บทที่ 7 ผู้หญิงอะไรน่าสนใจชะมัด

เสียงเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์ดับลงพร้อมกับความเงียบที่เข้าปกคลุมหน้าคฤหาสน์ เลโอก้าวลงจากรถด้วยท่าทางนิ่งขรึมทว่าแฝงไปด้วยรังสีความกดดันที่รุนแรง เขาเหวี่ยงประตูรถปิดดัง ปัง! จนเสียงสะท้อนไปถึงยอดตึก ร่างสูงเดินดุ่มเข้าบ้านโดยไม่ปรายตามองคนรับใช้ที่ยืนค้อมหัวรอรับแม้แต่น้อย

​มือหนายกขึ้นแตะโหนกแก้มที่บวมแดงเบาๆ ความเจ็บจี๊ดแล่นเข้าสู่ประสาทสัมผัส แต่มันกลับทำให้เขานึกถึงใบหน้าสวยที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธของเซญ่าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ยิ่งนึกถึงสัมผัสที่เธอฟาดลงมา เขาก็ยิ่งขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน

​“กลับมาสภาพนี้น่าสมเพชดีนะ... พี่ชาย”

​เสียงกวนประสาทของพายุดังขึ้นจากชั้นลอยของโถงบันได เลโอชะงักฝีเท้าช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาที่เย็นเยือก พายุในชุดอยู่บ้านราคาแพงยืนพิงราวบันไดพลางกอดอกเหยียดยิ้มเยาะเย้ย แววตาของมันเต็มไปด้วยความสะใจที่เห็นรอยแผลบนหน้าของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ชนะมาตลอดอย่างเลโอ

​“หุบปากไปซะถ้าแกยังอยากมีหน้าเอาไว้ประจบแม่แกคืนนี้” เลโอเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น

​“แหม... รอยนิ้วมือห้ากางชัดขนาดนี้ ปิดยังไงก็ไม่มิดหรอกนะพี่” พายุค่อยๆ เดินลงบันไดมาหา แววตาสำรวจรอยบนหน้าเลโออย่างจงใจ “ไปโดนใครเขาลูบคมมาล่ะ หรือว่าไปทำตัวรุ่มร่ามใส่ผู้หญิงที่ไหนจนเขาต้องสั่งสอนเอาถ้า คุณพ่อกลับมาเห็นว่าลูกชายสุดที่รักมีสภาพเหมือนหมาโดนเจ้าของตบแบบนี้ ท่านคงขำไม่ออกแน่ๆ”

​เลโอนิ่งเงียบ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพายุ พายุไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงที่ทำรอยนี้คือใคร แต่มันก็พร้อมจะฉวยโอกาสถากถางเขาเพื่อเรียกร้องความสนใจเสมอ

​“แกไม่จำเป็นต้องรู้ว่าใครทำ และแกก็ไม่มีสิทธิ์เอาเรื่องรอยบนหน้าฉันไปพูดให้คุณพ่อฟัง”

​“ทำไมล่ะ? กลัวคุณพ่อจะรู้เหรอว่าพี่มันก็แค่พวกไร้น้ำยา ที่จัดการแม้แต่ผู้หญิงคนเดียวไม่ได้” พายุแสยะยิ้มยิ่งเห็นเลโอเริ่มกำหมัดแน่นเขายิ่งสนุก “หรือว่าผู้หญิงคนนั้นเด็ดมากจนพี่ต้องยอมให้เขาตบฟรีๆบอกผมหน่อยสิ เผื่อผมจะไปช่วยพี่จัดการเธออีกแรง”

​พลั่ก!

​เลโอไม่รอให้พายุได้พล่ามต่อเขาพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อแล้วเหวี่ยงร่างของพายุไปกระแทกกับราวบันไดหินอ่อนอย่างแรง พายุหน้าเสียหอบหายใจรัวด้วยความจุก เลโอโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูด้วยเสียงที่สั่นพร่าด้วยโทสะ

​“ฟังนะไอ้ลูกเมียน้อยมึงอย่ามาลามปามถึงเรื่องส่วนตัวของกู และอย่าคิดว่าการที่คุณพ่อเอ็นดูมึงจะทำให้มึงมีสิทธิ์มาเทียบชั้นกับกูได้!” เลโอสะบัดพายุจนล้มลงไปกองกับพื้น “จำใส่หัวไว้ ถ้าแกวุ่นวายกับเรื่องของฉันอีก หรือปากโป้งเรื่องรอยบนหน้าฉันแม้แต่คำเดียว... ฉันจะทำให้แกไม่ได้เสนอหน้าเรียกใครว่าพ่ออีกเลย”

​เลโอไม่ปรายตามองพายุที่กำลังสำลักความจุกอยู่ที่พื้น เขาเดินกระแทกส้นเท้าขึ้นบันไดไปยังห้องนอนส่วนตัวบนชั้นสูงสุดทันที ประตูห้องนอนถูกปิดดังสนั่นก่อนที่เขาจะล็อกกลอนอย่างแน่นหนา

​ภายในห้องที่กว้างขวางทว่ามืดสลัว เลโอนั่งลงที่เก้าอี้ทำงานหนังแท้ เขาส่องกระจกดูเงาตัวเองที่มีรอยตบแดงเถือกประดับอยู่บนโหนกแก้ม นิ้วเรียวยาวลูบไล้รอยนั้นซ้ำๆ แล้วจู่ๆ เขาก็หลุดหัวเราะออกมาในลำคอเบาๆ ก่อนจะเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเสียงหัวเราะที่บ้าคลั่ง

​“ฮ่าๆๆๆ... ฮ่าๆๆๆ!”

​เสียงหัวเราะของเขาดังก้องไปทั่วห้องที่เงียบงัด เลโอลูบไล้รอยนิ้วมือของเซญ่าในกระจกด้วยสายตาที่คลั่งใคล้ราวกับมันคือของล้ำค่า

​“ตุ๊กตายางงั้นเหรอเซญ่า เธอเรียกฉันว่าไอ้บ้ากามงั้นเหรอ” เลโอพึมพำกับตัวเองแววตาเต็มไปด้วยความอาฆาตและความอยากเอาชนะที่เพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่า “ดี... ในเมื่อเธออยากให้ฉันเป็นปีศาจนนัก ฉันก็จะทำให้เธอรู้ว่า การตกเป็นของปีศาจอย่างฉันมันจะเสียวซ่านจนเธอไม่อยากกลับไปเป็นคนอีกเลย!”

​เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดอ่านประวัติของเซญ่าที่ลูกน้องคนสนิทส่งมาให้ ข้อมูลทุกอย่างถูกกางอยู่ตรงหน้า... ทั้งเรื่องบ้านที่กำลังจะโดนยึด และเรื่องสำคัญที่สุดคือ ป้าช่อ ที่นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลด้วยอาการโคม่า และต้องการเงินผ่าตัดด่วนถึงห้าแสนบาท

​เลโอกระตุกยิ้มเหี้ยม แววตาคมกริบจ้องรูปถ่ายของเซญ่าในโทรศัพท์ไม่วางตา เขาใช้นิ้วลูบไล้ใบหน้าเธอในจอช้าๆ

​“ห้าแสน... สำหรับเธอคือชีวิต แต่สำหรับฉันมันคือเศษกระดาษไร้ค่า” เลโอเปรยออกมาเสียงเบา “ศักดิ์ศรีที่เธอกอดไว้นักหนา มันจะทนต่อลมหายใจสุดท้ายของป้าเธอได้สักกี่น้ำเชียว... ในเมื่อโลกมันบีบให้เธอไม่มีทางเลือก ฉันนี่แหละจะเป็นคนหยิบยื่นโอกาสให้เธอเอง”

​เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ปล่อยให้ความคิดถึงใบหน้าที่สิ้นหวังของเซญ่าครอบงำจิตใจ คืนนี้เขาจะไม่ไปไหน เขาจะปล่อยให้ความหวาดกลัวและแรงกดดันของโลกภายนอกบีบคั้นเธอให้ถึงที่สุดเสียก่อน เพราะเขารู้ดีว่าเหยื่อที่ใกล้จะขาดใจ... มักจะยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรอดชีวิต

​“เธอต้องมาเป็นตุ๊กตาของฉัน... มาอยู่ใต้ร่างฉัน คอยร้องครางอ้อนวอนขอชีวิตจากฉันแค่คนเดียวเซญ่า”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป