บทที่ 3 ส่งตรงมื้อเที่ยง
"นี่ต้นน้ำ! ฉันบอกแล้วไงว่าหัวข้อรายงานตรงนี้มันกว้างไป ขืนทำส่งอาจารย์ไปมีหวังโดนสั่งแก้ตั้งแต่หน้าแรกแน่ๆ แกจะบ้าหรือไง!"
เสียงแหลมๆของรุ้งเพื่อนของลิตาเอ่ยเถียงขึ้นมาอย่างไม่ยอมแพ้ พร้อมกับใช้นิ้วชี้จิ้มลงไปบนหน้าจอไอแพดรัวๆ
"กว้างอะไรของเธอรุ้ง เราว่ามันครอบคลุมดีออก ข้อมูลแน่นๆอาจารย์ชอบจะตายไป ลิตายังเห็นด้วยกับเราเลย ใช่ไหมลิตา?"
ต้นน้ำชายหนุ่มหน้าตาดีประจำกลุ่มหันมาขอความเห็นจากคนที่นั่งกินขนมอยู่ข้างๆ สายตาที่เขามองลิตานั้นเต็มไปด้วยความชื่นชมและอ่อนโยนอย่างปิดไม่มิด
ลิตาที่กำลังเคี้ยวคุกกี้แก้มตุ่ยถึงกับชะงัก เธอหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อเห็นเพื่อนสองคนที่เพิ่งรู้จักและสนิทกันตั้งแต่วันปฐมนิเทศ กำลังนั่งเถียงกันหน้าดำหน้าแดงอยู่ตรงม้าหินอ่อนหน้าตึกคณะบริหาร
"เอ่อ... ลิตาว่ารุ้งกับต้นน้ำใจเย็นๆก่อนดีไหม ลิตาว่าเอาไอเดียของทั้งสองคนมาปรับรวมกันน่าจะดีที่สุดนะ ของต้นน้ำข้อมูลแน่นดี ส่วนของรุ้งก็เจาะจงประเด็นได้ชัดเจน เอามามิกซ์กันน่าจะเวิร์กสุด" ลิตาออกความเห็นอย่างประนีประนอมตามนิสัย
"เห็นไหมล่ะรุ้ง ลิตาบอกว่าของเราข้อมูลแน่น" ต้นน้ำยิ้มกริ่มยืดอกอย่างภาคภูมิใจ
"หยุดเลยย่ะ ลิตาเขาพูดรักษาน้ำใจนายต่างหากล่ะ" รุ้งเบ้ปากใส่ก่อนจะหันไปหาเพื่อนสาวอีกคนที่นั่งจิบกาแฟอยู่เงียบๆ
"ยิ้มแกว่าไง หลานสาวเจ้าสัวใหญ่อย่างแก ช่วยออกความเห็นเรื่องธุรกิจหน่อยสิ" ยิ้มวางแก้วกาแฟแบรนด์ดังลงบนโต๊ะก่อนจะยิ้มนิดๆ
"ฉันเห็นด้วยกับลิตานะ เถียงกันไปก็ไม่ได้งานหรอก รีบๆสรุปหัวข้อเถอะ นี่มันเที่ยงกว่าแล้วนะ ฉันชักจะหิวแล้วสิ พวกเรานั่งปั่นรายงานกันตั้งแต่เลิกเรียนวิชาแรกเลยนะ"
"จริงด้วย ลิตาก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน" ลิตาพยักหน้าเห็นด้วยพลางหยิบคุกกี้ชิ้นสุดท้ายเข้าปาก
"งั้นเดี๋ยวเราพักกันก่อนไหม เดี๋ยวเดินไปซื้อข้าวที่โรงอาหารคณะให้ ลิตาอยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า บอกเราได้เลยนะ เดี๋ยวเราไปต่อคิวซื้อมาให้เอง" ต้นน้ำรีบเสนอตัวทันที แววตาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นที่จะเอาใจคนที่เขาแอบชอบ
"แหม ทีกับลิตาล่ะรีบเสนอตัวเชียวนะยะ แล้วเพื่อนอีกสองคนหัวโด่อยู่นี่ไม่ถามสักคำ" รุ้งอดไม่ได้ที่จะแขวะเพื่อนชาย
"ก็ฝากมาสิ เราก็แค่ถามลิตาก่อนแค่นั้นเอง" ต้นน้ำเถียงกลับ
ติ๊ง!
ในขณะที่ต้นน้ำกำลังจะลุกขึ้นยืน เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ในโทรศัพท์มือถือของลิตาก็ดังขึ้นขัดจังหวะ เด็กสาวละสายตาจากเพื่อนๆก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะ
ปรากฏชื่อผู้ส่งว่า 'พี่กรีน'
ลิตาเลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อยด้วยความแปลกใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเข้าไปอ่านข้อความพี่
กรีน : [ทานมื้อเที่ยงหรือยัง แม่พี่ถามจะได้ไปตอบถูก]
ลิตาอ่านข้อความแล้วก็แอบอมยิ้มบางๆกับความตรงไปตรงมาของเขา เรื่องแค่นี้เขาไม่เห็นจำเป็นต้องส่งข้อความมาถามเธอตรงๆเลยนี่นา ในเมื่อเป็นแค่การตอบคำถามผู้ใหญ่ เขาจะแค่พิมพ์โกหกคุณป้าวารินไปว่าเธอทานแล้ว หรือกำลังทานอยู่ ก็คงไม่มีใครรู้หรอก
แต่ก็นั่นแหละ... ผู้ชายที่ชื่อกรีน คงเป็นคนประเภทที่ทำอะไรชัดเจนและตรงไปตรงมาตามที่เขาเคยบอกไว้จริงๆ
ลิตาพิมพ์ข้อความตอบกลับไปสั้นๆตามความจริง
ลิตา : [ยังค่ะ พอดียังทำรายงานกันอยู่ที่หน้าตึกคณะค่ะ]
เธอส่งข้อความไปแค่นั้น และไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะตอบอะไรกลับมาอีก เพราะคิดว่าเขาคงได้คำตอบไปรายงานคุณแม่ของเขาแล้ว ลิตาจึงวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะตามเดิม
"ใครไลน์มาเหรอลิตา ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว" ยิ้มเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย เมื่อเห็นท่าทางของเพื่อนสาว
"อ๋อ พี่กรีนน่ะ" ลิตาตอบตามตรง
"พี่กรีน? ใครเหรอ รุ่นพี่ในคณะเราเหรอ ทำไมเราไม่เห็นรู้จัก" ต้นน้ำถามขึ้นมาทันที น้ำเสียงเจือความร้อนรนเล็กน้อย
"ไม่ใช่รุ่นพี่ในคณะหรอก พี่เขาเรียนอยู่วิศวะ" ลิตาเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจบอกเพื่อนๆ
"พี่เขาเป็น... คู่หมั้นของลิตาเอง"
"หา!! / ห๊ะ!!"
รุ้งกับยิ้มร้องอุทานออกมาแทบจะพร้อมกัน ส่วนต้นน้ำนั้นถึงกับชะงักค้างไป ร่างสูงที่กำลังจะเดินไปโรงอาหารยืนนิ่งงันราวกับถูกสตาฟเอาไว้
"ดะ เดี๋ยวๆ ลิตา! นี่เธอมีคู่หมั้นแล้วเหรอ! ตั้งแต่เมื่อไหร่อ่ะ ทำไมพวกเราไม่เคยรู้เลย" รุ้งเบิกตากว้าง ขยับเข้าไปเกาะแขนเพื่อนสาวอย่างตื่นเต้น
"เพิ่งตกลงหมั้นกันเมื่อวานเอง รุ้งไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้นหรอก ผู้ใหญ่ท่านจัดการให้น่ะ ลิตากับพี่เขาก็เพิ่งรู้จักกันเมื่อวานเอง" ลิตาอธิบายด้วยรอยยิ้มบางๆ
"โธ่เอ๊ย คลุมถุงชนนี่เอง" รุ้งถอนหายใจยาว
"แต่ระดับลิตา คู่หมั้นก็คงโปรไฟล์ไม่ธรรมดาแน่ๆ ว่าแต่วิศวะปีสาม ชื่อกรีน ใช่พี่กรีนที่เป็นลูกชายเจ้าของบริษัทรับเหมาใหญ่ๆหรือเปล่า?" ลิตาพยักหน้า
"กรี๊ด! ลิตา! พี่เขางานดีมากนะ หล่อ นิ่ง ขรึม แถมรวยเวอร์ๆ ฉันเคยเห็นรูปในเพจมหาลัย แซ่บมากแม่!" รุ้งออกอาการตื่นเต้นขึ้นมาอีกรอบ
ในขณะที่สาวๆกำลังพูดคุยกันอย่างออกรส ต้นน้ำกลับค่อยๆทรุดตัวลงนั่งที่เดิม ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยดูสดใสกลับหมองลงอย่างเห็นได้ชัด เขากำมือแน่น ลอบมองลิตาด้วยความรู้สึกเสียดาย
เขาชอบลิตาตั้งแต่แรกเห็นในวันปฐมนิเทศ คอยตามดูแลเทคแคร์มาตลอด หวังว่าสักวันจะได้เลื่อนสถานะ แต่จู่ๆเธอกลับบอกว่ามีคู่หมั้นแล้ว แถมคู่หมั้นยังโปรไฟล์ดีระดับท็อปของมหาวิทยาลัยอีก
แต่เดี๋ยวก่อน... ลิตาบอกว่าผู้ใหญ่บังคับ และเพิ่งรู้จักกันเมื่อวาน แปลว่าไม่ได้รักกันสินะ
ต้นน้ำคิดในใจแววตาเริ่มกลับมามีความหวังอีกครั้ง ถ้าไม่ได้รักกัน เดี๋ยววันหนึ่งก็ต้องเลิกกันอยู่ดี ถึงตอนนั้นเขาค่อยเสียบก็ยังไม่สาย
"เอ่อ... ลิตาครับ แล้วพี่เขาไลน์มาทำไมเหรอครับ หึงที่ลิตามานั่งกับพวกเราหรือเปล่า" ต้นน้ำแกล้งถามหยั่งเชิง
"อ๋อ เปล่าหรอก พี่เขาแค่ทักมาถามว่าทานข้าวเที่ยงหรือยัง เพราะคุณแม่พี่เขาถามน่ะ" ลิตาตอบยิ้มๆ
"ต้นน้ำจะไปโรงอาหารไม่ใช่เหรอ ลิตาฝากซื้อข้าวผัดหมูกล่องหนึ่งนะ รบกวนด้วย"
"ดะ... ได้สิครับ เดี๋ยวต้นน้ำไปซื้อให้ ลิตารอแป๊บเดียวนะ" ต้นน้ำรีบรับคำ กำลังจะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
"ขอโทษนะครับ ใครคือคุณลิตาครับ?"
จู่ๆก็มีเสียงเรียกของชายแปลกหน้าดังขึ้นแทรกวงสนทนา ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน ก็พบว่าเป็นพนักงานส่งอาหารของร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังระดับพรีเมียม กำลังยืนถือถุงกระดาษใบใหญ่สองสามถุงอยู่ ลิตายกมือขึ้นด้วยความงุนงง
"เอ่อ... ลิตาเองค่ะ แต่ลิตาไม่ได้สั่งอาหารนะคะ"
"ใช่ครับ ลิตาไม่ได้สั่ง ผมกำลังจะไปซื้อให้เนี่ย พี่ส่งผิดโต๊ะหรือเปล่าครับ" ต้นน้ำรีบพูดแทรก
พนักงานส่งอาหารก้มลงมองใบเสร็จในมือเพื่อความแน่ใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้ม
"ไม่ผิดครับ โต๊ะหน้าตึกคณะบริหาร มีนักศึกษาหญิงสามชายหนึ่ง ระบุชื่อผู้รับคือคุณลิตาครับ คุณกรีนเป็นคนสั่งแล้วก็จ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตเรียบร้อยหมดแล้วครับ สั่งมาเผื่อเพื่อนๆคุณลิตาด้วยครับ"
พูดจบพนักงานก็วางถุงอาหารทั้งหมดลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนอย่างระมัดระวัง
"ขอให้อร่อยกับมื้อเที่ยงนะครับ ขอบคุณครับ"
พนักงานเดินจากไปแล้ว ทิ้งให้คนทั้งสี่โต๊ะมองถุงอาหารญี่ปุ่นราคาแพงหูฉี่ด้วยความตกตะลึง
ต้นน้ำอ้าปากค้าง ชะงักงันไปอย่างสมบูรณ์แบบ ข้าวผัดหมูโรงอาหารที่เขากำลังจะไปซื้อเทียบไม่ติดเลยสักนิดกับซูชิเซ็ตพรีเมียมและข้าวหน้าปลาไหลที่อยู่ในถุงเหล่านี้ เขารู้สึกเหมือนถูกคู่หมั้นของลิตาตบหน้าฉาดใหญ่กลางอากาศ
"โห นี่มันร้านอาหารญี่ปุ่นมิชลินเลยนะเนี่ย!" รุ้งตาลุกวาวรีบดึงถุงมาเปิดดู
"ลิตา! พี่กรีนของเธอสายเปย์มาก! สั่งมาชุดใหญ่ไฟกระพริบเลยอ่ะ มีข้าวหน้าปลาไหล แซลมอนซาซิมิ ซูชิเซ็ตใหญ่! โหยยยย น่ากินมาก!".ยิ้มที่ปกตินิ่งๆยังอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
"แฟนคลับตัวยงอย่างฉันต้องบอกเลยว่า ร้านนี้จองคิวยากมากนะ ถ้าไม่ได้เป็นลูกค้าระดับวีไอพี สั่งเดลิเวอรี่ตอนเที่ยงแบบนี้ไม่มีทางได้หรอก คู่หมั้นเธอนี่ใส่ใจดีจังเลยนะลิตา"
"เอ่อ คือ..." ลิตาทำตัวไม่ถูก ได้แต่มองอาหารตรงหน้าด้วยความอึ้ง เธอแค่บอกว่ายังไม่ได้กินข้าว ไม่คิดว่าเขาจะกดสั่งอาหารชุดใหญ่มาเสิร์ฟถึงหน้าคณะแบบนี้
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของลิตาดังขึ้นอีกครั้ง เด็กสาวรีบหยิบขึ้นมาดูทันที
พี่กรีน : [อาหารน่าจะถึงแล้ว ทานซะสิ]
พี่กรีน : [อ้อ ถ่ายรูปลงสตอรี่ไอจีแล้วแท็กพี่ด้วยนะ]
พี่กรีน : [แม่พี่จะได้เห็นว่าพี่ดูแลเธอดี ท่านจะได้สบายใจ]
ข้อความที่ถูกส่งมาติดๆกัน ทำให้ลิตาที่กำลังจะรู้สึกใจเต้นแรงเพราะความโรแมนติกถึงกับต้องชะงักไป เด็กสาวหลุดหัวเราะออกมาเบาๆอย่างนึกขำ
ที่แท้... ก็ทำเพื่อความสบายใจของคุณป้าวารินนี่เอง
แต่ถึงอย่างนั้น ลิตาก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร กลับรู้สึกสบายใจด้วยซ้ำที่เขาชัดเจนในเจตนาของตัวเอง เธอไม่ปฏิเสธว่าแอบรู้สึกดีที่เขารักษาคำพูดเรื่องหน้าที่คู่หมั้นได้เป็นอย่างดี ไม่ขาดตกบกพร่องเลยสักนิด ลิตาพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
ลิตา : [ได้รับอาหารแล้วนะคะ ขอบคุณพี่กรีนมากๆค่ะ เพื่อนๆลิตาตื่นเต้นกันใหญ่เลย]
เด็กสาวจัดการเปิดกล่องอาหาร จัดเรียงให้สวยงาม ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเซ็ตอาหารญี่ปุ่นสุดหรูนั้นเอาไว้
เธออัปโหลดรูปลงในสตอรี่อินสตาแกรม พร้อมกับพิมพ์ข้อความเล็กๆ ว่า 'Thanks for the lunch naka' และไม่ลืมที่จะพิมพ์แท็กบัญชีอินสตาแกรมของกรีนตามที่เขาบอกเป๊ะๆ
"เอาล่ะทุกคน วางรายงานลงก่อน แล้วมากินข้าวกันเถอะ พี่กรีนสั่งมาเผื่อทุกคนเลยนะ" ลิตาหันไปบอกเพื่อนๆด้วยรอยยิ้มสดใส
"แหมมมม อิจฉาคนมีคู่หมั้นสายเปย์เว้ย!" รุ้งแซวเสียงดังพลางหยิบตะเกียบขึ้นมาเตรียมพร้อม
"ขอบคุณนะจ๊ะลิตา ขอบคุณพี่กรีนด้วย มื้อนี้รุ้งจะกินให้พุงกางไปเลย!"
"ขอบใจนะลิตา" ยิ้มบอกเรียบๆ ก่อนจะเริ่มทาน ลิตาหันไปมองต้นน้ำที่ยังคงนั่งหน้าสลดอยู่
"ต้นน้ำทานด้วยกันสิ พี่กรีนสั่งมาเยอะมากเลย ลิตากินคนเดียวไม่หมดหรอก ต้นน้ำจะได้ไม่ต้องเดินไปโรงอาหารให้เหนื่อยด้วย"
"เอ่อ... ครับ" ต้นน้ำฝืนยิ้มแหยๆ หยิบตะเกียบขึ้นมาอย่างฝืนๆ อาหารตรงหน้ามันอร่อยมากก็จริง แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกขมปร่าในคอแปลกๆ
การแข่งขันครั้งนี้... แค่เริ่มเขาก็ดูเหมือนจะตามหลังคู่หมั้นของเธออยู่หลายก้าวซะแล้ว
ลิตานั่งทานอาหารไปพร้อมกับเสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยของเพื่อนๆ เด็กสาวลอบมองโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างๆ หน้าจอแชทของเธ
อกับเขายังคงเปิดค้างเอาไว้
ถึงเขาจะบอกว่าทำไปตามหน้าที่... แต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหน้าที่ของเขามันทำให้มื้อเที่ยงที่แสนวุ่นวายของเธอ อบอุ่นขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาดใจ
