บทที่ 4 ถอยไม่ได้อีกแล้ว NC+++
ประตูห้องพักปิดลงเบาๆ เสียง คลิก เพียงแผ่วเดียว แต่กลับเหมือนตัดโลกภายนอกออกไปทั้งหมด ไฟในห้องสว่างนวล ม่านโปร่งปลิวตามแรงแอร์ กลิ่นหอมสะอาดแบบโรงแรมห้าดาวลอยอ่อนๆ ในอากาศ เกล้าแก้วยืนอยู่กลางห้อง มือกำสายกระเป๋าไว้แน่นกว่าที่ควร หัวใจเต้นแรงจนเธอได้ยินชัดกว่าความเงียบ
ปราชญ์ถอดรองเท้า วางกุญแจรถลงบนโต๊ะข้างผนัง ก่อนจะหันกลับมามองเธอ สายตาของเขาไม่ใช่แบบที่มองใครเล่นๆ แต่นิ่งจนทำให้คนถูกมองใจสั่น
“คุณ…อยากนั่งก่อนมั้ยครับ” เสียงเขานุ่มกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เกล้าแก้วพยักหน้าเบาๆ เดินไปนั่งที่ปลายเตียง ชายกระโปรงขยับตามจังหวะการเคลื่อนไหว โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งมองทุกก้าวอย่างเงียบงัน ปราชญ์เดินไปหยุดตรงหน้าเธอ ไม่ได้ใกล้เกินไปแต่ใกล้พอให้ลมหายใจได้ยินกันชัด
“คุณโอเคไหม” เขาถามเบาๆ จริงจัง ถ้าเธอไม่โอเคเขาจะไปส่งเธอโดยไม่ทำอะไรที่มันเกินเลย
เกล้าแก้วเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ดวงตายังมีความเมาเจืออยู่ แต่ก็มีความรู้สึกบางอย่างที่ชัดยิ่งกว่า
“โอเคค่ะ…” เสียงเธอเบามาก หลังจากพูดจบเธอก็นั่งลงบนโซฟา
ปราชญ์นั่งลงข้างๆ เว้นระยะห่างนิดเดียว แต่สำหรับหัวใจที่กำลังสั่นไหว มันแทบไม่มีช่องว่างเหลือเลย ความเงียบเข้ามาอีกครั้ง แต่คราวนี้ เต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่อธิบายไม่ได้ เขาเอื้อมมือไปเพียงเพื่อจะเกลี่ยปอยผมที่หล่นลงมาปิดแก้มเธอ ท่าทางนั้นอ่อนโยนมาก ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปถ้าแตะแรงเกินไป ปลายนิ้วของเขาสัมผัสแค่เส้นผม แต่เกล้าแก้วกลับรู้สึกเหมือนหัวใจถูกแตะด้วย เธอกลืนน้ำลายลงคอ หายใจไม่สม่ำเสมอแต่ไม่ถอย ปราชญ์ชะงัก มองเธออยู่นานกว่าที่ควร ก่อนจะพูดเสียงแผ่ว
“คุณรู้ไหม…คุณถอยไม่ได้อีกแล้วนะ” เธอยิ้มบางๆ
“ก็ไม่ได้คิดจะถอยนี่คะ” ความหล่อมันบังตา ทำให้เกล้าแก้วตอบออกไปแบบนั้น เขาไม่ตอบทันทีเพียงแต่สบตาเธอใกล้ขึ้น จนเธอรับรู้ได้ถึงความจริงจังในแววตานั้น
“ทำให้ผมคิดอะไรเยอะไปหมด” คำพูดของเขาไม่ได้ต้องการคำตอบ แต่กลับทำให้หัวใจของคนฟังเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ เกล้าแก้วเอนศีรษะลงกับไหล่ของเขาไม่ได้ตั้งใจ เหมือนร่างกายเลือกทำไปเองก่อนสมองจะทันห้าม
ปราชญ์นิ่งไปทันที ลมหายใจสะดุดแต่ไม่ได้ขยับหนี ตรงกันข้าม เขายกแขนขึ้นช้าๆ โอบไหล่เธอไว้หลวมๆ เหมือนกำลังบอกว่า
“โอกาสสุดท้ายของคุณหมดลงแล้วนะ” เกล้าแก้วหลับตาลง ได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นอยู่ใกล้ๆ
“ลูก้า…” เธอเรียกชื่อเขาเบาๆ เป็นครั้งแรก แค่นั้นก็ทำให้เขาหลับตาลงชั่ววินาที เหมือนชื่อของเขาถูกออกเสียงในแบบที่ไม่เคยมีใครเรียกมาก่อน เขาก้มลงเล็กน้อยหน้าผากของทั้งสองคนเกือบแตะกัน ลมหายใจคลอเคลีย ใกล้พอให้หัวใจสั่น
แสงไฟในห้องยังคงนุ่มนวล เงาของคนสองคนทาบซ้อนกันบนผนังสีอ่อน ปราชญ์ยกมือขึ้นช้าๆ ปลายนิ้วแตะแก้มของเกล้าแก้วอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังขออนุญาตมากกว่าการครอบครอง เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่เงยหน้าขึ้น
สายตาทั้งคู่สบกันใกล้ ใกล้จนลมหายใจเริ่มรับรู้ถึงลมหายใจของกันและกัน
ช่วงเวลานั้น ทุกอย่างรอบตัวเหมือนหยุดนิ่ง ริมฝีปากของเขาแตะลงบนของเธออย่างแผ่วเบาในตอนแรก เป็นเพียงการสัมผัสที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน เหมือนกำลังทดสอบว่าอีกฝ่ายยังอยู่ตรงนี้จริงหรือไม่ แต่เมื่อเธอไม่ถอย ไม่ปฏิเสธ มือของเขาก็ขยับมาโอบเธอไว้ใกล้ขึ้นอีกนิด
จูบนั้นค่อยๆ ลึกขึ้น ลิ้นอุ่นชื้นของเขาเข้าไปสำรวจในโพรงปากหวานของเธอ และเขาก็เรียกร้องหาความหอมหวานจากโพรงปากหวานอย่างไม่รู้จักเบื่อ มันทำให้อบอุ่นขึ้นจนหัวใจของทั้งสองเต้นไม่เป็นจังหวะ
ลูก้าผละออกเพียงเล็กน้อย
ริมฝีปากของเขาเลื่อนผ่านแนวกราม
ก่อนจะหยุดอยู่ที่ซอกคอขาว ฝากสัมผัสอ่อนๆ ไว้ตรงนั้น ทำให้เกล้าแก้วเผลอสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว มือของเขาวางลงบนแผ่นหลังของเธอ ลูบไล้ช้าๆ เหมือนกำลังปลอบ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาไม่ได้มีความเร่งเร้า มีเพียงความใส่ใจที่สำรวจทุกอณูกายเธอส่งผ่านปลายนิ้ว เกล้าแก้วยกมือขึ้นจับแขนเสื้อของเขาไว้แน่น ราวกับต้องการยึดเหนี่ยวบางอย่าง ในขณะที่หัวใจของเธอกำลังอ่อนยวบลงอย่างช้าๆ
อาภรณ์ของเธอถูกปลดออกด้วยความใจเย็น เพียงไม่นานอาภรณ์ของเธอ ก็หลุดออกจากร่างเหลือเพียงแพนตี้จิ๋วและชั้นในลูกไม้สีหวาน พี่ยังเป็นปราการห่อหุ้มร่างบางเอาไว้ เรียวปากหยักของฝ่ายชาย กลับไปครอบครองที่โพรงปากหวานของหญิงสาวอีกครั้ง และครั้งนี้มือของเขาไม่ได้อยู่กับที่ เขาฟ้อนเป็นเต้าตูมเต่งทั้งสองข้างด้วยความเมามัน กายบางร้อนรุ่มเพราะความปรารถนาที่ถูกจุดโดยเขา เธอไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้มาก่อน ถ้าบอกว่าให้ห้ามใจ แล้วคนที่หน้าตาเหมือนสเปคของตัวเองแบบนี้ มันคงจะเป็นสิ่งที่ยากเหลือเกิน แค่ได้ลองสักครั้งแล้วพรุ่งนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็ยินดีรับมัน
ส่วนฝ่ายชายก็ยังคงง่วนอยู่กับการหาความสุขจากเรือนร่างของเธอ ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้ความปรารถนาของเขาพุ่งสูงได้เร็วขนาดนี้ ผู้หญิงคนนี้มีอะไรซ่อนอยู่ เขาไม่เคยทำผิดกฎตัวเอง ไปต่อกับผู้หญิงที่อยู่ในผับ แต่วันนี้เขาเลือกที่จะทำผิดกฎ เพียงเพราะร่างอรชรที่เขากำลังสำรวจอยู่ตอนนี้ ชายหนุ่มเริ่มจะอดใจไม่ไหว เขาจัดการปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนเองในขณะที่เรียวปากหยักก็ยังหาความสุขจากโพรงปากบางของหญิงสาว เพียงไม่นานชายหนุ่มก็ปราศจากอาภรณ์ขวางกั้น
และสิ่งที่เขาจะทำต่อไปนั่นก็คือการหยิบเครื่องป้องกันที่อยู่ในกระเป๋ากางเกง มาสวมใส่อาวุธอันใหญ่โตของเขา เพื่อให้มันพร้อมที่จะออกศึก
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มจึงใช้มือหนาทั้งสองข้างของเขาจัดการกับอาภรณ์ชิ้นน้อยที่เหลือทั้งสองชิ้นของเธอ จนอาภรณ์ชิ้นน้อยหลุดร่วงออกจากกายมาของหญิงสาว ไร้ซึ่งอาภรณ์ขวางกั้นเผยให้เห็นผิวงามที่เนียนละเอียดละออเหลือเกิน ไม่ว่าเขาจะสัมผัสไปตรงไหนก็ชวนให้ลุ่มหลงเหลือเกิน ส่วนกายบาง ก็ร้อนรุ่มไปทั่วทั้งกาย ผิวของเธอแดงราวกับลูกตำลึงสุก ยิ่งเขาเห็นเขาก็ยิ่งพึงพอใจเป็นอย่างมาก
ร่างบางถูกกดทับลงบนโซฟาตัวสวย ก่อนที่ร่างสูงจะทาบทับลงมา ตอนนี้เรียวปากหยักของเขามาหยุดอยู่ที่เนินเนื้อตูมเต่งของเธอ พอเขาทำอย่างนั้นความร้อนรุ่มก็แผ่ซ่านไปทั่วทั้งตัวเธอ เธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน มันเป็นความเสียวที่เธอไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้
ตอนนี้เขาไม่อาจหักห้ามใจได้อีกต่อไป ตอนแรกที่เริ่มอย่างใจเย็น ตอนนี้กลายเป็นความเร่าร้อนที่มันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
น้ำหวานเหนียวใสเริ่มไหลออกมาจากกลีบดอกไม้งามที่มันยังปิดสนิทอยู่ โดยที่ฝ่ายหญิงไม่รู้ตัวเลยว่าช่องแคบนั้นได้ปล่อยน้ำหวานที่เต็มไปด้วยความสุขออกมา ชายหนุ่มเริ่มส่งมือของเขา ลูบไล้ไปทั่วผิวเนียนละออของเธอ ก่อนที่จะมาหยุดอยู่ที่เนินเนื้ออวบอูมที่ปกคลุมด้วยไรขนอ่อน เขายีเข้าไปตรงเกสรดอกไม้งาม ยิ่งทำให้น้ำหวานเหนียวใสไหลออกมามากขึ้นกว่าเดิม และปลายนิ้วของเขาก็สัมผัสได้ถึงมันชายหนุ่มยกยิ้นด้วยความพึงพอใจเธอคงพร้อมแล้วสินะที่จะเริ่มต้นไปกับเขา
ชายหนุ่มไม่คิดเปล่าตอนนี้อาวุธอันใหญ่โตของเขามาจอดอยู่ที่ปากทางรักสีสดที่ยังปิดสนิทอยู่ ปลายบานค่อยๆ ถูไล้หยอกเย้าพี่กลีบดอกไม้งามที่ยังติดสนิทอยู่ ยิ่งเขาทำแบบนั้นร่างบางก็ยิ่งเสียวเสียจนแทบสำลักลมหายใจของตัวเองมันเป็นความรู้สึกวาบหวามและร้อนรุ่มไปทั้งตัว เธออยากรู้เหลือเกินว่าบทรักที่เขากำลังพาเธอดำเนินอยู่นี้มันจะไปจบลงที่ใด
ปลายบานของเขาค่อยๆ ดุนดันเข้าไปในช่องอันคับแน่นนั้น เพียงแค่มันดุนดันเข้าไป มันก็ทำให้เขารู้สึกถึงการตอดรัดของเธอ ส่วนเกล้าแก้วก็รู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อย เพราะความใหญ่โตของเขามันขนาดเกินมาตรฐานชาวไทย
ปราชญ์แปลกใจไม่น้อย เพราะเธอคับแน่นผิดปกติ อาจจะเพราะว่าผู้ชายที่เธอเคยผ่านมาอาวุธอาจจะไม่ได้ใหญ่โตเท่าขนาดของเขา มันก็เลยทำให้อาวุธอันใหญ่โตของเขาทำงานลำบากเล็กน้อย เขาจึงต้องใจเย็นกับเธอนิดหน่อยแม้ว่าอารมณ์ของเขา มันจะทำให้เขาเย็นไม่ค่อยลงแล้ว ความปรารถนาของเขามันผู้สูงขึ้นกว่าตอนนั้นเสียอีก แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่มีรสนิยมที่จะทำให้คู่
นอนของเขาเจ็บปวด เพื่อที่จะมอบความสุขให้เขา
