บทที่ 9 คนฉวยโอกาส
เช้าวันต่อมา... ท้องฟ้าหลังฝนตกไม่ได้ดูสดใสขึ้นเลยสำหรับเซญ่า เธอเดินคอตกมาที่ป้ายรถเมล์ในสภาพที่อดนอนจนขอบตาคล้ำ ชุดนักศึกษาที่รีดจนเรียบพยายามช่วยปกปิดความบอบช้ำในใจ แต่รอยช้ำที่แก้มมันกลับเด่นชัดจนคนรอบข้างแอบมอง ทันทีที่รถเมล์สายประจำเคลื่อนตัวมาจอด คนก็กรูกันขึ้นไปจนแน่นเอี๊ยด เซญ่าไม่มีทางเลือก เธอต้องแทรกตัวเข้าไปเป็นคนสุดท้าย ร่างบางโหนตัวอยู่ที่บันไดรถเมล์ มือข้างหนึ่งเกาะราวเหล็กแน่น อีกข้างหอบกระเป๋าใบโตพะรุงพะรัง
บรื้นนน!
เสียงเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์แผดก้องมาแต่ไกล เลโอในชุดนักศึกษาเนี้ยบกริบขับรถหรูราคาหลายสิบล้านมาขนาบข้างรถเมล์คันสีแดงเก่าๆ ที่กำลังเคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้า เขาจงใจลดความเร็วลงให้เท่ากับความเร็วของรถเมล์ แววตาคมกริบภายใต้แว่นกันแดดสีดำจ้องมองร่างบางที่โหนตัวทุลักทุเลอยู่ข้างนอกรถเมล์อย่างนึกสนุก
ปู๊น! ปู๊น!
เลโอกระแทกแตรเสียงดังสนั่นติดกันหลายครั้ง จนคนบนรถเมล์พากันสะดุ้ง เซญ่าหันขวับไปมองด้วยความตกใจ พอเห็นว่าเป็นใครเธอก็ขบกรามแน่นด้วยความโมโห เลโอขับขนาบข้างเธอในระยะที่เกือบจะเบียดบันไดรถเมล์ เขาจงใจขับวนไปมาจนคนขับรถเมล์ถึงกับโผล่หน้าออกมาตะโกนด่า
“ไอ้หนุ่ม! ขับรถเป็นบ้าอะไรของมึงวะ! จะเบียดหาพระแสงอะไร!” ลุงคนขับสบถลั่นพลางมองกระจกข้างอย่างหัวเสีย “รถก็แพง สันดานเสียฉิบหาย!”
เลโอไม่สนคำด่า เขาเลื่อนกระจกลงแล้วกระตุกยิ้มเหี้ยมส่งให้เซญ่า แววตาที่จ้องมองเหมือนจะสื่อว่าสภาพเธอตอนนี้มันดูไม่ได้เลยนะก่อนที่เขาจะเหยียบคันเร่งพุ่งแซงหน้าไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ควันไอเสียดำๆ พ่นใส่หน้าเซญ่าจนเธอต้องสำลักควันออกมา
“ไอ้คนเฮงซวย!” เซญ่าสบถพึมพำ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ
เมื่อมาถึงมหาลัย วันนี้นิกกี้ดันไม่มาเรียนเซญ่าเลยต้องนั่งเรียนคลาสรวมเพียงคนเดียวท่ามกลางนักศึกษาเกือบร้อยคน และโชคชะตาก็เฮงซวยซ้ำสอง เมื่อคลาสนี้เป็นคลาสวิชาเลือกที่เลโอก็เรียนอยู่ด้วย เขานั่งอยู่แถวหลังสุดแผ่รังสีคุกคามจนเซญ่าไม่มีสมาธิเรียน
พออาจารย์ปล่อยคลาส นักศึกษาคนอื่นพากันกรูออกจากห้อง แต่เลโอกลับก้าวพรวดเดียวมาดักหน้าเซญ่าที่กำลังเก็บของอยู่
“มีเรื่องจะคุยด้วย ตามมานี่” เลโอพูดเสียงนิ่ง
“ไม่ไป มีอะไรก็คุยตรงนี้สิ จะไปที่อื่นทำไม” เซญ่าตอบโดยไม่มองหน้า เธอสะพายเป้เตรียมจะเดินหนี
เลโอชะงักไปครู่หนึ่ง เขาคว้าข้อมือเธอไว้แต่ไม่ได้รุนแรงเหมือนทุกครั้ง เซญ่าเงยหน้าจะด่าแต่ก็ต้องหยุดปาก เมื่อเห็นแววตาของเลโอที่มองมา... มันดูเจ้าเล่ห์แต่ก็แฝงไปด้วยความเศร้าสร้อยอย่างประหลาด แววตาของเขาในนาทีนั้นมันดูอ่อนโยนจนเซญ่าใจหาย เธอเริ่มสงสัยว่าเขามีเรื่องคอขาดบาดตายอะไรหรือเปล่า หรือว่าเขาจะสำนึกผิด?
“ตามมาเถอะน่า... ไม่ทำอะไรหรอก” เขาพูดเสียงแผ่วลง
ด้วยความสงสัยบวกกับแววตาที่ดูเหมือนคนมีเรื่องทุกข์ใจของเขา เซญ่าเลยยอมเดินตามเขาไปเงียบๆ เลโอนำเธอเลี่ยงออกมาจากตึกเรียน เดินลัดเลาะไปตามทางเดินที่ไร้ผู้คน จนกระทั่งมาถึงห้องสมุดเก่าท้ายมหาลัยที่ถูกปิดตายและไม่ค่อยมีใครเดินผ่าน เขาพาเธอเข้าไปในมุมลับหลังชั้นหนังสือสูงท่วมหัวที่เต็มไปด้วยฝุ่นและกลิ่นกระดาษเก่า
“พามาที่นี่ทำไม มีอะไรก็รีบพูดมา...”
เซญ่าพูดยังไม่ทันจบประโยค เลโอก็คว้าเอวบางกระชากร่างเธอเข้าไปปะทะแผงอกแกร่งอย่างแรง แววตาเศร้าๆ เมื่อครู่หายวับไปเปลี่ยนเป็นความคลุ้มคลั่งที่น่ากลัว
“อื้อ!”
เซญ่าเบิกตากว้างเมื่อริมฝีปากหยักได้รูปบดเบียดลงมาปิดปากเธออย่างรุนแรง เลโอไม่เปิดโอกาสให้เธอได้โวยวาย เขาขยี้จูบลงมาอย่างโหยหาและป่าเถื่อน มือหนาประคองท้ายทอยเธอไว้แน่นบังคับให้รับจูบที่หยาบโลน ลิ้นร้อนๆ แทรกซอนเข้าไปในโพรงปากอย่างจงใจ กวาดชิมความหวานอย่างตะกละตะกลาม
เสียงจูบแบบดูดดื่มดังก้องในความเงียบของห้องสมุดร้าง เลโอส่งลิ้นเข้าไปแลกเปลี่ยนความร้อนแรงอย่างหนักหน่วง เขาดูดดึงเรียวลิ้นของเธอจนเซญ่ารู้สึกใจสั่นสะท้าน ร่างกายที่เคยแข็งขืนกลับเริ่มอ่อนระทวยไปกับรสจูบที่รุกรานจนเธอแทบจะขาดใจตายในอ้อมกอดของคนเจ้าเล่ห์
