บทที่ 3 โชคชะตาเล่นตลก

เซญ่ากึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับเข้ามาในห้องพักพนักงานที่แคบและอับชื้น หัวใจของเธอยังเต้นโครมครามด้วยความโกรธจัดที่ยังไม่จางหาย มือบางยังคงสั่นระริกจากการปะทะเมื่อครู่เธอกระแทกถาดเบียร์ลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ จนเกิดเสียงดังปัง

​“อีเซญ่า! มึงทำบ้าอะไรลงไปวะ!” นิกกี้ที่วิ่งตามหลังมาติดๆ ร้องทักด้วยสีหน้าตื่นตระหนกจนหน้าซีดเผือด

​“กูก็แค่สั่งสอนไอ้สารเลวนั่นไงนิกกี้ มึงเห็นไหมว่ามันมองกูเหมือนไม่ใช่คน มันเอาเงินมาฟาดหัวกู!” เซญ่าตะคอกกลับ เสียงของเธอสั่นเครือด้วยความคับแค้นใจ

​“แต่นั่นมัน...นั่นมัน เลโอ นะมึง! มึงรู้ไหมว่ามึงกำลังเล่นอยู่กับใคร!” นิกกี้เดินเข้ามาเขย่าไหล่เพื่อนเหมือนจะเรียกสติ “มันไม่ใช่แค่ลูกคนรวยธรรมดานะเว้ย แต่มันคือทายาทเจ้าของสนามแข่งรถใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ พ่อมันมีอิทธิพลคับฟ้า แม้แต่ตำรวจยังไม่กล้ายุ่ง!”

​เซญ่าชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีก็ยังค้ำคอเธออยู่ “แล้วไง? รวยแล้วมีสิทธิ์มาดูถูกคนอื่นแบบนี้เหรอวะ รวยแล้วจะซื้อหัวใจใครก็ได้งั้นดิ?”

​“มึงฟังกูนะเซญ่า”นิกกี้ลดเสียงลงแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “ในมหาลัยน่ะ ใครๆ ก็รู้ว่าเลโอแม่งเถื่อนแค่ไหน มันขี้เบื่อ มันรักความรุนแรง และที่สำคัญ...มันไม่เคยยอมแพ้ใคร โดยเฉพาะคนที่กล้าลองดีกับมันแบบมึง มึงจำรุ่นพี่ปีสี่คณะวิศวะที่เคยมีเรื่องกับมันได้ไหม? วันต่อมาแม่งโดนอุ้มหายไปจากหอพัก กว่าจะเจออีกทีคือสภาพดูไม่ได้ แถมครอบครัวยังโดนบีบจนต้องย้ายหนีไปต่างจังหวัด!”

​คำบอกเล่าของเพื่อนสนิททำให้เซญ่ารู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ จุกอยู่ที่ลำคอ ความเย็นเยียบเริ่มเกาะกินหัวใจทีละนิด

​“มันเป็นพวกกัดไม่ปล่อย ยิ่งมึงไปตบหน้ามันกลางร้านแบบนั้น มันไม่มีทางจบแค่คำว่าขอโทษแน่ มึงเตรียมตัวรับมือเถอะเซญ่า เลโอมันคือราชสีห์ที่ชอบขยี้เหยื่อให้ตายคามือที่สุด”

​เซญ่านิ่งเงียบไปเธอพยายามทำใจดีสู้เสือทั้งที่ในหัวเริ่มนึกถึงป้าช่อที่นอนรออยู่ที่บ้าน ถ้าไอ้เลโอมันบ้าอำนาจขนาดนั้นจริงๆ ชีวิตที่พังอยู่แล้วของเธอจะถล่มลงไปมากกว่านี้ไหม

​“กูไม่สน...กูมีทางของกู” เธอพึมพำออกมาทั้งที่ใจไม่ดี

​เวลาผ่านไปจนเกือบเที่ยงคืน พายุฝนเริ่มตั้งเค้าและตกลงมาอย่างหนักหน่วงราวกับฟ้าจะถล่มลงมาตอกย้ำโชดชะตาของเธอ เซญ่าเปลี่ยนชุดกลับเป็นเสื้อยืดกางเกงยีนส์เตรียมตัวจะกลับบ้าน ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวเท้าออกจากหลังร้าน โทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าที่หน้าจอแตกร้าวก็แผดเสียงดังขึ้น

​เบอร์ที่โชว์บนหน้าจอคือเพื่อนบ้านข้างห้อง...หัวใจของเซญ่ากระตุกวูบ

​“ฮัลโหล...พี่จ้อย มีอะไรหรือเปล่าคะ?”

​“เซญ่า! รีบมาที่โรงพยาบาลด่วนเลย ป้าช่อของแกช็อกหมดสติไปตอนนี้อยู่ห้องฉุกเฉิน!”

​เสียงปลายสายเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจ เซญ่ารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ มือไม้ที่เคยแข็งแรงกลับไร้เรี่ยวแรงจนโทรศัพท์แทบร่วงหลุดจากมือ

​“พี่ว่าไงนะ? ป้า...ป้าเป็นอะไร!”

​“ไม่รู้เว้ย หมอบอกว่าอาการหนักมากต้องผ่าตัดด่วน แต่ค่าผ่าตัดมันหลายแสนแกมีเงินไหมเซญ่า”

​เซญ่ายืนนิ่งค้างท่ามกลางสายฝนที่เริ่มกระหน่ำซัดเข้ามาที่หลังร้าน น้ำตาไหลอาบแก้มปนไปกับหยาดฝนเงินหลายแสน...เธอจะไปหามาจากไหนในเวลาไม่กี่ชั่วโมงในวินาทีที่เธอมืดแปดด้าน สายตาของเธอก็พลันไปสบเข้ากับรถซูเปอร์คาร์คันคุ้นตาที่ยังจอดแช่อยู่หน้าร้าน เลโอนั่งอยู่ในนั้นแสงจากไฟหน้าถาดสะท้อนให้เห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกริมที่เขามองผ่านกระจกออกมายังเธอ ราวกับเขารู้อยู่แล้วว่าเหยื่อที่เขากำลังล่าจะไม่มีทางรอดไปจากอุ้งมือของเขาได้

​เขารอให้เธอคลานเข้าไปหา...และเขารู้ว่านาทีนี้ เธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนอกจากยอมแลกศักดิ์ศรีกับลมหายใจของคนที่เธอรักที่สุด

เสียงฝนฟ้าคะนองดังกึกก้องไปทั่วบริเวณโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยผู้ป่วยจนแทบไม่มีที่เดิน กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ชวนให้คลื่นไส้คละคลุ้งไปกับกลิ่นอับชื้นจากเสื้อผ้าของผู้คนที่มารอคอยความหวังเซญ่าในสภาพเปียกโชกไปทั้งตัววิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในตัวอาคาร หยดน้ำจากชายเสื้อหยดลงบนพื้นกระเบื้องเย็นเชียบที่ดูสกปรกกะดำกะด่าง ใบหน้าสวยที่บัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือดแววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้สั่นระริกด้วยความกลัวที่เกาะกินไปถึงขั้วหัวใจ

​“ป้า... ป้าช่ออยู่ไหนคะพี่จ้อย!” เซญ่าถลาเข้าไปหาเพื่อนบ้านที่นั่งคุดคู้อยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ทันทีที่เห็นหน้าหลานสาวพี่จ้อยก็ส่ายหน้าด้วยสีหน้าที่ดูไม่ได้เลย

​“หมอเพิ่งเอาป้าแกเข้าไปข้างในเมื่อกี้เองเซญ่า อาการหนักมาก เห็นว่าอยู่ดีๆ ก็ไอจนช็อกไปเฉยๆ เลย”

​เซญ่ารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนมือบางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อเพื่อข่มกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้หลุดออกมา เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ บอกตัวเองให้มีสติ แต่ความหนาวเย็นจากหยาดฝนปนกับความกลัวมันทำให้เธอสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง ร่างกายที่ผ่านการทำงานหนักมาทั้งวันแทบจะรับน้ำหนักตัวเองไว้ไม่ไหว

​“ญาติคุณช่อใช่ไหมคะ?” พยาบาลวัยกลางคนเดินออกมาจากห้องฉุกเฉินพลางก้มมองชาร์ตในมือด้วยสีหน้าเรียบเฉย

​“ใช่ค่ะ! หนูเป็นหลาน ป้าหนูเป็นยังไงบ้างคะคุณพยาบาล” เซญ่ารีบถามด้วยน้ำเสียงละล่ำละลัก

​“คนไข้มีอาการติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรงร่วมกับภาวะทางเดินหายใจล้มเหลวนะคะ ตอนนี้หมอใส่เครื่องช่วยหายใจยื้อไว้ให้แล้ว แต่คนไข้ต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อระบายหนองและเข้าพักในห้องไอซียูทันที ไม่อย่างนั้นหมอก็บอกไม่ได้ว่าจะพ้นคืนนี้ไหม” พยาบาลหยุดพูดครู่หนึ่งก่อนจะยื่นแผ่นกระดาษที่มีตัวเลขเจ็ดหลักมาให้ “นี่คือยอดเงินมัดจำค่าผ่าตัดและค่าอุปกรณ์การแพทย์รวมถึงค่ายานอกบัญชีเบื้องต้นนะคะ ญาติช่วยไปเคลียร์ที่ห้องการเงินภายในสองชั่วโมงด้วย ไม่อย่างนั้นหมอจะดำเนินการผ่าตัดไม่ได้เนื่องจากเครื่องมือบางอย่างต้องเบิกจากศูนย์ข้างนอก”

​เซญ่าก้มลงมองตัวเลขในกระดาษแล้วรู้สึกเหมือนหัวใจถูกกระชากออกจากอก ห้าแสนบาท! สำหรับเด็กมหาลัยที่หาเช้ากินค่ำอย่างเธอ เงินจำนวนนี้มันไม่ใช่แค่เงิน แต่มันคือความเป็นความตายของป้าช่อ

​“ห้าแสนพี่จ้อย หนูจะไปหามาจากไหนตั้งห้าแสนในสองชั่วโมง!” เซญ่าหันไปหาเพื่อนบ้านอย่างคนสิ้นหวัง

​“โถ่เซญ่า พี่ก็อยากจะช่วยนะเว้ยแต่งานรับจ้างอย่างพี่ เงินหมื่นเดียวยังหายากเลย แกพอลองโทรหาใครได้บ้างไหม?”

​เซญ่ากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีที่เธอมีมันกำลังสู้กับความจริงที่โหดร้าย เธอหยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าที่หน้าจอแตกร้าวออกมา มือที่สั่นเทิ้มกดเบอร์โทรออกซ้ำแล้วซ้ำเล่าหาทุกคนที่พอจะรู้จัก

​“ฮัลโหลเจ๊พร...หนูเซญ่าเองนะ เจ๊พอจะมีเงินให้หนูกู้สักแสนก่อนไหมคะ ป้าหนูต้องเข้าผ่าตัดด่วน... เจ๊! อย่าเพิ่งวางสิเจ๊!”

ตื้ด... ตื้ด...

​“ไอ้เม่นมึงพอจะยืมเงินที่ร้านให้กูหน่อยได้ไหม... อะไรนะ? เถ้าแก่ไม่ให้เบิกเหรอ? เออ... ขอบใจมากมึง”

​เซญ่าทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งเหล็กยาว กุมขมับตัวเองอย่างคนหมดทางสู้ เธอพยายามคิดหาทางออกอื่นที่ไม่ใช่การขอความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้า เธอโทรหาธนาคารโทรหาบริษัทเงินกู้นอกระบบที่เคยเห็นแปะตามเสาไฟฟ้า แต่ทุกที่กลับบอกปัดเพราะเธอไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

​“ทำไมวะทำไมโลกมันต้องใจร้ายกับกูขนาดนี้ด้วย” เธอพึมพำออกมาทั้งน้ำตา

​หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มปนไปกับน้ำฝนที่ยังเช็ดไม่แห้ง ความหนาวเหน็บกัดกินไปถึงกระดูก แต่ที่เจ็บกว่าคือการที่เธอทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากนั่งมองบานประตูห้องฉุกเฉินที่ปิดสนิท เธอมีเวลาเหลืออีกไม่ถึงสองชั่วโมงที่จะหาเงินมหาศาลมาต่อลมหายใจให้ป้า

​เซญ่าลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาสั่นระริกนั้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวท่ามกลางความสิ้นหวัง เธอตัดสินใจว่าจะไปหาทางกู้เงินที่มหาลัยในตอนเช้า หรือไม่ก็ยอมทำโอทีลากยาวทุกที่ที่รับเธอทำงาน แม้จะรู้ดีว่ามันคงไม่ทันเวลา แต่เธอก็จะไม่ยอมแพ้จนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย

​“พี่จ้อยหนูฝากดูป้าด้วยนะ หนูจะไปหาทางเอาเงินมาให้ได้”

​เซญ่าเดินออกจากโรงพยาบาลฝ่าสายฝนที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก แล้วในเวลาแบบนี้ผู้หญิงตัวเล็กหัวเดียวกระเทียมลีบอย่างอะเอจะไปหาเงินหลักแสนที่ไหนได้ทันนอกเสียจาก….

บทก่อนหน้า
บทถัดไป