บทที่ 4 เพื่อนคนนั้นสนิทกันหรอ

"ลิตา เลิกเรียนแล้วไปคาเฟ่หน้ามอด้วยกันไหม เดี๋ยวเราเลี้ยงขนมเอง ถือว่าชดเชยที่เมื่อกลางวันเราไม่ได้เป็นคนไปซื้อข้าวมาให้น่ะ"

เสียงของต้นน้ำเอ่ยชวนลิตาทันทีที่อาจารย์ปล่อยคลาสเรียนในช่วงบ่ายสามโมงตรง ชายหนุ่มรีบเก็บชีทเรียนลงกระเป๋าแล้วหันมาส่งยิ้มกว้างให้เด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างๆท่ามกลางสายตาจับผิดของรุ้งและยิ้มที่กำลังเก็บของอยู่เช่นกัน

"เอ่อ..." ลิตาชะงักไปเล็กน้อย เธอยิ้มบางๆอย่างเกรงใจ

"ไม่เป็นไรหรอกต้นน้ำ เมื่อกลางวันเราก็กินอาหารที่พี่กรีนสั่งมาจนอิ่มแปล้แล้ว อีกอย่างต้นน้ำไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย ไม่เห็นต้องชดเชยอะไรเลยนี่นา"

"โหย ไม่ได้หรอก เราตั้งใจจะเลี้ยงต้อนรับเปิดเทอมวันแรกด้วยไง ไปด้วยกันเถอะนะ ถือว่าไปนั่งพักผ่อนหลังเลิกเรียน รุ้งกับยิ้มก็ไปด้วยกันสิไปหลายๆ คนสนุกดี"

ต้นน้ำหันไปชวนเพื่อนสาวอีกสองคนเพื่อหาแนวร่วม รุ้งเบ้ปากนิดๆก่อนจะส่ายหน้า

"ขอโทษทีนะจ๊ะต้นน้ำ พอดีฉันมีนัดไปทำธุระกับที่บ้านต่อแล้วน่ะ คงไปกินขนมด้วยไม่ได้หรอก"

"ฉันก็ต้องรีบกลับเหมือนกัน พอดีที่บ้านมีแขก" ยิ้มเสริมเรียบๆ

"อ้าว... วงแตกเลย" ต้นน้ำหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ละความพยายาม เขาหันกลับมาหาเป้าหมายหลักอีกครั้ง "งั้นลิตาล่ะ ไปด้วยกันไหม แค่กินขนมแป๊บเดียวเอง คาเฟ่หน้ามอเดินไปนิดเดียวก็ถึงแล้ว"

"คงไม่ได้เหมือนกันต้นน้ำ ลิตาต้องเตรียมตัวกลับแล้วเหมือนกัน" ลิตาปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

"แต่ลิตายังไม่มีรถมารับไม่ใช่เหรอ ให้เราไปนั่งรอเป็นเพื่อนไหม หรือว่าให้เราเดินไปส่งที่หน้ามอดี"

ต้นน้ำยังคงตื๊อต่อ เขาพยายามหาโอกาสใกล้ชิดเธอให้ได้มากที่สุด แม้จะรู้เต็มอกว่าหญิงสาวตรงหน้ามีคู่หมั้นแล้วก็ตาม

"ไม่ต้องหรอก..."

"คงไม่ต้องรบกวนหรอกครับ พอดีผมมารับลิตาแล้ว" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังแทรกขึ้นมาทางด้านหลัง ทำเอาทุกคนในกลุ่มต้องหันขวับไปมองพร้อมกัน

กรีนเดินล้วงกระเป๋าเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างๆ โต๊ะเลกเชอร์ของลิตา ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำและใส่ช็อปสีเลือดหมูคลุมทับด้านนอก เขาไม่ได้สวมกางเกงยีนส์เหมือนเด็กวิศวะคนอื่นๆ แต่เลือกสวมเป็นกางเกงสแลคสีดำสนิทที่รับกับช่วงขาเรียวยาว

สายตาคมกริบของกรีนตวัดมองหน้าต้นน้ำนิ่งๆ ไม่ได้แสดงความโกรธหรือหงุดหงิดออกมาให้เห็น แต่กลับแผ่รังสีความกดดันบางอย่างออกมาจนต้นน้ำต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอ

"พี่กรีน!" ลิตาร้องเรียกด้วยความแปลกใจ

"มาถึงนานแล้วเหรอคะ ทำไมไม่ไลน์มาบอกลิตาก่อน ลิตาจะได้รีบเก็บของลงไปหา"

"เพิ่งมาถึงเมื่อกี้เอง" กรีนตอบเสียงเรียบ ก่อนจะปรายตามองไปยังเพื่อนๆของลิตา

"สวัสดีครับทุกคน"

"สะ... สวัสดีค่ะพี่กรีน" รุ้งและยิ้มรีบยกมือไหว้ทักทายรุ่นพี่ต่างคณะทันที มีเพียงต้นน้ำที่ยืนหน้าตึง ยกมือไหว้อย่างเสียไม่ได้

"สวัสดีครับพี่"

กรีนรับไหว้บางๆ ก่อนจะหันมามองคนตัวเล็กที่กำลังรูดซิปกระเป๋าสะพาย ลมจากเครื่องปรับอากาศในห้องเรียนพัดมาเบาๆทำให้เรือนผมของลิตาปลิวระข้างแก้มใส กรีนมองภาพนั้นนิ่งๆก่อนจะยื่นมือออกไป

"ส่งกระเป๋ามาสิ เดี๋ยวพี่ถือให้"

"เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะพี่กรีน กระเป๋าเบาแค่นี้เอง ลิตาถือเองได้ค่ะ"

"ส่งมาเถอะ"

น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด ทำให้ลิตาต้องยอมส่งกระเป๋าสะพายใบเล็กให้เขาแต่โดยดี กรีนรับมารับถือไว้ในมือข้างหนึ่งอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับว่าเขาทำแบบนี้เป็นประจำมานานแล้ว

"กลับกันเลยไหม หรือว่าเธออยากจะไปกินขนมที่คาเฟ่หน้ามอตามที่เพื่อนชวนก่อน ถ้าอยากไป พี่จะได้ไปนั่งรอด้วย"

กรีนถามเสียงเรียบ พลางปรายตามองไปทางต้นน้ำอีกครั้ง ประโยคที่ดูเหมือนจะตามใจ แต่แววตากลับเยือกเย็นจนต้นน้ำรู้สึกชาวาบไปทั้งแผ่นหลัง

"ไม่ไปหรอกค่ะ ลิตาอยากกลับไปพักผ่อนแล้วล่ะ วันนี้เรียนวันแรกใช้พลังงานไปเยอะเลย"

ลิตายิ้มตอบใสซื่อ ไม่ได้รับรู้ถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นเปรี๊ยะๆระหว่างชายหนุ่มสองคนเลยแม้แต่น้อย

"งั้นก็ไปกันเถอะ" กรีนพยักหน้า กอนจะหันไปทางเพื่อนๆของเธอ

"พวกพี่ขอตัวก่อนนะครับ เดินทางกลับกันดีๆล่ะ"

" ลิตาไปก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกันจ้า" รุ้งกับยิ้มโบกมือลาเพื่อนสาว

ลิตาโบกมือตอบเพื่อนๆแล้วเดินตามแผ่นหลังกว้างของกรีนออกจากห้องเรียนไป ทิ้งให้ต้นน้ำยืนกำหมัดแน่น มองตามทั้งคู่ไปด้วยความรู้สึกหงุดหงิดและไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง

ภายในรถยุโรปคัน บรรยากาศยังคงเงียบสงบเหมือนเมื่อช่วงเช้า มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงเพลงคลาสสิกที่เปิดคลอเบาๆ กรีนขับรถด้วยท่าทีผ่อนคลาย มือหนึ่งจับพวงมาลัย ส่วนอีกมือก็วางพักไว้ที่คอนโซลกลาง

"เพื่อนคนนั้น สนิทกันเหรอ?"

จู่ๆกรีนก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา ลิตาที่กำลังมองวิวข้างทางหันกลับมามองหน้าเขาด้วยความงุนงง

"พี่กรีนหมายถึงใครคะ? รุ้งกับยิ้มเหรอคะ?"

"ผู้ชายคนนั้นต่างหาก คนที่ชวนเธอไปกินขนมน่ะ"

"อ๋อ... ต้นน้ำน่ะเหรอคะ" ลิตาพยักหน้า

"ก็ไม่ได้สนิทอะไรมากมายหรอกค่ะ เพิ่งรู้จักกันตอนวันปฐมนิเทศเหมือนกับรุ้งและยิ้มนั่นแหละค่ะ แต่ต้นน้ำเขาเป็นคนเฟรนด์ลี่ ชอบช่วยเหลือเพื่อนๆก็เลยคุยกันบ่อยหน่อย"

"ช่วยเหลือเพื่อนหรือหวังอย่างอื่น" กรีนพึมพำเบาๆ

"พี่กรีนว่าอะไรนะคะ?"

"เปล่า ไม่มีอะไร" กรีนถอนหายใจยาว ก่อนจะตัดสินใจพูดตรงๆ

"พี่ไม่ได้จะก้าวก่ายชีวิตวัยเรียนของเธอนะลิตา เธอจะมีเพื่อนผู้ชายกี่คน จะสนิทกับใคร พี่ไม่เคยว่า แต่อยากให้รักษาระยะห่างเอาไว้บ้าง" ลิตาตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ

"หมอนั่นมองเธอด้วยสายตาแบบไหน ผู้ชายด้วยกันมองแว้บเดียวก็รู้แล้วว่ามันคิดยังไง พี่ถึงเตือน"

"ต้นน้ำน่ะเหรอคะ? จะมาคิดอะไรกับลิตา ไม่หรอกค่ะ พี่กรีนคิดมากไปหรือเปล่า" ลิตาหัวเราะเบาๆไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่เขาพูดนัก

"พี่ไม่ได้คิดมาก และพี่ก็ไม่ได้หึงหวงอะไรด้วย" กรีนรีบดักคอ เพื่อไม่ให้เธอเข้าใจเจตนาของเขาผิด

"พี่แค่ทำตามหน้าที่คู่หมั้น และอยากให้เธอตระหนักไว้ว่าตอนนี้เธอมีพันธะแล้ว ถ้ามีภาพเธอไปสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่นเกินพอดี ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจะมีคำถามเอาได้ พี่ไม่อยากให้มันมีปัญหาตามมาทีหลัง เข้าใจใช่ไหม?"

เหตุผลที่ยกเรื่องผู้ใหญ่และหน้าที่ขึ้นมาอ้าง ทำให้ลิตาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

"เข้าใจแล้วค่ะ ลิตาจะระวังตัวให้มากกว่านี้ พี่กรีนไม่ต้องห่วงนะคะ ลิตาบอกต้นน้ำไปแล้วด้วยว่าลิตามีคู่หมั้นแล้ว เขาคงไม่กล้าคิดอะไรเกินเลยหรอกค่ะ"

"บอกไปแล้วงั้นเหรอ?" กรีนเลิกคิ้วนิดๆรู้สึกพอใจกับคำตอบนั้นอยู่ลึกๆ

"ใช่ค่ะ ตอนเที่ยงที่คุยกันเรื่องอาหารที่พี่กรีนสั่งมาให้ ลิตาก็บอกเพื่อนๆทุกคนไปตรงๆเลยว่าพี่กรีนเป็นคู่หมั้นของลิตาเอง" เด็กสาวยิ้มรับอย่างซื่อตรง

"ลิตาไม่คิดจะปิดบังอยู่แล้วค่ะ ในเมื่อมันเป็นเรื่องจริง ลิตาก็อยากทำตามข้อตกลงของเราให้ดีที่สุดเหมือนกัน"

คำตอบที่แสนจะจริงใจและว่านอนสอนง่ายนั้น ทำให้กรีนลอบยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อยโดยที่หญิงสาวไม่ทันสังเกตเห็น เขารู้สึกว่าการได้ลิตามาเป็นคู่หมั้น มันทำให้ชีวิตของเขาง่ายขึ้นมากจริงๆ ไม่ต้องมานั่งอธิบาย ไม่ต้องมานั่งทะเลาะ คุยกันด้วยเหตุผลก็จบ

"ดีแล้วล่ะ ที่ชัดเจนแบบนี้" กรีนพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าตอนแรก

"เย็นนี้อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม? จะได้แวะกินก่อนกลับ"

"ลิตาทานอะไรก็ได้ค่ะ แล้วแต่พี่กรีนเลย"

"ถ้าตอบว่าแล้วแต่... พี่จะพาไปกินข้าวแกงริมทางนะ" กรีนแกล้งขู่เสียงเรียบ

"ได้ค่ะ ลิตาทานได้หมดเลย ข้าวแกงริมทางก็อร่อยดีนะคะ ลิตาชอบไข่พะโล้ค่ะ" ลิตาตอบกลับอย่างอารมณ์ดี ไม่ได้มีท่าทีรังเกียจหรือคุณหนูจ๋าอย่างที่เขาเคยนึกกังวล ชายหนุ่มส่ายหน้าเบาๆ

"เด็กดีจังเลยนะ"

"คะ?"

"เปล่า พี่บอกว่าเดี๋ยวเราต้องแวะไปดูคอนโดกันก่อน" กรีนเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย

"พ่อพี่ให้คนไปจัดการเรื่องห้องเรียบร้อยแล้ว วันนี้เราต้องเข้าไปดูห้องด้วยกัน จะได้รู้ว่าขาดเหลืออะไรบ้าง จะได้สั่งให้คนเข้ามาจัดการให้เสร็จก่อนที่เราจะย้ายเข้าไปอยู่" ลิตาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

"ย้ายเข้าคอนโด เร็วขนาดนี้เลยเหรอคะ? เราเพิ่งคุยเรื่องหมั้นกันเมื่อวานเองนะคะ"

"ผู้ใหญ่จัดการ อะไรก็เร็วทั้งนั้นแหละ" กรีนตอบเรียบๆราวกับเป็นเรื่องปกติ

"อีกอย่าง การที่เราย้ายไปอยู่ด้วยกันเร็วที่สุด มันก็ยิ่งทำให้แม่พี่ท่านสบายใจว่าเราสองคนเข้ากันได้ ไม่มีปัญหาอะไร เธอก็บอกเองไม่ใช่เหรอว่าไม่อยากขัดใจท่าน"

"ก็ใช่ค่ะ" ลิตาพยักหน้ายอมจำนนต่อเหตุผลนั้น

"แต่ว่า... เราต้องอยู่ห้องเดียวกันเลยเหรอคะ"

ถึงจะบอกว่าทำตามหน้าที่และยอมรับข้อตกลงได้ แต่สำหรับเด็กสาววัยสิบเก้าปีที่ไม่เคยมีแฟนมาก่อน การที่จู่ๆต้องย้ายไปอยู่ร่วมชายคาเดียวกับผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกันได้แค่สองวัน มันก็ออกจะน่าตื่นตระหนกอยู่ไม่น้อย กรีนเหลือบมองท่าทีประหม่าของคนข้างๆก่อนจะอธิบายให้เธอสบายใจขึ้น

"ไม่ต้องเกร็งไปหรอก ห้องที่พ่อพี่ซื้อไว้ให้มันเป็นคอนโดแบบดูเพล็กซ์ มีสองชั้น แล้วก็มีสองห้องนอน เธอเลือกเอาเลยว่าจะอยู่ห้องไหน เราแค่ใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกันเท่านั้น ไม่ได้ให้นอนเตียงเดียวกันซะหน่อย พี่ให้เกียรติเธอเสมอ ไม่ต้องกลัว"

เมื่อได้ยินคำยืนยันหนักแน่นจากเขา ลิตาก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

"ค่อยยังชั่วหน่อยค่ะ ลิตาแค่ตกใจนิดหน่อย แต่ถ้าพี่กรีนว่าแบบนั้น ลิตาก็โอเคค่ะ"

"อืม เดี๋ยวไปดูห้องกันก่อน แล้วค่อยออกไปหาอะไรกิน"

ใช้เวลาเดินทางไม่นาน รถยนต์คันหรูของกรีนก็เลี้ยวเข้ามาจอดในลานจอดรถส่วนตัวของคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรีใจกลางเมือง ซึ่งอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยของพวกเขาเพียงแค่ไม่กี่สถานีรถไฟฟ้าเท่านั้น

กรีนเดินนำลิตาเข้าไปในลิฟต์ส่วนตัวที่เปิดตรงเข้าสู่ห้องพักทันที เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ลิตาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความทึ่งกับความหรูหราอลังการของห้องชุดแบบดูเพล็กซ์แห่งนี้

พื้นที่ห้องนั่งเล่นชั้นล่างกว้างขวาง เพดานสูงโปร่งแบบดับเบิลวอลลุ่ม ผนังฝั่งหนึ่งเป็นกระจกใสบานใหญ่ตั้งแต่พื้นจรดเพดาน มองเห็นวิวเมืองหลวงยามเย็นที่สวยงามจับตา เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นล้วนเป็นของแบรนด์เนมที่ถูกจัดวางอย่างลงตัว คุมโทนสีขาว เทา และดำ ดูเรียบหรูและทันสมัย

"ห้องนี้เป็นชื่อของเราสองคนนะ" กรีนเอ่ยขึ้นขณะเดินนำลิตาสำรวจไปรอบๆ

"คะ? ชื่อลิตาด้วยเหรอคะ" เด็กสาวหันมามองหน้าเขาอย่างตกใจ

"อืม พ่อพี่จัดการโอนกรรมสิทธิ์ให้เรียบร้อยแล้ว ถือว่าเป็นของขวัญรับขวัญคู่หมั้นล่ะมั้ง"

"แต่ว่ามันแพงมากเลยนะคะ ลิตารับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ ลิตาแค่มาอาศัยอยู่เฉยๆก็พอแล้ว" ลิตารีบปฏิเสธ

"ผู้ใหญ่เขาให้ ก็รับๆไปเถอะ ขัดใจท่านเดี๋ยวก็เป็นเรื่องอีก" กรีนตัดบทเสียงเรียบ

"ขึ้นไปดูห้องนอนชั้นบนกันเถอะ"

ชายหนุ่มเดินนำขึ้นบันไดวนที่ทำจากหินอ่อนไปยังชั้นสอง ซึ่งแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองห้องนอนอย่างชัดเจน กรีนเปิดประตูห้องที่มีขนาดใหญ่ที่สุดให้เธอดู ภายในมีห้องน้ำในตัวพร้อมอ่างจากุซซี่ และมีวอล์กอินโคลเซ็ตขนาดใหญ่

"ห้องนี้กว้างดี วิวสวยด้วย เธอเอาห้องนี้ไปก็แล้วกัน" เขาบอกหน้าตาเฉย

"ไม่ได้หรอกค่ะ ห้องนี้มันห้องใหญ่สุด พี่กรีนควรจะได้อยู่ห้องนี้นะคะ ลิตาอยู่ห้องเล็กอีกห้องก็ได้ค่ะ"

"พี่บอกให้เธออยู่ ก็อยู่ไปเถอะ ผู้ชายไม่เรื่องมากหรอก แค่มีที่นอนก็พอแล้ว อีกอย่างของใช้ผู้หญิงมันเยอะกว่าผู้ชาย วอล์กอินโคลเซ็ตห้องนี้มันใหญ่ น่าจะเหมาะกับเธอมากกว่า" กรีนให้เหตุผลที่ทำให้เธอเถียงไม่ออกอีกครั้ง

"ถ้าพี่กรีนยืนยันแบบนั้น ก็ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ" ลิตายิ้มรับในที่สุด

"ส่วนเรื่องกฎระเบียบในการอยู่ร่วมกัน พี่ไม่ได้มีกฎอะไรมากมายหรอก แค่อย่าก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของกันและกันก็พอ ถ้าเธออยากจะชวนเพื่อนมาทำรายงานก็ชวนมาได้ แต่บอกพี่ล่วงหน้าหน่อย พี่จะได้หลบให้"

"ได้เลยค่ะ" ลิตาพยักหน้ารับ

"งั้นเรื่องงานบ้าน ลิตาจะรับหน้าที่ทำความสะอาดให้เองนะคะ ถือว่าแบ่งเบาภาระ พี่กรีนจะได้ไม่ต้องจ้างคนอื่น"

"ไม่ต้องหรอก" กรีนปฏิเสธทันควัน

"หน้าที่เธอคือเรียน ก็ตั้งใจเรียนไป เรื่องงานบ้านเดี๋ยวพี่ให้แม่บ้านที่บ้านพี่เข้ามาทำความสะอาดอาทิตย์ละสองวันก็พอแล้ว เธอไม่ต้องมาเหนื่อยทำเองหรอก"

"แต่ว่า... ลิตาเกรงใจนี่คะ ลิตาทำได้จริงๆนะ"

"พี่บอกว่าไม่ต้องไงลิตา" กรีนกดเสียงต่ำลงเล็กน้อย จ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ

"หน้าที่ของพี่ คือดูแลเธอให้ดีที่สุดในฐานะคู่หมั้น ไม่ใช่เอาเธอมาเป็นแม่บ้านรับใช้ เข้าใจไหม?"

คำพูดที่หนักแน่นและแววตาที่จริงจังของเขา ทำให้ลิตารู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าขึ้นมาดื้อๆ เธอไม่เคยคิดเลยว่า ผู้ชายที่ดูเย็นชาและปากบอกว่าทำตามหน้าที่ไปวันๆแบบเขา จะมีความละเอียดอ่อนและใส่ใจความรู้สึกของเธอมากถึงขนาดนี้ เด็กสาวหลบสายตาคมกริบนั้น ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ "เข้าใจแล้วค่ะ"

"อืม ก็แค่นั้น" กรีนตอบรับสั้นๆก่อนจะหมุนตัวเดินนำลงไปชั้นล่าง

"ไปเถอะ ไปหาอะไรกินกัน พี่เริ่มหิวแล้ว"

"ไข่พะโล้นะคะพี่กรีน!" ลิตารีบเดินตามลงไปพลางทวงสัญญาเสียงใส

"หึ ถ้าอยากกินเดี๋ยวพี่พาไป" กรีนแค่นหัวเราะในลำคอ แต่ริมฝีปากหยักกลับยกยิ้มขึ้นบางๆโดยที่เจ้าตัวก็คงไม่ทันรู้ตัวเช่นกัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป