บทที่ 8 ถ้าเลือกได้
ลมหนาวพัดกรรโชกหอบเอาละอองฝนมาปะทะร่างบางของเซญ่าที่ยืนสั่นสะท้านอยู่หน้าโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่ แสงไฟสลัวจากป้ายชื่อโรงพยาบาลสะท้อนกับหยดน้ำบนใบหน้าที่ซีดเซียวของเธอ ความเหนื่อยล้าจากงานที่บาร์และความระบมที่โหนกแก้มข้างซ้ายยังไม่จางหายไป แต่มันกลับถูกกลบด้วยความหิวที่กัดกินกระเพาะจนปวดหนึบ
เธอไม่ได้กินอะไรมาเกือบทั้งวัน
เสียงท้องร้องดังประท้วงจนเธอต้องกุมหน้าท้องไว้ เซญ่ากวาดสายตามองไปฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาล เห็นร้านรถเข็นขายก๋วยเตี๋ยวที่มีควันร้อนๆ พวยพุ่ง กลิ่นน้ำซุปหอมกรุ่นลอยมาตามลมทำให้เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
มือบางที่สั่นเทิ้มล้วงเข้าไปในกระเป๋ากระโปรงหนังสั้นกุดเพื่อควานหาเศษเงิน เธอหยิบเหรียญห้าเหรียญสิบออกมาวางบนฝ่ามือแล้วนับซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ยี่สิบห้าบาท”
เธอพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่าน้ำตาจวนเจียนจะไหลออกมา ก๋วยเตี๋ยวชามละห้าสิบแค่บะหมี่เปล่าๆ เธอยังซื้อไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เซญ่ากำเศษเหรียญในมือแน่นจนเจ็บ ความรู้สึกสมเพชตัวเองแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อก เธอเป็นผู้หญิงที่คนในบาร์จ้องจะงาบเป็นคนที่เลโอมองว่าเป็นแค่ของเล่นราคาแพง แต่ในความเป็นจริง... เธอไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อก๋วยเตี๋ยวข้างทางกิน
เธอหันหลังให้ร้านก๋วยเตี๋ยวแล้วเดินคอตกเข้าไปในร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ แอร์ที่เย็นจัดในร้านทำเอาผิวเนื้อที่แทบจะเปลือยเปล่าของเธอเย็นเยือก เซญ่าเดินตรงไปที่ชั้นวางอาหารสำเร็จรูป สายตามองหาป้ายเหลืองลดราคาที่มักจะติดตอนดึกๆ แต่คืนนี้มันกลับไม่มีเหลืออยู่เลย
จังหวะนั้นเองเธอเห็นพนักงานชายคนหนึ่งกำลังเก็บข้าวกล่องและแซนด์วิชที่หมดอายุออกจากชั้นวางใส่ตะกร้าเพื่อเตรียมเอาไปทิ้ง เซญ่ายืนนิ่งอยู่นาน ความเป็นมนุษย์และศักดิ์ศรีในใจมันกำลังตีกันอย่างหนัก แต่สุดท้ายความหิวและภาพของป้าที่นอนรอเงินรักษาก็ทำให้เธอต้องละทิ้งทุกอย่าง
“พี่คะ...” เซญ่าเอ่ยเรียกเสียงเบาพนักงานหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองด้วยความงงงวย เมื่อเห็นหญิงสาวในชุดวาบหวิว หน้าตาสวยพริ้งแต่กลับดูบอบช้ำมีรอยแดงที่แก้ม
“ครับ? มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าครับ?”
“คือ... ของพวกนั้น พี่จะเอาไปทิ้งใช่ไหมคะ?” เธอชี้ไปที่ตะกร้าของหมดอายุ “ถ้าพี่ไม่ว่าอะไร... หนูขอได้ไหม อันไหนก็ได้ที่พี่จะทิ้งอยู่แล้ว”
พนักงานหนุ่มอึ้งไปพักใหญ่ เขาจ้องมองเซญ่าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ ผู้หญิงที่ดูสวยและแต่งตัวเหมือนพริตตี้เงินดีแบบนี้ ทำไมถึงมาขอของเหลือทิ้งกิน
“เอ่อ... มันหมดอายุแล้วนะครับ ปกติเราต้องทำลายทิ้งตามกฎ...”
“หนูไม่ถือค่ะพี่ หนูหิวจริงๆ... ขอแค่ชิ้นเดียวก็ได้นะคะ” เซญ่าส่งสายตาอ้อนวอน แววตาของเธอมันสั่นระริกจนคนมองอดสงสารไม่ได้
พนักงานถอนหายใจยาวๆ ก่อนจะแอบหยิบข้าวปั้นห่อสาหร่ายสามเหลี่ยมสองชิ้นและนมกล่องหนึ่งที่เพิ่งคัดออกส่งให้เธอใต้เคาน์เตอร์ “รับไปเถอะครับ ผมไม่ได้เห็นหรอกนะ อย่าไปบอกใครล่ะ”
“ขอบคุณค่ะ... ขอบคุณจริงๆ ค่ะพี่” เซญ่ายกมือไหว้ปลกๆ เธอรับของเหล่านั้นมาเหมือนเป็นของล้ำค่าที่สุดในชีวิต
เซญ่าเดินเลี่ยงออกมาจากร้านสะดวกซื้อ เธอไม่ได้มุ่งหน้ากลับเข้าไปในโรงพยาบาลทันที แต่กลับเดินไปนั่งหลบมุมอยู่ที่ม้านั่งหินอ่อนมืดๆ หลังเสาไฟฟ้าหน้าโรงพยาบาล แสงไฟข้างถนนที่กะพริบติดๆ ดับๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวดูวังเวงและหดหู่เข้าไปใหญ่
เธอมองข้าวปั้นห่อสาหร่ายในมือด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก มือบางที่สั่นเทิ้มแกะพลาสติกห่อข้าวออกอย่างรีบร้อน พอได้กลิ่นข้าวโชยออกมาเธอก็ฝังเขี้ยวลงบนก้อนข้าวเย็นชืดนั้นทันที เซญ่ากัดกินมันอย่างตะกละตะกลามเหมือนคนไม่เคยเห็นอาหารมาก่อน รสชาติของมันจืดชืดและแข็งกระด้างเพราะถูกแช่เย็นมานาน แต่นาทีนี้มันกลับกลายเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดเท่าที่เธอเคยกินมา
น้ำตาใสๆ ร่วงแหมะลงบนห่อพลาสติกที่เธอถืออยู่ เธอเคี้ยวข้าวไปพร้อมกับเสียงสะอื้นที่กั้นไว้ไม่อยู่
“ทำไมชีวิตกูมันต้องเป็นแบบนี้วะ” เธอตัดพ้อกับโชคชะตาเบาๆ “สู้มาแทบตาย สุดท้ายต้องมาขอของที่เขาจะทิ้งกิน”
เธอนึกถึงคำพูดดูถูกของเลโอที่บาร์นั่น ยิ่งนึกเธอก็ยิ่งเจ็บใจ แต่ความจริงที่อยู่ตรงหน้ามันเจ็บกว่า เธอไม่มีเงิน ไม่มีทางเลือก และแทบจะไม่มีที่ยืนในสังคมที่วัดค่าคนด้วยเศษกระดาษพวกนั้น
เซญ่านั่งกินข้าวห่อสาหร่ายจนหมดทุกเม็ด แม้แต่เศษข้าวที่ติดมือเธอก็ไม่ยอมให้เหลือทิ้ง ก่อนจะหยิบนมกล่องที่ได้มาดูดจนหยดสุดท้ายดัง ฟืด เธอปาดน้ำตาออกจากแก้มที่บวมช้ำ จัดชุดพริตตี้ที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่ แล้วลุกขึ้นเดินมุ่งหน้าเข้าไปในตัวอาคารโรงพยาบาลด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง
เธอรู้ดีว่าข้าวแค่นี้มันช่วยให้เธออิ่มท้องได้แค่ชั่วคราว แต่ปัญหาห้าแสนบาทที่รออยู่ข้างใน... มันกำลังจะฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็น
เซญ่าปาดน้ำตาออกจากแก้ม พยายามฝืนใจให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง เธอจัดชุดที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่ ก่อนจะเดินมุ่งหน้าเข้าไปในตัวอาคารโรงพยาบาล เป้าหมายคือห้องจ่ายยาและหน้าห้องไอซียู
“คุณหมอคะหนูขอร้องล่ะค่ะ”
เซญ่าพูดกับหมอเจ้าของไข้ที่หน้าห้องฉุกเฉิน ใบหน้าที่เคยสวยเด่นบัดนี้เต็มไปด้วยความวิงวอน “ป้าหนูยังไม่ได้สติเลย หนูขอพลัดค่าใช้จ่ายห้าแสนนี้ไปก่อนได้ไหมคะ? หนูจะหามาจ่ายให้แน่ๆ หนูจะทำงานให้หนักขึ้น...”
“คุณเซญ่าครับ โรงพยาบาลเรามีกฎนะครับ ค่าอุปกรณ์ผ่าตัดด่วนและค่ายาเฉพาะทางมันสูงมาก ถ้าไม่มีเงินมัดจำเข้ามาในระบบ ผมก็สั่งเบิกยาให้ไม่ได้จริงๆ” หมอพูดด้วยสีหน้าลำบากใจ “เรายื้อเวลามานานเกินไปแล้วนะครับ ถ้าคืนนี้ยังไม่มีเงินเข้า ป้าของคุณต้องถูกย้ายไปโรงพยาบาลตามสิทธิการรักษาเดิมที่เครื่องมือไม่พร้อม... ซึ่งคุณก็รู้ว่าผลจะเป็นยังไง”
“แต่ป้าหนูจะตายนะคะหมอ! ถ้าไปตอนนี้ป้าไม่รอดแน่!” เซญ่าตะโกนออกมาด้วยความอัดอั้น
“ผมช่วยเต็มที่ได้เท่านี้จริงๆ ครับ” หมอเตรียมจะเดินเลี่ยงไป
วินาทีนั้นเซญ่ายอมทิ้งศักดิ์ศรีชิ้นสุดท้ายลงกับพื้น เธอคุกเข่าลงต่อหน้าหมอท่ามกลางสายตาพยาบาลและญาติคนไข้คนอื่นๆ มือบางสองข้างประกบเข้าหากันเตรียมจะก้มลงกราบแทบเท้าหมอ
“หนูขอร้อง... อย่าเพิ่งย้ายป้าหนูไปเลย ให้หนูกราบหมอก็ได้ หนูยอมหมดทุกอย่างแล้ว”
หมอรีบถลาเข้าไปประคองแขนเธอไว้ด้วยความตกใจและสงสาร “คุณเซญ่า! อย่าทำแบบนี้เลยครับ ลุกขึ้นเถอะ”
หมอมองใบหน้าที่บวมช้ำและคราบน้ำตาของหญิงสาวตรงหน้าแล้วถอนหายใจยาว “เอาแบบนี้... ผมจะคุยกับฝ่ายบัญชีให้ยื้อเวลาออกไปอีก 1 อาทิตย์ แต่นี่คือที่สุดที่ผมจะช่วยได้แล้วนะคุณ ถ้าหลังจาก 7 วันนี้ยังไม่มีเงินห้าแสนมาตั้งต้น... ผมคงช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ”
เซญ่านิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสะอื้นออกมาด้วยความโล่งอกปนความเครียดที่สุมอก “ขอบคุณค่ะหมอ... ขอบคุณจริงๆ ค่ะ”
เธอยกมือไหว้ขอบคุณหมอซ้ำๆ ก่อนจะพยุงร่างกายที่อ่อนแรงลุกขึ้นเดินออกมาจากแผนกการเงิน ร่างของเธอเบาโหวงเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง สายตาเหม่อลอยมองไปรอบตัวที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายของโรงพยาบาลที่ไม่มีวันหลับไหล
หนึ่งอาทิตย์... เงินห้าแสน...
ตัวเลขมหาศาลนั่นลอยวนอยู่ในหัวเหมือนกรงขังที่มองไม่เห็น เธอจะไปหาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหนในเวลาแค่เจ็ดวัน ลำพังแค่ค่าข้าวปั้นในร้านสะดวกซื้อเธอยังไม่มีปัญญาจะจ่ายเลยด้วยซ้ำ
จังหวะนั้นเอง คำพูดที่แสนจะเหยียดหยามของเลโอก็แวบเข้ามาในโสตประสาทเหมือนเสียงปีศาจที่ตามหลอกหลอน
‘เธอต้องมาเป็นตุ๊กตาของฉัน... มาอยู่ใต้ร่างฉัน คอยร้องครางอ้อนวอนขอชีวิตจากฉันแค่คนเดียว’
เซญ่าขบกรามแน่นจนรอยช้ำบนแก้มกระตุก ความโกรธแค้นแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่คอหอย เธอซบหน้าลงกับฝ่ามือที่เย็นเฉียบ พยายามสะบัดภาพหน้าหล่อๆ แต่สันดานทรามของไอ้คุณชายนั่นออกไปจากหัว
“ไม่มีวัน... ต่อให้ต้องตาย ฉันก็ไม่มีวันไปคลานเข่าขอเงินจากคนพรรค์นั้น!”
เธอพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว แม้ดวงตาจะยังคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความสิ้นหวัง สำหรับเซญ่าแล้ว เลโอไม่ใช่ที่พึ่ง ไม่ใช่ทางออก แต่เขาคือขุมนรกที่เธอสาบานกับตัวเองว่าจะไม่ยอมตกลงไปเด็ดขาด เธอเกลียดสายตาที่เขามองเหมือนเธอเป็นแค่สิ่งของ เกลียดคำพูดที่ดูถูกศักดิ์ศรีของผู้หญิงคนหนึ่งราวกับมันไร้ค่า
เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกสติที่เกือบจะหลุดลอยให้กลับคืนมา
“ต้องมีทางสิ... มันต้องมีทางอื่นที่ไม่ใช่การไปแลกกับคนอย่างนาย”
เซญ่าปาดน้ำตาที่แก้มออกจนหมด แววตากลับมาแข็งกร้าวอีกครั้งแม้ร่างกายจะแทบรับไม่ไหว เธอเดินมุ่งหน้าไปทางห้องพักฟื้นเพื่อไปเฝ้าป้าช่อ ความสิ้นหวังพยายามจะรุมเร้าเธอทุกทางเหมือนคลื่นยักษ์ที่ถาโถม แต่ในวินาทีที่ดูเหมือนทางตันรอบด้าน เธอกลับเลือกที่จะแบกศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดนั่นไว้ให้มั่น
เธอยังไม่รู้หรอกว่าพรุ่งนี้จะหาเงินจากไหน แต่นาทีนี้... ความคิดที่จะไปหาเลโอเพื่อขายตัวแลกเงิน ไม่มีอยู่ในหัวของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว!
