บทที่ 10 ผู้หญิงของผม NC + + +

ท้องฟ้าตอนเย็นขมุกขมัวเหมือนอารมณ์ของใครบางคน เกล้าแก้วยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์หน้าทางเข้าโรงพยาบาล กระเป๋าผ้าสะพายไหล่ในหัวกำลังคิดถึงเรื่องงาน และเรื่องที่เธอจงใจทำทั้งวัน เสียงหัวเราะของหมอคีตะตอนพักกลางวัน ความใกล้ชิดที่มากเกินไป เธอรู้ดีว่าใครเป็นคนเห็นทั้งหมดนั้น และเธอก็เดาถูก

“เกล้าแก้ว” เสียงต่ำๆ ดังขึ้นด้านหลัง เขากดอารมณ์ไว้แทบไม่อยู่ หัวใจเธอกระตุกวูบ ก่อนจะหันไปช้าๆ ปราชญ์ยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่ในคราบหมอ extern สุขุม แต่เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ดวงตาเต็มไปด้วยไฟ

“หมอ…ลูก้า?” เธอเรียกชื่อเขาอย่างไม่แน่ใจ

“ขึ้นรถ” ไม่ใช่คำขอร้องแต่มันคือคำสั่ง เกล้าแก้วขมวดคิ้วถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติ

“ไม่ค่ะ ฉันจะกลับบ้าน”

“ผมบอกให้ขึ้นรถ” เสียงเขาดังขึ้นคนแถวนั้นเริ่มหันมามอง ปราชญ์ก้าวเข้ามาใกล้ ใกล้จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคย กลิ่นเดียวกับคืนนั้นที่เธอพยายามลืม

“ถ้าไม่อยากให้คนมอง ก็ขึ้นรถเดี๋ยวนี้” สายตาเขาจ้องเธอแน่น มือกำพวงกุญแจแน่นจนเส้นเลือดขึ้น เกล้าแก้วนิ่งหัวใจเต้นแรง ไม่ใช่เพราะกลัวเขาทำร้าย แต่เพราะนี่คือครั้งแรกที่เขาไม่หลบเธอ เธอมองไปรอบๆ ผู้คนและรถที่แล่นผ่าน สายตาสงสัน แล้วสุดท้ายเธอสูดลมหายใจลึก

“ได้ค่ะ” เสียงเธอเบา “ฉันไปก็ได้”

ปราชญ์ไม่พูดแค่หันกลับไปที่รถ ประตูฝั่งผู้โดยสารถูกเปิดค้างไว้ ทันทีที่เธอขึ้นรถประตูก็ปิดลงอย่างแรง

เครื่องยนต์ถูกสตาร์ต รถพุ่งออกจากข้างทางโดยไม่พูดกันแม้แต่คำเดียว บรรยากาศในรถอึดอัด เหมือนอากาศถูกดูดออกไปจนหมด ปราชญ์กำพวงมาลัยแน่น สายตามองถนนตรงหน้า แต่ความโกรธฉายชัดอยู่ทุกอณู

“นี่มันอะไรกันคะ” เกล้าแก้วเป็นฝ่ายพูดก่อน น้ำเสียงพยายามนิ่งแม้หัวใจจะสั่น รถชะลอความเร็วลงกะทันหัน ปราชญ์หันมามองเธอ

“คุณถามผมงั้นเหรอ” เสียงเขาสั่นไม่ใช่เพราะลังเล แต่เพราะพยายามกลั้น

“ทุกวัน…ทั้งอาทิตย์” เขาหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างขมขื่น “คุณคิดว่าผมไม่เห็นจริงๆ เหรอ ร่านขนาดนั้นเลยเหรอ” เกล้าแก้วเม้มริมฝีปากไม่ตอบ และความเงียบนั่นเองที่ทำให้ปราชญ์แทบระเบิด เขาหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าถนนสายเปลี่ยวเหยียบเบรก รถหยุดกึกปราชญ์หันมาหาเธอเต็มตัวดวงตาแดงกร่ำ เต็มไปด้วยอารมณ์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป

“คุณกำลังทำให้ผมเป็นบ้า” เสียงเขาต่ำแหบ “แล้วคุณก็รู้ว่าคุณทำอะไรอยู่” เกล้าแก้วมองเขา

หัวใจเต้นแรงจนแทบเจ็บ ใช่เธอรู้และในวินาทีนั้นเอง เธอก็รู้ด้วยว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่คนเฉยชา ไม่ใช่คนไม่รู้สึก เขาคือคนที่กำลังหึง

หึงจนควบคุมตัวเองแทบไม่อยู่ และเกมที่เธอเริ่มไว้มันได้ผลแล้วจริงๆ

รถจอดนิ่งอยู่ข้างทาง ไฟถนนส่องลอดกระจกเข้ามาเป็นช่วงๆ อากาศในรถอึดอัดจนเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง เกล้าแก้วเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ

“หมอมีสิทธิ์อะไรคะ” คำถามสั้นๆ ทำให้ปราชญ์ชะงักมือยังคาอยู่บนพวงมาลัย สายตาแข็งกร้าวเมื่อครู่สั่นไหววูบหนึ่ง

“สิทธิ์อะไร…” เขาทวนเสียงแผ่ว เหมือนคำถามนั้นแทงเข้ากลางใจ เกล้าแก้วหันมาหาเขาเต็มตัว

แววตานิ่ง แต่ชัดเจนว่าตั้งใจ

“ใช่ค่ะ สิทธิ์อะไร” เธอพูดช้าๆ ชัดทุกพยางค์ “หมอไม่มีสิทธิ์มาสั่ง ไม่มีสิทธิ์มาดักแบบนี้ แล้วที่สำคัญไม่มีสิทธิ์โกรธ” เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนจะขยับเข้าใกล้อีกนิด พอให้เขาได้ยินเสียงลมหายใจของเธอ “หรือจริงๆ แล้วหมอคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ เพราะอะไรคะ” ปราชญ์หลบสายตาหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างคนจนมุม

“ผมไม่เคยบอกว่ามีสิทธิ์”

“แต่หมอกำลังทำเหมือนมี” เธอสวนกลับทันทีไม่ปล่อยช่องว่างให้เขาหนี

“ถ้าหมอเฉยจริง” เสียงเธอเริ่มสั่นนิดเดียว “หมอจะไม่เป็นแบบนี้” ปราชญ์กำพวงมาลัยแน่นข้อนิ้วขาวซีด เขาเงียบนานเกินไปแล้ว เกล้าแก้วสูดลมหายใจยิ้มบางๆ อย่างเจ็บปวด

“ถ้าหมอไม่พูดฉันจะกลับแล้วนะ” เธอเอียงหน้า

สายตาคมขึ้น

ปราชญ์หันมามองเธอทันที ดวงตาแดงกร่ำ

สั่นไหวชัดเจน

“แน่ใจนะว่าอยากให้พูดจริงๆ”

“ใช่ค่ะ” เธอพยักหน้า “ฉันอยากรู้” อยากรู้จริงๆ ไม่ใช่เพื่อเอาชนะ แต่เพื่อหยุดทรมานกันสักที เธอยอมรับตรงๆ

“เพราะฉันไม่ต้องการให้เรื่องของเราคาราคาซังอยู่แบบนี้ ” ปราชญ์หายใจแรง เหมือนทุกกำแพงที่สร้างไว้กำลังร้าว

“คุณรู้ไหมว่าผมพยายามแค่ไหน” เสียงเขาแหบพร่า “พยายามทำเหมือนไม่มีอะไร พยายามเป็นแค่หมอ เป็นแค่ extern” เขาหลับตาลงชั่วครู่เหมือนกลัวคำพูดถัดไป “แต่ทุกครั้งที่คุณอยู่ใกล้เขา ผมโกรธ” ความเงียบถาโถม เกล้าแก้วกลั้นหายใจ หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาปราชญ์ลืมตาขึ้น มองเธอตรงๆ เป็นครั้งแรกโดยไม่หนี

“คุณคือผู้หญิงของผม ผมไม่มีทางปล่อยคุณให้ใคร” คำพูดนั้นหลุดออกมา ทำให้เกล้าแก้วทั้งตกใจและแอบพึงพอใจอย่างประหลาด

“ฉันไปเป็นผู้หญิงของคุณตั้งแต่ตอนไหนไม่ทราบ” เกล้าแก้วน้ำตาคลอแต่ริมฝีปากกลับยิ้มบางๆ ไม่ใช่เพราะสะใจแต่เพราะในที่สุดเขาก็กล้าพูด

"ก็ตอนนี้ไง" ว่าแล้วร่างสูงก็โน้มตัวเข้าไปหาร่างบางก่อนที่จะบดจูบลงที่กลีบปากบางของเธอ เพื่อที่จะลงโทษคนที่ไม่รู้สถานะตัวเอง และชอบร่านไปหาผู้ชายคนอื่น ซึ่งเขาไม่อนุญาต แล้วตอนนี้เขาก็จะทำให้เธอรู้ว่า ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของเธอ จะได้เลิกไปร่านกับผู้ชายคนอื่นเสียที

เกล้าแก้วตกใจเป็นอย่างมากไม่คิดว่าเขาจะทำกับเธอแบบนี้ แต่ด้วยความช่ำชองของเขา มันทำให้เธอเผลอไผลไปกับเขา และที่สำคัญเธอเป็นคนเลือกเขาเอง ถ้าเขาจะเป็นแบบนี้มันก็ไม่แปลก

เธอเริ่มโลภมากขึ้นอยากครอบครองเขา ในเมื่อมันมาถึงขนาดนี้แล้ว สิ่งเดียวที่เธอทำได้ก็คือปล่อยให้เขาทำตามที่ใจเขาต้องการ และอีกในไม่ช้ามารยาร้อยเล่ห์เล่มเกวียนก็คงต้องถูกงัดออกมาใช้

ส่วนชายหนุ่มเริ่มแรกเขาก็จูบเพื่อที่จะลงโทษเธอ แต่พอได้จูบเธอเข้าจริงๆความปรารถนากับพุ่งสูงขึ้น มันไม่ใช่แค่การลงโทษแล้วสิ มันมีความต้องการอย่างอื่น แม้ว่าในรถจะไม่เหมาะสม แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครเคยทำนี่นา ถ้าเขาจะลองบ้างมันจะเป็นอะไรล่ะ

ว่าแล้วชายหนุ่มก็ไม่รอช้ามือของเขาลูบไล้ไปทั่วอาภรณ์ของเธอ ก่อนที่จะค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อของเธอออกช้าๆ ส่วนหญิงสาวก็ตกใจไม่น้อยที่ทำไมมันดูจะเลยเถิดไปมากเลยทีเดียว แต่ก็ช่างเถอะ ถ้าเลือกที่จะยั่วเลือกที่จะอ่อย ก็ต้องไปให้สุด

เมื่อคิดได้อย่างนั้น หญิงสาวก็ปล่อยให้เขาทำทุกอย่างตามที่เขาต้องการ เธอทำหน้าที่เพียงขัดขืนเล็กน้อยพอเป็นพิธี ปฏิบัติการขัดขืนพอเป็นพิธีเริ่มต้นขึ้น ฝ่ายชายก็ไม่ได้เอะใจอะไรเขาก็พยายามที่สุดที่จะจัดการกับอาภรณ์ส่วนล่างของหญิงสาว ทำให้ตอนนี้เธอเหลือเพียง เสื้อที่ถูกปลดกระดุมออกเผยให้เห็น บราเซียตัวสวยสีหวาน และระหว่างนั้นเองชายหนุ่มก็จัดการกับกางเกงของตนเอง เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตของเขาที่ปกปิดส่วนบนเอาไว้ เพราะตอนนี้อาวุธของเขาโผล่ออกมาพร้อมที่จัดการแสดงความเป็นเจ้าของ

ส่วนล่างของเกล้าแก้วเอง ก็ไม่มีสิ่งใดขวางกั้น กระโปรงตัวจิ๋วและแพนตี้จิ๋วของเธอตอนนี้มันกล่องลงไปอยู่ที่พื้นรถแล้ว ปราชญ์ใช้มือของเขาหยอกล้อกับเนินเนื้อสวาทที่ปกคลุมด้วยไรขนอ่อน เพียงไม่นานน้ำหวานเหนียวใสก็ไหลออกมามากมาย ส่วนเรียวปากหยัดของเขา ก็ยังคงมุ่งจู่โจมไปที่เรียวปากบางของเธอ ความวาบหวามแผ่ซ่านไปทั้งสองร่าง และเป็นปราชญ์เอง ที่ไม่สามารถต้านทานความปรารถนาได้อีกต่อไป เขาข้ามไปหาเธอทันที ก่อนที่เขาจะกดเบาะรถสปอร์ตหรูให้เอนราบลงไป ในขณะที่ร่างสูงของเขาทาบทับอยู่บนร่างงามของเธอเรียบร้อยแล้ว

แท่งเอ็นใหญ่แทงอยู่ที่บริเวณท้องน้อยของเธอ ก่อนที่เขาจะเคลื่อนมันลงมาช้าๆ แล้วมาจดจ่ออยู่ที่กลีบดอกไม้งามที่ยังปิดสนิทอยู่ ความคับนั่นยังคงเป็นอุปสรรคเช่นเดิม แต่หญิงสาวไม่ได้มีความเจ็บปวดอีกต่อไป มันมีแค่ความเสียวซานและความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าโดยเขา เพียงไม่นานแท่งเอ็นใหญ่ ก็สามารถทะลวงเข้าไปได้สุดลำ ชายหนุ่มรับรู้ดีว่าความคับแน่นนั้นมันจะทำให้เขามีความสุขมากเพียงใด แต่เขาก็ไม่อยากให้เธอเจ็บปวด เขาจึงสอดแช่แท่งเอ็นใหญ่นั้นไว้สักพัก เพื่อให้ช่องทางรักสีสดของเธอปรับสภาพรองรับกับความใหญ่โตของเขาเอาไว้ได้ เพลงรักบรรเลงด้วยความหฤหรรษ์ เขาและเธอไม่ได้หักห้ามใจอีกต่อไป โชคดีที่บริเวณที่เขาจอดรถมันเปลี่ยวมากจริงๆ จึงไม่มีใครผ่านมาเห็น เพราะตอนนี้รถสปอร์ตหรูกำลังโยกคอนอย่างรุนแรง ตามอารมณ์ปรารถนาที่มันพุ่งสูงขึ้นของฝ่ายชายและฝ่ายหญิง เพียงไม่นานปราชญ์ก็สามารถส่งตนเองและเกล้าแก้วไปถึงปลายทางแห่งความสุขสมจนได้ เสียงครวญครางผสมกับเสียงคำรามลั่นรถ บ่งบอกว่าทั้งสองคนมีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากเพียงใด ทุกอย่างจบลงเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังแต่งตัวให้กลับมาปกติที่สุด หลังจากที่เผลอปล่อยกายปล่อยใจเลยเถิดไปมากแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป