทกแก้วลงบนโต๊ะเป็นคนแรก สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมแม้แต่น้อย มีเพียงเสียงพ่นลมหายใจออกยาวๆ หนึ่งครั้ง
ขณะที่เวกัสเดาะลิ้นดัง จิ๊ ยกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเป็นเชิงชื่นชมโดยไม่ยอมเอื้อนเอ่ยคำชมออกมาสักคำ
รอบที่สอง... ควีนเป็นฝ่ายรินเหล้าเอง
รอบที่สาม... เวกัสกระแทกขวดเทเหล้าแรงขึ้นจนกระฉอก
รอบที่สี่... มายด์เริ่มกระตุกแขนเพื่อนด้วยความห่วงใย แต่กลับถูกสะบัดออกอย่างไม่ไยดี
พอเข้าสู่รอบที่ห้า... พวงแก้มใสของควีนเริ่มซับสีเลือดฝาดระเรื่อ ทว่าแววตาคู่สวยยังคงแข็งกร้าวและนิ่งสนิท
ส่วนเวกัสที่น่าจะคุ้นชินกับฤทธิ์แอลกอฮอล์มากกว่า กลับเป็นฝ่ายพลาดจังหวะ วางแก้วช็อตลงบนโต๊ะเร็วกว่าเธอไปเพียงหนึ่งวินาที... ซึ่งแน่นอนว่าสายตาเฉียบคมของควีนจับสังเกตได้ทันที
“นายแพ้”
“ยังไม่ได้เริ่มนับเลย” เขาเถียงข้างๆ คูๆ
“นับแล้ว” ควีนเหยียดยิ้มกว้าง กว้างกว่าตอนที่เดินก้าวเข้ามาในห้องนี้เสียอีก “มือนายสั่น”
เวกัสก้มลงมองปลายนิ้วสากของตัวเองที่สั่นระริกน้อยๆ ก่อนจะยอมหลุดเสียงหัวเราะหึออกมาสั้นๆ
เพราะการดันทุรังปฏิเสธตอนนี้ คงจะดูน่าสมเพชและน่าเกลียดกว่าการยอมรับความพ่ายแพ้ต่อหน้าคนทั้งห้อง
เขาเอนหลังพิง ยอมปล่อยมือที่ค้ำยันพนักโซฟาออก ก่อนจะยกขวดเตกีลาขึ้นมาทำท่าจะส่งให้เธอราวกับผู้แพ้ที่ยอมจำนนตามกติกา ทว่า... แทนที่เขาจะถอยห่างออกไป
เขากลับโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้... ใกล้เสียจนลมหายใจร้อนผ่าวที่เจือปนด้วยกลิ่นเตกีลาเป่ารดลงบนใบหูบางของเธอ
คนรอบข้างยังคงส่งเสียงฮือฮา ยังคงกรี๊ดกร๊าด และส่งเสียงเชียร์ให้รินเหล้าเพิ่ม
ไม่มีใครในบริเวณนั้นได้ยินประโยคถัดมา... นอกจากควีน
“ลุก…” เขากระซิบช้าๆ เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าลอดไรฟัน “หรือจะให้กู... อุ้มลง”
แต่ควีนกลับไม่สะทกสะท้านและไม่ยอมขยับหนี
เธอเพียงแค่เอี้ยวใบหน้าหันเข้าไปหาเขาอีกนิด... นิดเดียวจนปลายผมดัดลอนของเธอเกือบจะปัดไล้ปลายคางสากของเขา ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับว่าเธอยังคงนั่งสง่างามเป็นราชินีอยู่ในอาณาจักรของตัวเอง
“นายเพิ่งแพ้เกมไปนะเวกัส” เธอปรายตามองริมฝีปากหยัก “อย่าเพิ่งรีบมาทำตัวกร่าง... เป็นเจ้าของห้องแถวนี้เลย”
เวกัสกระตุกยิ้ม เขาไม่แปลกใจที่เธอเรียกชื่อ เพราะใคร ๆ ย่อมรู้จักเขา และรอยยิ้มนั้นไม่ได้ดูสุภาพ... มันไม่ใช่รอยยิ้มของคนที่ตั้งใจจะยอมปล่อยโซฟาตัวโปรดตัวนี้ คืนให้ผู้หญิงอวดดีคนไหนง่ายๆ อย่างแน่นอน
บทล่าสุด
#40 บทที่ 40 ปฐมพยาบาลกลางสปอตไลต์
อัปเดตล่าสุด: 9/21/2026#39 บทที่ 39 เบรกศึกด้วยตัวเลข
อัปเดตล่าสุด: 9/21/2026#38 บทที่ 38 บาดเจ็บกลางอากาศ
อัปเดตล่าสุด: 9/21/2026#37 บทที่ 37 ตราประทับที่ไร้การซ่อนเร้น
อัปเดตล่าสุด: 9/21/2026#36 บทที่ 36 สุดโคน รถกระเทือน
อัปเดตล่าสุด: 9/21/2026#35 บทที่ 35 มือทาบกระจกฝ้า
อัปเดตล่าสุด: 9/21/2026#34 บทที่ 34 คร่อมในรถ
อัปเดตล่าสุด: 9/21/2026#33 บทที่ 33 คำตอบที่ซ่อนอยู่ในจูบ
อัปเดตล่าสุด: 9/21/2026#32 บทที่ 32 เส้นแบ่งความจริงกับความจิ้น
อัปเดตล่าสุด: 9/21/2026#31 บทที่ 31 พื้นที่แคบกับคำขู่ของหมาล่าเนื้อ
อัปเดตล่าสุด: 9/21/2026
คุณอาจชอบ 😍
ม่านหมอก
BAD PRINCE | พันธะร้ายเจ้าชายรัชทายาท
“ขอเหตุผล“ เจ้าชายมาร์คัสเอ่ยถามภรรยาสาว
“หม่อมฉันอยากได้อิสระเพคะ“ ดวงตาคมจ้องเข้มมองภรรยาอย่างพินิจพิจารณา
“เราจะหย่าก็ต่อเมื่อเราอยากได้สิ่งที่ต้องการ“ เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยพร้อมโคลงแก้ววิสกี้ในมืออย่างใช้ความคิด
“ตรัสมาเลยเพคะว่าพระองค์ต้องการสิ่งใด“
“มีโอรสให้เรา แล้วเรานะปล่อยเจ้าไป“
“…“
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้













