บทนำ
"ลิตาทราบค่ะ พี่กรีนไม่ต้องห่วงนะคะ ลิตาไม่ทำเรื่องวุ่นวายให้พี่กรีนต้องปวดหัวแน่นอน"
จุดเริ่มต้นของสถานะ'คู่หมั้น'เกิดขึ้นง่ายๆเพียงเพราะความต้องการของผู้ใหญ่
'กรีน'วิศวะหนุ่มมาดขรึมผู้มองว่าความรักคือเรื่องวุ่นวายแต่ไม่อยากขัดใจแม่ที่กำลังป่วย เลยขอทำหน้าที่ดูแลเธอตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด
ส่วน'ลิตา'เฟรชชี่สาวบริหารผู้ว่านอนสอนง่าย ก็ยอมรับสถานะนี้อย่างเข้าใจ
ตกลงกันไว้อย่างดิบดีว่าสถานะนี้ 'ไม่มีความรักมาเจือปน'
แต่ทำไมไปๆ มาๆ...คนที่บอกว่าทำตามหน้าที่ ถึงได้คอยขับรถรับส่งทุกเช้าเย็น?
คนที่บอกว่าแค่ทำตามคำสั่งแม่ ถึงได้เปย์อาหารชุดใหญ่และคอยกันท่าหนุ่มๆทุกคนที่เข้ามาใกล้เธอ?
"พี่กรีนคะ... คุณป้าไม่ได้สั่งให้พี่กรีนมานั่งเฝ้าลิตาทำรายงานนะคะ"
"แม่ไม่ได้สั่ง แต่หน้าที่คู่หมั้นที่ดี เขาไม่ปล่อยให้เธอคลาดสายตาหรอก"
บท 1
"หนูลิตานี่น่ารักสมคำร่ำลือเลยนะคะคุณลินดา มองมุมไหนก็สวยไปหมดเลย ถูกใจฉันจริงๆ"
เสียงของคุณหญิงวารินเอ่ยชมเด็กสาวตรงหน้าด้วยรอยยิ้มกว้าง แววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดูและถูกชะตาอย่างปิดไม่มิด
"คุณพี่วารินก็ชมเกินไปค่ะ ยัยลิตาก็แค่เด็กธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้นแหละค่ะ"
คุณลินดาผู้เป็นแม่ของลิตาเอ่ยตอบอย่างถ่อมตัว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มภูมิใจในตัวลูกสาว
"ไม่เกินไปหรอกครับคุณลินดา ผมเองก็เห็นด้วยกับคุณรินนะ หนูลิตาดูเป็นเด็กเรียบร้อย เชื่อฟังผู้ใหญ่ แบบนี้สิถึงจะเหมาะมาเป็นสะใภ้บ้านเรา"
คุณบวรพ่อของกรีนเอ่ยเสริมขึ้นมาอีกคน ก่อนจะหันไปทางเพื่อนสนิทอย่างคุณนิวัตณ์พ่อของลิตา
"จริงไหมนิวัตณ์"
"ฮะๆ ถ้าพวกคุณมองว่าดี ผมก็ดีใจครับ ยัยลิตาเป็นเด็กดีจริงๆนั่นแหละ ไม่เคยทำเรื่องให้พ่อแม่ต้องปวดหัวเลยสักครั้ง" คุณนิวัตณ์หัวเราะรับอย่างอารมณ์ดี
ท่ามกลางบทสนทนาของผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยความชื่นมื่น บรรยากาศบนโต๊ะอาหารในห้องวีไอพีของภัตตาคารหรูดูจะอบอวลไปด้วยความสุขของการเตรียมงานมงคล ทว่ากลับมีชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งนิ่งเงียบมาตั้งแต่ต้น
กรีนนั่งหลังตรง ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉย ไม่ได้แสดงอารมณ์ยินดีหรือเบื่อหน่ายออกมาให้เห็น เขารับฟังบทสนทนาเหล่านั้นอย่างเงียบๆ สายตาคมจดจ่ออยู่กับอาหารตรงหน้าเป็นส่วนใหญ่
ฝั่งตรงข้ามของเขาคือ ลิตา เด็กสาววัยสิบเก้าปีที่นั่งยิ้มบางๆอย่างรักษามารยาท
เธอสวมชุดเดรสสีอ่อนดูน่ารักสมวัย กิริยามารยาทงดงามสมกับเป็นลูกคุณหนูที่ถูกอบรมมาอย่างดี เธอไม่พูดแทรกผู้ใหญ่ และคอยตอบคำถามอย่างฉะฉานเมื่อถูกถาม
แม้กรีนจะดูนิ่งขรึม แต่เขาก็ไม่ได้ละเลยมารยาทบนโต๊ะอาหาร เขาเอื้อมมือไปจับช้อนกลาง ก่อนจะตักเนื้อปลาชิ้นโตที่ก้างถูกเลาะออกอย่างดีไปวางลงบนจานของเด็กสาวฝั่งตรงข้าม
"ทานสิครับ"
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเรียบๆสั้นๆ.ลิตาชะงักไปเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบของอีกฝ่าย ก่อนจะระบายยิ้มออกมา
"ขอบคุณค่ะพี่กรีน"
"แหม ตากรีนนี่ก็ดูแลน้องดีเหมือนกันนะเนี่ย เห็นนิ่งๆนึกว่าจะเกร็งจนทำตัวไม่ถูกซะแล้ว" คุณลินดาเอ่ยแซวว่าที่ลูกเขย
กรีนเพียงแค่พยักหน้ารับคำชมนั้นบางๆ ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาทำไปเพราะมันคือมารยาทที่ควรทำในฐานะสุภาพบุรุษ และในฐานะคนที่กำลังจะกลายมาเป็นคู่หมั้น
"แล้วนี่หนูลิตาเรียนคณะอะไรลูก? ป้าจำได้ว่าปีนี้เราเข้าปีหนึ่งแล้วใช่ไหม?" คุณวารินหันไปถามว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยความสนใจ ลิตาขยับตัวเล็กน้อย เตรียมจะตอบคำถาม
"ลิตาสอบติด..."
"อ๋อ ยัยลิตาสอบติดคณะบริหารครับคุณวาริน" เป็นคุณนิวัตณ์ที่ชิงตอบขึ้นมาด้วยความภาคภูมิใจ
"สอบติดที่มหาวิทยาลัยเดียวกับตากรีนนั่นแหละครับ พอดีเลย... น้าฝากตากรีนช่วยดูแลน้องด้วยนะ เราเป็นพี่ แล้วก็กำลังจะเป็นคู่หมั้นน้อง มีอะไรก็ช่วยแนะนำน้องหน่อย"
ประโยคหลังคุณนิวัตณ์หันไปบอกกับชายหนุ่มที่นั่งหน้านิ่ง
"ดีเลยค่ะ! บังเอิญอะไรขนาดนี้เนี่ย" คุณวารินปรบมือเข้าหากันอย่างชอบใจ
"อยู่มอเดียวกันแบบนี้น่าจะดูแลน้องได้สะดวกเลยใช่ไหมตากรีน?"
"ครับแม่" กรีนตอบรับสั้นๆตามความเคยชิน
"เอาล่ะๆ ในเมื่อคุยกันถูกคอแบบนี้ ผู้ใหญ่ก็เบาใจ" คุณบวรยิ้มกว้าง
"งั้นตากรีน พาน้องออกไปเดินเล่นข้างนอกหน่อยไป ตรงดาดฟ้าของร้านอาหารนี่วิวสวยมากนะ พาหนูลิตาไปดูวิวสิ พ่อกับแม่ๆจะได้คุยรายละเอียดเรื่องงานหมั้นกันต่อ เด็กๆมานั่งฟังผู้ใหญ่คุยเรื่องตัวเลขเรื่องฤกษ์ยามเดี๋ยวจะเบื่อเปล่าๆ"
"นั่นสิลูก ไปเดินเล่นกันเถอะ ป้าฝากน้องด้วยนะตากรีน" คุณวารินสนับสนุนทันที
กรีนลอบถอนหายใจในใจนิดๆ แต่ใบหน้าก็ยังคงความเรียบเฉยเอาไว้ เขารู้ดีว่านี่คือการเปิดโอกาสให้เขากับลิตาได้ทำความรู้จักกันตามลำพัง ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะผายมือไปทางประตู
"เชิญครับ"
ลิตาหันไปมองหน้าพ่อกับแม่ของเธอ เมื่อเห็นทั้งสองพยักหน้าอนุญาต ร่างบางจึงลุกขึ้นยืนและเดินตามร่างสูงของกรีนออกไปจากห้องอาหาร
เมื่อเดินออกมาจากห้องแอร์เย็นฉ่ำ บรรยากาศด้านนอกของดาดฟ้าชั้นบนสุดก็ปะทะเข้ากับใบหน้า ลมเย็นๆยามค่ำคืนพัดมาเบาๆช่วยให้ความรู้สึกอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในห้องเมื่อครู่จางหายไปได้บ้าง
พื้นที่ดาดฟ้าถูกตกแต่งอย่างสวยงามด้วยสวนหย่อมเล็กๆและแสงไฟสลัวๆ มองออกไปเห็นวิวตึกสูงยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงสีตระการตา
กรีนเดินนำมาหยุดอยู่ที่ระเบียงกระจกใส เขาล้วงมือเข้าในกระเป๋ากางเกง ทอดสายตามองออกไปเบื้องหน้าอย่างเงียบๆ
ลิตาเดินตามมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ เธอไม่ได้มีท่าทีประหม่าหรืออึดอัดกับความเงียบที่โรยตัวลงมา เด็กสาวเพียงแค่ทอดสายตามองวิวเมืองอย่างตื่นตาตื่นใจ ท่าทางของเธอดูใสซื่อและเป็นธรรมชาติจนกรีนที่ลอบมองอยู่ต้องยอมรับในใจว่าเธอไม่ได้ดูเสแสร้งเลยสักนิด
เขาถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะตัดสินใจทำลายความเงียบ เพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันตั้งแต่เนิ่นๆ
"รู้ใช่ไหมว่าการหมั้นครั้งนี้ เราทำตามหน้าที่ของคนเป็นลูกลูก"
น้ำเสียงของกรีนราบเรียบ ไม่ได้มีความอ่อนโยน แต่ก็ไม่ได้แข็งกร้าว เขาเพียงแค่พูดความจริงที่ทั้งคู่ต่างก็รู้ดี
ลิตาละสายตาจากวิวเมือง หันมามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม เธอไม่ได้มีท่าทีตกใจหรือเสียใจกับคำพูดตรงไปตรงมานั้น เด็กสาวยิ้มบางๆก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงใสซื่อ
"ทราบค่ะ คุณแม่บอกลิตาแล้วว่าคุณป้าวารินกำลังป่วย ท่านอยากเห็นเราสองคนหมั้นกัน" ลิตาเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคมอย่างจริงใจ
"ลิตาเองก็ไม่ชอบขัดใจคุณแม่เหมือนกันค่ะ ในเมื่อผู้ใหญ่เห็นว่าดี ลิตาก็พร้อมจะทำตาม"
คำตอบที่แสนจะเรียบง่ายและไร้เดียงสานั้น ทำให้กรีนต้องหันมามองหน้าเธอเต็มๆ เขาประเมินเด็กสาวตรงหน้าอีกครั้ง เธอไม่มีท่าทีเรียกร้อง ไม่มีแววตาคาดหวังความรักแบบนิยายโรแมนติก และไม่ได้ทำตัวงี่เง่าเหมือนผู้หญิงหลายคนที่เขาเคยเจอ
เธอแค่รับรู้หน้าที่ของตัวเอง และพร้อมจะทำมันให้ดีที่สุด
"คุยง่ายแบบนี้ก็ดี" กรีนพยักหน้าช้าๆความรู้สึกหนักอึ้งในใจเบาบางลงไปมาก
"รู้ใช่ไหมว่าพี่ไม่ได้เริ่มจากการรักเธอ เราไม่ได้รักกัน"
"ลิตาทราบค่ะ ลิตาเองก็เพิ่งเคยเจอพี่กรีนเป็นครั้งแรกวันนี้ จะให้รักเลยมันก็คงเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ" เธอหัวเราะเบาๆ
"ถึงพี่จะไม่ได้รัก" กรีนพูดต่อ น้ำเสียงจริงจังขึ้น
"แต่พี่ก็ไม่ได้ใจร้าย ในเมื่อเราตกลงหมั้นกันแล้ว พี่ก็จะดูแลเธอตามหน้าที่คู่หมั้นอย่างดีที่สุด"
ลิตาตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ
"พี่ขอทำข้อตกลงไว้ตรงนี้เลยนะลิตา ในเมื่อเรามีสถานะเป็นคู่หมั้นกัน พี่จะไม่ปิดบังอะไรเธอ พี่จะไม่มีคนอื่น ไม่ยุ่งกับผู้หญิงคนไหนอีก ทั้งต่อหน้าและลับหลัง เพื่อรักษาส่วนรวมและให้เกียรติเธอ ในทางกลับกันพี่ก็หวังว่าเธอจะทำแบบเดียวกัน".เด็กสาวพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน
"แน่นอนค่ะ ลิตาเข้าใจ พี่กรีนไม่ต้องห่วงนะคะ ลิตาไม่ทำเรื่องวุ่นวายให้พี่กรีนต้องปวดหัวแน่นอนค่ะ"
"ดี" กรีนตอบรับสั้นๆรู้สึกพอใจกับทัศนคติของว่าที่คู่หมั้น
"ถ้าคุยกันรู้เรื่องแบบนี้ เราก็คงอยู่ด้วยกันได้ไม่ยาก"
"อยู่ด้วยกัน?" ลิตาทวนคำอย่งุนงงเล็กน้อยกับประโยคนั้น
"เดี๋ยวผู้ใหญ่ก็คงหาทางให้เราย้ายไปอยู่คอนโดเดียวกัน หรือไม่ก็ไปมาหาสู่กันทุกวันนั่นแหละ เตรียมตัวไว้ได้เลย" กรีนพูดอย่างรู้ทันความคิดของผู้เป็นแม่
"พรุ่งนี้เธอเริ่มเรียนวันแรกใช่ไหม?"
"เอ่อ ใช่ค่ะ" ลิตาพยักหน้า
"เดี๋ยวพี่ไปรับ" คำพูดที่สวนมาทันควันทำเอาลิตาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย
"คะ? ไม่เป็นไรค่ะพี่กรีน พรุ่งนี้ลิตาให้คนขับรถที่บ้านไปส่งได้ค่ะ พี่กรีนไม่ต้องลำบากหรอก"
"ไม่ได้ลำบาก มันเป็นทางผ่านอยู่แล้ว" กรีนตอบเสียงเรียบ แต่เจือไปด้วยความเผด็จการนิดๆ
"และอีกอย่างมันเป็นหน้าที่"
"แต่ว่า..."
"บอกว่าจะไปรับ ก็คือไปรับ" ชายหนุ่มตัดบท เขามองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ
"คู่หมั้นกัน เรียนที่เดียวกัน ถ้าวันแรกของการเปิดเทอม ปล่อยให้คู่หมั้นนั่งรถมาเอง แม่พี่รู้เข้าคงโดนบ่นหูชา เข้าใจใช่ไหม?"
ลิตากระพริบตาปริบๆมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงความนิ่งสนิท แต่กลับมีเหตุผลที่เธอเถียงไม่ออกซ่อนอยู่ เธอเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจพยักหน้ายอมแพ้
"เข้าใจแล้วค่ะ งั้นพรุ่งนี้รบกวนพี่กรีนด้วยนะคะ"
"อืม ก้าวโมงเช้าเจอกันที่หน้าบ้านเธอ พี่จะไปรับให้ตรงเวลา"
"ค่ะ พี่กรีน" ลิตายิ้มรับในที่สุด
กรีนหันกลับไปมองวิวด้านหน้าอีกครั้ง ลมเย็นๆยังคงพัดมาอย่างต่อเนื่อง ชายหนุ่มล้วงมือไว้ในกระเป๋ากางเกงเหมือนเดิม ท่าทางดูผ่อนคลายขึ้นกว่าตอนที่อยู่ในห้องอาหารมากนัก
การหมั้นที่เกิดจากการคลุมถุงชนเพื่อความสบายใจของมารดาที่กำลังป่วย ตอนแรกเขากังวลว่ามันจะเป็นภาระที่น่ารำคาญใจ แต่พอได้มาคุยกับลิตาตรงๆแบบนี้ เขากลับรู้สึกว่ามันไม่ได้แย่อย่างที่คิด
เด็กสาวข้างๆเขาเป็นคนมีเหตุผล คุยง่าย และรู้ขอบเขตของตัวเองดี หากจะต้องใช้ชีวิตในฐานะคู่หมั้นกันไปสักระยะหนึ่ง ก็คงไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอกมั้ง
บทล่าสุด
#21 บทที่ 21 เชื่อใจ
อัปเดตล่าสุด: 8/12/2026#20 บทที่ 20 คือผู้หญิงของพี่
อัปเดตล่าสุด: 8/12/2026#19 บทที่ 19 คู่มั้นพี่ ก็คือของพี่
อัปเดตล่าสุด: 8/12/2026#18 บทที่ 18 น้อยใจ
อัปเดตล่าสุด: 8/12/2026#17 บทที่ 17 ตัวหนัก
อัปเดตล่าสุด: 8/5/2026#16 บทที่ 16 พี่เคยเตือนเธอแล้วนะ
อัปเดตล่าสุด: 8/5/2026#15 บทที่ 15 ไม่ได้ให้คลุมกันหนาว
อัปเดตล่าสุด: 7/26/2026#14 บทที่ 14 คุยอะไรกับหมอนั่น
อัปเดตล่าสุด: 7/26/2026#13 บทที่ 13 ความรับผิดชอบที่น่ารัก
อัปเดตล่าสุด: 7/26/2026#12 บทที่ 12 แม่บ้านไม่ใช่คู่หมั้นสักหน่อย
อัปเดตล่าสุด: 7/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
รักระรินใจ
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด













