บทที่ 9 EP.9 ฝากไปบอกมันด้วยว่าให้เลิกยุ่งกับเมียกู!
"แล้วพี่อาฆาตพี่ไฟเยอร์ทำไมล่ะคะ!"
"ปากแจ๋วแบบนี้ สมกับเป็นว่าที่เมียมันจริงๆ! งั้นฝากสารไปให้มันดูหน่อยก็แล้วกัน"
เพียะ!
'โอ๊ยยยย!!'
ไม่มีใครกล้าเข้ามาห้าม มีเพียงสายตาของผู้คนรอบร้านที่จ้องมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความหวาดผวา หลังจากชายร่างสูงฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของเธอเต็มแรง ร่างของละเมอเซล้มลงก่อนจะค่อยๆ พยายามยันตัวลุกขึ้นด้วยแรงที่เหลืออยู่น้อยนิด มือสั่นเทาแตะลงบนแก้มที่ยังเจ็บแปลบ
เธอสูดหายใจลึกแล้วรีบเช็กบิลก่อนเดินออกจากร้านทันที
เวลาสี่ทุ่มตรง
Tattoo มาลองYES.
"ใส่แมสทำไม?" ไฟเยอร์รับของสำคัญที่แม่ฝากไว้ที่ละเมอ เธอจำใจต้องขึ้นรถแท็กซี่เพื่อนำสิ่งนี้มาให้ แต่วันนี้กลับสวมใส่หน้ากากอนามัย
"หนูเป็นหวัดค่ะ" ตัวเล็กโกหก เพราะโดนตบจนเลือดกบปากจึงทำให้มีร่องรอยบาดแผล
"แบบนี้ก็ดีจะได้ไม่เห็นหน้าเธอชัดๆ ให้น่ารำคาญวุ่นวายใจ มีอะไรอีกไหม?"
"มะ ไม่มีแล้วค่ะ"
ท่าทางเงียบกว่าปกติทำให้ไฟเยอร์รู้สึกผิดสังเกต เขายืนเท้าสะเอวขมวดคิ้วปมใช้ใบหน้าหล่อกดดันเธออย่างหนัก "เป็นไร?"
ละเมอส่ายหน้าระรัว แต่ยิ่งทำให้มีพิรุธสงสัย
ติ๊ก
เสียงข้อความแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของไฟเยอร์ที่วางอยู่บนโต๊ะอุปกรณ์เครื่องสัก เขาเดินตรงดิ่งไปคว้าเพื่อเปิดอ่าน ละเมอจึงหันหลังเพื่อจะเดินออกไปจากร้าน แต่เสียงของไฟเยอร์ตะโกนเรียกดังลั่น "เฮ้ยยย! อย่าเพิ่งไป"
"คะ..." ตัวเล็กชะงักรีบหันกลับมามอง
"เธอบอกว่าที่ใส่แมสเพราะเป็นหวัดเหรอ"
"ใช่ค่ะ หนูกลัวว่าจะแพร่เชื้อให้พี่"
หมับ!
ละเมอตกใจจนต้องถอยหลัง เมื่อไฟเยอร์ดึงหน้ากากอนามัยที่เธอสวมใส่ออกอย่างแรง
"เดี๋ยวนี้เธอหัดตอแหลฉันสินะ!" ไฟเยอร์ตะคอกเสียงดัง ทำเอาเธอสะดุ้งโหยง
"หนู…"
"มันทำอะไรเธออีกบ้าง?!"
"พี่รู้แล้วเหรอคะ"
เธอก้มหน้าหนี ไม่อยากให้เขาเห็นรอยแผลที่ยังเจ็บแสบ แต่ไฟเยอร์ไม่ยอม คว้าปลายคางเล็กๆ ให้เชิดขึ้นมาเพื่อเงยหน้าสบตา เขาจึงเห็นมุมปากของเธอยังมีเลือดซิบ อีกทั้งแก้มข้างหนึ่งบวมแดงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ตอนนี้ไฟเยอร์อารมณ์เดือดดาลอย่างหนัก
"ไอ้แฝดบอกฉันว่าพนักงานร้านโทรไปบอกมันว่าผู้ชายของฟ่างมันทำร้ายเธอเพราะเห็นเธอลงรูปฉันในโซเชียลตลอด มันเลยคิดว่าเธอสนิทกับฉัน" ไฟเยอร์พูดชัด แต่ทุกคำแฝงด้วยความกดดัน
"หนู…"
"ทำไมต้องโกหกฉันว่าเป็นหวัด!"
"หนูไม่อยากให้พี่มีเรื่องกับคนอื่นค่ะ"
"แล้วมันมีสิทธิ์อะไรมาทำร้ายเธอวะ!"
"พี่ใจเย็นหน่อยได้ไหมคะ ฮึก"
"หน้าเธอช้ำขนาดนี้ยังจะให้ฉันใจเย็นอีก? หรือจะให้มันลากเธอไปกระทืบก่อนถึงจะพอใจ!"
ไฟเยอร์กัดฟันกรอด ก่อนระเบิดอารมณ์ออกมา
"ถามจริง เมื่อไหร่เธอจะเลิกเป็นคนดี? จะบวชชีตลอดชีวิตเลยไหม เดี๋ยวฉันเป็นเจ้าภาพให้เอง! ถ้าวันไหนตายห่าไป เธอคงได้ลอยขึ้นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์แน่นอน!!
แกก
พูดจบด้วยอารมณ์โมโหสุดขีด ไฟเยอร์ก็เดินไปหยิบปืนสีดำจากเก๊ะโต๊ะด้านหลังร้านทันที
ละเมอตกใจจนหัวใจแทบหยุดเต้น รีบวิ่งเข้ามาขวางทาง "พี่จะไปไหนคะ! ทำไมต้องถือปืนด้วย!"
"มันโกรธเกลียดฉันก็ควรจะมาลงที่ฉัน ไม่ใช่เธอ!!"
"หนูไม่เป็นอะไรจริงๆ นะคะ!"
ละเมอเสียงสั่น น้ำตาเริ่มเอ่อ กลัวว่าเขาจะทำร้ายใครตาย
"ปากเธอโดนตบจนเจ่อขนาดนี้ยังบอกว่าไม่เป็นอะไรมากอีก! เดี๋ยวนี้เธอตอแหลเก่งขึ้นเยอะนะ"
"แต่หนูไม่อยากให้พี่ไปทำร้ายใคร ฮึก~"
"แล้วคิดว่าคนอย่างเธอจะห้ามอะไรฉันได้!"
ปกติละเมอไม่เคยอยู่ในสายตาเขา การห้ามปรามจึงแทบไม่มีผล ไฟเยอร์พยายามผลักตัวเล็กให้พ้นออกจากทางเดิน จนสุดท้ายละเมอต้องตัดสินใจทำบางอย่าง
หมับ!
ตัวเล็กคว้าแขนล่ำเพื่อดึงมือเขามาจับเต้านม
ไฟเยอร์ชะงักทันทีเพราะไม่เคยสัมผัสหรือแตะเนื้อต้องตัวละเมอเลยแม้แต่สักครั้งเดียว
"ทำห่าอะไรเนี่ยยย!" ไฟเยอร์ขมวดคิ้วแน่น สีหน้ายังเต็มไปด้วยความโกรธ
"อย่าไปนะคะ พี่ต้องอยู่กับหนู!"
"คันเหรอ.. แล้วมันใช่เวลาไหม"
"พี่เอาความโกรธมาลงกับร่างกายของหนูแทนได้ไหมคะ ภายนอกหนูดูเรียบร้อยก็จริง แต่พี่อาจไม่เคยรู้ ว่าหนูเคยช่วยตัวเองหลายครั้ง และทุกครั้ง…หนูก็นึกถึงแต่หน้าของพี่!"
"!!!!"
หมับ!
"หึ งั้นอย่าหาว่าฉันรังแกเธอนะ!"
ไฟเยอร์กระชากแขนเรียวมาไว้ในอ้อมกอดแกร่ง พุ่งจูบปากอย่างดูดดื่ม ภายในใจทั้งโกรธทั้งรู้สึกตื่นเต้น เพราะถึงแม้จะไม่ชอบแต่ยอมรับว่าเธอสวยจนใจสั่นไหว ยิ่งได้จับนมเต้าอวบๆ ต่อให้ตายก็คงต้องฟื้นตื่นขึ้นมา ขณะที่นึกคิดมือหนายังขยำหน้าอกรุนแรงต่อเนื่อง
"อ๊ะ! พี่ไฟเยอร์" ตัวเล็กครางเจ็บร้องท้วง "บีบนมหนูจนจะแตกคามือของพี่อยู่แล้วนะคะ"
"เดี๋ยวเธอโดนแตกคาปากแน่!"
"ช่วยเบามือกับหนูหน่อยได้ไหมคะ"
"เธอพูดเองว่าเคยช่วยตัวเองแปลว่าก็ร่านพอตัว ฉะนั้นก็สมควรที่จะโดนขย้ำ"
