บทที่ 5 ตามติด
"ตื่นเช้าจังเลยนะคะพี่กรีน ลิตานึกว่าตัวเองจะเป็นคนตื่นก่อนซะอีก"
เสียงใสๆเอ่ยทักขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มบางๆเมื่อร่างเล็กเดินลงมาจากบันไดชั้นสองของคอนโดหรู ลิตาอยู่ในชุดนักศึกษาเรียบร้อย เรือนผมถูกหวีจนตรงสลวย เธอมองตรงไปยังโซนห้องครัวที่มีร่างสูงของใครบางคนกำลังยืนอยู่
กรีนหันกลับมามองตามเสียงเรียก
"พี่มีเรียนเช้าน่ะ เลยตื่นมาเตรียมตัวก่อน" กรีนตอบเสียงเรียบ พลางวางจานแซนด์วิชและแก้วนมลงบนโต๊ะอาหาร "มาสิ มากินมื้อเช้าก่อน จะได้รีบออกไปพร้อมกัน"
"พี่กรีนทำเองเหรอคะ? น่าทานจังเลย" ลิตาเดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ ดวงตากลมโตมองอาหารเช้าแบบง่ายๆ แต่ดูใส่ใจตรงหน้า
"เปล่า พี่ลงไปซื้อที่ร้านมินิมาร์ทใต้ตึกมา"
"อ้าว... แต่ลิตาเห็นเครื่องปิ้งขนมปังกับกล่องแฮมถูกแกะใช้อยู่นะคะ ซองขนมปังก็วางอยู่ตรงเคาน์เตอร์ด้วย"
กรีนชะงักไปนิดหนึ่ง มือหนาที่กำลังจะหยิบแก้วกาแฟขึ้นดื่มหยุดชะงัก ชายหนุ่มกระแอมในลำคอเบาๆก่อนจะตีหน้านิ่งตอบกลับไป
"ก็ร้านมันอบมาไม่กรอบ พี่เลยเอามาปิ้งใหม่ แล้วก็เพิ่มแฮมเข้าไปอีกนิดหน่อย แม่พี่กำชับมาว่าให้ดูแลเรื่องอาหารการกินของเธอให้ดี พี่ก็แค่ทำตามหน้าที่ ไม่อยากให้ผู้ใหญ่ต้องมาบ่นทีหลัง รีบกินเถอะ เดี๋ยวรถติด" ลิตาแอบอมยิ้มก้มหน้ามองจานแซนด์วิชของตัวเอง
"ขอบคุณนะคะพี่กรีน อร่อยมากเลยค่ะ"
"ยังไม่ได้เอาเข้าปากเลย รู้ได้ไงว่าอร่อย" เขาแกล้งดุเสียงเรียบ
"ก็... แค่เห็นว่าพี่กรีนตั้งใจเตรียมไว้ให้ มันก็อร่อยตั้งแต่ยังไม่ได้ชิมแล้วค่ะ"
คำพูดซื่อๆที่ไม่ได้มีความประจบสอพลอ แต่กลับเต็มไปด้วยความจริงใจนั้น ทำเอากรีนถึงกับต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เขายกแก้วกาแฟดำขึ้นจิบเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกแปลกๆที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก
'ยัยเด็กนี่... พูดจาแบบนี้หน้าตาเฉยได้ยังไงวะ' ชายหนุ่มคิดในใจ
"รีบกินเลย พูดมากเดี๋ยวก็สายหรอก"
ลิตาหัวเราะเบาๆยอมลงมือทานมื้อเช้าอย่างว่าง่าย บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความเงียบสงบแต่กลับไม่อึดอัดเลยสักนิด ทั้งคู่เริ่มคุ้นชินกับการมีตัวตนของกันและกันในพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น แม้จะเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันได้ไม่กี่วันก็ตาม
ณ ลานจอดรถหน้าคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยชื่อดัง
กรีนหักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้ามาจอดเทียบที่จุดเดิมเหมือนทุกๆวัน ลิตาปลดเข็มขัดนิรภัยออก ก่อนจะหันมายกมือไหว้เขาด้วยความขอบคุณ
"ขอบคุณที่มาส่งนะคะพี่กรีน"
"วันนี้เลิกเรียนกี่โมง?" กรีนถามเสียงเรียบ มือยังคงจับพวงมาลัยอยู่
"วันนี้ลิตามีเรียนถึงแค่บ่ายสองค่ะ แต่ว่าอาจจะต้องอยู่ทำรายงานที่ห้องสมุดกับเพื่อนๆต่อ น่าจะเสร็จประมาณสี่โมงเย็นเลยค่ะ พี่กรีนเลิกเรียนแล้วกลับไปพักผ่อนที่คอนโดก่อนได้เลยนะคะ เดี๋ยวลิตานั่งรถไฟฟ้ากลับเองได้ค่ะ คอนโดอยู่ใกล้แค่นี้เอง"
"บอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ต้องเกรงใจ" กรีนขมวดคิ้วนิดๆ
"พี่บอกว่าจะมารับก็คือมารับ สี่โมงเย็นก็สี่โมงเย็น ทักไลน์มาบอกด้วยแล้วกันตอนรายงานเสร็จ"
"แต่ลิตากลัวพี่กรีนจะรอนานนี่คะ"
"หน้าที่ของคู่หมั้น คือต้องดูแลความปลอดภัยให้เธอด้วย ปล่อยให้กลับเองตอนเย็นๆได้ยังไง" เขาหยิบยกข้ออ้างเดิมขึ้นมาใช้ราวกับเป็นไม้ตาย
"เข้าใจแล้วค่ะ งั้นเดี๋ยวสี่โมงเย็นลิตาทักหานะคะ" ลิตาพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ยอมแพ้ต่อความดื้อดึงหน้านิ่งของเขา
"อืม ตั้งใจเรียนล่ะ"
"พี่กรีนก็ตั้งใจเรียนนะคะ"
ลิตาส่งยิ้มให้เขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเปิดประตูลงจากรถไป กรีนมองตามแผ่นหลังเล็กจนแน่ใจว่าเธอเดินเข้าไปในตัวตึกคณะอย่างปลอดภัยแล้ว จึงค่อยขับรถออกไปมุ่งหน้าสู่คณะของตัวเอง
ทันทีที่ลิตาเดินเข้ามาถึงโต๊ะม้าหินอ่อนประจำกลุ่มใต้ตึกคณะ เธอก็พบว่าเพื่อนๆทั้งสามคนมารอกันอยู่ก่อนแล้ว
"อรุณสวัสดิ์จ้าทุกคน" ลิตาเอ่ยทักทายเสียงใส
"แหมมม หน้าตาเบิกบานมาเชียวนะ" รุ้งเอ่ยแซวทันทีที่เห็นหน้า
"รถคันเมื่อกี้ พี่กรีนมาส่งอีกล่ะสิ บริการดีทุกระดับประทับใจจริงๆ คลุมถุงชนภาษาอะไรวะเนี่ย หวานกว่าคนจีบกันอีก"
"ไม่ได้หวานอะไรหรอกรุ้ง พี่เขาก็แค่ทำตามหน้าที่ที่ผู้ใหญ่ฝากฝังมาน่ะ" ลิตารีบแก้ตัว พลางวางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะ
"ทำตามหน้าที่บ้าอะไร คอยรับคอยส่ง ซื้อข้าวซื้อน้ำเปย์ตลอด ไม่ให้คลาดสายตาแบบนั้น เขาเรียกว่าหวงจ้ะเพื่อนรัก!" รุ้งเถียงกลับทันควัน ยิ้มที่นั่งจิบน้ำผลไม้อยู่พยักหน้าเห็นด้วย
"ฉันก็เห็นด้วยกับรุ้งนะ ผู้ชายสไตล์นั้น ถ้าเขาไม่ใส่ใจจริงๆ เขาไม่เสียเวลามาทำอะไรจุกจิกแบบนี้หรอก"
ลิตาได้แต่ยิ้มแห้งๆไม่รู้จะเถียงเพื่อนยังไงดี เพราะลึกๆเธอก็แอบรู้สึกว่าเขาดูแลเธอดีเกินกว่าคำว่าหน้าที่ไปมากเหมือนกัน
"เอ่อ... ลิตาครับ วันนี้ตอนเที่ยงเราไปกินข้าวที่โรงอาหารกลางกันไหม เราไปจองโต๊ะให้ก่อนได้นะ" ต้นน้ำที่นั่งเงียบอยู่นาน เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเอาใจ
"โรงอาหารกลางเหรอ? ก็ดีเหมือนกันนะ อาหารเยอะดี" ลิตาตอบรับอย่างไม่คิดอะไร
"งั้นเดี๋ยวเที่ยงนี้เราเดินไปพร้อมกันนะ" ต้นน้ำยิ้มกว้างขึ้นมาทันที แววตาเป็นประกายอย่างมีความหวัง
"ไม่ต้องเดินไปหรอกครับ เที่ยงนี้ลิตาต้องไปทานข้าวกับพวกพี่" จู่ๆเสียงทุ้มคุ้นหูก็ดังแทรกขึ้นมากลางวงสนทนา ทำเอาทุกคนสะดุ้งและหันขวับไปมองเป็นตาเดียว
กรีนยืนล้วงกระเป๋ากางเกงสแลคอยู่ด้านหลังลิตา ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึง แววตาคมกริบจ้องมองไปยังต้นน้ำอย่างเปิดเผย ถัดจากกรีนไป มีชายหนุ่มแปลกหน้าอีกสองคนยืนขนาบข้างอยู่ด้วย
"พี่กรีน!" ลิตาเบิกตากว้าง
"ไหนพี่กรีนบอกว่ามีเรียนเช้าไงคะ ทำไมถึงเดินกลับมาที่คณะลิตาได้ล่ะ"
"อาจารย์ยกคลาสกระทันหันน่ะ เลยว่าง" กรีนตอบหน้าตาย ก่อนจะพยักพเยิดไปทางเพื่อนสนิทสองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ "พวกนี้มันอยากมาทำความรู้จักกับคู่หมั้นพี่น่ะ เลยตามมาด้วย" เยลก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างแสนกวน
"สวัสดีครับน้องลิตาคนสวย พี่ชื่อเยลนะครับ เป็นเพื่อนสนิทที่คบกับไอ้กรีนมาตั้งแต่สมัยแก้ผ้าอาบน้ำ อ้อ... แล้วก็ไม่ต้องกลัวพี่ไปจีบนะ พี่มีคนคุยที่หวงมากๆอยู่แล้ว พี่มาเพื่อปกป้องน้องลิตาจากพวกแมลงหวี่แมลงวันแถวนี้เฉยๆ"
ประโยคสุดท้ายของเยลจงใจปรายตามองไปทางต้นน้ำอย่างชัดเจน ทำเอาต้นน้ำหน้าตึงขึ้นมาทันที
"สวัสดีค่ะพี่เยล" ลิตายกมือไหว้ด้วยความงุนงง ก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่หน้าตาดุดันที่ยืนกอดอกอยู่ข้างๆเยล ผู้ชายคนนั้นเพียงแค่พยักหน้าให้เธอนิดๆ แววตาขรึมๆดูน่าเกรงขาม
"พี่ชื่อเรด... ยินดีที่ได้รู้จัก"
"สวัสดีค่ะพี่เรด" ลิตายกมือไหว้เขาเช่นกัน
"โอ๊ยยยย แก... แก๊งวิศวะหล่อมากแม่!" รุ้งกระซิบกระซาบกับยิ้มด้วยความตื่นเต้น
"นี่มันแก๊งท็อปของมอเลยนี่นา โหยย ลิตา เธอทำบุญด้วยอะไรเนี่ย ถึงมีพี่กรีนและผองเพื่อนมาล้อมรอบแบบนี้"
"สวัสดีครับน้องๆทุกคน" เยลหันไปทักทายรุ้งกับยิ้มอย่างอารมณ์ดี
"เที่ยงนี้พวกพี่ขออนุญาตพาน้องลิตาไปทานข้าวด้วยนะครับ พอดีพวกพี่อยากเลี้ยงรับขวัญน้องสะใภ้สักหน่อย"
"ตามสบายเลยค่ะพี่เยล! เอาไปได้เลยค่ะ ไม่ต้องห่วงพวกเรา" รุ้งรีบตอบรับอย่างรวดเร็วแทบจะถวายพานใส่ให้
"เดี๋ยวสิรุ้ง" ต้นน้ำขัดขึ้นมาด้วยความร้อนรน
"เมื่อกี้ลิตาตกลงว่าจะไปทานข้าวที่โรงอาหารกลางกับพวกเราแล้วนะ พี่กรีนจะมาแทรกคิวแบบนี้ไม่ได้นะครับ"
บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นมาทันที เรดที่ยืนกอดอกอยู่ขมวดคิ้วเข้าหากัน แววตาดุดันตวัดมองรุ่นน้องต่างคณะอย่างไม่สบอารมณ์ ในขณะที่เยลก็หุบยิ้มลง
ส่วนกรีนนั้นเพียงแค่ถอนหายใจออกมาเบาๆ เขาเดินเข้าไปใกล้ลิตามากขึ้น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กดดัน
"เมื่อเช้าพี่เพิ่งทักแชทไปบอกแม่เธอว่าเที่ยงนี้พี่จะพาเธอไปกินข้าวที่ร้านอาหารหน้ามอ ถ้าเธอไปกินข้าวกับเพื่อนที่โรงอาหารกลาง พี่ก็กลายเป็นคนโกหกผู้ใหญ่น่ะสิ"
"เอ๊ะ? คุณแม่ลิตาไม่ได้ฝากข้อความอะไรมาบอกลิตาเลยนะคะ" ลิตาทำหน้างง
"ก็ท่านฝากพี่มา เพราะท่านรู้ว่าพี่เป็นคู่หมั้นที่ต้องดูแลเธอไง" กรีนหน้าไม่อาย หยิบยกเอาแม่มาอ้างหน้าตาเฉย
"ตกลงเธอจะขัดใจผู้ใหญ่ หรือจะไปกินข้าวกับพี่"
ลิตามองหน้ากรีนสลับกับหน้าต้นน้ำ เธอลำบากใจนิดหน่อย แต่เมื่อนึกถึงคำว่าผู้ใหญ่ และหน้าที่ที่ตกลงกันไว้ เด็กสาวก็หันไปหาเพื่อนร่วมคณะอย่างรู้สึกผิด
"ต้นน้ำ... ลิตาขอโทษด้วยนะ ลิตาคงต้องไปทานข้าวกับพี่กรีนแล้วล่ะ พอดีคุณแม่ท่านฝากมา ลิตาไม่อยากให้ผู้ใหญ่ต้องเป็นห่วงน่ะค่ะ ไว้โอกาสหน้านะคะ"
"แต่ว่าลิตา..." ต้นน้ำพยายามจะรั้ง
"เธอปฏิเสธเขาไปแล้ว นายก็น่าจะรู้เรื่องนะ" เรดที่ทนรำคาญไม่ไหวพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเข้มจัด
"เป็นผู้ชายก็หัดฟังคำปฏิเสธให้ชัดๆหน่อยสิวะ ตื๊อมากๆ มันน่ารำคาญ"
"พี่เรด!" ต้นน้ำขึ้นเสียงด้วยความไม่พอใจ
"ทำไม? มีปัญหาอะไรกับกูเหรอ?" เรดขยับตัวก้าวเข้าไปหาต้นน้ำ แผ่รังสีคุกคามจนต้นน้ำต้องผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"พอแล้วไอ้เรด อย่าไปขู่เด็กมันสิวะ" เยลรีบดึงแขนเพื่อนเอาไว้
"เรามาทำความรู้จักน้องลิตานะเว้ย ไม่ได้มาหาเรื่องใคร"
"ลิตา ไปกันเถอะ"
กรีนไม่สนใจบรรยากาศรอบข้าง เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเล็กของลิตามากุมไว้อย่างถือวิสาสะ ก่อนจะออกแรงดึงเบาๆให้เธอเดินตามเขาไป
"พวกมึงสองคนจะตามมาไหม ถ้าไม่ตามกูจะพาน้องไปกินกันสองคน"
"ไปดิวะ! อุตส่าห์โดด เอ้ย อุตส่าห์ว่างตรงกันทั้งที" เยลรีบเดินตามไปทันที ทิ้งท้ายด้วยการส่งยิ้มกวนๆให้ต้นน้ำ
"บายนะน้องชาย วันหลังค่อยจองคิวใหม่นะ แต่พี่ว่าคิวคงยาวไปยันชาติหน้าเลยว่ะ"
ต้นน้ำได้แต่ยืนกำหมัดแน่น มองตามแผ่นหลังของกรีนที่จับมือลิตาเดินห่างออกไปเรื่อยๆด้วยความเจ็บใจ
ร้านอาหารญี่ปุ่นหน้ามหาวิทยาลัย
บรรยากาศในห้องอาหารแบบส่วนตัวเต็มไปด้วยความคึกคัก กรีนจัดการสั่งอาหารชุดใหญ่มาเลี้ยงทุกคนตามที่เยลเรียกร้อง ลิตานั่งอยู่ข้างๆกรีนโดยมีเยลและเรดนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
"น้องลิตานี่ตัวจริงน่ารักกว่าในรูปที่พวกพี่แอบไปส่องมาอีกนะเนี่ย มิน่าล่ะ ไอ้กรีนมันถึงได้รีบตกลงหมั้นแบบไม่คิดเลย" เยลเปิดประเด็นแซวเพื่อนทันทีที่พนักงานเสิร์ฟเดินออกไป
"กูไม่ได้รีบ กูแค่ทำตามหน้าที่ ไม่อยากขัดใจแม่ มึงอย่ามามั่วไอ้เยล" กรีนตอบหน้าตาย พลางคีบซูชิชิ้นโตวางลงในจานของลิตา
"กินเยอะๆจะได้มีแรงทำรายงาน"
"แหมมมม ปากบอกหน้าที่ แต่มือคีบของกินให้คู่หมั้นไม่หยุดเลยนะมึง" เยลล้อเลียน
"แล้วไอ้ที่เดินกลับไปถึงคณะบริหารเมื่อกี้ เพราะหวงที่เห็นไอ้เด็กหน้าจืดนั่นชวนน้องลิตาไปกินข้าวใช่ป่ะล่ะ มึงเลยรีบเอาแม่มาอ้าง"
"กูไม่ได้หวง" กรีนกระแทกเสียง
"กูแค่รักษาสิทธิ์ในฐานะคู่หมั้น ถ้าปล่อยให้คู่หมั้นตัวเองไปกินข้าวกับผู้ชายคนอื่นต่อหน้าต่อตา คนอื่นจะมองยังไง มันเสียชื่อเสียงครอบครัวกู"
"แถเก่งงงงง สีข้างถลอกหมดแล้วเพื่อน"
เยลหัวเราะร่วน ลิตาที่นั่งฟังอยู่ได้แต่มองเพื่อนซี้สองคนเถียงกันไปมา เธอหันไปมองเรดที่นั่งเงียบๆ เอาแต่กินไม่พูดไม่จา
ครืดดดด ครืดดดด
จู่ๆโทรศัพท์ของเรดที่วางอยู่บนโต๊ะก็สั่นครืนขึ้นมา หน้าจอโชว์ชื่อน้ำพิง เรดชะงักตะเกียบในมือ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันที เขากดรับสายด้วยน้ำเสียงห้วนจัด
"มีอะไร?" เรดถามเสียงดุ
(เรด วันนี้มารับพิงที่คณะหน่อยได้ไหม? พอดีเพื่อนพิงกลับกันหมดแล้ว) เสียงปลายสายตอบกลับมาเบาๆ
"แล้วทำไมไม่กลับเอง ขาหักหรือไง"
(ก็... มีรุ่นพี่ผู้ชายที่คณะเขาอาสาจะไปส่งที่หอ แต่พิงไม่อยากไปกับเขา พิงเลยโทรหาเรด)
เพล้ง!
เรดกระแทกตะเกียบลงบนโต๊ะเสียงดังลั่น ทำเอาลิตาสะดุ้งตกใจ ชายหนุ่มหน้าตาดุดันขึ้นมาทันตาเห็น แววตาเต็มไปด้วยความโกรธจัด
"ไอ้เหี้ยนั่นมันเป็นใคร!? ทำไมมึงต้องไปยืนรอให้มันมาอาสาส่งวะ! บอกมันไปเลยนะว่ามึงมีผัวแล้ว! มึงยืนรออยู่ตรงนั้นแหละ ห้ามขยับไปไหน กูจะไปรับเดี๋ยวนี้ ถ้ากูไปถึงแล้วเห็นมึงยืนคุยกับมันนะ มึงโดนดีแน่!"
กดวางสายเสร็จ เรดก็ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันไปหาเพื่อนสองคน
"กูไปก่อนนะ พวกมึงกินกันไปเลย"
"อ้าวเฮ้ย ไอ้เรด! ไหนมึงบอกว่ามึงไม่ได้รัก แค่รับผิดชอบเฉยๆไงวะ อาการมึงนี่มันหึงหวงขั้นสุดเลยนะเว้ย!" เยลตะโกนไล่หลัง
"กูไม่ได้หึง! กูแค่ต้องรับผิดชอบชีวิตมัน ในเมื่อมันเป็นคนของกู ใครหน้าไหนก็ห้ามมายุ่งเว้ย!"
เรดหันมาตะคอกกลับ ก่อนจะเดินจ้ำอ้าวออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้คนที่เหลือมองตามอย่างอึ้งๆ เยลส่ายหัวไปมาอย่างเอือมระอา
"ดูมัน ปากแข็งฉิบหาย หึงเขาจนเลือดขึ้นหน้าขนาดนั้น ยังจะมาบอกว่าแค่รับผิดชอบอีก ไอ้นี่มันย้ำคิดย้ำทำเรื่องความรับผิดชอบจนแยกไม่ออกแล้วมั้ง ว่าอะไรคือความรัก อะไรคือหน้าที่"
คำพูดของเยล ทำให้ลิตาหันขวับไปมองเสี้ยวหน้าของกรีนโดยอัตโนมัติ
'แยกไม่ออกว่าอะไรคือความรัก อะไรคือหน้าที่' อย่างนั้นเหรอ...
กรีนที่ถูกจ้องมองรู้สึกตัว เขากระแอมในลำคอเบาๆ หยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มแก้เก้อ ก่อนจะหันมาสบตากับดวงตากลมโตของหญิงสาว
"มองอะไร?"
"เปล่าค่ะ ลิตาแค่กำลังคิดว่า เพื่อนพี่กรีนแต่ละคน ปากแข็งจังเลยนะคะ" เธอยิ้มบางๆ
"พี่ไม่ได้ปากแข็งเหมือนไอ้เรดหรอกนะ" กรีนรีบออกตัว
"ของพี่น่ะ หน้าที่ก็คือหน้าที่ ตกลงกันไว้ยังไงก็เป็นแบบนั้น พี่เป็นคนชัดเจนเสมอ เธอไม่ต้องเอาพี่ไปรวมกับไอ้พวกนั้นหรอก"
"ลิตาก็ยังไม่ได้ว่าอะไรพี่กรีนเลยนี่คะ" ลิตาหัวเราะคิกคัก
"รีบทานเถอะค่ะ เดี๋ยวพี่กรีนต้องกลับไปเรียนต่อนะคะ"
กรีนชะงักไปนิดหนึ่ง รู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งร้อนตัวไปหมาดๆ ชายหนุ่มลอบถอนหายใจ ก่อนจะคีบซูชิเข้าปากเงียบๆ โดยมีสายตาล้อเลียนของเยลมองมาอย่างรู้ทัน
