บทที่ 5 MY ROsE_5🌹: แต่พี่ปลดกระดุมฉันก่อนนะ
“เธอพักที่นี่”
“ใช่.. มีอะไรหรือเปล่า”
“เปล่า” ถึงจะตอบแบบนั้นแต่กลับยิ้มที่มุมปากแปบเดียวก่อนจะกลับสู่หน้าหินหน้าตายของเขา คือพี่เขามาส่งฉันที่คอนโดมันก็ไม่ได้อยู่ไกลจากคอนโดพี่เขาเท่าไหร่
“..ขอบคุณนะคะที่ช่วยทั้งเรื่องเมื่อคืน แล้วก็ตอนนี้” ฉันพูดหลังจากรถจอดแน่นิ่งอยู่ตรงลานจอดรถของคอนโด พี่มาร์ฟังนะแต่กลับเอี้ยวตัวมาทางฉันแล้วเอาศอกเกยพวงมาลัย
“ต่อสิ”
“....ต่ออะไรล่ะ ก็ขอบคุณพี่แล้วนิ”
“เธอทำฉันเจ็บ ลืมแล้ว?”
“...” ฉันนึก... อ้อ! ไอ้ที่กระทืบเท้าเขาตอนนั้นนะเหรอ! นี่ยังจะให้ฉันขอโทษอีกว่างั้นตัวเองปลดกระดุมฉันแถมเปลี่ยนเสื้อผ้าฉันเห็นไปถึงไหนๆฉันยังไม่คิดบัญชีเลยนะ เจอกันวันเดียวนี่ไปไกลขนาดนี้เลยเหรอ!!!
“แต่พี่ปลดกระดุมฉันก่อนนะ พี่ต้องขอโทษสิ”
“แต่ฉันเจ็บตัว”
“แต่ฉันปะ!...” จะบอกว่าโป๊ก็อายตัวเอง><
“ไม่เห็นมีอะไรให้น่าดู”
“พี่!”
“ขึ้นห้องไปได้ล่ะ ฉันมีธุระ”
“....” คนบ้า! ฉันขี้เกียจต่อปากต่อคำกับเขาเลยรีบคว้ากระเป๋าแล้วลงจากรถ พี่เขาออกรถไปแล้วแต่ฉันนี่ยังเดือดดาลไม่หาย เป็นคนนิ่งๆที่โครตกวนประสาท ถ้าเจอกันอีกฉันจะเอาคืนให้หนักเลยคอยดู! ฉันก้มมองนาฬิกาข้อมือ..รอยจ้ำแดงที่เหลืออยู่ทำให้ฉันตระหนักถึงคำพูดเขา... ถึงจะยังไงก็เถอะ ฉันก็ติดหนี้ชีวิตเขาอยู่ ยอมให้ครั้งสองครั้งคงไม่เสียหายหรอกน่า... :)
หลายวันต่อมา...
ฉันเดินเข้ามหาลัยปุ๊บก็เจอคนมุงดูอะไรกันก็ไม่รู้... ไปดูหน่อยดีกว่า พอฉันเดินเข้าไปตรงบริเวณนั้นสิ่งแรกที่ทำให้ฉันผงะก็คือ..
ฟิ้วววว~ รองเท้าส้นสูงลอยมาจ้าาาาา!!!
“เห้ย!” ดีนะฉันไหวตัวทันเลยเอี้ยวตัวหนีได้ ไอ้ที่รนมามุงกันนี่มายืนถ่ายคลิปคนตบกันงั้นเหรอ คำว่าห้ามนี่ไม่มีอยู่ในหัวสมองกันหรือไง!
‘กรี๊ดด~’
‘อีบ้าาาาาาา!’ ฉันหยุดไม่เข้าไปใกล้ นี่ไม่ใช่แนวที่ฉันถนัด... เอ่อ หมายถึงเป็นคนดีในขณะที่สังขารตัวเองก็ไม่ได้ต่างจากคนที่โดนตบตรงหน้าเท่าไหร่
“ทำไมไม่พัก”
ขวับ! เสียงทุ้มละมุนดังขึ้นข้างหลัง ฉันหันกลับไปมองก็พบว่าเขาคือพี่มาร์กับ...พี่ลอร์มั้งนะ
“..อยู่ห้องก็ไม่มีไรทำ น่าเบื่อ”
“หายดีแล้วไง?” พูดจบก็ดึงแขนไปพลิกดูอย่างตามใจทำเอาคนที่มาด้วยข้างๆมองอย่างงงๆ.. ฉันได้แต่หันไปยิ้มๆให้พี่เขา
“ปล่อยน่า ฉันไม่เป็นไรแล้ว”
“ระวัง!”
ฟิ้ววว~จังหวะเดียวกันที่พี่ลอร์พูดขึ้น ฉันหันกลับไปมองคราวนี้รองเท้าก็ลอยมาอีกครั้ง นี่ตบกันหรือทะลายแผ่นดินกันว่ะเนี่ย ไม่ทันได้ก้าวขาเองฉันก็ถูกมือที่จับอยู่กระตุกแขนจนเซไม่หาเขาอีกครั้ง ซึ่งฉันถลาผิงแผงอกเขาเข้าเต็มๆ
หมับ~ มือหนารวบเอวฉันหลวม ฉันรีบเงยหน้ามองเจ้าตัวที่มองตรงไปยังฝูงชะนีบ้าพลังตรงนั้น
“อะไรกัน”
“....” ฉันไม่ได้ตอบอะไร กลิ่นน้ำหอมสปอรต์จางๆ ใบหน้าในมุมเสยยังไร้ที่ติ... อยู่ๆก็แอบเขินเขาขึ้นมาซะงั้นที่เมื่อคืนเขา....><
“ท่าจะปล่อยพลังว่ะ” ตามมาด้วยพี่ลอร์ที่ยืนเกาหัวอย่างเบื่อหน่ายแล้วเดินฝ่าดงชะนีรุมทึ้งนั้นเข้าไป เสี้ยวนาทีวงก็แตก พี่ลอร์ประคองร่างบางออกไปแล้ว
“...น่ากลัวชะมัดผู้หญิงพวกนี้”
“....” ฉันยังมองเขา... จนเขาก้มหลับมามอง.. คิ้วหนา ผิวเนียน.. อะ..อะไรเนี่ย คิดอะไร!><
“..รู้แล้วว่าหล่อ”
พรึบ~ ฉันรีบผละตัวเองออกจากวงแขนนี่ทันที
“ฉันยังไม่ได้บอกซะหน่อย”
“เหรอ.. เห็นสายตาเธอบอกอย่างนั้น”
“...หลงตัวเอง”
“..” เขาหยักไหล่ไม่สนใจแล้วยืนมองไปตรงที่เกิดเหตุที่สลายผู้คนไปแล้ว ปลอกแขนสีฟ้าๆอมน้ำเงินนี่... ทำให้เขาต่างจากคนอื่น
“..มีอะไร”
“ปลอกแขนนี่ คืออะไร”
“ไม่รู้สิ มีไว้แต่ให้พวกฉันต่างจากคนอื่นมั้ง”
“....เด่นเชียว”
“อยากถอดจะแย่” เขาพูดแล้วเสยผมสองที
“ไปเรียน สายแล้ว”
“เออ! จริงด้วย!” ฉันหันหลังกลับแต่ไม่ทันได้เดิน เขาก็ถามฉัน
“หมอนั่นยังมาป่วนอีกหรือเปล่า”
“...เปล่า”
“ดี” กลายเป็นว่าระหว่างฉันกับพี่มาร์ยืนมองหน้ากันโดยไม่พูดอะไร... สักพักเห็นจะได้ก็มีคนเข้ามาปลุกความรู้สึกที่ว่าฉันควรต้องรีบไปเรียน
“มาร์ค่ะ”
“....”
“..ฉัน ขอตัวนะ” พี่มาร์ไม่พูดอะไร ผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามาใกล้จนแน่ใจเลยว่าเขาคือคนเดียวกันกับคนเมื่อคืนที่มาถามฉัน เธอมองอย่างไม่ค่อยไว้ใจแล้วรีบควงแขนพี่มาร์ต่อหน้าฉัน ส่วนพี่มาร์ก็ทำเป็นไม่รู้สึกรู้สมเขาแกะมือบางนั่นออกทำเอาเธอคนนี้ไม่พอใจพร้อมกับมองมาที่ฉัน
ฉันก้มหัวให้นิดหน่อยแค่เป็นมารยาทแล้วเดินออกมาจากตรงนั้น แต่ก็ไม่วายได้ยินสิ่งที่ไม่ควรได้ยิน...
“ฉันว่าเราเลิกกันชัดเจนนะ” เสียงทุ้มละมุนลอยเข้ามา มันก็สะกิดใจให้ฉันกลับไปมองนะ... แต่ไม่ดีกว่า ไม่ใช่เรื่องของฉันนิ..
—————
ซอฟๆไปก่อน~ ชอบพี่มาร์ที่นิ่ง แต่ก็ไม่ใช่คนเลว เอ๊ะ! หรือเลวว่ะ?5555 ผู้ชายพวกนี้เอาแน่เอานอนไม่ได้จริงๆอ่ะㅠㅠ*
