บทนำ
แต่กลับหวงจนแทบเสียสติ
เขาเคยทำเป็นไม่รู้จัก
แต่แอบกดไลค์เธออยู่ตลอด
และวันที่เขาพูดว่าเธอเป็นของผม
ทั้งโลกก็รู้ว่าหมอปากแข็งคนนี้…คลั่งรักแค่ไหน
**มาความรู้จักกับ 3 หนุ่มปวรนันท์ไปพร้อมๆ กันนะคะ รับรองว่า 3 พี่น้องจะทำให้นักอ่านทุกท่านประทับใจอย่างแน่นอนค่ะ
บท 1
คฤหาสน์ปวรนันท์ ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง
ไม่ใช่คฤหาสน์ที่โอ่อ่าด้วยทองคำหรือความฟุ่มเฟือยไร้รสนิยม แต่เป็นบ้านที่สวยสงบ หรูหรา และอบอุ่นแบบที่ใครก็มองออกว่าคนในบ้านนี้รักกันจริงๆ
สนามหญ้าหน้าบ้านเขียวขจี.ต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา
เสียงหัวเราะของคนในครอบครัวดังลอดออกมาจากตัวบ้านทุกเช้า
บนโต๊ะอาหารยาวในห้องทานข้าว ชายวัยกลางคนหน้าตาสุขุม ใส่เสื้อเชิ้ตสีเรียบ กำลังนั่งอ่านข่าวจากไอแพดเขาคือ ปริ้น ปวรนันท์ นักธุรกิจระดับประเทศ ผู้ที่ชื่อของเขาปรากฏอยู่ในทุกหน้าหนังสือธุรกิจ ข้างกันนั้นคือหญิงสาวหน้าหวาน รอยยิ้มละมุน ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ปิ่นมุก ปวรนันท์ผู้เป็นภรรยา และเป็นหัวใจของบ้านหลังนี้
“ลูก้า วันนี้เข้าโรงพยาบาลเช้าอีกไหมลูก” ปิ่นมุกถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย
ชายหนุ่มคนโตเงยหน้าจากโทรศัพท์
ใบหน้าหล่อคม นิ่ง สุภาพ และแววตาแบบคนที่โตเกินวัย
ปราชญ์ ปวรนันท์ หรือชื่อเล่นที่ทุกคนเรียกจนติดปาก…
ลูก้า
“ครับแม่ วันนี้มีเคสเช้ากับอาจารย์” เสียงของเขานุ่ม สุขุม สมกับเป็นนักศึกษาแพทย์ปี 6 ที่ใกล้จะก้าวออกไปเป็นหมอเต็มตัว ยังไม่ทันที่ปิ่นมุกจะตอบ เสียงอีกสองเสียงก็ดังขึ้นพร้อมกัน
“โห พี่ลูก้าอีกแล้วอะ คนอะไรขยันเกินมนุษย์”
ชายหนุ่มผมยุ่งนิดๆ ใส่เสื้อยืดเรียบแต่ดูดีนั่งพิงเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ เขาคือ ลาเต้ ปริญ ปวรนันท์ นักศึกษาวิศวกรรมปี 4 คนกลางของบ้าน
“ถ้าผมเป็นคนไข้พี่ ผมน่าจะกลัวตายก่อนถึงมือหมอ เพราะพี่หน้าโหดเกิน” เสียงแซวจากน้องเล็กที่กำลังง่วนกับไอแพดวาดแบบบ้าน
เลโก้ ปราณ ปวรนันท์ นักศึกษาสถาปัตย์ปี 2
น้องชายคนเล็ก ผู้มีโลกส่วนตัวสูง แต่ปากร้ายพอตัว ปราชญ์ถอนหายใจเบาๆ
“พวกนายสองคน เลิกกัดฉันตั้งแต่เช้าได้ไหม” แต่ถึงจะพูดแบบนั้น มุมปากของเขาก็ยังยกขึ้นเล็กน้อยเสมอ
ปริ้นวางไอแพดลง มองภาพตรงหน้าด้วยสายตานิ่งๆ แต่ใครที่รู้จักเขาดีพอจะรู้ว่านี่คือความสุขที่สุดในชีวิตของชายที่ผ่านโลกธุรกิจมาอย่างโชกโชน
“ตั้งใจเรียนกันให้ดี” เขาพูดเรียบๆ
“พวกแกคือสิ่งที่พ่อภูมิใจที่สุด” คำพูดนั้นทำให้ทั้งโต๊ะเงียบลงไปชั่วครู่ ก่อนที่ปริญจะยิ้มกว้าง
ปราณจะยกคิ้วแบบเขินๆ และปราชญ์ก้มหน้าลงนิดหนึ่ง
"เอาล่ะเด็กๆ เดี๋ยวแม่ไปทำอาหารให้ทานก่อน" ปิ่นมุกเอ่ยออกมาได้รอยยิ้มนี่เป็นความสุขที่เธอมีทุกเช้า
"ไม่เด็กแล้วนะครับ" ปราณเอ่ยออกมาในขณะที่พี่ชายทั้งสองคนก็พยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่ปราณพูด ส่วนปิ่นมุกได้แต่ส่ายหน้าแล้วก็ยิ้มน้อยๆ เดินไปที่ครัว เพื่อจะเตรียมอาหารให้ทุกคนรับประทานในเช้านี้
แสงแดดยามเช้าส่องผ่านกระจกบานใหญ่ของคฤหาสน์กลางเมือง กลิ่นอาหารเช้าลอยอบอวลไปทั่วชั้นล่าง เสียงจานชามกระทบกันเบาๆ
และเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นเป็นระยะ ทำให้บ้านหลังนี้ไม่เคยเงียบเหงาเลยแม้แต่วันเดียว
ในห้องครัว
ปิ่นมุก ยืนอยู่หน้าเตา ใส่ผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้
มือกำลังตอกไข่ทำไข่คนอย่างตั้งใจ แม้จะมีแม่บ้านคอยดูแลทุกอย่างก็ตาม
“แม่ครับ ถ้าแม่ยังทำอาหารเองทุกเช้าแบบนี้ แม่บ้านตกงานแน่นอนนะครับ” เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นจากด้านหลัง เจ้าของเสียงคือชายหนุ่มร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาด ปราชญ์นั่นเอง ปิ่นมุกหันมายิ้มให้ลูกชายคนโต
“แม่อยากทำให้ลูกกินเองนี่นา อีกหน่อยลูกก็จะยุ่งกว่าเดิมแล้ว” ปราชญ์ยิ้มบางๆ ก่อนจะเดินเข้าไปกอดแม่จากด้านหลังอย่างอ่อนโยน ภาพนั้นทำให้ใครเห็นก็อดยิ้มตามไม่ได้ ยังไม่ทันจะซึ้งไปมากกว่านั้น เสียงโวยวายก็ดังลั่นขึ้น
“เฮ้ย! เลโก้! นายแย่งเสื้อฮู้ดฉันไปอีกแล้วนะ!”
ปริญเดินลงบันไดมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ หลังจากเขาลืมเสื้อฮู้ดแล้วขึ้นไปหยิบเสื้อฮูด ในขณะที่ปราณเดินตามหลังมา พร้อมใส่เสื้อฮู้ดตัวเดียวกันแบบหน้าตาเฉย
“ของมันอยู่บนโซฟา ใครหยิบได้ก่อนก็ของคนนั้น” เลโก้ตอบเสียงเรียบ
“นายมันเด็กขี้โกง!”
“พี่มันแก่สายตาช้าเอง”
“เลโก้!” เสียงปิ่นมุกดังขึ้นทันที เด็กหนุ่มคนเล็กยอมหยุดเถียงอย่างว่าง่าย
“ครับแม่…” ปริญรีบเสริมทันที
“เห็นไหม แม่ดุ นายก็ยอมแต่กับแม่อะ” ปราณหันมามอง
“แล้วพี่ไม่ยอม?”
“พี่ไม่ยอมเฉพาะกับพ่อนะ” พอดีกับที่ชายวัยกลางคนในชุดสูทเรียบหรูเดินเข้ามาในห้องทานข้าวพอดี แววตานิ่ง สุขุม และมีอำนาจโดยธรรมชาติ นี่แค่พ่อเพิ่งขึ้นไปเปลี่ยนชุดเตรียมไปทำงานสงครามระหว่างลูกชายก็ได้เริ่มต้นขึ้น ปริญชะงักทันทีแล้วรีบยิ้มหวานอย่างรู้หน้าที่
“ไม่มีอะไรหรอกครับพ่อแค่ล้อกันเล่น” ปราณหัวเราะในลำคอเบาๆ
“เมื่อกี้ยังปากดีอยู่เลย”
“เงียบไปเลย!” ปริ้นมองภาพตรงหน้าด้วยสายตานิ่งๆ แต่ถ้าใครสังเกตดีพอ จะเห็นรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของเขา
“บ้านนี้เสียงดังตั้งแต่เช้าเหมือนเดิม” เขาพูดเรียบๆ ปิ่นมุกยกจานอาหารมาวางบนโต๊ะ
“ก็มันมีลูกชายตั้งสามคน คุณจะให้เงียบเหมือนบ้านตัวอย่างได้ยังไง” ปริญทิ้งตัวนั่งลงข้างพ่อทันที
“นั่นสิครับ บ้านเราต้องมีผมเป็นสีสัน” ปริ้นเหลือบตามอง
“สีสันหรือปวดหัว?” ปราณหลุดขำ
“อันนี้เห็นด้วยกับพ่อครับ”
“เฮ้ย! นายเข้าข้างพ่อเพื่อจะเอาตัวรอดตลอดเลยนะ!” ปราชญ์ส่ายหัวเบาๆ กับความวุ่นวายของน้องชายทั้งสอง ก่อนจะเอื้อมมือไปตักอาหารให้ปราณโดยอัตโนมัติ
“กินดีๆ จะได้มีแรงทำงานส่งอาจารย์” ปราณชะงักนิดหนึ่งก่อนจะพูดเบาๆ
“…ขอบคุณครับพี่”
ปริญรีบเอาหน้าเข้ามา “แล้วผมล่ะครับ คุณหมอ ผมก็ทำโปรเจกต์หนักเหมือนกันนะ”
ปราชญ์มอง
“แกกินเองเป็นไหม”
“โห โหดร้ายกับน้องกลางมาก” ปิ่นมุกหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู
“พวกเราสามคนเนี่ยนะ อยู่ด้วยกันทีไร บ้านไม่มีวันสงบ” ปริ้นมองลูกชายทั้งสามคน สายตาแข็งกร้าวในโลกธุรกิจ กลับอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่ออยู่ตรงนี้
“แต่พ่อชอบ” สิ่งที่หลุดออกมาจากปากของปริ้นทำให้ทั้งโต๊ะเงียบไปชั่วครู่ ปริญยิ้ม ปราณก้มหน้ากลบความเขิน ปราชญ์ยิ้มบางๆ อย่างเข้าใจ นี่แหละบ้านของพวกเขา บ้านที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ อบอุ่นจนใครๆ ก็อิจฉา
เมื่อมื้ออาหารเช้าที่แสนจะพร้อมหน้าจบลง รถสปอร์ตสีดำเงาวับค่อยๆ เคลื่อนออกจากประตูเหล็กสูงของคฤหาสน์ปวรนันท์อย่างนุ่มนวล
ยามรักษาความปลอดภัยโค้งให้ตามระเบียบ
เมืองยามเช้าเริ่มคึกคัก แสงแดดสะท้อนกระจกตึกสูงสองข้างทาง เสียงรถ เสียงผู้คน และจังหวะชีวิตเร่งรีบ แตกต่างจากความสงบในบ้านเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง ภายในรถ ปราชญ์นั่งนิ่ง มือหนึ่งจับพวงมาลัย อีกมือวางบนเกียร์อย่างเคยชิน ใบหน้าหล่อคมยังคงเรียบนิ่ง แต่แววตากลับเต็มไปด้วยบางสิ่งที่ซับซ้อนกว่านั้น
เขาไม่ใช่แค่ลูกชายของตระกูลดังในมหาวิทยาลัยเอกชนที่แพงที่สุดแห่งนี้
ชื่อของปราชญ์ ปวรนันท์ ยังถูกพูดถึงแทบทุกวัน
“นั่นไง รุ่นพี่แพทย์ปีหก หล่อมากเลย…”
“คนนี้แหละ ลูกชายเจ้าของกลุ่มธุรกิจปวรนันท์”
“ได้ยินว่าคะแนนท็อปทุกปีเลยนะ”
“นิสัยดีด้วย ไม่เคยวางตัวหยิ่งเลย” คำพูดเหล่านั้นเป็นทั้งคำชมและความกดดันที่ถูกส่งมาที่เขาโดยตรง ความคาดหวังที่ถูกโยนมา การเปรียบเทียบที่ไม่มีวันสิ้นสุด มันหนักจนบางครั้งเขารู้สึกเหนื่อย
ไฟแดงตรงสี่แยกทำให้รถต้องหยุดนิ่ง ปราชญ์มองเงาตัวเองในกระจกหน้ารถ ชายหนุ่มในนั้นดูสมบูรณ์แบบเหลือเกิน แต่ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อคืนเขานอนไม่ถึงสามชั่วโมง เพราะต้องอ่านเคส เตรียมพรีเซนต์ และทบทวนเนื้อหาที่ไม่มีวันจบ
โทรศัพท์บนคอนโซลรถสั่นขึ้นเบาๆ
ปริญ : ถึงแล้วบอกด้วยนะเว้ยพี่หมอ เย็นนี้อย่าหนีเวรนะ แม่บอกให้กลับมากินข้าวพร้อมหน้ากัน
ปราชญ์เผลอยิ้มมุมปาก พิมพ์ตอบกลับสั้นๆ
ปราชญ์ : รู้แล้ว
เพียงข้อความสั้นๆ แต่ทำให้ความอึดอัดในใจคลายลงเล็กน้อย เมื่อสัญญาณไฟเขียวปรากฏขึ้น รถค่อยๆ เคลื่อนตัวต่อ ตึกของมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังปรากฏตรงหน้า สวยงาม สง่างาม และเปี่ยมไปด้วยภาพลักษณ์ของชนชั้นนำ
เมื่อรถของเขาเลี้ยวเข้าไป สายตาหลายคู่ก็หันมามองโดยอัตโนมัติไม่ใช่เพราะรถหรู แต่เพราะเป็นเขา บางคนกระซิบ บางคนแอบหยิบมือถือขึ้นมาถ่าย หลายคนแค่ยืนมองเงียบๆ ด้วยสายตาชื่นชม ปราชญ์เคยชินกับมันแล้ว แต่ไม่เคยชินจริงๆ สักครั้ง
เขาจอดรถในที่ประจำ เปิดประตูลงมา สายลมอ่อนๆ พัดผ่านปลายผมสีเข้ม เสื้อเชิ้ตขาวสะอาดกับเสื้อกาวน์ที่พาดแขนไว้ ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของเขาดูเหมือนหลุดออกมาจากนิยายรัก
“พี่ลูก้า!” เสียงใสๆ ของรุ่นน้องดังขึ้นจากด้านหลัง เขาหันไปตามเสียง รอยยิ้มสุภาพประจำตัวปรากฏขึ้นทันที
“อรุณสวัสดิ์ครับ” แค่รอยยิ้มเดียว ก็ทำให้หัวใจของใครหลายคนสั่นไหว แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า
ภายใต้รอยยิ้มนั้น เขากำลังแบกรับความรู้สึกมากมายแค่ไหน ลูกของปริ้น ปวรนันท์ ต้องเก่ง
ต้องสมบูรณ์แบบและไม่มีวันพลาด เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของพ่อ แต่เป็นเสียงในหัวของเขาเอง
เสียงที่ฝังอยู่มานานจนแยกไม่ออกแล้วว่ามันเป็นความคาดหวังของใครกันแน่ ปราชญ์สูดลมหายใจลึกๆ ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไปในตึกเรียน
บทล่าสุด
#65 บทที่ 65 เช้าวันแรกหลังแต่งงาน
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#64 บทที่ 64 การเริ่มต้นอันแสนเรียบง่าย
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#63 บทที่ 63 ลูกจ้างร้านโลงศพ
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#62 บทที่ 62 เดทแรกของคู่หมั้น
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#61 บทที่ 61 ก็ยังเป็นคนเดิม
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#60 บทที่ 60 ให้ผ่าน
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#59 บทที่ 59 เข้าถ้ำเสือ
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#58 บทที่ 58 ไม่เหมาะสม
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#57 บทที่ 57 อย่าหายไปอีก
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#56 บทที่ 56 ผู้หญิงของผม
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สัญญารักประธานร้าย
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
รักไม่หลอก
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!













