บทที่ 4 MY ROsE_4🌹: พี่เปลี่ยนชุดฉัน?
...
.
ฟืดด ฟืดดด~ เสียงลมหายใจ ไม่สิ.. มีอะไรบางอย่างครอบจมูกฉันอยู่
ฟืดด ฟืดด~ ฉันรู้สึกแบบนั้นหลังจากตื่นขึ้น นาฬิกาข้างฝาผนังแจ้งเวลาตี3กว่า ฉันใช้มือจะดึงเครื่องพ่นที่หมอชอบพ่นควันยาให้เด็กเล็กๆนี่ออก
“อย่าเพิ่งเอาออก รอยาหมดก่อน”
“....พี่~” ฉันชะงักมือตามคำนั้น ก่อนจะกวาดสายตาไปเจอพี่มาร์ในชุดคลุมอาบน้ำพร้อมกับผ้าผืนเล็กพาดบ่านี่ด้วย เจอกันคืนแรกอะไรอะไรมันมาไกลขนาดนี้ได้ไงกันเนี่ย>< ฉันมั่นใจว่านี่ไม่ใช่ห้องฉัน และการที่พี่เขาออกมาในสภาพนี้ก็แน่นอน นี่คือห้องเขาแน่ๆ ฉันไม่ได้โลกสวยอิโนเซนส์หรอกนะ
พี่มาร์เดินมาดูน้ำยาที่เหลืออยู่น้อยนิดจากสิ่งที่ฉันเห็น
“ทำไมฉันต้องใช้ไอ้นี่ด้วย” ฉันชี้ที่เครื่องพ่นยาที่ครอบจมูกฉันอยู่ พี่มาร์ก็ตอบฉันเขาเดินมาจับชีพจรแล้วดูเวลาที่นาฬิกาที่ถอดอยู่
“เธอโดนป้ายยาสลบ แต่เผอิญว่าเธอแพ้ตัวยาที่ผสมกับยาตัวนี้ มันเลยออกฤทธิ์ทำให้เธอมีอาการแดงเป็นจ้ำ หายใจไม่สะดวก และหมดสติ” ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ท่าทางตอนนี้เขาดูเหมือนหมอมากๆ ไหนจะเครื่องนี่อีก หรือเขาจะเป็นหมอกันล่ะ
“ฉันไม่ใช่หมอ แค่เคยป่วยบ่อยเลยมีของพวกนี้” เหมือนอ่านใจฉันได้เลยอ่ะ ฉันทำได้แค่พยักหน้าแล้วยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาดู มีรอยจ้ำอยู่ด้วย... เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ!
พรึบ!
พรึบ!!
“เดี๋ยวหน้ามืด”
“พี่เปลี่ยนชุดฉัน?” เขายืนเต็มความสูงหลังจากก้มดูหน้าจอเครื่องนี่แล้วมองซ้ายมองขวาแล้วกลับมาพูดกับฉัน
“เห็นว่ามีใครในห้องไหมล่ะ”
“..พี่! งั้นพี่ก็...!!!” เห็นหมดแล้วสิ!>< งื้ออออ ฉันกำชุดที่สวมอยู่เป็นเวื้อนอนกางเกงนอนตัวเบ่อเร้อ
“มีอยู่แค่นั้นฉันไม่นั่งจ้องให้เสียเวลาหรอกน่า”
“.....ไอ้ ไอ้บ้า! จัดการกับร่างกายคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาติแล้วยังจะมาพูดแบบนี้อีก! ไอ้ โรคจิต!”
“เธอควรขอบคุณมากกว่านะ”
“!!!!” ฉันไม่รู้ว่าจะแก้เขินด้วยวิธีไหนเลยได้แต่ดึงผ้าขึ้นมาห่อตัวเองแล้วหันหลังให้เขาไป ก่อนจะโดนรั้งร่างให้นอนหงายแล้วดึงเครื่องพ่นควันนั่นออกไป เขาเก็บของวางไว้ตรงนั้นแล้วเดินไปปิดไฟห้องโดยเปิดไฟที่ทางเดินไว้แล้วเดินกลับมาเอาหมอนข้างๆฉัน
“ฉันนอนโซฟา สบายใจเถอะ” แล้วเดินไปที่โซฟาวางหมอนลงแล้วเหยียดตัวลงนอน ความสูงของเขาทำให้ขาเขาเลยโซฟาออกมา ในห้องมีแต่เสียงแอร์...
“พี่...” ความเงียบและความมืดมันทำให้ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง แล้วการได้ยืนเสียงเขาในสถานการณ์สองต่อสองแล้วยิ่งเป็นในห้องนอนแบบนี้มันก็พาให้ขนลุกเบาๆ
“อืม”
“ขอบคุณนะ”
“...อยู่ห่างหมอนั่นได้ก็ดี คราวหน้าไม่รู้มันจะมาไม้ไหน”
“...ค่ะ” ฉันนึกคิด กาอนจะมั่นใจว่าคนที่เขาหมายถึงคือ นิค
“นอนไป ฉันง่วง”
“..ค่ะ” คิดว่าฉันหลับไหมให้ทาย... ไม่ไง^^* ฉันแทรกตัวลงในผ้านวมตามเคย หยิบมือถือออกมาเลื่อนดู...
“เธอควรนอน”
“!!!”
“บอกแล้วว่าไม่ทำอะไร แต่ถ้าเธอยังไม่นอน ฉันไม่รับประกัน”
“นอน! นอนค่ะนอน”ฉันรีบเก็บโทรศัพท์แล้วดึงผ้านวมขึ้นมาถึงอกและมองไปที่โซฟากลางห้อง ฉันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองต้องระแวงอะไรสักอย่างขนาดนี้เลยเอาจริงๆ ฉันนอนคิดอะไรไปเรื่อยๆได้ไม่นานก่อนจะแน่ใจว่าพี่เขาหลับไปแล้ว ฉันค่อยหลับตามทีหลัง...
#MAR
“...อ่า~” ปวดคอชะมัด ผมลุกขึ้นนั่งแล้วเอี้ยวคอไปมาพร้อมกับนวดมัน ผมนอนที่โซฟาทั้งที่ไอ้โซฟานี้มันทำให้ผมปวดตัวปวดคอทุกทีที่นอน เพราะความสูงผมนี่แหละ ปัญหาของเฟอร์นิเจอร์ในห้องสุดๆ
ผมหันไปมองเวลาที่ข้างผนัง 8โมง... ผมลุกขึ้นจะเดินไปล้างหน้าในห้องน้ำไหนๆก็ตื่นแล้วนิ
“งื้ออ~ ไปตาย ซะ~”
“....” ผมหันไปตามต้นตอของเสียง ร่างบางที่นอนคุดคู้อยู่ใต้ผ้านวมนั่นละเมอเบาๆ ผมกดปรับอุณหภูมิของแอร์ให้ลดลงก่อนจะเดินไปดูเธอ ...รอยหายไปเกือบหมดล่ะ ผมยืนเท้าเอวมองร่างบางที่ยังนอนหลับพริ้มไม่รู้ความ นี่ถ้าเมื่อคืนผมไม่เอะใจตามจะไปส่ง เธอคงไม่รอด
ยาสลบตัวนี้มันเอาเรื่อง ยิ่งถ้าในร่างกายคนที่โดนมีแอลกฮอล์ก็ไม่ต้องสืบมันออกฤทธิ์เร็วและแรงกว่าเป็นเท่าตัว แล้วเธอดันมาแพ้ยาตัวนี้อีกบอกเลยว่าตายได้ง่ายๆ
ผมไม่ใช่หมอ แต่ก็พอรู้เรื่องพวกนี้อยู่บ้างตอนเด็กผมป่วยบ่อยใช้ชีวิตในโรงพยาบาลซะส่วนใหญ่เลยได้ความรู้เรื่องพวกนี้มากจากหมอบ้างพยาบาลบ้าง บวกกับผมติดอ่านหนังสือช่วงหลังๆมันเลยจำได้ไปเอง อีกสักพักถ้าเธอตื่น เธอจะอ้วก
“อะ.. อุก!~” นั่นไง ไม่ต้องอีกสักพักอ่ะ
“ลุกก่อน”
“อุก~”
“ไปอ้วกในห้องน้ำ”
“.!!!!” เธอลืมตาขึ้นมาเห็นผมเธอรีบดึงเสื้อปิดกันไม่ให้ผมมองหน้าอกเธอ ผมมองตรงไหนว่ะนี่ก็ระแวงซะ ทำยังกับพวกโลกสวยเที่ยวกลางกินไม่เคยเหล้าเบียร์ไม่เคยจับงั้นอ่ะ เธอดันตัวเองขึ้นจากเตียงผมเลยชี้ห้องน้ำให้เธอ
“อ้วกกก~ อ๋อยย~ ทำไมมันเป็นสีนี้~”
“นั่นปกติ” ผมนั่งที่เตียงแล้วตอบเธอ
“สีเขียว~ เนี่ยนะ”
“ถ้าไม่ใช่เลือดก็ปลอดภัย”
“แค่ก~ แค่ก~”
ซ่าา~ เเล้วเธอก็ออกมาเหมือนคนหมดแรง อย่าสงสัยเลยว่าทำไมอาการถึงหนัก แค่ยาก็แรงแล้ว เธอเสียงทุกอย่างทั้งดื่มแอลกฮอล์ไป แถมแพ้ยานั่นอีก ที่ผมให้เธอรมควันก็กะให้มันแก้พิษกันนี่แหละ เดี๋ยวก็ดีขึ้น
“ให้ตายเถอะ แค่ก~ เจอครั้งหน้าจะเอาขวดเบียร์ทุบกะบาลแม่ง!”
“ปากดี”
“มันทรมานนะแบบนี้อ่ะ~”
“...จะว่าไปโลกก็กลมพิกล อ่า~” ผมพูดแล้วยืนบิดตัว
“หมายความว่าไง?”
“เธอเรียนCN”
“รู้เหรอ?”
“เข็มกลัดในกระเป๋า.. พกของแบบนั้นมาเที่ยวนี่เห่ยใช้ได้เลยนะ”
“นี่ค้นของในกระเป๋าด้วยเหรอ ฉันยังไม่คิดบัญชีกับพี่ที่พี่... ทำอะไรอะไรโดยไม่ได้ของอนุญาติฉันก่อนเลยนะ!”
“ถ้าขออนุญาติแล้วยังไง?...”
“....ก็!”
“ฉันจะได้ตามที่ขอใช่ไหม~” ผมแค่จะแหย่เธอแต่เหมือนเธอจะกลัวจริงจนรีบถอดกรูดจนหลังติดกำแพง ผมแอบขำแต่ไม่แสดงอาการ ก่อนจะแกล้งเดินเข้าไปใกล้แล้วใช้มือดันกำแพงตรงตำแหน่งที่เธอยืนอยู่
สายตาเลิ่กลั่กไปมายิ่งทำให้ผมสนใจ ไม่ดิสนุก
“งั้นฉันขอ~.”
“ฉันเตะจริงนะ!”
“...^^” ผมใช้มือจับไปที่เม็ดกระดุมแล้วแกล้งทำเป็นปลดมันออก แต่แค่หนึ่งเม็ดเท่านั้น! ย้ำว่าหนึ่งเม็ด
ผลัก!
“โอ๊ย! ยัยตัวแสบ!” ผมตัวงอจับข้อเท้าตัวเองที่โดนร่างบางกระทืบซะเต็มแรง แล้วก็วิ่งหนีไปอีกฝั่งของห้อง
“บอกแล้วไงว่าทำจริง!”
“แหย่แค่นี้ จริงจังไปป่ะ!”
“ใครใช้ให้เล่นแบบนี้เล่า” ดูดิ หายแล้วฤิทธิ์เยอะใช้ได้ เมื่อคืนที่ผับเธอดูไม่กลัวโลก เหมือนคนที่แข็งต่อโลกก็ได้เอาง่ายๆ แต่ตอนนี้คือคนละเรื่อง คงเพราะแอลกฮอล์เข้าเส้นเลือดละมั้งเลยไม่กลัวอะไร ยิ่งเห็นแบบนี้ผมยิ่งตลก
“รู้ไหมฉันเป็นใคร”
“ใครก็ช่างหัวดิ!”
“...^^*”
“ยิ้มอะไร ฉันไม่สนุกนะ”
“เธอ... เป็นคนประเภทไหนกัน”
“ไม่ใช่แบบที่พี่คิดละกัน!”
“ก็ไม่รู้ ถึงถาม”
“งั้นฉัน ไม่จำเป็นต้องบอก” บรรยากาศเปลี่ยนไปแบบงงๆ เมื่อกี้ยังปกติแท้ๆ ตอนนี้กลายเป็นวุ่นวายเพราะเธอคนเดียว กระต่ายตื่นตูมชะมัด
—————
ฮ่าๆๆ~ ก็ว่ามันคนละฟิวกับเมื่อคืน ไหงตื่นมามันออกวุ่นๆวายๆแบบนี้นะ^^* พี่มาร์ถ้าพี่จะนิ่งแล้วขี้แกล้งขนาดนี้มันก็น่าหมั่นไส้นะพี่!><
