บทนำ
"ลิตาทราบค่ะ พี่กรีนไม่ต้องห่วงนะคะ ลิตาไม่ทำเรื่องวุ่นวายให้พี่กรีนต้องปวดหัวแน่นอน"
จุดเริ่มต้นของสถานะ'คู่หมั้น'เกิดขึ้นง่ายๆเพียงเพราะความต้องการของผู้ใหญ่
'กรีน'วิศวะหนุ่มมาดขรึมผู้มองว่าความรักคือเรื่องวุ่นวายแต่ไม่อยากขัดใจแม่ที่กำลังป่วย เลยขอทำหน้าที่ดูแลเธอตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด
ส่วน'ลิตา'เฟรชชี่สาวบริหารผู้ว่านอนสอนง่าย ก็ยอมรับสถานะนี้อย่างเข้าใจ
ตกลงกันไว้อย่างดิบดีว่าสถานะนี้ 'ไม่มีความรักมาเจือปน'
แต่ทำไมไปๆ มาๆ...คนที่บอกว่าทำตามหน้าที่ ถึงได้คอยขับรถรับส่งทุกเช้าเย็น?
คนที่บอกว่าแค่ทำตามคำสั่งแม่ ถึงได้เปย์อาหารชุดใหญ่และคอยกันท่าหนุ่มๆทุกคนที่เข้ามาใกล้เธอ?
"พี่กรีนคะ... คุณป้าไม่ได้สั่งให้พี่กรีนมานั่งเฝ้าลิตาทำรายงานนะคะ"
"แม่ไม่ได้สั่ง แต่หน้าที่คู่หมั้นที่ดี เขาไม่ปล่อยให้เธอคลาดสายตาหรอก"
บท 1
"หนูลิตานี่น่ารักสมคำร่ำลือเลยนะคะคุณลินดา มองมุมไหนก็สวยไปหมดเลย ถูกใจฉันจริงๆ"
เสียงของคุณหญิงวารินเอ่ยชมเด็กสาวตรงหน้าด้วยรอยยิ้มกว้าง แววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดูและถูกชะตาอย่างปิดไม่มิด
"คุณพี่วารินก็ชมเกินไปค่ะ ยัยลิตาก็แค่เด็กธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้นแหละค่ะ"
คุณลินดาผู้เป็นแม่ของลิตาเอ่ยตอบอย่างถ่อมตัว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มภูมิใจในตัวลูกสาว
"ไม่เกินไปหรอกครับคุณลินดา ผมเองก็เห็นด้วยกับคุณรินนะ หนูลิตาดูเป็นเด็กเรียบร้อย เชื่อฟังผู้ใหญ่ แบบนี้สิถึงจะเหมาะมาเป็นสะใภ้บ้านเรา"
คุณบวรพ่อของกรีนเอ่ยเสริมขึ้นมาอีกคน ก่อนจะหันไปทางเพื่อนสนิทอย่างคุณนิวัตณ์พ่อของลิตา
"จริงไหมนิวัตณ์"
"ฮะๆ ถ้าพวกคุณมองว่าดี ผมก็ดีใจครับ ยัยลิตาเป็นเด็กดีจริงๆนั่นแหละ ไม่เคยทำเรื่องให้พ่อแม่ต้องปวดหัวเลยสักครั้ง" คุณนิวัตณ์หัวเราะรับอย่างอารมณ์ดี
ท่ามกลางบทสนทนาของผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยความชื่นมื่น บรรยากาศบนโต๊ะอาหารในห้องวีไอพีของภัตตาคารหรูดูจะอบอวลไปด้วยความสุขของการเตรียมงานมงคล ทว่ากลับมีชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งนิ่งเงียบมาตั้งแต่ต้น
กรีนนั่งหลังตรง ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉย ไม่ได้แสดงอารมณ์ยินดีหรือเบื่อหน่ายออกมาให้เห็น เขารับฟังบทสนทนาเหล่านั้นอย่างเงียบๆ สายตาคมจดจ่ออยู่กับอาหารตรงหน้าเป็นส่วนใหญ่
ฝั่งตรงข้ามของเขาคือ ลิตา เด็กสาววัยสิบเก้าปีที่นั่งยิ้มบางๆอย่างรักษามารยาท
เธอสวมชุดเดรสสีอ่อนดูน่ารักสมวัย กิริยามารยาทงดงามสมกับเป็นลูกคุณหนูที่ถูกอบรมมาอย่างดี เธอไม่พูดแทรกผู้ใหญ่ และคอยตอบคำถามอย่างฉะฉานเมื่อถูกถาม
แม้กรีนจะดูนิ่งขรึม แต่เขาก็ไม่ได้ละเลยมารยาทบนโต๊ะอาหาร เขาเอื้อมมือไปจับช้อนกลาง ก่อนจะตักเนื้อปลาชิ้นโตที่ก้างถูกเลาะออกอย่างดีไปวางลงบนจานของเด็กสาวฝั่งตรงข้าม
"ทานสิครับ"
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเรียบๆสั้นๆ.ลิตาชะงักไปเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบของอีกฝ่าย ก่อนจะระบายยิ้มออกมา
"ขอบคุณค่ะพี่กรีน"
"แหม ตากรีนนี่ก็ดูแลน้องดีเหมือนกันนะเนี่ย เห็นนิ่งๆนึกว่าจะเกร็งจนทำตัวไม่ถูกซะแล้ว" คุณลินดาเอ่ยแซวว่าที่ลูกเขย
กรีนเพียงแค่พยักหน้ารับคำชมนั้นบางๆ ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาทำไปเพราะมันคือมารยาทที่ควรทำในฐานะสุภาพบุรุษ และในฐานะคนที่กำลังจะกลายมาเป็นคู่หมั้น
"แล้วนี่หนูลิตาเรียนคณะอะไรลูก? ป้าจำได้ว่าปีนี้เราเข้าปีหนึ่งแล้วใช่ไหม?" คุณวารินหันไปถามว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยความสนใจ ลิตาขยับตัวเล็กน้อย เตรียมจะตอบคำถาม
"ลิตาสอบติด..."
"อ๋อ ยัยลิตาสอบติดคณะบริหารครับคุณวาริน" เป็นคุณนิวัตณ์ที่ชิงตอบขึ้นมาด้วยความภาคภูมิใจ
"สอบติดที่มหาวิทยาลัยเดียวกับตากรีนนั่นแหละครับ พอดีเลย... น้าฝากตากรีนช่วยดูแลน้องด้วยนะ เราเป็นพี่ แล้วก็กำลังจะเป็นคู่หมั้นน้อง มีอะไรก็ช่วยแนะนำน้องหน่อย"
ประโยคหลังคุณนิวัตณ์หันไปบอกกับชายหนุ่มที่นั่งหน้านิ่ง
"ดีเลยค่ะ! บังเอิญอะไรขนาดนี้เนี่ย" คุณวารินปรบมือเข้าหากันอย่างชอบใจ
"อยู่มอเดียวกันแบบนี้น่าจะดูแลน้องได้สะดวกเลยใช่ไหมตากรีน?"
"ครับแม่" กรีนตอบรับสั้นๆตามความเคยชิน
"เอาล่ะๆ ในเมื่อคุยกันถูกคอแบบนี้ ผู้ใหญ่ก็เบาใจ" คุณบวรยิ้มกว้าง
"งั้นตากรีน พาน้องออกไปเดินเล่นข้างนอกหน่อยไป ตรงดาดฟ้าของร้านอาหารนี่วิวสวยมากนะ พาหนูลิตาไปดูวิวสิ พ่อกับแม่ๆจะได้คุยรายละเอียดเรื่องงานหมั้นกันต่อ เด็กๆมานั่งฟังผู้ใหญ่คุยเรื่องตัวเลขเรื่องฤกษ์ยามเดี๋ยวจะเบื่อเปล่าๆ"
"นั่นสิลูก ไปเดินเล่นกันเถอะ ป้าฝากน้องด้วยนะตากรีน" คุณวารินสนับสนุนทันที
กรีนลอบถอนหายใจในใจนิดๆ แต่ใบหน้าก็ยังคงความเรียบเฉยเอาไว้ เขารู้ดีว่านี่คือการเปิดโอกาสให้เขากับลิตาได้ทำความรู้จักกันตามลำพัง ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะผายมือไปทางประตู
"เชิญครับ"
ลิตาหันไปมองหน้าพ่อกับแม่ของเธอ เมื่อเห็นทั้งสองพยักหน้าอนุญาต ร่างบางจึงลุกขึ้นยืนและเดินตามร่างสูงของกรีนออกไปจากห้องอาหาร
เมื่อเดินออกมาจากห้องแอร์เย็นฉ่ำ บรรยากาศด้านนอกของดาดฟ้าชั้นบนสุดก็ปะทะเข้ากับใบหน้า ลมเย็นๆยามค่ำคืนพัดมาเบาๆช่วยให้ความรู้สึกอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในห้องเมื่อครู่จางหายไปได้บ้าง
พื้นที่ดาดฟ้าถูกตกแต่งอย่างสวยงามด้วยสวนหย่อมเล็กๆและแสงไฟสลัวๆ มองออกไปเห็นวิวตึกสูงยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงสีตระการตา
กรีนเดินนำมาหยุดอยู่ที่ระเบียงกระจกใส เขาล้วงมือเข้าในกระเป๋ากางเกง ทอดสายตามองออกไปเบื้องหน้าอย่างเงียบๆ
ลิตาเดินตามมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ เธอไม่ได้มีท่าทีประหม่าหรืออึดอัดกับความเงียบที่โรยตัวลงมา เด็กสาวเพียงแค่ทอดสายตามองวิวเมืองอย่างตื่นตาตื่นใจ ท่าทางของเธอดูใสซื่อและเป็นธรรมชาติจนกรีนที่ลอบมองอยู่ต้องยอมรับในใจว่าเธอไม่ได้ดูเสแสร้งเลยสักนิด
เขาถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะตัดสินใจทำลายความเงียบ เพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันตั้งแต่เนิ่นๆ
"รู้ใช่ไหมว่าการหมั้นครั้งนี้ เราทำตามหน้าที่ของคนเป็นลูกลูก"
น้ำเสียงของกรีนราบเรียบ ไม่ได้มีความอ่อนโยน แต่ก็ไม่ได้แข็งกร้าว เขาเพียงแค่พูดความจริงที่ทั้งคู่ต่างก็รู้ดี
ลิตาละสายตาจากวิวเมือง หันมามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม เธอไม่ได้มีท่าทีตกใจหรือเสียใจกับคำพูดตรงไปตรงมานั้น เด็กสาวยิ้มบางๆก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงใสซื่อ
"ทราบค่ะ คุณแม่บอกลิตาแล้วว่าคุณป้าวารินกำลังป่วย ท่านอยากเห็นเราสองคนหมั้นกัน" ลิตาเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคมอย่างจริงใจ
"ลิตาเองก็ไม่ชอบขัดใจคุณแม่เหมือนกันค่ะ ในเมื่อผู้ใหญ่เห็นว่าดี ลิตาก็พร้อมจะทำตาม"
คำตอบที่แสนจะเรียบง่ายและไร้เดียงสานั้น ทำให้กรีนต้องหันมามองหน้าเธอเต็มๆ เขาประเมินเด็กสาวตรงหน้าอีกครั้ง เธอไม่มีท่าทีเรียกร้อง ไม่มีแววตาคาดหวังความรักแบบนิยายโรแมนติก และไม่ได้ทำตัวงี่เง่าเหมือนผู้หญิงหลายคนที่เขาเคยเจอ
เธอแค่รับรู้หน้าที่ของตัวเอง และพร้อมจะทำมันให้ดีที่สุด
"คุยง่ายแบบนี้ก็ดี" กรีนพยักหน้าช้าๆความรู้สึกหนักอึ้งในใจเบาบางลงไปมาก
"รู้ใช่ไหมว่าพี่ไม่ได้เริ่มจากการรักเธอ เราไม่ได้รักกัน"
"ลิตาทราบค่ะ ลิตาเองก็เพิ่งเคยเจอพี่กรีนเป็นครั้งแรกวันนี้ จะให้รักเลยมันก็คงเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ" เธอหัวเราะเบาๆ
"ถึงพี่จะไม่ได้รัก" กรีนพูดต่อ น้ำเสียงจริงจังขึ้น
"แต่พี่ก็ไม่ได้ใจร้าย ในเมื่อเราตกลงหมั้นกันแล้ว พี่ก็จะดูแลเธอตามหน้าที่คู่หมั้นอย่างดีที่สุด"
ลิตาตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ
"พี่ขอทำข้อตกลงไว้ตรงนี้เลยนะลิตา ในเมื่อเรามีสถานะเป็นคู่หมั้นกัน พี่จะไม่ปิดบังอะไรเธอ พี่จะไม่มีคนอื่น ไม่ยุ่งกับผู้หญิงคนไหนอีก ทั้งต่อหน้าและลับหลัง เพื่อรักษาส่วนรวมและให้เกียรติเธอ ในทางกลับกันพี่ก็หวังว่าเธอจะทำแบบเดียวกัน".เด็กสาวพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน
"แน่นอนค่ะ ลิตาเข้าใจ พี่กรีนไม่ต้องห่วงนะคะ ลิตาไม่ทำเรื่องวุ่นวายให้พี่กรีนต้องปวดหัวแน่นอนค่ะ"
"ดี" กรีนตอบรับสั้นๆรู้สึกพอใจกับทัศนคติของว่าที่คู่หมั้น
"ถ้าคุยกันรู้เรื่องแบบนี้ เราก็คงอยู่ด้วยกันได้ไม่ยาก"
"อยู่ด้วยกัน?" ลิตาทวนคำอย่งุนงงเล็กน้อยกับประโยคนั้น
"เดี๋ยวผู้ใหญ่ก็คงหาทางให้เราย้ายไปอยู่คอนโดเดียวกัน หรือไม่ก็ไปมาหาสู่กันทุกวันนั่นแหละ เตรียมตัวไว้ได้เลย" กรีนพูดอย่างรู้ทันความคิดของผู้เป็นแม่
"พรุ่งนี้เธอเริ่มเรียนวันแรกใช่ไหม?"
"เอ่อ ใช่ค่ะ" ลิตาพยักหน้า
"เดี๋ยวพี่ไปรับ" คำพูดที่สวนมาทันควันทำเอาลิตาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย
"คะ? ไม่เป็นไรค่ะพี่กรีน พรุ่งนี้ลิตาให้คนขับรถที่บ้านไปส่งได้ค่ะ พี่กรีนไม่ต้องลำบากหรอก"
"ไม่ได้ลำบาก มันเป็นทางผ่านอยู่แล้ว" กรีนตอบเสียงเรียบ แต่เจือไปด้วยความเผด็จการนิดๆ
"และอีกอย่างมันเป็นหน้าที่"
"แต่ว่า..."
"บอกว่าจะไปรับ ก็คือไปรับ" ชายหนุ่มตัดบท เขามองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ
"คู่หมั้นกัน เรียนที่เดียวกัน ถ้าวันแรกของการเปิดเทอม ปล่อยให้คู่หมั้นนั่งรถมาเอง แม่พี่รู้เข้าคงโดนบ่นหูชา เข้าใจใช่ไหม?"
ลิตากระพริบตาปริบๆมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงความนิ่งสนิท แต่กลับมีเหตุผลที่เธอเถียงไม่ออกซ่อนอยู่ เธอเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจพยักหน้ายอมแพ้
"เข้าใจแล้วค่ะ งั้นพรุ่งนี้รบกวนพี่กรีนด้วยนะคะ"
"อืม ก้าวโมงเช้าเจอกันที่หน้าบ้านเธอ พี่จะไปรับให้ตรงเวลา"
"ค่ะ พี่กรีน" ลิตายิ้มรับในที่สุด
กรีนหันกลับไปมองวิวด้านหน้าอีกครั้ง ลมเย็นๆยังคงพัดมาอย่างต่อเนื่อง ชายหนุ่มล้วงมือไว้ในกระเป๋ากางเกงเหมือนเดิม ท่าทางดูผ่อนคลายขึ้นกว่าตอนที่อยู่ในห้องอาหารมากนัก
การหมั้นที่เกิดจากการคลุมถุงชนเพื่อความสบายใจของมารดาที่กำลังป่วย ตอนแรกเขากังวลว่ามันจะเป็นภาระที่น่ารำคาญใจ แต่พอได้มาคุยกับลิตาตรงๆแบบนี้ เขากลับรู้สึกว่ามันไม่ได้แย่อย่างที่คิด
เด็กสาวข้างๆเขาเป็นคนมีเหตุผล คุยง่าย และรู้ขอบเขตของตัวเองดี หากจะต้องใช้ชีวิตในฐานะคู่หมั้นกันไปสักระยะหนึ่ง ก็คงไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอกมั้ง
บทล่าสุด
#11 บทที่ 11 ป่วย
อัปเดตล่าสุด: 7/9/2026#10 บทที่ 10 ไม่ได้ใส่ใจ
อัปเดตล่าสุด: 7/9/2026#9 บทที่ 9 สัจจะลูกผู้ชาย
อัปเดตล่าสุด: 7/9/2026#8 บทที่ 8 แม่พี่สอนมาดี
อัปเดตล่าสุด: 7/9/2026#7 บทที่ 7 ดื้อ
อัปเดตล่าสุด: 7/9/2026#6 บทที่ 6 ไม่ได้หึง
อัปเดตล่าสุด: 7/9/2026#5 บทที่ 5 ตามติด
อัปเดตล่าสุด: 7/9/2026#4 บทที่ 4 เพื่อนคนนั้นสนิทกันหรอ
อัปเดตล่าสุด: 7/9/2026#3 บทที่ 3 ส่งตรงมื้อเที่ยง
อัปเดตล่าสุด: 7/9/2026#2 บทที่ 2 หน้าที่
อัปเดตล่าสุด: 7/9/2026
คุณอาจชอบ 😍
(ของหวง) มาเฟีย BAD
มาเฟียตระกูลใหญ่ทำธุรกิจบังหน้าแต่เบื้องหลังสีเทา ไม่เคยเกรงกลัวใคร ภายนอกดูเป็นคนเกี้ยวกราดดุร้าย
หนุ่มเจ้าสำราญ เบื่อง่าย เปลี่ยนผู้หญิงขึ้นเตียงเป็นว่าเล่น อยากได้ใครก็ต้องได้….ถ้าไม่ยอมก็แค่ฉุด
‘ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยเธอไปแต่ถ้าเจอกันอีกเมื่อไหร่เตรียมตัวเอาไว้เพราะฉันจะ….ลากเธอขึ้นเตียง’
————————-
เอิงเอย
เด็กสาววัยใส คืนนั้นที่คลับเธอถูกขโมยจูบแรกไป แถมยังตื่นขึ้นมาภายในห้องที่ไม่คุ้นเคย จำแม้แต่หน้าผู้ชายคนนั้นไม่ได้เพราะความเมา โชคดีที่เสื้อผ้าติดอยู่ที่ตัวครบไม่มีชิ้นไหนถูกถอดออกไป
‘ไอ้โรคจิต! ผู้ชายคนนั้นต้องเป็นโรคจิตที่ชอบลวนลามผู้หญิงไปทั่วแน่ๆ น่าขยะแขยงที่สุด ถ้าเจออีกจะเตะให้คว่ำเลย!!’
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
ลุ้นรักซีอีโอร้าย (Inevitable Love)
"ถ้ากลัวผมจะทำเหรอ?" ซีอีโอหนุ่มย้อนถามถามด้วยน้ำเสียงเรียกร้องสิทธิ์เต็มที่ "สรุปว่าเด็กในท้องนี่... ลูกของผมใช่ไหม?"
หนึ่งคืนที่ผิดพลาด... กลายเป็นความลับที่ตราตรึงไปชั่วนิรันดร์
‘ไพลิน พิทักษ์โยธิน’ ทายาทสาวพันล้าน คืนสุดท้ายในลอนดอนควรเป็นการเฉลิมฉลองการเรียนจบที่แสนหวาน แต่เธอกลับตื่นขึ้นมาบนเตียงของชายแปลกหน้าพร้อมกับความสาวที่สูญสลายไป
ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีคำขอโทษ มีเพียงความละอายและความเจ็บปวดที่เธอฝังลึกไว้เพียงลำพัง
จนกระทั่งรอยผิดพลาดในคืนนั้นเริ่มงอกเงยขึ้นในครรภ์!
‘มาร์คัส แกร์ริสัน’ ซีอีโอหนุ่มผู้ยืนอยู่บนยอดของอาณาจักรเทคโนโลยีโรโบติกส์ระดับโลก เขาเป็นทั้งอัจฉริยะและปริศนา ร่ำรวยแต่เย็นชา ปิดกั้นหัวใจจากความรักมานานนับปี
ทว่าหญิงสาวแปลกหน้าในคืนนั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงรอยเล็บที่สลักลึกบนแผ่นหลังและความโหยหาที่กัดกินใจเขาจนไม่อาจลบเลือน
เมื่อโชคชะตาเหวี่ยงทั้งคู่ให้มาเจอกันอีกครั้งในฐานะคู่ค้าทางธุรกิจ มาร์คัสจำเจ้าของรอยเล็บบนแผ่นหลังได้แม่นยำตั้งแต่วินาทีแรก
ยิ่งเห็นหน้าท้องที่เริ่มนูนเด่น เขาก็ยิ่งมั่นใจว่านั่นคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา
ดวงใจรักนักรบ
Vs
หฤทัย สิริโสกุล สาวน้อยวัยกระเตาะเจ้าของโรงเรียนอนุบาลป้ายแดง ชีวิตของเธอเหมือนจะดี๊ดี ชอบมองโลกในแง่บวกเสมือนเจ้าของทุ่งดอกลาเวนเดอร์มาเอง หากหัวใจเจ้ากรรมต้องกระตุกเต้นแรง เมื่อดันมาสปาร์กกับพ่อลูกอ่อนจอมเย็นชาเข้าเต็มเปา ทว่าอ่อยเบอร์แรงสักแค่ไหน เขาก็เฉยซะจนน่าระเหี่ยใจ แต่อย่าหวังว่าเธอจะถอย ก็เจ้าลูกชายก็น่ารักน่าฟัด น่าสมัครเป็นแม่เลี้ยงเป็นที่สุด ส่วนคนเป็นพ่อก็มีเสน่ห์เหลือล้นน่าดามใจซะขนาดนี้ มารยาทุกเล่มเกวียนที่มีเธอจะขุดขึ้นมาใช้ให้หมด อยากรู้นักว่าเขาจะเป็นเจ้าพ่อน้ำแข็งไปได้นานสักแค่ไหน!
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
Sex Friend ซ่อนแอบรัก [Series Toxic love]
"เข้าใจมั้ย...?"
"เข้าใจน่า แล้วตอนนี้ฉันมีอะไรกับแกได้ยัง อยากแล้วอ่ะ..."
"ไอ้ลามก...ในห้องครัวก็ยังจะทำ! กรี๊ดดดด"
เจ้าพ่อมาเฟีย
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้










![Sex Friend ซ่อนแอบรัก [Series Toxic love]](https://oss.novelago.app/prod/img/cover/6af39a7f83044007bff29956db759e6d.jpg?x-oss-process=image/format,webp/resize,m_fill,w_240,h_320)


