บทที่ 1 อยากลอง...ของนำเข้า
ตอนที่ 1 อยากลอง...ของนำเข้า
“รักคนที่เขาไม่มีใจ ต่อให้พยายามเท่าไหร่มันก็ไม่สมหวังหรอกนะคุณ”
แก้วเครื่องดื่มใบหนึ่งไถลมาตามความเรียบลื่นของโต๊ะตัวยาวมาหยุดอยู่ตรงหน้าขณะที่ผมกำลังพยายามนั่งปลดปล่อยอารมณ์ความหงุดหงิดรำคาญใจเพราะถูกหนุ่มน้อยหน้าใสทิ้งไปชนิดไม่มีหางตามาแลผมเลย ช่วยไม่ได้ก็ผมดันไปชอบคนที่เขามีเจ้าของแล้วเพราะฉะนั้นคนมาทีหลังอย่างผมก็ต้องซานซมมาหลบเลียแผลใจโดยใช้ดีกรีจากแอลกอฮอล์เข้าช่วย
“ที่พูดนั่น...เตือนตัวเองเหรอ” ผมสะบัดหางตาจิกไปทางเจ้าของแก้วเหล้าซึ่งเดินส่งยิ้มกวนๆ ชวนให้หงุดหงิดทุกครั้งเมื่อเจอกัน
โอลิเวอร์ ไอ้คนตัวลายเดินเข้าไปในส่วนด้านหลังบาร์เหล้าแล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม ก่อนจะขยับพับแขนเสื้อตัวเองพันขึ้นไปเกือบถึงข้อศอก ฝรั่งตัวสูงหันไปคว้าขวดเครื่องดื่มสีสวยมาถือไว้ในมือ จากนั้นพ่อเจ้าของบาร์เริ่มขยับข้อมือหยิบนั่น จับนี่อยู่ตรงหน้าผมอย่างคล่องแคล่วราวกับบาร์เทนเดอร์มืออาชีพ ก่อนจะวางเครื่องดื่มซึ่งมีไฟลุกท่วมแก้วมาตรงหน้าผม
sds
“ผมไม่ได้สั่ง...” ผมหรี่ตาลงมองแก้วเครื่องดื่มซึ่งมีเปลวไฟสีน้ำเงินปนส้มแดงตรงหน้า
“อภินันทนาการจากผม ดื่มหน่อยน่ารับรองว่า...ฟรี” หนุ่มฝรั่งนัยน์ตาสีเทายิ้มมุมปากพร้อมกับโยนสายตาเจ้าเล่ห์ไร้ความจริงใจมาให้
ผมก้มลงมองค็อกเทลช็อตเล็กดีกรีแรงตรงหน้าก่อนจะคว้ามันมาเทลงคอ ความร้อนแรงของมันให้ความรู้สึกเหมือนผมกำลังกลืนลูกไฟล่วงเข้าไปในลำคอแต่มันก็ช่วยทำให้สมองโล่งดีเหมือนกัน หลังจากแก้วเครื่องดื่มว่างเปล่าผมผลักมันคืนกลับไปให้พ่อบาร์เทนเดอร์ตัวลายอย่างกับตุ๊กแกหลังเคาน์เตอร์ตามเดิม
"ต่อมั้ยครับ...คุณวิทย์" เจ้าของรอยยิ้มเจ้าชู้เคาะเล็บลงไปบนขอบแก้วใบเล็กซึ่งผมเพิ่งส่งมันคืนไปเมื่อครู่
"ถ้าคุณบอกว่าฟรี กี่แก้วก็ได้"
คืนนี้ผมตั้งใจมาดื่มเพื่อบอกลาความเศร้าเป็นครั้งสุดท้ายหลังจากพยายามทำใจยอมรับว่าผมไม่ใช่คนที่ถูกเลือก ผมนั่งดื่มอยู่หน้าบาร์โดยมีไอ้ฝรั่งนี่ยื่นเครื่องดื่มมาตรงหน้าไม่เคยขาด ผมชอบตรงประโยคต่อท้ายว่า “ฟรี” นั่นแหละถึงได้รับมาดื่มง่ายๆ
“นี่คุณวิทย์...บาร์จะปิดแล้วนะ”
“ไล่ลูกค้าหรือไง” ผมสะบัดหางเสียงถามคนที่ยืนชงเหล้าให้ผมอยู่นานเป็นชั่วโมงก่อนจะเหลียวหันกลับไปดูทุกอย่างรอบตัวจึงได้สังเกตเห็นว่าตอนนี้ลูกค้าคนอื่นๆ เริ่มทยอยออกไปจากบาร์เกือบหมดแล้ว
“ไม่ได้ไล่แต่ถ้าคุณอยากดื่มต่อ...ผมมีห้องรับรองพิเศษสำหรับคุณนะ...สนใจมั้ย” เจ้าของบาร์หน้าฝรั่งยืนยักคิ้วให้ผมอย่างท้าทาย นี่ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติผมคงไม่แยแสแต่ตอนนี้บอกตามตรงว่าผมยังไม่อยากกลับบ้านดังนั้นผมจะยอมรับข้อเสนอนี้ก็แล้วกัน
ผมเดินเซเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ตามหลังหนุ่มฝรั่งร่างหนาจนมาถึงห้องหนึ่งบนชั้นสอง นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเคยขึ้นมา “โซนห้องแดง” ซึ่งนักเที่ยวทุกคนรู้ว่ามันมีเอาไว้สำหรับลูกค้าวีไอพีและเอาไว้สำหรับเด็กขายบริการ
“พามาห้องแดงแบบนี้...คุณจะขายให้ผมเหรอ” ผมเอนแผ่นหลังทิ้งลงไปพิงพนักโซฟาสีแดงกำมะหยี่ ในขณะที่คนนำทางเดินไปหยิบเครื่องดื่มมาจากบาร์เหล้าตรงมุมห้องแล้วเดินกลับมาหาผมอีกครั้ง
“ผมไม่ใช่เด็กขายแต่ถ้าคุณอยากได้...ผมก็พร้อมบริการนะ” เจ้าของบาร์หนุ่มหย่อนก้นลงมานั่งชิดจนหัวเข่าเบียดกันทั้งที่โซฟาตัวยาวมันมีที่ว่างมากพอให้พ่อฝรั่งตัวใหญ่นอนแผ่ได้สบาย
“ไม่ยักรู้ว่านอกจากเป็นเจ้าของบาร์...คุณยังรับงานขายด้วย”
“สนใจอยากใช้บริการมั้ยล่ะครับ รับรองว่าคืนนี้ผมจะทำให้คุณลืมเด็กดริ๊งที่ชื่อแก๊ปไปเลย” ฝ่ามือหนาวางทิ้งลงบนต้นขาของผมพร้อมกับแรงขยับบีบตรงปลายนิ้วเบาๆ ก่อนจะเลื่อนเคลื่อนไต่ไล้สูงขึ้นมาจนชิดโคนขาหนีบ นิ้วหัวแม่มือหนาขยับตวัดเขี่ยซิปกางเกงผ้าเนื้อหนาของผมก่อนที่อุ้งมือใหญ่โตจะคว้าหมับขยำเป้ากางเกงพร้อมกับออกแรงนวดเฟ้นหนักมือขึ้นทุกที
“นี่คุณ...มั่นใจขนาดนั้นเชียวว่าผมอยากใช้บริการ” ผมตะปบไปบนหลังมือของคนที่กำลังขยับปลายนิ้วมือกรีดไปกับซิปกางเกงของผมเหมือนกับว่าไอ้เจ้านิ้วมือซึ่งสวมวิญญาณหนวดปลาหมึกมันอยากมุดเข้าไปภายใต้เนื้อผ้าด้านในเต็มที
“แข็งขนาดนี้...อย่าบอกนะว่า...ไม่อยาก” เจ้าของบาร์นัยน์ตาสีเทายักคิ้วพร้อมกับส่งยิ้มยั่วยวนมาให้ผม น้ำหนักของฝ่ามือยังบีบคลึงลงมาเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือใบหน้าคมเคลื่อนขยับเข้ามาใกล้จนผมได้กลิ่นลมหายใจอ่อนๆ ซึ่งมันเคล้าปะปนทั้งกลิ่นเหล้า กลิ่นเบียร์ และฉุนกึกด้วยกลิ่นบุหรี่
“หวังว่า...คงไม่ได้เก่งแต่ปากนะ...”
“อย่าติดใจก็แล้วกัน...”
ผมรู้ว่าคืนนี้ผมดื่มเข้าไปมากพอสมควรแต่ยังมั่นใจว่าตัวเองยังมีสติครบถ้วนถึงจะไม่สมบูรณ์ก็ตามที โอลิเวอร์เจ้าของบาร์โฮสต์ขยับปลายนิ้วอย่างชำนาญเพียงไม่กี่วินาทีตะขอกางเกงและซิปของผมถูกดึงรูดถอดออกอย่างง่ายๆ เพราะผมไม่ได้ตั้งใจจะบ่ายเบี่ยงขัดขืนให้เสียเวลา หรือเสียอารมณ์
เจ้าของบาร์ฝรั่งเปลี่ยนองศาท่านั่งจากเดิมที่เพียงเคียงข้างแนบหัวเข่าแต่ตอนนี้ดูเหมือนพ่อฝรั่งตัวลายอยากจะเอาอวัยวะส่วนอื่นมาแนบกับผมเพิ่มเติม ริมฝีปากร้อนกดประทับขยับจูบพร้อมสอดประสานเป็นท่วงทำนองอันเร่าร้อนรุนแรง มันหนักหน่วงจนผมแทบไม่มีเวลาหายใจ เสื้อเชิ้ตเนื้อบางเครื่องแต่งกายซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผมปกติมันเรียบกริบกลีบโค้งอยู่เสมอเวลานี้ถูกดึงทึ้งขยำขย้ำจนมันยับย่นยู่ยี่ก่อนจะปลิวหายไปจากตัวผม
“อ๊า คุณ...ซี้ด” ผมนอนสะดุ้งเพราะคนตัวโตซุกแทรกใบหน้าลงไปใต้หว่างขาของผม
“..................” ไม่มีประโยคตอบรับกลับมานอกจากเสียงของคนที่กำลังเอร็ดอร่อยอยู่กับร่างกายเนื้อตัวของผม เจ้าของโพรงปากทำราวกับพวงเนื้อถุงอัณฑะของผมเป็นองุ่นหวานที่สุกงอมพร้อมให้เขาเชยชิม เรียวลิ้นทั้งอุ่นทั้งชื้นและแฉะจนเปียกลากเลียไปทั่วแทบจะทุกซอกมุมให้ความรู้สึกเสียวซ่านไปทุกสัมผัส
“คุณเบาๆ ซี้ด..อ๊า...” ผมควานมือแล้วสอดปลายนิ้วเข้าไปกับกลุ่มผมสีน้ำตาลแดงตรงกลางระหว่างขาทั้งสองข้างแล้วขยุ้มมันไว้เต็มกำมือก่อนจะขยับโยกให้คนที่กลืนท่อนเนื้อขนาดใหญ่พอดีตัวแบบชายไทยแท้ของผมหายเข้าปากไปทั้งแท่ง แรงดูดหนักๆ นั้นทำเอาผมเสียวจนขนลุกชันไปทั้งตัว
ผมนอนเกร็งควานมือจิกไปกับเบาะกำมะหยี่ของโซฟาตัวใหญ่ ท่อนขาเปล่าเปลือยตวัดพาดไปบนพนักของโซฟาข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างผมทิ้งมันไว้บนไหล่กว้างของคนตัวลายที่ยังรูดอมท่อนเนื้อผมไม่ยอมปล่อย แรงเสียดสีของท่อนเนื้อขนาดความยาวเจ็ดนิ้วของผมกับโพรงปาก ผิวเนื้อนุ่มนิ่มหยุ่นและแรงดูดกระพุ้งแก้มหนักๆ มันทำให้ขีดจำกัดของอารมณ์ผมแตกกระจายแล้วระบายออกมาเป็นน้ำ
“อ๊า โอลิเวอร์ อ๊า” ผมตวัดขาล็อกหนีบคอเจ้าของโพรงปากที่ดูดเอาน้ำผมออกจนแน่นพร้อมกับเด้งอัดสวนท่อนเนื้อนั้นกระทุ้งเข้าไปลึกจนสุดคอหอยของคนที่ยังไม่ยอมคายดุ้นเอ็นของผมออกมาจากปาก
พ่อฝรั่งหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีเทาเหลือบตาขึ้นมามองผม พร้อมรอยยิ้มมุมปากซึ่งมีคราบน้ำสีขาวขุ่นๆ เลอะอยู่ตรงมุมนิดหน่อย เจ้าของร่างหนาเคลื่อนย้ายตัวเองจากตรงหว่างขาผมขยับเดินเข่าขึ้นมาอวดท่อนเนื้อสีอ่อนขนาดใหญ่แบบชายชาติตะวันตก ท่อนเนื้อร้อนๆ ถูกเจ้าของมากลากถูไปตามเนื้อตัวผมตั้งแต่หน้าท้องขึ้นมาจนถึงหน้าอก ก่อนที่เจ้าของมันจะจับมาจ่ออยู่ตรงหน้าผม
“เป็นยังไง...อยากลอง...ของนำเข้ามั้ย”
