บทที่ 2 สู้เว้ยเซญ่า!
ในขณะที่อีกฟากของเมืองกำลังระอุไปด้วยกลิ่นคาวเงินและเสียงเครื่องยนต์ แสงไฟจากเสาไฟฟ้าหน้าคณะบริหารธุรกิจของมหาวิทยาลัยชื่อดังกลับกะพริบริบหรี่จนน่ารำคาญ เซญ่าในชุดนักศึกษาที่เริ่มจะซับเหงื่อจนชื้นแฉะก้าวเท้าออกจากตึกเรียนด้วยความเร่งรีบ
ใบหน้าสวยหวานที่ควรจะดูสดใสตามวัยสาวมหาลัยปีสามกลับดูซูบเซียว ขอบตาคล้ำจางๆ บอกถึงการพักผ่อนที่ไม่เคยเพียงพอ
“เซญ่า! มึงจะรีบไปไหนวะ เลิกคลาสแล้วไปหาอะไรกินที่โรงอาหารก่อนไหม?” นิกกี้ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในคณะตะโกนไล่หลังมาขณะที่เธอกำลังยัดหนังสือเล่มหนาลงในเป้ใบเก่า
“ไม่ล่ะนิกกี้ กูต้องรีบไปส่งขนมเทียนให้เจ๊พรที่ปากซอยก่อน แล้วตอนทุ่มหนึ่งต้องไปเข้ากะเชียร์เบียร์ต่ออีก” เซญ่าหันไปตอบพลางปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม แววตาของเธอมีความล้าแฝงอยู่แต่ก็ยังคงความแข็งกร้าวเอาไว้
“มึงทำงานหนักไปแล้วนะเว้ย ทั้งเรียน ทั้งขายขนม ทั้งรับจ๊อบพริตตี้ มึงไม่ใช่เครื่องจักรนะเซญ่า เดี๋ยวก็ทรุดไปอีกคนหรอก”
“ถ้ากูไม่ทำ แล้วป้ากูจะเอาที่ไหนกินล่ะนิกกี้ ลำพังค่าเทอมมหาลัยที่แพงหูฉี่นี่กูก็แทบจะกระอักเลือดอยู่แล้ว ถ้ากูโดนรีไทร์เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าลงทะเบียน ป้ากูคงเสียใจจนตาย”
เซญ่าพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะรีบวิ่งไปขึ้นรถเมล์สายประจำที่แน่นขนัดราวกับปลากระป๋อง เธอต้องยืนโหนรถเมล์ท่ามกลางอากาศร้อนจัดเกือบชั่วโมงกว่าจะถึงบ้านไม้สองชั้นสภาพคร่ำครึที่ตั้งอยู่ในซอยเปลี่ยว บ้านหลังนี้ดูราวกับจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อถ้ามีลมพายุพัดแรงๆ มาสักลูก
“เซญ่า... กลับมาแล้วเหรอลูก” เสียงแหบพร่าของป้าช่อดังมาจากในบ้าน พร้อมกับเสียงไอโขลกจนตัวโยนที่ทำให้เซญ่าต้องรีบวางเป้ลงแล้ววิ่งเข้าไปดู
“ป้านอนพักเถอะค่ะ หนูบอกแล้วไงว่าไม่ต้องนึ่งขนมเอง เดี๋ยวหนูจัดการต่อเองได้” เซญ่าเข้าไปประคองร่างซูบผอมของหญิงชราที่เธอรักที่สุดในชีวิต ป้าช่อคือโลกทั้งใบที่เหลืออยู่ และเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้เซญ่ายังยอมก้มหน้าทำงานงกๆ ไม่เกี่ยงความลำบาก
“ป้าสงสารหนู... เรียนก็หนัก ยังต้องมาเหนื่อยเรื่องทางนี้อีก”
“หนูไม่เหนื่อยหรอกค่ะป้า แค่ป้ากินข้าวได้ นอนหลับ หนูยากแค่ไหนก็ทนได้” เซญ่าฝืนยิ้มปลอบใจ ทั้งที่ในใจมันหนักอึ้งราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูก
เธอรีบจัดการบรรจุขนมเทียนและข้าวต้มมัดที่เพิ่งนึ่งเสร็จใหม่ๆ ลงถาด กลิ่นหอมของใบตองไหม้คละคลุ้งไปกับกลิ่นดินโคลนรอบบ้าน เซญ่าประคองถาดขนมออกไปส่งตามร้านค้าหน้าปากซอยด้วยความระมัดระวัง ทุกก้าวย่างของเธอคือการแข่งกับเวลา เพราะเข็มนาฬิกามันไม่เคยรอใคร และคำว่า สายในงานรับจ้างหมายถึงการโดนหักเงินที่เธอแสนจะเสียดาย
หลังจากส่งขนมเสร็จเซญ่ากลับมาที่บ้านเพื่อเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อเชียร์เบียร์รัดรูปสีแดงเพลิงที่เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าและเรียวขาขาวเนียน ชุดที่เธอเกลียดแสนเกลียดแต่ต้องใส่มันเพราะมันให้ค่าแรงมากกว่างานล้างจานหลายเท่าตัว เธอส่องกระจกบานเก่าที่ร้าวตรงมุม มองภาพตัวเองในชุดวาบหวามแล้วพ่นลมหายใจออกมาอย่างขมขื่น
“สู้เว้ยเซญ่า... เพื่อค่าหมอป้า เพื่อค่าเทอมมึงเอง”
เธอสะพายกระเป๋าใบเล็ก เดินออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังบาร์หรูที่อยู่ใกล้กับสนามแข่งรถใต้ดิน ที่นั่นคือแหล่งรวมตัวของพวกเศรษฐีเงินเหลือที่ชอบใช้เงินฟาดหัวคนอื่น ที่ที่คนอย่างเลโอกำลังมุ่งหน้ามาเพื่อหาที่ระบายอารมณ์
เมื่อไปถึงร้าน กลิ่นบุหรี่และเสียงดนตรีสดที่แผดจ้ากระแทกเข้าที่หน้าทันทีที่ก้าวเข้าไป เซญ่าเดินเข้าไปหลังร้านเพื่อเช็คชื่อกับผู้จัดการท่าทางจองหอง
“วันนี้แขกเยอะนะเซญ่า โดยเฉพาะโต๊ะวีไอพีพวกลูกคนรวยมหาลัยมึงทั้งนั้น ทำตัวดีๆ ล่ะ อย่าให้เสียชื่อร้านกู” ผู้จัดการสั่งพลางมองเธอด้วยสายตาโลมเลีย
“ทราบแล้วค่ะ” เซญ่าตอบสั้นๆ ก่อนจะหยิบถาดเบียร์เดินออกไปเผชิญหน้ากับโลกที่เธอชิงชัง
สายตาของเธอเหลือบไปเห็นกลุ่มวัยรุ่นท่าทางสำรวยที่สวมเสื้อช็อปและเสื้อแบรนด์เนมราคาแพงนั่งสรวลเสเฮฮากันอยู่กลางร้าน หนึ่งในนั้นคือกลุ่มเพื่อนของ เลโอชายหนุ่มที่เพิ่งจะอาละวาดมาจากบ่อนพนัน เซญ่าพยายามทำตัวให้ลีบที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจ เธอไม่อยากมีเรื่องกับพวกเด็กบ้านรวยที่ชอบมองคนอื่นเหมือนเป็นสิ่งของ
ทว่าโชคชะตามันมักจะเล่นตลกกับคนจนเสมอ เมื่อพนักงานรุ่นพี่เดินมาสะกิดเธอให้ไปเสิร์ฟที่โต๊ะใหญ่กลางร้าน โต๊ะที่เลโอกำลังเดินเข้ามานั่งด้วยมาดนางพญาพร้อมรังสีความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจนคนรอบข้างต้องหลบตา
เซญ่ากำถาดในมือแน่น เม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรง เธอไม่รู้เลยว่าการก้าวเท้าเข้าไปที่โต๊ะนั้น จะเป็นจุดเริ่มต้นของนรกที่เธอไม่มีวันลืมเลือน...
แสงไฟนีออนสีแดงสลับม่วงสาดกระทบใบหน้าคมสันของเลโอที่ก้าวเข้ามานั่งในโซนวีไอพีด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์ เขาทิ้งตัวลงบนโซฟาหนังราคาแพงพลางพาดแขนไปตามพนักพิงอย่างลำพองใจ แววตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ร้านด้วยความเบื่อหน่ายที่ยังไม่หายไปจากเหตุการณ์ที่บ่อนพนัน เพื่อนในกลุ่มต่างพากันรินเหล้าเอาใจเขาไม่ขาดสาย
“ทำหน้าให้มันสดชื่นหน่อยดิเลโอ คืนนี้กูจัดเด็กเชียร์เบียร์ตัวท็อปๆ มาให้มึงดูเล่นเลยนะเว้ย” เจเคพูดพลางบุ้ยปากไปทางกลุ่มหญิงสาวในชุดรัดรูปที่ยืนอยู่ไม่ไกล
“เหอะ... ก็แค่งั้นๆ แหละวะ” เลโอตอบเสียงเรียบพลางคว้าแก้วเหล้าขึ้นมาจิบ สายตาของเขาไม่ได้หยุดอยู่ที่ใครเป็นพิเศษ จนกระทั่งร่างบางของเซญ่าในชุดเชียร์เบียร์สีแดงเพลิงเดินตรงเข้ามาที่โต๊ะพร้อมถาดในมือ
เซญ่าพยายามทำหน้านิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอวางแก้วและขวดเบียร์ลงบนโต๊ะด้วยความระมัดระวัง ไม่แม้แต่จะเหลือบตาขึ้นมองหน้าลูกค้าที่นั่งอยู่รอบโต๊ะ เพราะเธอรู้ดีว่าคนพวกนี้มองพนักงานอย่างเธอเป็นแค่เครื่องประดับร้าน
“เบียร์ที่สั่งได้แล้วค่ะ” เธอเอ่ยเสียงเบา เตรียมจะหมุนตัวเดินหนี
“เดี๋ยวสิ... จะรีบไปไหนล่ะน้อง” ชายขี้เมาคนหนึ่งในกลุ่มเพื่อนของเลโอคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเซญ่า แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความโลมเลีย “หน้าตาดีนี่หว่า เรียนมหาลัยไหนล่ะเราน่ะ?”
“ปล่อยเถอะค่ะลูกค้า ฉันมาขายเบียร์ ไม่ได้มาขายอย่างอื่น!” เซญ่าสะบัดข้อมือออกด้วยความรังเกียจ แววตาของเธอแข็งกร้าวขึ้นมาทันที
“เล่นตัวฉิบหาย! นึกว่าสวยนักหรือไงวะ? กูก็แค่ถามดีๆ ทำเป็นหยิ่ง!” ชายคนนั้นเริ่มหน้าเสียเมื่อโดนหักหน้าต่อหน้าเพื่อนกลุ่มใหญ่ เขาเงื้อมือหมายจะตบหน้าเธอเพื่อสั่งสอนที่กล้าพยศใส่ ทว่า...
หมับ!
ข้อมือหนานั้นถูกหยุดไว้ด้วยมือของเลโอที่นั่งเงียบมานาน แววตาของเลโอไม่ได้ดูเหมือนฮีโร่ที่มาช่วยสาวน้อยในนิยาย แต่มันกลับวาวโรจน์ด้วยความขบขันและดุดันอย่างประหลาด เขามองเซญ่าด้วยสายตาที่ทำให้เธอรู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ มันคือสายตาของผู้ล่าที่กำลังประเมินราคาสิ่งของที่ดูน่าสนใจขึ้นมาทันทีที่เห็นมันออกฤทธิ์
“ผู้หญิงคนนี้... ฉันซื้อ” เลโอเอ่ยเสียงเย็น ท่ามกลางความเงียบกริบของคนทั้งโต๊ะ
เซญ่าหันไปมองเจ้าของเสียงด้วยความไม่พอใจ เธอจำใบหน้านี้ได้... เขาคือคนที่โดดเด่นที่สุดในมหาลัย และเป็นคนที่ขึ้นชื่อเรื่องความเลวร้ายที่สุดคนหนึ่ง
“คุณว่าอะไรนะ?”
เลโอกระตุกยิ้มที่มุมปาก สายตากวาดมองตั้งแต่ใบหน้าสวยลามลงมาจนถึงเรียวขาที่โผล่พ้นกระโปรงสั้นสีแดง แววตาของเขามันเหยียดหยามจนเซญ่าอยากจะถ่มน้ำลายใส่หน้า
“เธอมันน่าสนใจกว่ารถในสนามคืนนี้ซะอีก... เท่าไหร่? ว่าราคามาสิ ฉันไม่อยากเสียเวลา” เขาพูดพลางหยิบปึกเงินออกมาวางบนโต๊ะ แววตาฉายชัดว่าเขามองเธอเป็นเพียงสินค้าชิ้นหนึ่งที่เงินของเขาสามารถซื้อได้
“เก็บเงินสกปรกของคุณไว้ซื้อของเล่นชิ้นอื่นเถอะ ฉันไม่ใช่สิ่งของที่คุณจะมาชี้นิ้วสั่ง!” เซญ่าตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธจัด ศักดิ์ศรีที่เธอพยายามรักษามาตลอดชีวิตถูกผู้ชายตรงหน้าย่ำยีด้วยคำพูดไม่กี่คำ
“หึ... เล่นตัวเข้าไปเถอะ สุดท้ายพวกมึงมันก็เหมือนกันหมด เห็นเงินก็คลานเข้าหาทั้งนั้นแหละ” เลโอพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าเธออย่างจงใจ แววตาของเขาดูถูกเหยียดหยามจนถึงขีดสุด
เพียะ!
ใบหน้าหล่อเหลาของเลโอสะบัดไปตามแรงตบของหญิงสาวจนเกิดเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณนั้น คนทั้งโต๊ะรวมถึงคนรอบข้างต่างพากันอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้กับเลโอมาก่อน
เซญ่ายืนหอบหายใจถี่ มือที่ตบเขายังสั่นไม่หาย แววตาของเธอวาวโรจน์ด้วยความรังเกียจ “จำใส่หัวคุณไว้ด้วยนะ ว่าเงินของคุณมันซื้อได้ทุกอย่าง... ยกเว้นคนอย่างฉัน!”
เธอกระชากถาดเบียร์เดินหนีไปทันที ทิ้งให้เลโอนิ่งงันอยู่ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นลูบรอยแดงที่ข้างแก้ม... แทนที่จะโกรธแค้นจนขาดสติ เขากลับรู้สึกถึงความพลุ่งพล่านบางอย่างที่หายไปนาน ความรู้สึกที่อยากจะเอาชนะมันแล่นพล่านไปทั่วกาย
“หึ... ยิ่งยาก ยิ่งน่าขยี้” เขาพึมพำกับตัวเอง แววตาคมวาวโรจน์ด้วยความมุ่งมั่นที่จะบดขยี้ผู้หญิงคนนี้ให้แหลกคามือ
“เฮ้ยเลโอ มึงโอเคเปล่าวะ?” เจเคถามด้วยสีหน้าเลิ่กลั่ก
“กูโอเค... โอเคมากเลยล่ะ” เลโอกระตุกยิ้มเหี้ยม แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเบื่อหน่ายเป็นความกระหายอยาก “ไปสืบมา... ยัยนั่นเป็นใคร เรียนอยู่คณะไหน กูจะทำให้มันรู้ว่าการมาตบหน้าคนอย่างกู... มันต้องจ่ายด้วยอะไร!”
เขากระดกเหล้าที่เหลือลงคอรวดเดียว แผนการบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในหัวสมองอันชาญฉลาดและดำมืดของเขา คืนนี้ความสนุกที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และเหยื่ออย่างเซญ่าไม่มีทางรู้เลยว่าพายุร้ายกำลังจะพัดถล่มชีวิตเธอในอีกไม่ช้า
