บทที่ 4 #คัทตัดรัก :: CHAPTER 3 [100%]

คัทตัดรัก #3

:: งานศิลปะที่ไม่ใช่ศิลปะ ::

:: CUT TALK ::

ผมจับจ้องคนตรงหน้าที่ออกอาการตื่นๆ โดยไม่รู้เลยว่าถูกแสดงออกมาทางใบหน้าสวยหวานของเธอ มันเป็นเรื่องตลกก็ว่าได้ที่ผมกับเธอเราจะเจอกันในฐานะจิตรกรกับนางแบบเปลือย แต่ตลกยิ่งกว่าคือผมกลายเป็นอาจารย์ของเธอในเวลาต่อมาโดยที่ตกใจไม่น้อยกับเหตุการณ์เดจาวู ‘น้ำขิง’ ชื่อของเธอที่ทำให้ผมได้รู้จัก ไม่เช่นนั้นผมคงเรียกเธอแค่นางฟ้าเท่านั้น

“เร็ว” เค้นเสียงดุคนตัวเล็กก็วางกระเป๋าสะพายลงบนเก้าอี้ ก่อนจะดึงชายเสื้อนักศึกษาออกจากกระโปรงพีชยาวเกือบถึงตาตุ่ม สองมือสั่นเทากำลังปลดกระดุมออกอย่างช้าๆ ผมได้แต่มองการกระทำของเธอ แม้จะตีหน้านิ่งแต่ทว่าใจกับเต้นแรงเมื่อเห็นทรวงอกขาวนวลดันล้นออกจากบราเซียสีดำ

“คะ คืออาจารย์...”

“นอกเวลาเรียนฉันไม่ใช่อาจารย์”

“คุณคัทคือฉันขอเวลาหน่อยได้ไหมคะ?” ดวงตากลมโตแลดูอ้อนวอนผมอย่างมาก ไหนจะริมฝีปากแดงชมพูที่กัดเข้าหากันเมื่อสองมือยังคงปลดกระดุมลงเรื่อยๆ

“เราตกลงกันแล้ว” ผมกอดอกมองเธอที่ยังคงเอาเสื้อปิดบังทรวงอกตัวเองอยู่ “ฉันไม่ชอบเสียเวลา”

“...”

“ฉันเลือกเธอเป็นแบบแล้วน้ำขิง” เธอมองสบตากับผม สีหน้าแววตาดูร้อนรนยังไงชอบกล ไหนตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือไงว่าจะเป็นแบบเปลือยให้กับผม “หรือจริงๆ แล้วเธอไม่ต้องการงานนี้?”

“เปล่าค่ะ แต่ฉัน...” ผมไม่รู้ว่าเธอต้องการสื่ออะไร สีหน้าดูผิดหวังก่อนจะค่อยๆ แยกสาบเสื้อของตัวเองออก

“ถอดแค่เสื้อนักศึกษากับกระโปรงพอ” ด้วยความหงุดหงิดจึงสั่งไปแบบนั้น ดูเหมือนน้ำขิงจะมีสีหน้าดีขึ้นเธอ “ตอนนั้นที่ให้ถอด ทำไมถอดได้”

น้ำขิงชะงักมือที่กำลังปลดกระโปรงลง สบตากับผมพลางเบือนหน้าหนี “ก็ตอนนั้น... ฉันไม่ได้แก้ผ้าต่อหน้าคุณ”

“สุดท้ายจะต่อหน้าหรือไม่ เธอก็ต้องมาเปลือยให้ฉันวาดรูปอยู่ดี”

เธอก้มหน้าลงผมเห็นมือเล็กบอบบางที่กำลังสั่นเทาอยู่ แม้จะให้ถอดเพียงแค่เสื้อผ้าเท่านั้นแต่เธอก็ยังคงรู้สึกปะหม่าอยู่ดี จนผมถอนหายใจและวางดินสอลงกับโต๊ะ “พอ”

“คะ?” ใบหน้าสวยขมวดคิ้วเมื่อผมสั่งให้หยุด

“สวมเสื้อผ้าซะ” บอกพลางยกมือไล่กลายๆ จนน้ำขิงทำหน้าไม่เข้าใจ “เธอกลับบ้านไป”

“คุณคัท คือฉัน... ฉันพร้อมถอดก็ได้ แต่อย่าไล่ฉันกลับเลยนะคะ”

“ไม่มีแต่” ผมไม่พูดอะไรต่อจึงเดินออกจากห้องไปหยุดตรงทางเข้าบ้าน รอสักพักร่างของน้ำขิงก็ออกมาพร้อมสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว “ฉันไม่ชอบคนที่ไม่พร้อมจะทำงาน”

“คุณคัท ฉันขอโทษนะคะ แต่ว่ารับฉันเถอะนะคะ สัญญาค่ะว่าจะทำตามที่บอกทุกอย่าง” ส่ายหน้าไปมาก่อนจะเดินต้อนเธอให้พ้นจากตัวบ้าน และผมก็ดึงประตูทั้งสองข้างเพื่อที่จะปิดเข้าหากัน จึงได้เห็นสายตาอ้อนวอนของน้ำขิงที่ยืนอยู่ไม่ขยับไปไหน

“ประตูรั้วอยู่ทางนั้น” พยักหน้าไปยังประตูรั้ว “เชิญ”

“คุณ...”

ปัง!

เช้านี้ผมมานั่งจิบกาแฟที่ร้านของไอ้โจ้เพื่อรอคุยกับเหมยน้องสาวของมัน เมื่อคืนดูเหมือนน้ำขิงจะพยายามติดต่อผม แต่ทว่าผมกลับไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าจะหานางแบบเปลือยคนใหม่ให้ทันก่อนงานนิทรรศการที่จะเปิด เวลามันก็จะเลื่อนเข้ามาเร็วขึ้น ผมเสียดายนะเพราะน้ำขิงตรงสเปกผมทุกอย่าง เธอมีความสมบูรณ์แบบมากๆ เพียงแค่เห็นร่างกายเธอน้อยนิด และคิดว่าถ้าเห็นทั้งหมดคงจะเพอร์เฟกไม่น้อย

แต่นั่นแหละ... ผมไม่ชอบคนที่ไม่พร้อมทำงาน มันน่ารำคาญถ้าหากเธออายไม่กล้าแก้ผ้า แล้วทำไมถึงอยากมาเป็นแบบเปลือยให้ผมวาดกันล่ะ

“มึงใจร้อน” ไอ้โจ้วางจานคุกกี้ลงตรงหน้าผม ขณะเงยหน้าจากจอแท็บ “น้ำขิงไม่ดีตรงไหน”

“ดี” ตอบออกไปพลางกัดคุกกี้อัลมอนต์เข้าปาก “แต่ลีลา ไม่ชอบ”

“มึงก็ให้เวลาน้องเขาหน่อยดิ จู่ๆ ไปบอกให้เขาแก้ผ้า ผู้หญิงนะเว้ย”

“คนก่อนๆ ก็แก้ให้ดูตอนบอก”

“นั่นเขาพร้อมไง แต่น้ำขิงอาจจะไม่พร้อมมึงน่าจะให้เวลา” ไอ้โจ้เท้าคางมองผมที่ส่ายหน้าและค้นหานางแบบที่จะมาเป็นแบบคนใหม่ กระทั่งประตูร้านเปิดขึ้นพร้อมกับร่างเล็กที่นั่งเคียงข้างพี่ชายตัวเอง

“พี่คัท ไม่ให้เพื่อนเหมยทำงานแล้วเหรอ?”

“อือ” พยักหน้าโดยไม่มองสบตากับเหมยเพราะกำลังมองหาคนที่ดูเข้าตาจึงกดติดต่อไปทางไลน์ให้มาดูเรือนร่าง “เพื่อนเธอเหมือนไม่ได้ตั้งใจจะรับงานนี้ คงไม่เหมาะ”

“แต่น้ำขิงอยากได้งานนี้นะคะ” เหมยกระแทกเสียงจนผมมองสบตากับเธอ เป็นครั้งแรกก็ได้ที่เห็นเหมยแสดงสีหน้าแบบนี้ ปกติคงไม่ต่างอะไรจากผมกับไอ้โจ้ “พี่คัทให้เวลาน้ำขิงหน่อยได้ไหม?”

“ไม่” ตอบออกไปชัดเจน “พี่ไม่ชอบคนลีลา งานพี่จะเสียไปกว่านี้ไม่ได้”

“...”

“ฝากไปบอกเพื่อนด้วยว่าไม่ต้องมาแล้ว พี่กำลังเลือกคนใหม่อยู่” ไม่รู้หรอกนะว่าเหมยจะออกอาการยังไงบ้าง แต่รับรู้ว่าเธอเดินกระแทกเท้าออกจากร้านไป ผมจึงผละใบหน้าจากแท็บมองสบตากับไอ้โจ้ที่กำลังครุ่นคิดเรื่องอะไรอยู่

“ทำไมมึงไม่เปลี่ยนคอนเซปดูล่ะ” ขมวดคิ้วกับคำพูดของไอ้โจ้ “นิทรรศการรอบที่แล้ว มึงก็เอาภาพเปลือยผู้หญิงกับผู้ชายเป็นภาพหลักของงาน มึงคิดว่าคนมาดูจะไม่เบื่อเหรอ?”

ผมคิดตามคำพูดของไอ้โจ้ มันก็จริงที่ว่างานที่แล้วผมก็ใช้ภาพหญิงชายเปลือยกายในชุด ‘The relationship’ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของชายหญิงที่นอนกอดก่ายกัน และมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งแบบเพียงมองตาก็รู้ใจ ไม่ใช่เพียงแค่ต้องการร่างกาย ภาพนั้นเป็นภาพหลักที่ทำให้ทุกคนสนใจในตัวภาพที่ผมลงทุนใช้สีไม้ระบาย บรรยายจนออกมาดีและถูกประมูลไปในราคาที่สูงพอควร

“ศิลปะไม่มีวันเบื่อ”

“มึงไม่เบื่อ แต่คนมาดูเขาอาจจะไม่ได้คิดแบบมึงไง” ไอ้โจ้ถอนหายใจก่อนจะหยิบแท็บไปจากมือผมและเสิร์ชหาภาพอะไรสักอย่าง เมื่อได้ตามที่ต้องการจึงโชว์ให้ผมดู “โมนาลิซ่า หญิงสาวที่ถูกวาดขึ้นแต่ได้รับความนิยมทั่วโลกโดยไม่ต้องเปลือยกายด้วยซ้ำ”

“อะไร?” แล้วเกี่ยวอะไรกับโมนาลิซ่า ผมก็ยังไม่เข้าใจคำพูดของไอ้โจ้อยู่ดี

“กูกำลังบอกให้มึงเปลี่ยนคอนเซปจากวาดภาพเปลือยเป็นวาดภาพผู้หญิงธรรมดาๆ ไง”

“...”

“มึงยังไม่เคยวาดภาพผู้หญิงที่อยู่ในชุดปกติปะ เนี่ยกูกำลังบอกว่าอย่างโมนาลิซ่าที่ไม่เปลือย ทำไมคนถึงอยากจะไปดู อยากจะไปชื่นชมความงาม” มันเลื่อนแท็บมาตรงหน้าผมและเอียงคอมองด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง

“น้ำขิงเป็นผู้หญิงที่สวยมากๆ มากจนทำให้คนอย่างมึงยอมตกลงจ้างทันทีที่เจอกันครั้งแรก กูพูดถูกเปล่า”

“อือ” ตอบกลับไปเพราะมันจริง ครั้งแรกที่เห็นใบหน้าของน้ำขิง ผมบอกได้คำเดียวว่าเธอสะกดผมทุกอย่างรวมถึงเรือนร่างที่กึ่งเปลือยเปล่าในตอนนั้น

“ก็แค่เปลี่ยนเป็นวาดน้ำขิงใหม่ กูคิดว่ายังไงมึงก็ต้องคิดคอนเซปใหม่ได้เร็วๆ นี้แน่”

“...”

“ดีกว่าเฟ้นหานางแบบที่จะโดนใจมึงตอนไหนก็ไม่รู้ เวลาก็จะขยับเข้ามาเรื่อยๆ จนถึงวันงานมึงก็ไม่มีผลงานหลักไปโชว์หรือประมูล” ความคิดของไอ้โจ้ทำให้ผมชุกคิดขึ้นมาได้ สบตากับมันที่ลุกขึ้นไปต้อนรับลูกค้าที่เริ่มทยอยเข้าร้านแล้ว

“งั้นเหรอ” สายตามองจับจ้องไปยังภาพของโมนาลิซ่า ภาพของหญิงสาวที่สวยงามราวกับมีชีวิตจริงๆ แม้ว่าภาพนี้จะถูกวาดตั้งแต่ผมยังไม่เกิด แต่ยังคงความสวยสดงดงามราวกับว่าเธอกำลังจับจ้องมองผม ให้ผมได้คิดและเปลี่ยนความคิดใหม่

คลาสสอนวันนี้เป็นช่วงบ่าย หลังจากผมสอนนักศึกษาปีสี่อีกห้องไป จึงเหลือห้องสุดท้ายซึ่งมีน้ำขิงเป็นนักศึกษาในห้องนี้ เธอเดินเข้าห้องมาสบตากับผมด้วยใบหน้าเรียบนิ่งเหมือนเดิม ผมจึงไม่ได้สนใจอะไรและทำการสอนตามหลักสูตรของตัวเอง แต่ส่วนใหญ่ผมมักจะใช้ทฤษฎีในการจดจำมากกว่าการให้อ่านในหนังสือเอง และเลือกให้พวกเขาปฏิบัติงานเพื่อดูฝีมือของแต่ละคน “จบคลาสเรียนเท่านี้ครับ ช่วงวันหยุดก็ลองหาเวลาไปสูดอากาศข้างนอกและเก็บเกี่ยวสิ่งรอบกายมาวาดภาพตามที่ตัวเองต้องการดูนะครับ”

นักศึกษาต่างพากันเก็บของและค่อยๆ ทยอยกันออกจากห้อง “คุณคณภรณ์ ตามไปพบผมที่ห้องหน่อยครับ”

น้ำขิงที่กำลังคุยกับเหมยและเพื่อนชายอีกคน พยักหน้ารับพลางเดินตามผมออกมาจากห้องเรียนซึ่งต้องเดินออกจากหน้าคณะไปยังที่ห้องพักอาจารย์ซึ่งอยู่อีกฝั่ง แต่ทว่าเดินยังไม่ทันถึงไหนดีผมก็ต้องหยุดชะงักกับนักศึกษาต่างคณะสองสามคน

ตุ้บ

“ขอโทษค่ะ” เอี้ยวไปมองน้ำขิงที่ยกมือลูบหน้าผากตัวเองเพราะเธอเดินชนแผ่นหลังผมเต็มๆ จึงชะโงกมาดูนักศึกษาหญิงที่ยืนตรงหน้าผมไม่ขยับไปไหน

“พวกคุณไม่ใช่นักศึกษาคณะผม”

“ค่ะ อาจารย์คัท” ขมวดคิ้วที่พวกเธอรู้จักชื่อผม ก่อนจะยื่นถุงขนมและของกินมากมายให้ “พวกหนูเอามาให้อาจารย์ค่ะ รับไปสิคะ”

สีหน้าของผมออกอาการชัดเจนแน่แต่ทว่าพวกเธอกลับไม่ได้สนใจและพยายามเบียดตัวเข้าใกล้ผม “ถอย”

“อาจารย์คัทรับขนมหนูก่อนสิคะ”

“ผมไม่หิว” ตอบออกไปชัดเจน “และคุณไม่ใช่นักศึกษาคณะผม เพราะฉะนั้นอย่าเสียมารยาท”

“โธ่ อาจารย์ขา อาจารย์ดังมากเลยนะคะไม่รู้เหรอว่าพวกผู้หญิงในมหาลัยจ้องจะงาบอาจารย์กันทั้งนั้น”

“แต่ผมไม่คิดจะงาบ” ถอยหลังและเดินไปอีกทางแต่พวกเธอก็ยังคงตามผมไม่หยุด

“อาจารย์ไม่งาบ ระวังพวกหนูจะงาบเองนะคะ ฮ่าๆ” ลมหายใจถูกพ่นออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะเหตุนี้ไงผมถึงไม่อยากมาสอน ตอนเรียนก็เจอแบบนี้พอมาเป็นอาจารย์ก็ยังไม่วายมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ เหนื่อยใจจริงๆ

“พูดจาอะไรให้เกียรติผมด้วย หรือถ้าไม่ก็รู้จักให้เกียรติตัวเอง”

“...” พวกเธอถึงกับเงียบไปทันทีเมื่อผมพยายามระงับอารมณ์เดือดดาลของตัวเอง

“อย่าทำตัวไร้ค่า จนผู้ชายมองข้ามความเป็นผู้หญิงของพวกคุณไป”

พูดจบก็เดินตรงเข้าไปยังที่ห้องพักอาจารย์ ห้องนี้เป็นห้องส่วนตัวที่แยกออกมาหลายห้อง ผมได้มาอยู่ในห้องของอาจารย์จรัญญา ถอนหายใจและโยนหนังสือการเรียนการสอนบนโต๊ะอย่างแรงก่อนจะทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้

“อาจารย์เรียกหนูมา มีอะไรหรือเปล่าคะ?” น้ำเสียงเล็กเรียกรั้งขึ้นเพิ่งคิดได้ว่าเรียกเธอมาพบ เพราะเจอกับเรื่องเมื่อกี้ไปจนลืมไปซะสนิท

“เธอ” สบตากับน้ำขิงที่ยืนกุมมือกันอยู่ตรงมุมโต๊ะ “อยากทำงานกับฉันอยู่หรือเปล่า?”

“ยะ อยากค่ะ” เธอตอบทันควันสีหน้าจากที่ดูเหมือนเรียบนิ่ง ดูตื่นเต้นขึ้นทันที “สัญญาค่ะว่าอาจารย์ให้หนูทำอะไร หนูจะไม่รีรอแล้วค่ะ”

“ดี เย็นนี้ไปเจอกันที่บ้านฉัน” ผมก้มหน้าหยิบรายงานออกมาดู “เธอว่างหรือเปล่า?”

“ว่างค่ะ” น้ำขิงฉีกยิ้มกว้าง จะบอกว่าเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้นะที่มีผู้หญิงทำให้ผมรู้สึกใจเต้นเบาๆ ไม่นับนินที่รายนั้นทำให้ผมหัวใจเต้นแรงเสมอตอนที่จีบหรือคบหากัน

ผมมาถึงบ้านตัวเองในเวลาเกือบพลบค่ำ ตรงเข้ามาในบ้านจึงได้เห็นร่างเล็กนั่งอยู่ตรงโซฟามุมรับแขกเนื่องจากแม่บ้านที่จ้างมาได้กลับบ้านไปแล้ว “มานานหรือยัง?”

“สักพักแล้วค่ะ” วางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะและเดินตรงไปยังห้องครัวซึ่งอาหารถูกทำไว้หลายอย่างเหมือนเดิม ผมจึงเดินมาเรียกน้ำขิง

“กินข้าวมาหรือยัง?” เธอส่ายหน้าพร้อมเม้มริมฝีปาก “มาสิ”

น้ำขิงมึนงงไม่น้อยแต่ก็ยอมที่จะลุกตามมานั่งทานอาหารกับผมในครัว อาหารสองสามอย่างตรงหน้าเป็นประจำที่ผมมักจะกินมันคนเดียว แต่วันนี้กลับมีสาวสวยมานั่งอยู่ตรงหน้า เธอเกร็งไม่น้อยเพราะผมเป็นคนที่ชวนคุยไม่เก่ง ถ้าจะให้คุยก็คงจะเป็นเรื่องงานซะมากกว่า “เรื่องเป็นแบบ เธอไม่ต้องเปลือยกายแล้ว”

“คะ?” น้ำขิงชะงักมือที่กำลังเอาข้าวเข้าปาก

“ฉันเปลี่ยนคอนเซปใหม่ เป็นการวาดภาพเหมือน” ดูเหมือนคนตรงหน้าถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก คงจะรวบรวมความกล้าที่จะได้งานนี้ แต่อีกใจก็ไม่กล้าพอที่จะเปลือยกายให้ผมเห็นสินะ

“แล้วคอนเซปที่คุณคัทเปลี่ยน เป็นแบบไหนเหรอคะ เผื่อฉันจะได้เตรียมตัว”

“Beautiful angel” สบตากับน้ำขิงที่นิ่งค้างไปทันทีกับชื่อคอนเซป เอาจริงผมแทบไม่ต้องคิดอะไรมากเลยด้วยซ้ำกับการเปลี่ยนแนวการวาดของตัวเองใหม่ ‘นางฟ้าที่แสนสวยงาม’ น้ำขิงเหมาะกับคอนเซปนี่ที่สุด “เฮ้”

“ค่ะๆ คอนเซป น่าสนใจมาก” เธอก้มหน้าลงมองจานข้าวและยังคงไม่คิดจะพูดอะไรออกมา

“ระยะเวลาการวาด ฉันไม่เร่งรีบ ขอเวลาแค่วันละไม่กี่ชั่วโมง”

“...”

“เงินก้อนแรกจะให้มัดจำเธอไว้ เสร็จแล้วเงินทั้งหมดจะโอนให้ตามหลัง” น้ำขิงพยักหน้ารับเมื่อทำความเข้าใจการจ้างวาดเสร็จเรียบร้อย ประจวบเหมาะกับการทานอาหาร น้ำขิงเก็บถ้วยแก้วน้ำเตรียมที่จะลงมือล้างมัน แต่ผมก็ขัดเธอซะก่อน “ไม่ต้อง เดี๋ยวแม่บ้านจะมาทำตอนเช้า เธอกลับไปได้แล้ว”

“ทำไมถึงตั้งชื่อคอนเซปนี่ล่ะคะ?” เธอเดินตามหลังผมมา แม้จะไล่เธอกลับแต่ทว่าน้ำขิงก็นั่งลงบนโซฟาที่ห้องรับแขก โดยที่ผมขมวดคิ้วกับคำถามของเธอ

“ฉันไม่อยากเสียเวลาตามหานางแบบ ถ้าเปลี่ยนคอนเซปมันจะง่ายกว่า”

“...”

“ส่วนคอนเซป มันเหมาะกับเธอ” ผมก้มลงมองมือถือตัวเองและกำลังจะปฏิเสธผู้หญิงที่นัดมาเพื่อดูเรือนร่าง แต่ไม่ทันซะแล้วเมื่อเธอกำลังเดินทางมาถึง

“เหมาะ... กับฉันเหรอคะ”

“ใช่” เงยหน้าสบตากับน้ำขิง “เพราะเธอสวย”

“!”

“สวยแบบไร้ที่ติ สวยจนทำให้ฉันเผลอลืมความคิดของตัวเอง” ตอบออกไปตามความจริงทว่ากลับได้เห็นสีหน้าสวยตกใจ ตามด้วยแก้มนวลขาวชมพูที่ขึ้นรอยแดงเรื่อยๆ จนต้องขมวดคิ้ว “แก้มแดงๆ ป่วยเหรอ?”

“ปะ เปล่าค่ะๆ ฉันสบายดี” น้ำขิงโบกมือไปมาพลางยกมือแนบแก้มตัวเองและไม่สบตากับผม

“ผู้ชายคนอื่นน่าจะชมเธอเยอะนะ” ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเมื่อได้ยินเสียงประตูรั้วเล็กของบ้านเปิดขึ้น “มาเขินอะไรกับอีแค่ฉันจะชมเธอบ้าง”

ร่างสวยระหงอยู่ในชุดเดรสสีดำเดินนวยนาดมาหยุดตรงหน้าผม “คุณคัท”

“ฉันบอกไปในไลน์แล้วว่ายกเลิก”

“ยกเลิกได้ยังไงคะ ก็พัดมาแล้ว”

“มาแล้วก็กลับได้” ล้วงมือลงกระเป๋ากางเกง สบตากับคนตรงหน้าอย่างหงุดหงิด เพราะแบบนี้ถึงไม่ชอบคนที่พร้อมจะเข้าหาผมมากกว่าทำงาน ดีนะที่เชื่อคำพูดของไอ้โจ้ที่ว่าให้เปลี่ยนคอนเซป “ฉันไม่ต้องการนางแบบเปลือยแล้ว”

“เพราะอะไรคะ?”

“ฉันเปลี่ยนคอนเซปใหม่ทั้งหมด”

“พัดก็ทำได้”

“ไม่ได้” ปฏิเสธเสียงแข็ง “เธอไม่เข้ากับคอนเซปฉัน”

เธอยังคงยืนกรานที่จะมาเป็นแบบให้ผม ต่อให้เปลี่ยนคอนเซปแล้วก็ตามที “จะหาผู้หญิงที่ไหนได้คะ ถ้าไม่ใช่พัด”

“ฉันมีปัญญาหา ต่อให้ไม่ใช่เธอ ฉันก็หาได้” ดูเหมือนเธอจะเห็นถึงอารมณ์ฉุนเฉียวของผม จึงได้พยักหน้ารับและถอยหลังไป หากแต่สายตาเหลือบไปมองด้านหลังผม

“อ๋อ เด็กคนนั้นสินะ” กอดอกและเบ้ปากทันที “สวยตรงไหน?”

“ทุกตรง”

“คุณคัท!”

“เขาสวยและตรงตามสเปกที่ฉันต้องการ คนที่ฉันไม่ต้องการ... เชิญ” ผายมือไล่กลายๆ จนเธอดิ้นเร่าไปมา “รำคาญ”

ส่งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นชาและสีหน้าเบื่อหน่ายจนหล่อนยอมแพ้ยอมจากไป จึงหันไปมองคนที่ถูกกล่าวหาถึงได้เห็นว่าน้ำขิงกำลังนั่งทำหน้าเหวออยู่ เห็นแบบนั้นจึงคลี่ยิ้มออกมา “ขนาดทำหน้าเหวอเธอยังสวยเลย”

“อะ เออ...”

“กลับได้แล้ว อย่าลืมว่ามีงานต้องส่งฉันวันจันทร์” เดินสวนเธอไปหยิบกระเป๋ามาสะพายบ่า และเดินขึ้นบันไดไปกระทั่งได้ยินเสียงปิดประตูดังขึ้น เมื่อถึงสุดทางบันไดจึงเบี่ยงเส้นทางจากห้องนอนไปยังขอบหน้าต่าง ทอดสายตามองแผ่นหลังบอบบางที่กำลังเปิดประตูรั้วเล็กเดินไปตามทางที่มืดไปตามกาลเวลา

ผมเป็นคนพูดตรง ถ้าหากจะพูดอะไรออกไปและทำให้น้ำขิงตั้งตัวไม่ทันมันก็คงจะไม่มีผลอะไรหรอกมั้ง

“ก็เธอ...” กอดอกมองแผ่นหลังของเธอที่เดินลับสายตาไป “สวยจริงนี่นา”

:: CUT TALK END ::

บทก่อนหน้า
บทถัดไป