บทที่ 1 EP.1 แต่งงาน

ร้านอาหาร

ครอบครัวรวมตัวกันพร้อมหน้า ความอบอุ่นล้อมรอบโต๊ะอาหาร แต่ตี๋ใหญ่ลูกชายคนเดียวกำลังเครียดกับเรื่องธุรกิจ

"งานผมโอเคนะครับ แต่เรื่องที่ดินนี่วุ่นวายชะมัด"

"วุ่นวายยังไง หรือแกไม่มีฝีมือ?"

"ไม่ใช่แบบนั้นครับ"

"แต่แกบอกว่าจะยืมที่ดินแถวดอยไปตั้งโรงงานชั่วคราวนี่"

พ่อวางช้อนตักซุปลง จ้องหน้าลูกชายอย่างจริงจังด้วยความสงสัย ขณะเดียวกัน ไฟเยอร์ กับ เพลิงกัลป์ หลานชายแฝด วัยมัธยมปลาย ก็ก้าวเข้ามาเพราะเพิ่งเลิกเรียน

"หวัดดีครับปู่ หวัดดีครับย่า"

หลานชายแฝดรีบวิ่งไปหอมแก้มปู่ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ ปู่ยิ้มเอ็นดู ก่อนหันมามองลูกชายต่อ "ทำไมแกถึงต้องยืมที่ดินฉันล่ะตี๋ใหญ่"

"ก็แค่ยืมที่มาสร้างโรงงานชั่วคราวครับ ดิลยังไม่เคลียร์ แพงเกินไป"

"แพงแล้วไม่คุ้มก็อย่าลงทุน หาเงินเองได้ก็ควรรู้จักบริหาร อย่าไปใช้กับสิ่งไม่จำเป็น"

"เพราะเจ้าของที่ดินเขี้ยวมากกว่า"

"ไม่ใช่แค่เรื่องที่ดินหรอก แต่แกใช้เงินไม่คิดนี่แหละ ถึงถูกบีบให้จ่ายหนัก"

พ่อบ่นด้วยความหวังดี เพราะยังเห็นว่าลูกชายยังขาดความรอบคอบเรื่องธุรกิจอยู่

จู่ๆ ไฟเยอร์ก็พูดแทรก "ปู่ครับ ผมอยากได้ที่แถวเจริญเมืองเปิดร้านสัก แต่แพงมาก พ่อไม่ซื้อให้"

"เท่าไหร่ อยากได้ตึกไหน บอกมา เดี๋ยวปู่จัดให้"

"ปู่ฮอตใจดีที่สุด! ผมรักปู่คร้าบ"

"เออๆ รักเหมือนกัน"

ตี๋ใหญ่ถึงกับแน่นิ่งขมวดคิ้วเข้มสบถเสียงเบาๆ

"อ้าววววววว…"

ไฟเยอร์ไม่รอช้า กระโดดไปหอมแก้มปู่ซ้ำอีกที

และนั่นแหละวลีที่ว่า 'รักลูกเท่าไหร่ รักหลานมากกว่า'

หลายปีผ่านไป..

Tattoo มาลองYES.

ย่านใจกลางเมืองที่ผู้คนพลุกพล่าน รายล้อมด้วยตึกสูงราคาแพง มีร้านสักชื่อดังแห่งหนึ่งซ่อนอยู่ในซอกหลืบ เจ้าของร้านเป็นเพียงนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชน แต่ด้วยความสามารถและการฝึกฝนอย่างหนัก ทำให้มีลูกค้าจองคิวไม่เคยขาด

"ทำไมย่าต้องบังคับผมด้วย! แม่ก็รู้ว่าผมไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวาย" เสียงลูกชายเอ่ยอย่างหงุดหงิด "แล้วยิ่งเป็นเด็กบ้าคนนั้น ยิ่งรำคาญ"

"เพราะบ้านเราสนิทกันน่ะสิ ฝั่งบ้านของหนูละเมอโดนคนนินทาจนเรื่องเริ่มบานปลาย แม่เองก็ขัดใจปู่กับย่าของลูกไม่ได้" แม่พยายามเกลี้ยกล่อม

"ไม่ใช่เพราะมันหรอกเหรอ ที่ตามผมต้อยๆ!"

"อย่าเรียกน้องว่ามันนะไฟเยอร์!" แม่ขมวดคิ้วดุ "สอนไม่รู้จักจำ ผู้ชายควรเป็นสุภาพบุรุษ อย่าทำตัวสันดานเสียเหมือนพ่อให้มันมากได้ไหม"

ผู้เป็นพ่อที่กำลังจิบกาแฟถึงกับสะดุ้ง แต่ก็ไม่กล้าขัดภรรยา หลังจากพูดคุยและออกคำสั่งอยู่พักใหญ่ ในที่สุดไฟเยอร์ก็ปฏิเสธการแต่งงานที่เขาไม่ต้องการไม่ได้

"อย่าเพิ่งตัดสินคนจากภายนอกสิ" เสียงทุ้มของชายหนุ่มอีกคนดังขึ้นพร้อมใบหน้าหล่อไร้ที่ติ เขาเดินเข้ามาเลิกคิ้วให้ "ไม่แน่นะ ตอนแก้ผ้าอาจสวยจนมึงเพ้อหาทุกวันก็ได้"

"แล้วทำไมมึงไม่แต่งเองวะไอ้เพลิงกัลป์!"

"ก็กูไม่ใช่ผู้ชายที่น้องละเมอชอบนี่หว่า"

"ถ้ามึงเป็นกู มึงก็ไม่อยากแต่งเหมือนกัน!"

แม่ถอนหายใจยาวบ่นพึมพำ "คลอดตามกันมาแท้ๆ ยังจะกัดกันเหมือนหมาอีก ช่วยทำตัวให้มันดีๆ หน่อยได้ไหม อุ้มท้องมาตั้งเก้าเดือน สันดานเหมือนพ่อทุกตัวเลย!"

"ที่รัก เรากลับกันเถอะ" สามีที่นั่งฟังอยู่นานรีบคว้ากุญแจรถทันที

"ยังคุยกับลูกไม่เสร็จ จะรีบไปไหนคะ"

"อยู่นานพ่อมัน! สะดุ้งจนใจสั่นหมดละ"

"แล้วมันจริงไหมล่ะ? สันดานเสียทั้งพ่อทั้งลูก"

ประโยคนั้นไม่ทำให้ลูกชายทั้งสองสะทกสะท้านแม้แต่น้อย กลับหัวเราะออกมาอย่างขบขัน ส่วนพ่อได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา "แม่ไปก่อนนะ"

"รักแม่นะครับ" สองหนุ่มพูดพร้อมกันอย่างรู้หน้าที่

ครอบครัวนี้มีลูกชายทั้งหมดสองคน เป็นฝาแฝดที่คลานตามกันมา แม้รูปร่างหน้าตาจะเหมือนกันจนแทบแยกไม่ออก แต่กลับมีนิสัยต่างกันสุดขั้ว

เพลิงกัลป์ แฝดพี่ อายุยี่สิบสามปี หน้าตาดี สุภาพ เรียบร้อย รักความสะอาด อีโก้สูง เจ้าระเบียบ สูง 193 เซนติเมตร เรียนวิศวะไฟฟ้าปี 3 สวมแว่นเพราะสายตาสั้นตั้งแต่เด็ก

ไฟเยอร์ แฝดน้อง แฝดน้อง อายุยี่สิบสามปี หล่อเหลาพอๆ กัน แต่อารมณ์ร้อน เอาแต่ใจ ไม่ชอบโดนบังคับ เจ้าชู้ สูง 192 เซนติเมตร เรียนวิศวะไฟฟ้าปี 3 เช่นกัน

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทั้งสองเหมือนกัน คือพวกเขาหลงใหลในศิลปะ จึงเลือกเรียนสายงานที่เกี่ยวข้องและร่วมกันเปิดร้านสักขึ้นมา ทว่าเพลิงกัลป์ แฝดพี่ ยังมีอีกความหลงใหลคือเรื่องรถ เขาจึงเปิดอู่ซ่อมรถเป็นของตัวเองควบคู่ไปด้วย แม้ทั้งคู่จะต้องเรียนหนังสือแต่ก็ไม่เคยเป็นอุปสรรค

คลับบาร์

อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ไฟเยอร์ก็รีบออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังสถานที่นัดหมาย ปกติเขามักเจอกับกลุ่มเพื่อนสนิทอยู่แล้ว เพราะพ่อแม่รวมถึงปู่ย่าของทั้งสองฝ่ายเป็นเพื่อนรักกันมานาน ครอบครัวจึงผูกพันกันเหมือนพี่น้องร่วมสาบาน

"พี่อย่าเครียดเลย แต่งไปก่อน ค่อยหย่าทีหลังก็ได้" เพื่อนรุ่นน้องพูดขึ้น หน้าตากวนไม่แพ้คำพูด "เอาใจย่าพี่หน่อย มรดกจะได้ไม่หลุดมือ ฮ่าๆ"

"กูแค่ทำตามที่แม่ขอแหละ! ขี้เกียจฟังแม่บ่นยาวเป็นชั่วโมงๆ" ไฟเยอร์ขมวดคิ้ว สีหน้าเต็มไปด้วยความรำคาญ

"แต่ละเมอชอบพี่มาตั้งแต่ประถมเลยนะ ตามแม่ไปเล่นบ้านพี่ตลอด ก็อยู่หมู่บ้านเดียวกันนี่ อีกอย่างบ้านน้องก็มีหน้ามีตาทางสังคม ไม่แปลกที่เขาอยากให้แต่งงานกัน"

"ถ้าแต่งเพื่อธุรกิจแล้วไม่ยุ่งเกี่ยวกันกูจะไม่ว่าสักคำ นี่ทำตัวยิ่งกว่ากางเกงในที่อยู่ข้างไข่กูอีกนะ!"

"เอาเถอะ ผมเอาใจช่วยพี่ละกัน ฮ่าๆ"

"ปากเหมือนจะหวังดี แต่หัวเราะคิกคักนี่คืออะไรไอ้สัดร็อคเลอร์!"

ร็อคเลอร์ หนุ่มหน้าทะเล้น อายุยี่สิบปี เรียนวิศวะช่างกลปี 1 สูงยาว ผิวขาว เป็นน้องในกลุ่มที่มักสร้างเสียงหัวเราะให้พี่ๆ เสมอ

ปักกกก

ทุกบทสนทนาหยุดลงทันทีเมื่อหญิงสาวสวยคนหนึ่งก้าวเข้ามา เธอวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะอย่างมั่นใจ มือเรียวแตะไล้ไปบนไหล่กว้างของไฟเยอร์ราวกับตั้งใจยั่วให้รู้สึก ริมฝีปากสีแดงสดโน้มเข้าใกล้จนลมหายใจแทบจะปะทะกัน "คืนนี้ไปต่อกันไหมคะ"

"ที่ไหนครับ?" ไฟเยอร์ตอบกลับทันทีตามนิสัยเจ้าชู้ สวยขนาดนี้ใครจะอดใจไหว

"จะไปห้องพี่… หรือห้องฟ้าก็ได้"

"ที่ไหนก็ได้หมดถ้าสดชื่น แต่พี่ขอถามอะไรสักอย่างก่อนได้ไหม"

"ฟ้ายังไม่มีแฟนนะคะ โสดสนิทค่ะ"

"เรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็น ต่อให้มีผัวแต่คัน พี่ก็ช่วยเกาให้ได้อยู่แล้ว แต่ที่พี่จะถามคือ...มีหมอยไหม"

"อะไรนะคะ?"

หญิงสาวทำหน้างุนงงเล็กน้อย ไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มถามทำไม ไฟเยอร์เอื้อมมือไปหยิบแก้วเหล้าที่เธอวางไว้ก่อนหน้า กระดกดื่มจนหมดแล้ววางกลับลงที่เดิมก่อนจะพูดเสียงตื่นเต้น

.

.

*"*หมอยเธอดกปะ? ชอบอะ แม่งเซ็กซ์จัดดี"

บทถัดไป