บทที่ 4 ไร้หนทาง
แสงแดดจัดจ้าในช่วงสายของวันถัดมาไม่ได้ช่วยให้ใจของเซญ่าสว่างขึ้นเลยแม้แต่น้อย ร่างบางเดินลากเท้าเข้ามาในเขตรั้วมหาวิทยาลัยด้วยใบหน้าที่ซีดเซียวจนแทบไม่มีสีเลือด ขอบตาที่ดำคล้ำบ่งบอกชัดเจนว่าเธอผ่านการร้องไห้และการอดนอนมาอย่างหนักหน่วง
ชุดนักศึกษาที่เคยรีดจนเรียบกริบบัดนี้ดูหมองลงไปตามสภาพร่างกายที่อ่อนล้า มือบางกำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนปลายนิ้วขาวซีด
นี่คือฟางเส้นสุดท้าย... การยื่นเรื่องขอกู้เงินฉุกเฉินจากกองทุนนักศึกษาเพื่อช่วยชีวิตป้าช่อ
เซญ่าก้าวเท้าขึ้นไปยังตึกกองกิจการนักศึกษาด้วยหัวใจที่เต้นรัวเหมือนกลองรบ เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ บอกตัวเองให้เข้มแข็งไว้ แม้ในใจจะหนาวสั่นไปหมดก็ตาม
"ขอโทษนะคะ... หนูมาติดต่อเรื่องเงินกู้ฉุกเฉินสำหรับเคสวิกฤตค่ะ" เซญ่าเอ่ยเสียงแผ่วกับเจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์ที่กำลังง่วนอยู่กับกองเอกสาร
"วางไว้ตรงนั้นแหละจ้ะ เดี๋ยวรออาจารย์หัวหน้ากองฯ พิจารณาครู่หนึ่งนะ" เจ้าหน้าที่ตอบโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง
เซญ่านั่งรออยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีขาวที่เรียงรายอยู่หน้าห้อง ทุกนาทีที่เข็มนาฬิกาเดินไป มันเหมือนจังหวะการนับถอยหลังลมหายใจของป้าช่อที่โรงพยาบาล เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความล่าสุดจากพี่จ้อย 'หมอเริ่มเร่งเรื่องมัดจำแล้วนะเซญ่า ถ้าบ่ายนี้ยังไม่มีความคืบหน้า เขาต้องย้ายป้าไปโรงพยาบาลอื่นนะ'
หยาดน้ำตาเม็ดเล็กเอ่อคลอที่เบ้าตา แต่เซญ่ารีบปาดมันทิ้งอย่างรวดเร็ว เธอจะมาอ่อนแอที่นี่ไม่ได้
ทว่าในขณะที่เธอกำลังจมอยู่กับความทุกข์ เสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินอย่างมั่นคงของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งก็ดังกึกก้องขึ้นมาในโถงอาคาร เซญ่าก้มหน้าต่ำลงทันที เธอจำเสียงนั้นได้... เสียงที่เธอไม่อยากได้ยินที่สุดในตอนนี้
"อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็นักศึกษาตัวอย่างที่เพิ่งโชว์พราวไปเมื่อคืนนี่เอง"
เสียงทุ้มเรียบที่ฟังดูนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความถือดีทำให้เซญ่าตัวแข็งทื่อ ร่างสูงโปร่งของเลโอหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอพอดิบพอดี เขาอยู่ในชุดนักศึกษาที่เนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า กระดุมคอเสื้อถูกปลดออกหนึ่งเม็ดดูสบายๆ แต่กลับแผ่ซ่านรังสีความกดดันออกมาจนคนรอบข้างต้องก้มหน้าหลบตา
เลโอกอดอกมองหญิงสาวที่นั่งตัวลีบอยู่บนเก้าอี้ แววตาคมกริบของเขาดูเรียบเฉยทว่ามีความสงสัยแกมขบขันพาดผ่าน "โลกมันกลมกว่าที่ฉันคิดนะ... เมื่อคืนเธอกล้าฝากฝีมือไว้บนหน้าฉัน วันนี้กลับมานั่งหน้าเศร้าอยู่ที่กองทุนนักศึกษาซะแล้ว?"
"ฉันจะมีธุระอะไรมันก็ไม่เกี่ยวกับนาย... ถอยไป" เซญ่าตอบโดยไม่เงยหน้ามอง พยายามคุมน้ำหนักเสียงให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้
"จะไม่เกี่ยวได้ยังไงล่ะ ในเมื่อเมื่อคืนเธอทำให้ฉัน ประทับใจขนาดนั้น" เลโอกระตุกยิ้มที่มุมปากพลางขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนเซญ่าได้กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ที่ชวนให้รู้สึกอึดอัด "ทำไมล่ะหรือว่าศักดิ์ศรีที่เธอปกป้องนักหนาเมื่อคืน มันเอามาแลกเป็นค่ารักษาหรือค่าอะไรที่นี่ไม่ได้เหรอ?"
"เลโอ... ถ้านายจะมาเพื่อซ้ำเติมหรือพูดจาไร้สาระ ก็ช่วยไปไกลๆ ฉันไม่มีอารมณ์จะเล่นกับคนรวยว่างงานอย่างนาย" เซญ่าเงยหน้าขึ้นสบตาขวาง แววตาของเธอสั่นระริกด้วยความโกรธที่ปนมากับความอ่อนล้า
เลโอนิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นดวงตาที่แดงก่ำและบอบช้ำของหญิงสาวตรงหน้า ใจหนึ่งเขาก็รู้สึกแปลกใจ แต่อีกใจที่เย่อหยิ่งและชอบเอาชนะกลับทำหน้าที่ของมันได้ดีกว่า
"ฉันก็ไม่ได้มาเล่นนะ ฉันแค่แปลกใจว่าทำไมคนพยศสูงส่งอย่างเธอ ถึงต้องมานั่งรอความเมตตาจากกองทุนหลักพันหลักหมื่น... ทั้งที่เมื่อคืน เงินที่ฉันวางไว้บนโต๊ะมันมากกว่าที่กองทุนนี่จะให้เธอได้ทั้งปีซะอีก" เลโอเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าจิกกัดลึกเข้าไปในใจ "หรือว่ารอยตบนั่น... มันทำให้เธอคิดว่าฉันจะใจดีแจกเงินฟรีๆ ให้เธองั้นเหรอ?"
"ฉันไม่เคยขอเงินฟรีจากใคร! และฉันก็ไม่ได้ต้องการความเมตตาจากคนอย่างนายด้วย!"
"หึ... ปากเก่งดีนี่" เลโอยืดตัวขึ้นเต็มความสูง แววตาของเขากลายเป็นนิ่งสนิทและเย็นเยือก "แต่จำไว้อย่างนะเซญ่า... บนโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ โดยเฉพาะจากคนอย่างฉัน ถ้าเธออยากได้เงินไปแก้ปัญหาของเธอจริงๆ... เธอก็น่าจะรู้ว่าต้องใช้ความพยายามที่มากกว่าการมานั่งรอเอกสารโง่ๆ นี่"
เลโอทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะเดินจากไปพร้อมกลุ่มเพื่อน ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่กดดันและกลิ่นอายความพ่ายแพ้ที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเซญ่า
เพียงไม่กี่นาทีต่อมา เจ้าหน้าที่ก็เรียกชื่อเธอด้วยสีหน้าที่ลำบากใจ
"นักศึกษาเซญ่าคะ... คือว่าอาจารย์ตรวจสอบเอกสารแล้ว กองทุนฉุกเฉินรอบนี้มีการปรับเกณฑ์ใหม่กะทันหันน่ะจ่ะ เคสของหนูข้อมูลยังไม่ครบถ้วน และงบประมาณส่วนนี้ถูกระงับไว้เพื่อตรวจสอบบัญชีภาพรวม... อาจจะต้องใช้เวลาเดินเรื่องอีกสักพักใหญ่ๆ เลยนะ"
"แต่ป้าหนูต้องผ่าตัดวันนี้แล้วนะคะเห็นใจกันหน่อยได้ไหมหนูรอไม่ได้จริงๆ ค่ะ" เซญ่าถลาเข้าไปที่เคาน์เตอร์น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลพรากออกมาอย่างห้ามไม่ได้
"คือทางเราเสียใจด้วยจริงๆ จ่ะ แต่มันเป็นระเบียบจากเบื้องบน คือยังไงดีอ่ะมันแก้ให้ไม่ได้หรอก"
เซญ่าเดินคอตกออกจากตึกกองกิจฯ ด้วยความรู้สึกเหมือนคนตายทั้งเป็น เธอเดินไปตามทางเดินในมหาวิทยาลัยอย่างไร้จุดหมาย ท่ามกลางนักศึกษาคนอื่นๆ ที่เดินสวนกันอย่างมีความสุข ในหัวของเธอมีแต่ภาพใบหน้าของป้าช่อที่ใส่เครื่องช่วยหายใจ กับตัวเลขห้าแสนบาทที่คอยหลอกหลอนจนแทบจะเสียสติ
เธอกดโทรศัพท์หาโรงพยาบาลอีกครั้งด้วยมือที่สั่นเทา "คุณพยาบาลคะเรื่องมัดจำ หนูขอยืดเวลาไปตอนสี่โมงเย็นได้ไหมคะ หนูพยายามหาอยู่ตอนนี้"
"ไม่ได้แล้วค่ะญาติ หมอแจ้งว่าถ้าไม่วางมัดจำภายในสี่โมงเย็นนี้ เราต้องทำการย้ายคนไข้ไปตามสิทธิ์นะคะ ซึ่งทางนั้นเตียงไอซียูไม่ว่างเลย ญาติลองตัดสินใจดูนะคะ”
วินาทีนั้นโลกทั้งใบของเซญ่าดับวืดลงทันที เธอทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าอยู่ริมทางเดินในมหาวิทยาลัย ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายสายตาใคร ศักดิ์ศรีที่เธอแบกมาตลอดชีวิตบัดนี้มันหนักเกินไปจนเธอแบกไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
ภาพของเลโอที่ยืนพิงรถซูเปอร์คาร์เมื่อคืนแวบเข้ามาในหัว...สายตาที่มองเธอเหมือนเป็นสิ่งของราคาแพงที่เขามั่นใจว่าสุดท้ายต้องตกอยู่ในมือเซญ่าปาดน้ำตาอย่างแรง แววตาที่เคยสิ้นหวังเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวที่แฝงไปด้วยความขมขื่น "ในเมื่อโลกมันบีบให้ฉันต้องทำ...ฉันก็จะทำ"
เธอลุกขึ้นยืน พร้อมกับหมุนตัวมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่เธอเกลียดที่สุด เพื่อไปหาผู้ชายที่พร้อมจะย่ำยีเธอด้วยปึกเงินตราที่เขาถือครองอยู่การเดิมพันด้วยชีวิตเริ่มต้นขึ้นแล้ว
