บทที่ 12 น่าสมเพช

​เช้าวันรุ่งขึ้นบรรยากาศในมหาวิทยาลัยที่เคยดูร่มรื่นกลับกลายเป็นสถานที่ที่น่าอึดอัดที่สุดสำหรับเซญ่า เธอเดินก้มหน้าผ่านประตูรั้วเข้ามา ร่างกายซูบซีดและขอบตาที่บวมช้ำจากการไม่ได้นอนทั้งคืนถูกอำพรางไว้ด้วยเครื่องสำอางบางๆ แต่รอยแดงบนแก้มที่เลโอเคยฝากไว้นั้นยังคงทิ้งร่องรอยจางๆ ให้เห็น ทุกย่างก้าวที่เธอเดินผ่านดูเหมือนจะถูกสายตาของเหล่านักศึกษาจ้องจับผิดไปเสียหมด

​เธอพยายามทำตัวให้เล็กที่สุด เดินเลี่ยงไปตามทางเดินที่คนไม่พลุกพล่านเพื่อมุ่งหน้าไปยังอาคารเรียนคณะบริหารฯ ที่วันนี้มีคลาสสำคัญ แต่ทว่าความวุ่นวายที่เธอกลัวกลับเริ่มต้นขึ้นเร็วกว่าที่คิด

​บริเวณลานใต้ตึกคณะที่ปกติจะมีแต่นักศึกษานั่งจับกลุ่มคุยกัน บัดนี้กลับมีกลุ่มชายฉกรรจ์ชุดดำสามสี่คนยืนเกะกะอยู่หน้าทางเข้า แววตาที่ดุดันและรอยสักที่พ้นขอบแขนเสื้อออกมาทำให้ใครหลายคนต้องเดินอ้อมไปไกลๆ หนึ่งในนั้นถือรูปถ่ายใบหนึ่งไว้ในมือ เดินดักหน้านักศึกษาทุกคนที่เดินผ่านเพื่อถามหาใครบางคน

​และคนที่โชคร้ายที่สุดในเช้านี้คือนิกกี้ที่กำลังเดินถือแก้วกาแฟเข้ามาหวังจะมาดักรอเซญ่า

​“เฮ้ย! น้อง... หยุดก่อน” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งกระชากแขนหนิกกี้จนแก้วกาแฟเกือบหก

​“อะไรของพี่เนี่ย! ปล่อยนะ!” นิกกี้โวยวายพยายามจะสะบัดแขนออก แต่พอเห็นหน้าคนถามชัดๆ เธอก็ถึงกับหนาวสั่น พวกนี้ดูไม่ใช่คนในมหาวิทยาลัยแน่ๆ กลิ่นอายมันเหมือนพวกนักเลงทวงหนี้ตามตลาดมืดไม่มีผิด

​“รู้จักผู้หญิงในรูปนี้ไหม มันชื่อเซญ่าเรียนอยู่คณะนี้ใช่ไหม?” มันยื่นรูปถ่ายของเซญ่าที่ถ่ายในบาร์ออกมาจ่อหน้าเธอ รูปที่เห็นเซญ่าในชุดวับๆ แวมๆ ชัดเจน

​นิกกี้ใจหายวาบ เธอจำเพื่อนรักได้ทันที แต่สัญชาตญาณบอกว่าถ้าตอบความจริงไป เซญ่าเดือดร้อนแน่ เธอรีบปรับสีหน้าให้ดูงุนงงที่สุดเท่าที่จะทำได้

​“เซญ่าเหรอคะ? ไม่รู้จักค่ะพี่ คณะนี้คนเป็นร้อยเป็นพัน หนูจะไปรู้จักหมดได้ยังไง” นิกกี้ตอบเสียงแข็งพยายามไม่ให้สั่น

​“อย่ามาตอแหล! เพื่อนมันบอกว่ามึงเดินกับมันบ่อยๆ บอกมาว่ามันซ่อนหัวอยู่ที่ไหน ลูกพี่กูต้องการตัวมันไปขัดดอก!” มันตะคอกใส่หน้าจนนักศึกษาแถวนี้เริ่มหันมามองด้วยความสนใจ

​“ก็บอกว่าไม่รู้จักไง! ปล่อยได้แล้วจะไปเรียน!” นิกกี้รวบรวมความกล้าสะบัดแขนหลุดแล้วรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีออกมาทันที

​เธอไม่รอช้า รีบกดโทรศัพท์หาเซญ่าพลางมองซ้ายมองขวาเหมือนคนระแวงตลอดเวลา จนกระทั่งเจอเซญ่าที่กำลังยืนหลบอยู่หลังเสาต้นใหญ่หน้าตึกคณะ นิกกี้ถลาเข้าไปหาเพื่อนรักด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนก

​“เซญ่า! แกไปทำอะไรมา! พวกนักเลงชุดดำมันมาตามหาแกถึงที่นี่เลยนะ!” นิกกี้กระซิบเสียงรัวพลางหอบหายใจ “มันถือรูปแกไปไล่ถามคนทั่วคณะเลย แถมรูปนั้น... รูปที่แกทำงานที่บาร์ด้วย ตอนนี้คนเริ่มซุบซิบกันใหญ่แล้วนะแก”

​เซญ่าฟังแล้วเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมาทับอก เธอพิงเสาอย่างคนไร้เรี่ยวแรง “พวกมันมาถึงนี่เลยเหรอ...”

​“ใช่! มันบอกจะเอาแกไปขัดดอก อะไรคือขัดดอกวะเซญ่า? แกไปกู้เงินพวกมันมาเหรอ?” นิกกี้ถามด้วยความเป็นห่วงแต่แฝงไปด้วยความสงสัย

​เซญ่าน้ำตาคลอเบ้า เธอไม่อยากให้เพื่อนต้องมารับรู้ความโสโครกในชีวิตเธอไปมากกว่านี้ “ป้าฉันทรุดน่ะนิกกี้... ฉันไม่มีทางเลือกจริงๆ แต่ไม่คิดว่ามันจะตามมาราวีถึงที่นี่”

​“แกหนีไปก่อนไหม เดี๋ยวฉันดูต้นทางให้” นิกกี้บอกพลางมองไปที่กลุ่มชายชุดดำที่เริ่มเดินแยกย้ายกันไปตามจุดต่างๆ ของอาคาร

​แต่ดูเหมือนจะช้าไปเสียแล้ว...

​“นั่นไง! อยู่นั่น!” เสียงตะโกนจากหนึ่งในชายชุดดำดังขึ้นเมื่อมันเหลือบมาเห็นเซญ่าที่ยืนอยู่กับนิกกี้

​“นิกกี้ หนีไป!” เซญ่าผลักเพื่อนออกแล้วออกตัววิ่งสุดแรงเกิด เธอไม่สนแล้วว่าใครจะมองยังไง ไม่สนว่ากระโปรงทรงเอที่สั้นกุดจะทำให้เธอวิ่งลำบากแค่ไหน เธอรู้แค่ว่าถ้าถูกจับได้ตรงนี้ ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดจะถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือซาก

​เธวิ่งฝ่ากลุ่มนักศึกษาที่กำลังยืนจับกลุ่มคุยกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของชายฉกรรจ์ไล่ตามมาติดๆ พร้อมเสียงตะโกนด่าทอที่ทำให้คนทั้งมหาวิทยาลัยต้องหันมามอง

​“จับอีตัวแสบนั่นไว้! มันเป็นหนี้แล้วหนี!”

​คำประจานดังไปทั่วบริเวณ สายตาหลายสิบคู่จ้องมองเซญ่าด้วยความรังเกียจ บางคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิป บางคนซุบซิบหัวเราะเยาะท่าทางที่น่าสมเพชของเธอ เซญ่ารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกแก้ผ้าประจานกลางที่สาธารณะ เธอวิ่งหนีเข้าไปในอาคารเรียนคู่อีกหลัง หวังจะหาทางออกทางด้านหลังที่ติดกับกำแพงมหาวิทยาลัย

​หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มจนภาพตรงหน้าพร่าเลือน ความรู้สึกเหนื่อยหอบจนปอดแทบฉีกทำให้เธอเริ่มก้าวขาไม่ออก ในหัวของเธอมีแต่ภาพบ้านที่ถูกพ่นสี ภาพป้าที่นอนพะงาบๆ และภาพเลโอที่จ้องมองเธออย่างผู้ชนะ

​‘ไม่มีทางรอดแล้วเซญ่า... ไม่มีทางรอดจริงๆ’ เสียงในหัวเธอกรีดร้องออกมาอย่างสิ้นหวัง

​เธอวิ่งมาจนถึงซอยแคบๆ ด้านหลังโรงอาหารที่ไร้ผู้คน แต่ทว่าทางออกที่เคยมีกลับถูกล็อคด้วยโซ่เส้นหนา เซญ่าทรุดตัวลงพิงประตูลูกกรงเหล็ก ร้องไห้ออกมาอย่างหมดทางสู้ ชายชุดดำสามคนเดินตามมาทันพอดี พวกมันแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจที่เห็นเหยื่อจนมุม

​“วิ่งเก่งนักนะมึง! มานี่!” หนึ่งในนั้นกระชากผมเซญ่าจนหน้าหงาย

​“ปล่อยฉัน! ฮือออ ใครก็ได้ช่วยด้วย!” เธอพยายามกรีดร้องแต่ในที่ลับตาคนแบบนี้กลับไม่มีใครโผล่มาช่วย

​“ร้องไปเถอะ ไม่มีใครกล้ายุ่งกับเรื่องของพวกกูหรอก!” มันยกมือขึ้นเตรียมจะฟาดลงบนใบหน้าสวยของเธอเพื่อสั่งสอน

​แต่ทว่า... จู่ๆ เสียงแตรจากรถยุโรปคันหรูก็ดังสนั่นมาจากถนนอีกฝั่งของรั้วกั้น รถซูเปอร์คาร์สีดำทมิฬแล่นมาจอดนิ่งสนิท เลโอเลื่อนกระจกลงช้าๆ สายตาคมกริบภายใต้แว่นกันแดดจ้องมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยท่าทางนิ่งเฉยราวกับกำลังดูละครฉากหนึ่ง

​เลโอไม่ได้ลงจากรถ เขาเพียงแค่จ้องหน้าเซญ่าที่กำลังถูกจิกหัวอยู่ แววตาของเขาไร้ซึ่งความสงสาร มีเพียงความสมเพชและรอยยิ้มเย็นชาที่ส่งมาถึงเธอ... ราวกับจะบอกว่า "สุดท้ายเธอก็ต้องตกเป็นของฉันอยู่ดี"

​เขานั่งมองดูเซญ่าที่กำลังถูกพวกนักเลงรุมล้อมอย่างผู้เหนือกว่า ปล่อยให้เธอจมดิ่งลงสู่ความสิ้นหวังให้ถึงที่สุด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป