บทที่ 1 เดิมพันของราชสีห์

เสียงเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์แผดคำรามสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางความมืดมิดของสนามแข่งรถใต้ดิน กลิ่นยางไหม้คละคลุ้งไปกับกลิ่นน้ำมันและเหงื่อของผู้คนที่ยืนล้อมรอบตะโกนเชียร์ด้วยความบ้าคลั่งราวกับคนขาดสติ แสงไฟนีออนวูบวาบสะท้อนกับตัวถังรถราคาแพงที่จอดเรียงราย ทว่าท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ร่างสูงโปร่งของ ‘เลโอ’ กลับยืนพิงรถคู่ใจด้วยใบหน้าเฉยเมย แววตาคมกริบของเขาดุร้ายไม่ต่างจากเสือโคร่งที่กำลังเบื่อหน่ายเหยื่อเต็มทน

​“เฮ้ยเลโอคืนนี้เดิมพันเท่าไหร่ดีวะ?” เสียงทักทายจากเพื่อนร่วมวงการไม่ได้ทำให้เขาสละสายตาไปมอง

​“เท่าไหร่ก็ได้...ที่มันทำให้ฉันหายเบื่อ” เขาตอบเสียงเรียบ ก่อนจะกระดกบรั่นดีราคาแพงลงคอราวกับมันเป็นน้ำเปล่า สำหรับเลโอ เงินไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือความท้าทายที่เขามักจะคว้ามันมาได้ง่ายเกินไปจนน่ารำคาญ

​เขาเลิกสนใจเสียงนกเสียงกาแล้วก้าวเท้าเดินเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวที่ถูกจัดเตรียมไว้ แววตาคมกริบจ้องมองไปที่สนามแข่งที่ดูต่ำเตี้ยเรี่ยดินในสายตาเขา ริมฝีปากหยักลึกกระตุกยิ้มอย่างลำพองใจเพราะเขารู้ดีว่าอำนาจเงินมันเนรมิตได้ทุกอย่าง แม้แต่ที่แห่งนี้... จุดจบก็มักจะรู้กันดีว่าคนที่อยู่ต่ำกว่ามักแพ้พ่ายเสมอ

​“ สวัสดีครับเชิญด้านนี้ครับ ” พนักงานในสนามรีบวิ่งเข้ามาประจบประแจงทันทีที่เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่กุมอำนาจเงินไว้ล้นมือ

​เลโอเดินสอดส่องไปตามรถแข่งที่จอดรอรับเดิมพัน แววตาคมดำขลับมองเข้าไปในพื้นที่กว้างขวางนั้นด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปมา ระหว่างความเบื่อหน่ายกับความกระหายอยากจะเห็นอะไรที่มันเร้าใจกว่าเดิม พนักงานหนุ่มพอจดจำใบหน้าเขาได้ก็เชิญไปที่แห่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นคนเก่าหรือใหม่ต่างก็ต้องไปสแกนตัวกันก่อนจะเข้าสู่โซนวีไอพีได้

​ชายหนุ่มยืนอยู่หน้าเครื่องสแกนรอมันทำงานเพียงครู่เดียว ข้อมูลของเขาก็ถูกส่งไปยังห้องจัดการเบื้องหลัง

​“ เดี๋ยวเชิญทางนี้ครับ ไปเล่นด้านบนดีกว่า ” พนักงานรีบเสนอทางเลือกที่หรูหรากว่าให้

​“ หึ..ทำไมล่ะฉันเล่นตรงนี้ก็ได้คนเยอะแยะออก ” เลโอเลิกคิ้วมองอย่างกวนประสาท

​“ อย่าดีกว่าครับชั้นแรกให้ลูกค้าขาจรเล่นไปเถอะ ชั้นบนมีเรื่องน่าสนุกรองรับลูกค้าวีไอพีอย่างคุณเลโออีกเยอะเลยครับ ”

​“ เหอะ! ไอ้นี่มันพูดเป็นว่ะ งั้นนำไปเลย ”

​เลโอยิ้มขึ้นมุมปากเพราะคำประจบประแจงของพนักงานหนุ่ม โดยที่เขาไม่ต้องออกปากบอกให้เปลืองแรงว่าตนเองอยู่ชนชั้นไหน ทำงานเลียแข้งเลียขาแบบนี้ไงเขาถึงได้แวะมาใช้บริการที่นี่บ่อยๆ ชายหนุ่มผู้ยกตนข่มคนอื่นไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังถูกจับตามองจากห้องควบคุมเบื้องหลัง สายตาที่มองลงมาสอดส่องการกระทำของเขาดูราวกับจะประเมินนิสัยใจคอเบื้องลึกว่าเถื่อนถ้ำแค่ไหน

​เมื่อเลโอขึ้นไปถึงบนชั้นสองถึงกับต้องตกตะลึงตาแวววาว เพราะเครื่องเล่นและเกมเดิมพันมากมายดึงดูดใจให้เขาเข้าไปลอง เขาเดินสอดส่องไปตามโต๊ะที่แขกคนอื่นๆ กำลังเมามันกับการเสี่ยงโชค บางโต๊ะก็มีเสียงหัวเราะ บางโต๊ะก็มีแต่เสียงโวยวายเพราะตัวเองแพ้เดิมพัน ทำเอาหัวใจชายหนุ่มเต้นโครมครามอยากจะลองเล่นใจจะขาด

​สองฝ่าเท้าเดินไปหยุดตรงโต๊ะพนันใหญ่ ทว่าสายตาของเขาดูเหมือนจะเริ่มไม่ไว้ใจพนักงานที่คอยนำทางซึ่งท่าทางล่อกแลกเกินกว่าจะไว้ใจได้ เลโอที่คิดว่าตัวเองกุมอำนาจเงินได้เหนือกว่ากลับไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังตกหลุมพรางความมั่นใจของตัวเองเข้าเสียแล้ว

​“ จี๊! โถ่เว้ยทำไมมันออกงี้วะ! ” เลโอสบถออกมาเสียงดังอย่างไม่เกรงใจเพื่อนร่วมโต๊ะ

​ความรู้สึกตอนได้กับตอนเสียมันต่างกันลิบลับ ชายหนุ่มหัวเสียทันทีเมื่อเงินจำนวนมากมายมหาศาลที่เพิ่งได้มาหยกๆ ดันหายวับไปกับตา เขาไม่ได้เสียดายเศษเงินพวกนั้น แต่เขาเสียหน้าที่ถูกลูบคม เลโอสบถออกมาเสียงดังอย่างไม่เกรงใจใคร จนพนักงานในบ่อนต้องเดินเข้ามาเพื่อทำการห้ามปรามไม่ให้เกิดการทะเลาะวิวาท

​“ ใจเย็นก่อนนะครับ ลองดูใหม่ไหมครับ ”

​“ ลองใหม่เหี้ยอะไรมึงไม่เห็นเหรอวะไอ้นี่มันโกงชัดๆ ” เลโอกระชากคอเสื้อพนักงานขึ้นมา แววตาของเขาดุร้ายพร้อมจะพังทลายทุกอย่างที่ขวางหน้า

​“ อ้าว! พูดงี้ก็สวยสิไอ้หนุ่ม ตอนมึงได้กูเคยว่ารึเปล่าล่ะ เสียครั้งเดียวทำเป็นหัวร้อน เดี๋ยวกูทุบแมร่ง ” เสียงท้าทายจากคนคุมโต๊ะยิ่งทำให้เส้นความอดทนของเลโอขาดผึง

​“มึงว่าไงนะ? เมื่อกี้มึงบอกว่าจะทุบใคร!”

​เลโอตะคอกเสียงกร้าว มือหนาที่บีบคอเสื้อพนักงานจนเส้นเลือดปูดโปนขยับเข้าไปใกล้ใบหน้าของไอ้คนคุมโต๊ะที่บังอาจมาลองดี แววตาของเขาไม่ได้มีความกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความคลุ้มคลั่งที่ถูกจุดขึ้นจากความน่ารำคาญที่สะสมมาทั้งวัน

​“กะ...กูบอกว่าถ้ามึงยังไม่หยุดโวยวาย กูจะให้คนลากมึงออกไปข้างนอกไงไอ้หนุ่ม! มึงรู้ไหมที่นี่ถิ่นใคร?” ไอ้คุมโต๊ะพยายามข่มขวัญพลางส่งสัญญาณให้การ์ดร่างยักษ์อีกสองคนเดินเข้ามาล้อม

​“เหอะ! ถิ่นใครกูไม่รู้ แต่ถ้ามึงยังไม่หุบปากหมาๆ ของมึงกูจะเอาเงินฟาดปากมึงให้ฟันหลุดหมดปากเดี๋ยวนี้แหละ!”

​เลโอสะบัดแขนเหวี่ยงพนักงานคนนั้นจนล้มคว่ำไปกระแทกกับโต๊ะพนันจนชิปกระจายเกลื่อนพื้น เขาหยิบเช็คเงินสดออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เซ็นยอดเงินจำนวนมหาศาลที่มากกว่าที่เขาเสียไปหลายเท่าตัวแล้วโยนใส่หน้าไอ้คนที่ขู่จะทุบเขา

​“เอาเงินนี่ไปซ่อมปากมึงซะ แล้วจำใส่หัวไว้ว่าคนอย่างกู...ถ้ากูจะเล่น มึงไม่มีสิทธิ์มาเล่นตุกติก!”

​บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบกริบราวกับป่าช้า ทุกสายตาจ้องมองเศษกระดาษที่มีมูลค่ามากกว่าชีวิตพวกมันทั้งปีรวมกัน เลโอกระตุกยิ้มสมเพชก่อนจะหมุนตัวเดินออกมาจากตรงนั้นโดยไม่หันกลับไปมองความวุ่นวายเบื้องหลัง เขาเดินลงบันไดมายังชั้นล่างด้วยอารมณ์ที่ยังคุกรุ่น บรั่นดีในมือถูกกระดกลงคอรวดเดียวหมดขวดก่อนจะเขวี้ยงขวดทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ใยดี

​“โถ่เว้ย! มีแต่พวกขยะน่ารำคาญ”

​เขาสบถกับตัวเองพลางเดินกลับไปที่รถซูเปอร์คาร์คันหรูที่จอดเด่นหราอยู่ท่ามกลางสายตาอิจฉาของพวกขาจร เลโอเปิดประตูเข้าไปนั่งประจำที่ กระชากเกียร์แล้วเหยียบคันเร่งจนเสียงท่อแผดคำรามสนั่นสนามอีกครั้ง เขาต้องการที่ระบายความร้อนในอก และเป้าหมายต่อไปคือร้านเหล้าที่เพื่อนเขาบอกว่ามี ของเด็ด

​เขาไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจไปดับร้อนที่ร้านเหล้าคืนนี้ จะทำให้เขาได้เจอกับความพยศที่จะทำให้ชีวิตน่าเบื่อของเขาวุ่นวายไปตลอด

บทถัดไป