บทที่ 8 EP.8 เพียงเศษเสี้ยวของหัวใจเขา
ผู้คนมากมายเดินเบียดเสียดกันวุ่นวาย ไม่มีทางจะฝ่าฝูงชนออกไปได้ ละเมอจึงตัดสินใจเลี้ยวเข้าไปในร้านก๋วยเตี๋ยว สั่งเส้นเล็กน้ำตกมาชามหนึ่ง เพราะตั้งแต่กลางวันเธอยังไม่ทันได้กินอะไร พอชามก๋วยเตี๋ยวมาวางตรงหน้า มือเรียวก็หยิบตะเกียบคีบเส้นเข้าปาก เธอฝืนเคี้ยวอย่างเชื่องช้า แต่ทันใดนั้นน้ำตาที่คิดว่าแห้งไปแล้วกลับไหลพรั่งพรูออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว
เสียงสะอื้นสั่นเครือดังลอด ทว่าถูกกลบด้วยเสียงคอนเสิร์ตที่ดังกระหึ่ม จนไม่มีใครรับรู้ถึงความเจ็บปวดในใจที่ถาโถมอย่างต่อเนื่องไม่หยุด
‘ฮึก…ฮึกกก’
ละเมอได้แต่ถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำไมผู้หญิงที่เขาสนใจถึงไม่เคยเป็นเธอบ้าง? ไม่ว่าเธอจะพยายามมากแค่ไหนก็ดูเหมือนจะไม่มีวันได้เป็นคนที่เขารัก
แม้เพียงเศษเสี้ยวของหัวใจของเขาเธอก็ไม่เคยได้รับ
หลายวันผ่านไป
ห้างสรรพสินค้า
"ชวนฉันออกมาดูหนังแบบนี้ แสดงว่าต้องมีเรื่องไม่สบายใจแน่ล่ะสิ"
แยมเป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักนิสัยใจคอของละเมอดี จึงเดาได้ไม่ยากว่าการมานัดกันครั้งนี้ คงเพื่อให้เพื่อนผ่อนคลายจากความเครียดที่รุมเร้าอยู่
"ก็แค่อยากหาอะไรทำเฉยๆ" ละเมอตอบเลี่ยงๆ
"ปกติสิ่งที่เธอชอบทำก็คืออยู่ใกล้พี่ไฟเยอร์ งั้นคนที่ทำให้เธอไม่สบายใจก็ต้องเป็นเขาใช่ไหม?"
"ช่างมันเถอะ ฉันไม่เป็นไรหรอก"
"เมื่อไหร่ที่เธอเลิกชอบผู้ชายเจ้าชู้อย่างเขาได้ เมื่อนั้นเธอก็จะหลุดพ้นเอง รู้ไหมว่าเธอน่าสงสารแค่ไหน"
เพื่อนพูดกรอกหูเรื่องนี้แทบทุกวัน แต่สุดท้ายละเมอก็ยังคงหลงรักและผูกใจอยู่กับไฟเยอร์อย่างถอนตัวไม่ขึ้น ทั้งที่เขาทำให้เจ็บซ้ำๆ ก็ยังหน้ามืดตามัวไม่ยอมรับความจริง
บาร์เบียร์
"เพิ่งรู้ว่าเธอชอบเที่ยวแบบนี้ด้วย" ละเมอมองซ้ายมองขวาอย่างเก้ๆ กังๆ ขณะนั่งอยู่หน้าบาร์เบียร์แห่งหนึ่ง "ปกติเธอแทบไม่แตะแอลกอฮอล์ด้วยซ้ำ"
"ก็วันนี้เห็นเธอเครียด เลยพามาดื่มมาดริ๊งก์สักหน่อย"
"ฉันไม่ชอบเบียร์มันขม"
"ทีความรักที่เขาผลักไส ขมยิ่งกว่าเบียร์อีก! เธอยังทนมาได้ตั้งหลายปีไม่ใช่หรือไง"
"แยม…"
"เอาเถอะๆ ล้อเล่นน่า ฮ่าๆ ไม่ว่าแล้วก็ได้"
แม้คำพูดจะเป็นแค่การหยอกล้อ แต่ละเมอกลับรู้สึกถึงความเจ็บหน่วงๆ ในอก ทว่าความรักที่เธอมีให้เขามันลึกเกินกว่าจะถอนตัว จึงยอมให้เขาทำร้ายหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่ปริปาก
"ขอโทษเรื่องคอนเสิร์ตด้วยนะที่ไม่ได้ไปด้วยกัน เธออุตส่าห์ซื้อตั๋วไว้ให้แล้วแท้ๆ" แยมเอ่ยด้วยสีหน้ารู้สึกผิด ส่งสายตาเว้าวอน
"ก็เธอติดธุระสำคัญนี่นา ไม่เป็นไรหรอก"
"แล้วสุดท้ายได้ดูไหม คอนเสิร์ตน่ะ?"
"มะ ไม่ได้ดู คนเยอะมาก แวะกินก๋วยเตี๋ยวแล้วกลับบ้านเลย"
ละเมอพูดเสียงเบา พยายามฝืนยิ้มทั้งที่หัวใจยังบีบแน่น เมื่อภาพวันนั้นผุดขึ้นในหัว..ภาพผู้ชายที่เธอรักกอดผู้หญิงอีกคนไว้ในอ้อมแขน แถมยังซบหน้าลงสูดกลิ่นผมยาวสวยของหล่อนต่อหน้าคนจำนวนมากโดยไม่แคร์ใคร หัวใจเธอแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ แต่ก็ยังฝืนโกยมันขึ้นมาประกอบใหม่
ครืนนน~ครืนนน
เสียงโทรศัพท์ของแยมดังขึ้น จึงรีบเดินไปอีกมุมเพราะแถวนี้เสียงเพลงดังลั่น ไม่นานก็กลับมาพร้อมสีหน้าร้อนรน "แม่บอกว่ายายไม่สบายอยู่โรงพยาบาล! ฉันต้องรีบไปดูอาการก่อน เธอกลับแท็กซี่เองได้ใช่ไหม?"
"ได้สิ ฝากความคิดถึงให้ยายกับแม่ด้วยนะ"
"ดูแลตัวเองด้วยล่ะ"
"อืม เดี๋ยวอีกสักพักฉันก็คงกลับแล้ว"
"ถึงบ้านแล้วไลน์มาบอกด้วยนะ"
ละเมอพยักหน้าแล้วโบกมือลาเพื่อน ก่อนจะนั่งมองบรรยากาศร้านเหล้าที่คนกำลังดื่มชิลๆ อยู่รอบตัว แสงไฟส้มสลัวผสมกับเสียงเพลงเบาๆ ทำให้เธอเผลอปล่อยใจลอยตามความคิดของตัวเอง
ไม่นานนัก ก็มีชายร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาแล้วนั่งลงตรงข้ามเธออย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
"เธอรู้จักไอ้ไฟเยอร์ใช่ไหม?" คำถามเปิดประเด็นแบบพุ่งตรงทำเอาละเมอสะดุ้งเล็กน้อย "เห็นเธอลงรูปกับมันในโซเชียลบ่อย คงสนิทกันมากสินะ"
"ค่ะ หนูเป็น…เป็นว่าที่ภรรยาค่ะ" เธอตอบพลางหลบสายตา ทั้งที่ในใจเองก็ยังไม่แน่ใจสถานะตัวเองด้วยซ้ำ
"อ๋อ งั้นก็ดีเลย ฝากไปบอกมันด้วยว่าให้เลิกยุ่งกับเมียกู! ฟ่างเป็นเมียของกูแล้ว ถ้ามันยังไปวุ่นวายที่คอนโดอีก มันเจอส้นตีนแน่!"
เสียงเก้าอี้ถูกลากถอยหลังดังเอี๊ยด
ละเมอรีบลุกยืนขึ้นด้วยความเดือดแทนคนรักทันที
"พี่ก็บอกให้แฟนของพี่เลิกแรดด้วยสิคะ! ถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนพี่จริงๆ แล้วไม่ไปวอแวกับผู้ชายอื่นก็คงไม่มีปัญหา แต่ถ้าเธอยอมให้พี่ไฟเยอร์ทำอะไรเกินเลย นั่นก็แปลว่าคนของพี่เองก็ใช่ย่อยเหมือนกัน!" ตัวเล็กตะโกนสวนอย่างไม่เกรงกลัว
"อ้าว! อีนี่ อยู่ดีๆ มาด่าเมียกู!"
