Uncut ตัดรัก

Uncut ตัดรัก

Sweet_Moon · เสร็จสิ้น · 131.2k คำ

1.1k
ยอดนิยม
3.1k
การดู
12
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

เธอมีปัญหาครอบครัว ทำให้ต้องหางานและหาเงิน กระทั่งเธอตัดสินใจไปเป็นนางแบบนู้ดให้กับพระเอกที่เป็นจิตกรฝีมือดีกำลังเฟ้นหานางแบบมาเปลือยให้วาดเพื่อจัดงานนิทรรศการ ทันทีที่ได้เจอพระเอกตกหลุมรักนางเอกตั้งแต่แรกเห็นด้วยความสวยของเธอ แต่สุดท้ายทั้งคู่กลับได้มาเจอกันอีกครั้งในฐานะอาจารย์กับลูกศิษย์ที่นางเอกกำลังนั่งเรียนอยู่

บท 1

คัทตัดรัก

INTRO

‘เราเลิกกันเถอะ’

‘ทำไม?’

‘ยังจะถามอีกเหรอว่าเพราะอะไร... กลับไปคิดทบทวนดีๆ นะคัท ว่าที่ผ่านมาเคยเชื่อใจนินหรือเปล่า’

‘...’

‘ไม่มีผู้หญิงคนไหนทนได้หรอกนะกับคำถามที่ว่าเธอนอนกับคนอื่นใช่ไหม? แล้วถ้านินถามคัทกลับบ้างล่ะ จะรู้สึกยังไง’

‘คัทไม่เคยทำแบบนั้น’

‘ใช่ คัทไม่เคยทำ แล้วคัทถามนินแบบนั้นทำไม’

‘...’

‘นินรักคัท แต่นินจะไม่ทนให้คำพูดแย่ๆ ของคัทมาดูถูกนินเด็ดขาด ตลอดเวลาที่คบกันมา นินไม่เคยนอกใจคัท’

‘ก็ตอบมาแค่นี้ ทำไมจะต้องเลิก’

‘ไม่ใช่แค่นี้คัท นินอยากให้คัททบทวนในสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่ตอนนี้โดยเฉพาะคำพูดที่ตรงไปตรงมา’

‘นิน’

‘ลาก่อน’

ติ๊ดๆ

เฮือก!

ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาหัวเตียงปลุกในเวลาที่กำหนดเอาไว้ ร่างกายชาเหน็บไปทั้งตัว เหงื่อไหลท่วมกายจนต้องค่อยๆ ลุกขึ้นยันตัวเองจากเตียงนอน นิ้วมือทั้งห้าสางเส้นผมสีดำสนิทขึ้นไป ก่อนจะลุกขึ้นหยิบผ้าขนหนูหัวเตียงพาดไหล่ตรงไปยังห้องน้ำ จับจ้องใบหน้าตัวเองภายใต้กระจกเงาใหญ่ ดวงตาคมตวัดเฉียงตามกรอบเรียวหน้า ทรงผมไถข้างตามแฟชั่นแต่ไม่ได้ไถออกไปมากจนน่าเกลียด สองมือรองน้ำจากก๊อกที่เปิดขึ้นก่อนจะหวักสาดเข้าที่ใบหน้าหลายต่อหลายครั้งจนรู้สึกดีขึ้น “ฝันแบบนี้อีกแล้ว”

พึมพำออกมากับเหตุการณ์ความฝันที่ผ่านมานานนับหลายปี แต่ทว่าผมกลับไม่เคยที่จะลืมมันได้เลยสักนิด กลับตอกย้ำให้จดจำใบหน้าสวยที่ไร้ความรู้สึก น้ำตาของเธอที่ไหลอาบแก้มยามที่บอกเลิกรากันในวันที่ผมไม่รู้ตัว มันช็อคและคิดอะไรไม่ออกว่าตัวเองทำอะไรลงไปกับเธอบ้าง จนเธอจากผมไปและทิ้งผมไว้กับความโดดเดี่ยวและสิ้นหวัง

เมื่อให้น้ำชำระร่างกายจนเย็นทั้งตัวและหัวใจ ผมจึงสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนขาดๆ ทรงกระบอกเดินลงบันไดบ้านเพื่อตรงไปยังห้องศิลปะของตัวเอง “ตื่นแล้วเหรอคะคุณคัท?”

แม่บ้านที่ผมจ้างแบบไปกลับถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้มขณะกำลังถูพื้นบ้านอยู่ “ครับ”

“ถ้างั้นป้าจะไปทำข้าวต้มกุ้งให้นะคะ รอสักครู่ค่ะ” พยักหน้ารับจึงเดินเลี่ยงไปยังห้องดังกล่าว ผมปลีกตัวออกมาจากบ้านหลังใหญ่ที่มีพ่อกับแม่อยู่ เพื่อจะได้รับอิสระมากขึ้นด้วยการมาอยู่บ้านหลังเล็กสองชั้นซึ่งพื้นที่แถวนี้สงบเหมาะกับจิตกรติสท์แตกอย่างผมก็ว่าได้ ผมไม่ชอบสถานที่ที่มีคนเยอะ ไม่ชอบวุ่นวายกับใคร ชอบที่จะอยู่กับบ้านเพราะเป็นเซฟโซนที่ดี โดยเฉพาะการได้วาดภาพ

ผมชอบกลิ่นกระดาษ กลิ่นสี และกลิ่นของชาหอมๆ เวลาได้ทำงานที่ตัวเองชอบพร้อมด้วยการเปิดเพลงคลอเบาๆ กระดาษสีขาวตรงหน้าวางเปล่าเหมือนกับจิตใจของผมที่กำลังว้าวุ่นกับความฝันที่ทำร้ายผมมานานนับหลายปี พลางกวาดสายตามองไปยังถ้วยรางวัลและโล่มากมายวางเรียงกันบนชั้นที่แทบจะไม่มีที่วางบนนั้นสลักชื่อของ ‘คิรบดินทร์ โรจน์รุ่งเกรียงไกร’ จิตกรอิสระผู้มากฝีมืออายุเพียงยี่สิบหกปีแต่ทว่ากลับประสบความสำเร็จในการวาดภาพและการเป็นจิตกรอิสระที่เปิดนิทรรศการของตัวเองได้อย่างน้อยปีละสองครั้ง และล่าสุดผมเพิ่งเปิดนิทรรศการของตัวเองไปรวบรวมงานทั้งหมดและของนักเรียนที่ผมเปิดคลาสสอนพิเศษเพื่อถ่ายทอดความรู้ ความสามารถของตัวเองให้คนที่ชื่นชอบในศิลปะได้ปลดปล่อยจิตวิญญาณของตัวเองออกมา

เพียงแค่ไม่กี่นาทีกระดาษขาวตรงหน้ากลับมีสีสันมากมายกระจัดกระจายอยู่ แม้จะเป็นการปาดสีที่ดูมั่วในสายตาคนอื่น แต่สำหรับจิตรกรแล้วมันคือการดึงความรู้สึกที่ก่อขึ้นออกมาลงในกระดาษทั้งหมด สีที่ใช้เป็นสีน้ำเงินและขาวปะปนกันจนกลายเป็นท้องฟ้าแต่ทว่ากลับมีความมืดมนซ่อนอยู่

“นิน คัทขอโทษ” อยากจะพูดคำนี้ให้เธอได้ฟัง แต่มันกลับสายไปแล้วทุกอย่าง หลายปีที่ผ่านมาผมพยายามลืมเรื่องราวของนินออกไปจากหัวสมอง แต่มันกลับไม่มีวันนั้นเลยที่จะลืมเธอไปได้ เราสองคนคบหากันตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยคบหากันมานานสี่ปี จนถึงวันที่ผมเริ่มหมกตัวอยู่กับศิลปะ กลายเป็นคนที่เข้าสังคมยากขึ้น พูดน้อย รักความเป็นส่วนตัวจนลืมใส่ใจเธอ สำคัญเลยคือคำพูดของผมที่ทำให้เธอเจ็บปวดจนต้องเลิกรากันไป ทุกวันนี้ผมไม่สามารถหยุดความคิดของตัวเองได้ มักจะคิดและพูดในสิ่งที่ตัวเองมั่นใจ แต่ไม่เคยรู้ว่ามันอาจจะทำให้คนที่ได้ฟังเจ็บปวดไปกับความคิดความอ่านที่ตรงไปตรงมาของผม

“ทานเยอะๆ นะคะคุณคัท ช่วงนี้ป้าเห็นคุณคัทกำลังง่วนกับการหานางแบบมาวาดรูปใช่ไหมคะ?”

“ครับ” ตักข้าวต้มกุ้งเข้าปากและสบตากับป้าสมที่เป็นแม่บ้าน ป้าสมมาทำงานให้ผมได้หลายปีเอาจริงป้าสมไม่ค่อยวุ่นวายกับผมสักเท่าไหร่นอกซะจากพูดคุยเวลาพบเจอหรือทำงานเสร็จก็มาร่ำลาเป็นปกติ

“ถ้าคุณคัทหาไม่ได้ ป้าสมยอมเปลือยกายให้คุณคัทวาดภาพดีไหมคะ?” แทบจะสำลักข้าวต้มกุ้งที่กลืนลงคอก่อนจะมองป้าสมที่ยกมือปิดปากตัวเองอย่างขำขัน “ป้าล้อเล่นน่ะค่ะ ร่างกายป้าเหี่ยวย่นไปหมดแล้ว คุณคัทคงไม่อยากวาด”

“ทำไมจะไม่อยากวาดครับ” ยกน้ำขึ้นดื่มตามด้วยทิชชูเช็ดไปตามเรียวปาก “งานศิลปะของผม ไม่จำแนกว่าจะอายุมากหรือน้อย”

“...”

“ถ้าป้าสมสนใจ ผมยินดีครับ” เพราะผมเป็นคนคิดแบบตรงไปตรงมา บางคำอาจจะทำให้คนฟังดีหรือไม่ดีอันนี้ผมไม่รู้เลย แต่พอได้เห็นสีหน้าป้าสมที่ฉีกยิ้มกว้างก็พาให้รู้สึกดีที่คำพูดของตัวเองไม่ได้ทำร้ายใครให้เจ็บปวด

“คุณคัทเป็นคนดีจริงๆ นะคะ”

“ครับ?”

“รักษาน้ำใจคนแก่อย่างป้าด้วย” ป้าสมยิ้มให้ผมก่อนจะเก็บถ้วยข้าวต้มตรงหน้าและจัดการทำงานบ้านต่อ ผมมองนาฬิกาที่ข้อมือจึงหยิบกุญแจรถบิ๊กไบค์คันโปรดเพื่อขับไปหาไอ้โจ้เพื่อนสนิทอีกคนที่ร้านกาแฟกึ่งเบเกอรี่ เพื่อนคนนี้รู้จักกันตอนที่ผมเริ่มจบมหาลัยใหม่ๆ และมันเป็นคนขอซื้อภาพวาดผมในบอร์ดที่วางขายเพื่อเอาไปดึงดูดภายในร้านที่ออกแนวอาร์ตแนววินเทจ ผมกับไอ้โจ้เป็นเพื่อนกันได้เพราะนิสัยมักจะคล้ายกัน ที่คล้ายกันคือติสท์แตกและโลกส่วนตัวสูงมาก

“ไงมึง” ไอ้โจ้โบกมือทักทายผมขณะกำลังง่วนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ ผมจึงเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวสูงตรงหน้ามันและมองไปรอบๆ ร้านซึ่งตอนนี้มีนักศึกษามานั่งชิลอ่านหนังสือ ดื่มกาแฟ กินเค้กกันยามเช้าก่อนจะเข้าเรียน “มาแต่เช้า”

“ตื่นตั้งแต่ตีสี่”

“ตื่นมาทำห่าไรวะ?” มันถามพลางเดินเอาถาดแก้วชาเขียวปั่นสองแก้วไปเสิร์ฟให้กับลูกค้าสาวที่นั่งทำตาปริบๆ ใส่ นอกจากจะติสท์แตกพอๆ กับผม ไอ้โจ้ยังมีใบหน้าหล่อคมมีเสน่ห์ สาวหลงหัวปรักหัวปรำแต่มันกลับไม่สนใจใครเพราะความเป็นคนโลกส่วนตัวสูงตัวพ่อ

“ฝันไม่ดี” พูดเสร็จจึงเท้าคางมองภาพวาดตรงกำแพงที่เป็นฝีมือผม ไอ้โจ้ขอซื้อด้วยราคาที่สูงแต่สำหรับเพื่อนผมจึงให้ราคาที่เป็นกันเองแต่มันก็ไม่ยอม ผมเลยตามใจมันด้วยการเรียกค่าวาดแบบแพงหูฉีก ซึ่งมันก็ต่อว่าผมแต่ก็ซื้อมาติดที่ร้านอยู่ดี

“เรื่อง?” เมื่อไม่มีลูกค้าไอ้โจ้จึงดึงเก้าอี้ทรงสูงมานั่งไขว่ห้างกอดอก “หรือจะเป็นเรื่องนิน”

“อือ” พยักหน้ารับเพราะไอ้โจ้เองก็รับรู้เรื่องนี้มาตลอด และมันก็คอยอยู่ปลอบใจผมในวันที่เลิกรากับนินแบบไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ “กลับมาฝันได้”

“มึงคงฝังใจเรื่องนิน กูรู้มึงรักนินมาก” ไอ้โจ้ถอนหายใจก่อนจะชี้นิ้วมาที่ผม “แต่ปากมึงมันหมาอะ พูดอะไรออกไปตรงเกิน”

“กูคิดแบบไหนก็พูดไปแบบนั้น”

“แต่บางคำพูดของมึง มันทำร้ายคนอื่นไงเช่นนิน” ชักสีหน้าใส่ไอ้โจ้ที่ยักไหล่ไหว “หรือไม่จริง มีอย่างที่ไหนไปถามแฟนตัวเองแบบนั้น ทั้งที่มึงไม่มีเวลาให้เขาด้วยซ้ำ ยังเสือกระแวง”

“เปล่า”

“แล้วตอนนั้นมึงคิดอะไรอยู่ถึงถามล่ะ” ไอ้โจ้จี้ตูดผมจนถอนหายใจเสยผมขึ้นอย่างหงุดหงิด

“เลิกพูด” ตอบออกไปคำเดียวไอ้โจ้ก็พยักหน้าเข้าใจ ผมกับมันถึงได้คบกันได้นานไงเพราะนิสัยคล้ายกันแบบที่สุด

“ว่าแต่มึงหานางแบบได้ยัง?” ส่ายหน้าไปมาเพราะผมมีแพลนจะต้องวาดรูปเปลือยของผู้หญิงเพื่อจะจัดแสดงในนิทรรศการครั้งต่อไป ปกติผมจะไม่ค่อยนำภาพคนที่วาดไปจัดแสดง แต่อยากให้งานมีความเปลี่ยนแปลงบ้างจึงต้องหานางแบบเปลือยมา แต่ทว่าหาเท่าไหร่ก็ยังไม่ได้เพราะผมได้ชื่อว่าเป็นจิตรกรเรื่องมาก “ก็มีมาสมัครมึงก็ไม่เอา”

“ไม่ใช่ว่าคนที่มาไม่ดีนะ” ผมตอบออกไปเมื่อนึกไปถึงสาวสวยหลายคนที่มาสมัคร “แต่ละคนไม่มีความเป็นธรรมชาติ”

“หมายถึง?”

“บางคนทำนม ทำหน้าจนแข็งไปหมด มันไม่เมกเซ้นส์”

“อ๋อ เดี๋ยวกูช่วยหา”

“ขอดีๆ งานนี้ใช้เวลานาน หาได้เร็วก็จะได้เสร็จเร็วขึ้น” งานวาดภาพเปลือยนอกจากจะใช้เวลานานหลายเดือนแล้ว ยังต้องใช้สมาธิมากด้วย ผมจึงตั้งใจกับผลงานชิ้นนี้มาก ในส่วนภาพเปลือยที่เคยวาดไปก่อนหน้านั้นผมไม่สามารถนำมาจัดแสดงได้เพราะบางท่านก็ขอซื้อภาพตัวเองกลับไป ดังนั้นภาพที่อยู่ที่บ้านจึงไม่สามารถเอามาใช้เพราะบางภาพผมวาดตั้งแต่สมัยเรียนด้วยซ้ำไป

“แต่สาวๆ พวกนั้นอยากมาสมัครก็เพราะอยากแก้ผ้าให้มึงดูนะ”

“แล้ว?”

“ไม่... หวั่นไหว” เวลาวาดภาพเปลือยจะต้องถามกันแบบนี้เสมอว่า ‘มึงไม่หวั่นไหว’ หรือ ‘ไม่เกิดอารมณ์บ้างเหรอ?’ ผมก็ขี้เกียจจะอธิบายนะว่าต่อให้แก้ผ้าหรือไม่แก้ผ้า ถ้าผมคิดว่าทำงาน บนร่างผู้หญิงตรงหน้าคือสิ่งที่พระเจ้าสร้างขึ้น เราควรมองให้เป็นศิลปะ ผมไม่ได้ลามกจกเปรตถึงขนาดจะเกิดอารมณ์ทุกครั้งที่เห็นผู้หญิงนะ

“ทำไมต้องหวั่นไหว?” ตอบออกไปอย่างหงุดหงิด “ไร้สาระ ทุกอย่างที่ทำคืองาน ศิลปะคือหัวใจของกู... ต่อให้ผู้หญิงตรงหน้าจะเปลือยต่อหน้าเป็นสิบคน กูก็ไม่รู้สึกหวั่นไหว”

“ตายด้าน” ไอ้โจ้ยกยิ้มมุมปากก่อนจะเท้าคางมาตรงหน้าผม “ที่ไม่สน กูว่ายังคงคิดถึงนิน”

“...”

“มึงยังรักนินอยู่ ดูก็รู้” มันผลักศีรษะผมก่อนจะเดินไปหาลูกค้าซึ่งเรียกเก็บเงิน ผมถอนหายใจพลางนึกถึงใบหน้าสวยของนินผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักและคบหากันมานาน เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้ผมรู้จักกับคำว่ารักเลยก็ว่าได้

วันนี้ผมมานั่งรอไอ้โจ้หลังจากที่เมื่อคืนมันโทรมาบอกผมว่าได้นางแบบมาให้แล้ว มันหามาให้ผมเร็วมากจนไม่น่าไว้ใจเลย กลัวจะไปหาเด็กๆ มาให้ผมถูกตำรวจจับเล่นนี่สิ ระหว่างนั่งรอมันซึ่งวันนี้คนเยอะ ผมจึงใช้เวลาที่อยู่หลังร้านมันวาดภาพที่ทิ้งไว้แต่ไม่ได้มาวาดต่อ เป็นภาพร่างดินสอแจกันดอกไม้ที่ผมใช้เวลาแค่วันเดียวก็เสร็จ แต่เนื่องจากเพราะไม่มีอารมณ์วาดภาพดินสอจึงทำได้เพียงปล่อยทิ้งไว้ “มาแล้ว”

“อือ นางแบบอายุน้อยไม่เอานะ”

“เออกูรู้” ไอ้โจ้นั่งลงบนโซฟาก่อนจะมองผมที่ผละใบหน้าจากกระดาษตรงหน้า “น้องอายุยี่สิบเอ็ด เรียนมหาลัยปีสี่”

“แล้ว?”

“น้องเป็นเพื่อนกับไอ้เหมย เห็นไอ้เหมยมันบอกว่าน้องกำลังหาเงินน่ะ ก็เลยเสนอไป”

“แล้วเหมยรู้ได้ไง?” ผมขมวดคิ้วทันทีที่เมื่อน้องสาวแท้ๆ ของไอ้โจ้รู้ว่าผมกำลังหานางแบบอยู่

“กูถามไอ้เหมยเองล่ะ เอาเป็นว่าลองดูก็ไม่เสียหาย” เพราะไอ้โจ้เป็นคนหาให้ผมจึงพยักหน้ารับ “กูให้ที่อยู่น้องเขาไปแล้ว คงจะไปพรุ่งนี้สายๆ มึงจำไอ้เหมยได้ใช่ปะ?”

“อือ” น้องสาวไอ้โจ้ที่ออกแนวนิ่งขรึม ผมเคยเจอกับน้องสาวมันซึ่งเป็นผู้หญิงที่เข้าถึงยากคนหนึ่งก็ว่าได้แถมยังชื่นชอบศิลปะวาดภาพด้วย ไอ้โจ้เคยเอาภาพผมไปโชว์ให้เหมยดู เด็กคนนั้นก็ดูจะชื่นชอบและติดตามผลงานของผมมาตลอด แต่ก็ไม่กล้าจะสนิทสนมกับผมด้วยเพราะตัวเองก็เข้าหาคนไม่เก่ง

แต่ขอให้นางแบบคนนี้เป็นคนสุดท้ายที่ผมจะหาเถอะ... งานจะได้เสร็จก่อนจัดนิทรรศการที่วางแพลนไว้

เช้าวันรุ่งขึ้นได้เวลานัดผมจึงตื่นเช้าแต่โดยปกติก็ตื่นแบบนี้เสมอ ผมสั่งป้าสมให้ต้อนรับเหมยน้องสาวไอ้โจ้ด้วย เพราะผมจะอยู่ในห้องศิลปะของตัวเอง สิ่งที่ผมสั่งป้าสมไว้คือการพานางแบบไปเปลี่ยนชุดโดยแก้ผ้าเปลือยให้หมด แต่ทว่าผมให้ผ้าแพรสีขาวไม่บางมากให้เธอปกปิดเรือนร่างรอผมที่ห้อง เมื่อออกจากห้องศิลปะก็ปะทะเข้ากับร่างบอบบางของหญิงสาวคนหนึ่งที่คุ้นตา ใบหน้าเฉยชาขลับกับผมสีดำยาวซึ่งรวบมวยไว้กลางศีรษะ เธอแต่งตัวด้วยชุดเอี๊ยมยีนกางเกงขายาวพร้อมกับเสื้อยืดสีดำ “สวัสดีค่ะพี่คัท”

“อือ” พยักหน้ารับก่อนจะมองเลยหลังเหมย “ไหนนางแบบ”

“เปลี่ยนชุดอยู่ค่ะ” ถ้าคิดว่าผมพูดน้อย บอกเลยว่าเหมยน้องไอ้โจ้ยิ่งกว่าผมนะ

“ให้เพื่อนไปรอพี่ในห้อง เดี๋ยวมา” เหมยพยักหน้ารับผมจึงเดินสวนเธอขึ้นไปบนห้องเพราะลืมหยิบมือถือลงมา ถ้าผมจะลงมือวาดภาพจะต้องฟังเพลงโปรดด้วย มาถึงหน้าห้องก็เห็นเหมยนั่งรออยู่ที่เก้าอี้แล้ว เธอกอดอกและชี้นิ้วเข้าไปด้านใน

“เพื่อนเหมยพร้อมแล้ว แต่พี่คัท...” มือที่กำลังจะผลักประตูเข้าไปชะงักจึงหันไปสบตากับเธอ “งานนี้ขอให้เพื่อนเหมยได้นะ อย่างน้อยก็สำคัญมาก”

“เพื่อนร้อนเงิน?” เลิกคิ้วขึ้นแต่เหมยกลับส่ายหน้าไปมา

“อย่างน้อยถ้ามาเป็นแบบให้พี่คัท อาจจะทำให้เพื่อนเหมยไม่ต้องกลับบ้านเร็ว” ไม่เข้าใจกับคำพูดของเธอ แต่ผมก็จะไม่ทำอย่างที่เธอขอ ถ้าหากเพื่อนของเธอไม่ได้สมบูรณ์แบบอย่างที่ผมต้องการจะให้เป็น

ผมเปิดประตูห้องเข้ามาเห็นร่างบอบบางนั่งอยู่บนโต๊ะตัวยาวกำลังหันหลังให้อยู่ จึงเดินไปหยุดที่หน้าขาตั้งกระดาษและดินสอในมือ อย่างน้อยการสำรวจเรือนร่างก็ต้องร่างมันขึ้นมาก่อน จะได้รู้กันว่าภายใต้แผ่นหลังขาวเนียนและเส้นผมสีดำตรงยาวกลางหลังเธอจะมีรูปร่างตรงตามที่ผมต้องการหรือเปล่า “หันมาทางฉัน”

สั่งเสียงเข้มและก้มหน้าเปิดเพลง Beautiful-Bazzi ซึ่งเป็นเพลงโปรดของผม จากนั้นวางมือถือลงบนโต๊ะและเงยหน้ามองนางแบบตรงหน้า...

ภาพตรงหน้าทำให้ผมถึงกับชะงักดินสอที่กำลังจะวาด ใบหน้าสวยซึ่งหาที่ติไม่ได้แม้แต่นิดกำลังจับจ้องผมด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่ทว่าแก้มทั้งสองก็ขึ้นรอยแดงนิดหน่อย ดวงตากลมโตของเธอราวกับมนต์สะกด ริมฝีปากชมพูนูนกัดเข้าหากัน พูดให้ถูกคือผู้หญิงตรงหน้าเธอมีความสมบูรณ์แบบบนเครื่องหน้ามาก และมันช่างเป็น... ธรรมชาติราวกับสิ่งนี้คือพระเจ้าตั้งใจปั้นมันขึ้นมาด้วยความรักและความใส่ใจ

สายตาของผมผละจากใบหน้าเธอไล่ลงมาถึงลำคอ ไหล่ หน้าอกที่เอ่อล้นออกมาเป็นก้อนสวยงาม แม้จะมีผ้าแพรสีขาวปกปิดจุดลับทั้งสองไว้ตามด้วยท่อนแขนของเธอที่พาดปิดมันไม่ให้ผมเห็น จึงเลื่อนมาถึงหน้าท้องแบนราบ เอวขอดรับกับสะโพกผายและเรียวขายาว ผมถึงได้เลื่อนสายตาไปมองสบตากับเธออีกครั้ง

Hey

Beautiful, beautiful, beautiful, beautiful angel

Love your imperfections every angle

Tomorrow comes and goes before you know

So I just had to let you know

จู่ๆ ท่อนเพลงที่ฟังอยู่ก็ทำให้ผมสะดุดและดึงสติของตัวเองกลับมา ไม่... เธอเป็นนางฟ้าแสนสวยที่มีความสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่แบบในเนื้อเพลงที่ผมจะหลงใหลในความไม่สมบูรณ์แบบ

แต่เธอคนนี้... เป็นนางฟ้าที่สมบูรณ์แบบตรงตามที่ผมต้องการ

“คือ...” แม้แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมายังใสจนผมวางดินสอลง ไม่ได้! ไม่มีสมาธิแล้ว “ต้องเอาผ้าออกไหมคะ?”

“ไม่ต้อง” ตอบออกไปเพราะตอนนี้ผมไม่มีสมาธิที่จะมองเรือนร่างเต็มๆ ของเธอ สมองมันกำลังเตลิดไปหมด ให้ตายเหอะ! นี่เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่รู้สึกว่านางแบบตรงหน้าทำให้ผมหวั่นไหวกับเรือนร่างที่แม้จะยังไม่เห็นแบบเต็มๆ

“แล้วฉันจะได้งานหรือเปล่าคะ?”

“เธอ” แม้จะรู้ว่าเธอสวยจนหาที่ติไม่ได้ แต่ผมก็ยังสงสัยอยู่ดี “ทำมาหรือเปล่า”

“คะ” เธอขมวดคิ้วและดึงผ้าแพรสีขาวคลุมตัว “ทำ? หมายถึง...”

“ใช่” ราวกับไม่ต้องต่อความยาวสาวความยืด เธอก็เบิกตากว้างและมองผมด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“ฉันไม่ได้ทำอะไรกับร่างกายหรือใบหน้าตัวเองค่ะ” ตะคอกจนผมยืนเท้าเอวจับจ้องคนตัวเล็กที่ลงจากโต๊ะมายืนตรงหน้า ยิ่งใกล้... ยิ่งสวย ไร้ที่ติจริงๆ “ทุกอย่างบนร่างกายฉัน มันธรรมชาติทุกอย่าง”

“...”

“จะไม่ให้ผ่านก็ไม่เห็นจะต้องมาถามกันแบบนี้เลย” ว่าจบก็เดินสวนผมไป

“เดี๋ยว” เรียกรั้งเธอไว้ก่อนจะเดินไปหยิบนามบัตรของตัวเองมายื่นให้ ใบหน้าสวยที่อยู่ในระดับหน้าอกผมเงยสบตาแต่ก็รับนามบัตรผมไปถือไว้

“คัท คิรบดินทร์ โรจน์รุ่งเกรียงไกร”

“ถ้าพร้อมตอนไหนโทรหาฉัน”

“แสดงว่าฉัน...” เธอชี้นิ้วเข้าหาตัวเองพร้อมรอยยิ้มที่ฉีกกว้าง “ผ่านเหรอคะ?”

“อือ”

“ขอบคุณนะคะคุณคัท” เธอดีใจจนเนื้อเต้น แต่ผมก็มีเรื่องสงสัยหลายอย่างเหมือนกันว่าทำไมเธอถึงยอมมาเป็นนางแบบเปลือยให้ผมวาด สิ่งที่เหมยพูดก็แปลกๆ รูปร่าง ใบหน้า ผิวพรรณเธอดูเป็นลูกคุณหนูด้วยซ้ำ ไม่น่าจะเดือดร้อนเรื่องเงินอะไรขนาดนั้น

ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด... ผู้หญิงคนนี้ดึงดูดผมมากซะจนไปไม่เป็นเลย

“อาจาย์คิดว่าผมเหมาะสมเหรอครับ?”

“เหมาะสิ คิดว่าช่วยๆ อาจารย์หน่อยแล้วกัน ตอนนี้อาจารย์จรัญญาลาคลอดและพักฟื้น อีกอย่างอาจารย์ก็เสนอชื่อศิษย์เก่าอย่างคัทไป ในคณะศิลปกรรมศาสตร์ก็ลงความเห็นว่าคัทน่ะเหมาะสม”

“ผมไม่เคยสอนนักศึกษาปีสี่มาก่อนนะครับ มัน...”

“คัทน่ะประสบความสำเร็จมากๆ เลยนะทั้งเปิดคลาสสอนวาดภาพ ไหนจะเปิดนิทรรศการ คนใหญ่คนโตจ้างวาดภาพอีก ผลงานของคัทไม่ธรรมดาเลย อย่างน้อยก็ช่วยมาถ่ายทอดความรู้ความสามารถให้รุ่นน้องหน่อยแล้วกัน”

“...”

“อาจารย์มั่นใจว่าคัทจะเป็นอาจารย์ฝึกสอนที่ดีได้ เอาน่ามีเงินเดือนให้นะ”

“ผมไม่ได้คิดเรื่องนั้นหรอกครับ ให้สอนฟรีผมก็ทำให้ได้ แต่ที่ผมกังวลคือผมเหมาะสมที่จะเป็นอาจารย์ฝึกสอนหรือเปล่าก็เท่านั้น”

“เหมาะสิ อาจารย์ในคณะเรามั่นใจว่าคัททำได้” ผมมองสบตากับอาจารย์ที่ปรึกษาคืออาจารย์พงษ์เทพในคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาจิตรกรรมที่ผมเคยจบมาจากที่นี่เมื่อหลายปีที่ผ่านมา เพราะมีอาจารย์สอนวาดภาพต้องลาไปคลอดลูกจึงหาอาจารย์ที่จะมาสอนแทนไม่ได้ อาจารย์พงษ์เทพเล็งเห็นว่าผมเหมาะสมทุกอย่างจึงได้ติดต่อให้มามหาวิทยาลัยเพื่อพูดคุยเรื่องการเป็นอาจารย์ฝึกสอนชั่วคราวจนกว่าอาจารย์จรัญญาจะกลับมา ผมคิดว่าตัวเองจะทำหน้าที่นี้ได้ดีในฐานะอาจารย์สอนวาดรูป เพราะทักษะของผมไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน เมื่อได้รับความไว้วางใจจึงยกมือไหว้อาจารย์พลางคลี่ยิ้มให้นิดหน่อย

“ผมตกลงก็ได้ครับ แต่แค่เทอมเดียวใช่ไหมครับ?”

“ก็คงแบบนั้น ถ้าอาจารย์จรัญญาพร้อมมาสอนนะ” เหมือนเอาตัวเองมาติดบ่วงในรั้วมหาลัยอีกครั้ง ความจริงผมชอบความสันโดษมากกว่าการมาสอนที่มหาลัย มันวุ่นวายและไหนจะต้องรับมือกับนักศึกษาสาวต่างคณะอีกล่ะ ในคณะผมมั่นใจว่ารุ่นน้องผมไม่มีเรื่องแบบนี้แน่ เพราะมาสายนี้ไม่ทุกคนที่จะติสท์แตกและแบบสายไม่สนใจเลยก็มี

“ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องเตรียมตัว”

“อาทิตย์หน้ามหาลัยก็เปิดแล้ว หวังว่าคัทจะทำหน้าที่นี้ได้ดีนะ” ผมพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกจากคณะตัวเองไปยังรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ หันไปมองป้ายชื่อคณะก็ถอนหายใจออกมาพลางยกมือเสยผมขึ้นไป

“ดีกว่าอยู่ว่างๆ แล้วกัน”

คิดแบบนี้คือปลอบใจตัวเองชัดๆ เลยคัท... ความเกรงใจที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ แม้จะต้องเสียโลกของตัวเองไปส่วนหนึ่งแต่ก็คิดในแง่ดีคือได้ถ่ายทอดความรู้ของตัวเองให้รุ่นต่อไปก็แล้วกัน

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

โซ่สวาทร้อนรัก

โซ่สวาทร้อนรัก

527.1k การดู · เสร็จสิ้น · รินธารา
“ใครบอกให้คุณแต่งตัวแบบนี้หึ อยากจะโชว์ให้คนอื่นเห็นหรือไง ว่านมตัวเองมันใหญ่น่ะห้ะ”
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”

คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE

(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE

771.3k การดู · เสร็จสิ้น · ลำเจียก
ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอกันฉันก็ปฏิญาณกับตัวเองเลยว่าจะเอาเด็กคนนี้มาเป็นแฟนให้ได้ แต่มันคงไม่ง่ายขนาดนั้นเพราะเขาไม่ชายตามองผู้หญิงเอ็กซ์อึ้มแบบฉันเลย
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
เมีย(ไม่)พลอยโจน

เมีย(ไม่)พลอยโจน

10k การดู · เสร็จสิ้น · เทียนธีรา
ใครๆ ต่างก็คิดว่าผู้หญิงที่ถูกเจ้าบ่าวปฏิเสธในวันแต่งงานช่างเป็นผู้หญิงที่น่าสงสารสุดๆ แต่ไม่ใช่สำหรับปราณต์แน่ๆ เขารู้ดีว่านัสรินไม่ได้ตกกะไดพลอยโจนมาแต่งงานกับเขา แต่เธอกับน้องชายของเขาร่วมมือกันจงใจมัดมือเขาชกต่างหาก เพราะฉะนั้นก็อย่าหวังว่าจะมีความสุขกับการแต่งงานจอมปลอมนี่เลย ในเมื่อหน้าซื่อแต่มากเล่ห์นัก ผู้ชายที่แสนดีอย่างเขาก็พร้อมจะกลายร่างเป็นซาตานเช่นกัน
พันธะร้ายนายวิศวะ

พันธะร้ายนายวิศวะ

561.2k การดู · เสร็จสิ้น · Kim Nayeol
"_" ใครๆ ก็คิดว่าฉันโสด จะพูดยังไงดีละ มันพูดได้ไม่เต็มปากนะ "

"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง

"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย

***********************

เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล

"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก

" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้

เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ

"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด

เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด

15.4k การดู · เสร็จสิ้น · เพลงมีนา
เสิ่นรั่วหลัน ทายาทที่เหลือรอดเพียงคนเดียวของตระกูลเสิ่น ครอบครัวของนางถูกคนชั่วลอบสังหารทั้งตระกูลในคืนเดียว มารดากอดนางไว้นานสิ้นใจต่อหน้านางในวัยเพียงสิบขวบ ท่ามกลางซากศพและเลือดที่นองพื้น เหลียนหงอี้นำทหารเข้ามาช่วยแต่ไม่ทันการณ์ ช่วยได้เพียงเสิ่นรั่วหลันคนเดียวเท่านั้น จากนั้นนางเหมือนคนสติไม่ดีกลายเป็นคนปัญญาอ่อน แม้ร่างกายเติบโตแต่ลักษณะนิสัยยังเป็นเด็กสิบขวบและจำเรื่องในคืนนั้นไม่ได้
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
รักระรินใจ

รักระรินใจ

28.9k การดู · เสร็จสิ้น · เตชิตา
ความรักในรอยแค้นของลัลน์ลลิน ลูกสาวคนเล็กของตระกูลวงศ์วิษณุที่สร้างบาดแผลและความเจ็บปวดไว้กลางใจเมฆพงษ์ เขตเมฆา นักธุรกิจพ่อหม้ายหนุ่มที่ในอดีตต้องสูญเสียทุกอย่างเพราะคนของวงศ์วิษณุ แต่สิ่งเดียวที่เขาได้จากครอบครัวนี้คือหัวใจภักดีของลัลน์ลลิน ผู้หญิงธรรมดาที่เต็มไปด้วยความหวัง ความรัก และความอดทนกับเวลาเก้าปีที่เธอเติบโตขึ้นอย่างมีมุ่งมั่นชดใช้ความผิดแทนครอบครัวเพื่อขอให้เขายกโทษให้ แม้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดนั้นก็ตาม ลัลน์ลลิน ถูกคนที่เธอมีใจให้ทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างเลือดเย็น เขาไล่เธอออกจากบ้านโดยไม่เหลียวมอง! ทำให้เธอต้องหอบหัวใจที่แหลกสลายเดินจากมาอย่างไร้จุดหมาย โชคดีที่เธอเจอกับธาวิน จิตแพทย์หนุ่มที่อบอุ่น และใส่ใจทุกคำพูดของเธอ เขาไม่ซักไซ้ ไม่มีคำปลอบใจ แค่ฟังและทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นคนสำคัญ ผู้ชายที่เต็มใจเยียวยาหัวใจพัง ๆ ของเธอ ในขณะที่เมฆพงษ์ เริ่มรู้ตัวว่าเขาทิ้งสิ่งสำคัญไป...แต่บางครั้งความเสียใจมันก็สายเกินแก้ รักเก่าที่ยังค้างคา กับ ความรู้สึกใหม่ที่ค่อย ๆ ละลายหัวใจทีละนิด...คนหนึ่งเจ็บเพราะเคยผูกมัด อีกคนเยียวยาด้วยความเข้าใจแบบไม่ต้องพูดเลยสักคำ ใครคือคนที่หัวใจลัลน์ลลินจะเลือก? ระหว่างคนที่เคย ‘ครอบครอง’ ... กับคนที่แค่ ‘ยืนอยู่ข้าง ๆ’ ก็ทำให้เธอยิ้มได้ทั้งวัน
BAD PRINCE | พันธะร้ายเจ้าชายรัชทายาท

BAD PRINCE | พันธะร้ายเจ้าชายรัชทายาท

5k การดู · กำลังอัปเดต · TheLittleDevil
“หม่อมฉันอยากหย่าเพคะ“ เซเลน่าเอ่ยกับผู้เป็นสามี
“ขอเหตุผล“ เจ้าชายมาร์คัสเอ่ยถามภรรยาสาว
“หม่อมฉันอยากได้อิสระเพคะ“ ดวงตาคมจ้องเข้มมองภรรยาอย่างพินิจพิจารณา
“เราจะหย่าก็ต่อเมื่อเราอยากได้สิ่งที่ต้องการ“ เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยพร้อมโคลงแก้ววิสกี้ในมืออย่างใช้ความคิด
“ตรัสมาเลยเพคะว่าพระองค์ต้องการสิ่งใด“
“มีโอรสให้เรา แล้วเรานะปล่อยเจ้าไป“
“…“
รัก(ลับ)นายวิศวะ

รัก(ลับ)นายวิศวะ

800.5k การดู · เสร็จสิ้น · Kim Nayeol
"ฉันรวยมากพอ...ที่จะซื้อเธอ เอาคนอย่างเธอมากระแทกเล่นๆ ได้" ใบหน้าอันหล่อเหลาเอ่ยมาด้วยสีหน้าอันดุดัน

"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้

แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"

"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง

เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ

"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."

"เพียะ"

อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม

"เธอ..."

เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
ลุ้นรักวิวาห์หวาม  Irresistible Love

ลุ้นรักวิวาห์หวาม Irresistible Love

12.9k การดู · เสร็จสิ้น · พิชชากร
ปิ่นนารี นักแข่งรถสาวดาวรุ่ง ไม่เคยคิดว่าค่ำคืนแห่งการฉลองชัยชนะจะจบลงด้วยการตื่นขึ้นมาพร้อมเสื้อผ้าหลุดลุ่ยบนเบาะหลังรถของ พชร เจ้าของทีมแข่งรถหนุ่มสูงวัยที่เธอไม่เคยปลื้มมาก่อน
และเมื่อครอบครัวทั้งสองฝ่ายมาเห็นภาพนั้นพร้อมกัน คำตอบเดียวที่เหลือคือ "แต่งงาน"
เธอประกาศว่าจะแต่งแค่ในนาม หนึ่งปีแล้วหย่า แต่ยิ่งใช้ชีวิตอยู่ใกล้ชิดกับชายผู้นี้มากเท่าไหร่ หัวใจของเธอก็ยิ่งเริ่มเต้นผิดจังหวะมากขึ้นเท่านั้น
แล้วชายผู้ถูกเรียกว่า "คุณลุง" คนนี้...จะกลายเป็น "ที่รัก" ในใจเธอได้หรือไม่ ?
ติดตามความวิวาห์หวามที่เริ่มต้นจากความซวย แต่ลงเอยด้วยรักที่มิอาจห้ามใจ
กรงรักจำนน

กรงรักจำนน

278.1k การดู · เสร็จสิ้น · ผ้ายับที่พับไว้
เธอเป็นเพียงพยาบาลตัวเล็ก ๆ ที่ถูกจ้างให้มาดูแลย่าของเขา แต่กลับถูกดึงเข้าไปอยู่ในเกมของครอบครัวมหาเศรษฐี เกมที่เธอไม่ได้สมัครใจแม้แต่น้อย
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
ดวงใจอัสวัส

ดวงใจอัสวัส

7.6k การดู · เสร็จสิ้น · เบนจี้ B.J. มัฑศิกาญจน
เธอ... เป็นเพียงเด็กสาวยากจนที่ทำได้แค่แอบรักรุ่นพี่ผู้เพียบพร้อมจากมุมหนึ่งของมหาวิทยาลัย

เขา... คือทายาทนักธุรกิจหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบ มีทุกอย่างในชีวิต ยกเว้นคนที่จะรักเขาจากหัวใจจริง

ในวันที่หัวใจของเขาแหลกสลาย เพราะถูกคนรักทรยศเพื่อเงิน เธอได้แต่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ โดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปลอบโยน

เมื่อโชคชะตาพาให้คนทั้งสองได้ใกล้ชิดกัน ความรักค่อย ๆ ผลิบาน ทว่าความต่างของฐานะ กลับกลายเป็นกำแพงใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิด

แม่ของเขา... ใช้เงินซื้อการจากลา

เพื่อนสนิทของเธอ... หักหลังเพื่อแย่งผู้ชายคนเดียวกัน

ส่วนเขา... เข้าใจว่าเธอทรยศ เลือกเงินมากกว่าความรัก จึงเฝ้าเกลียดชังและแก้แค้นผู้หญิงที่เคยเป็นดั่งดวงใจ

ห้าปีต่อมา...

โชคชะตานำพาเธอกลับมายืนตรงหน้าเขาอีกครั้ง ในฐานะเพียงลูกจ้างคนหนึ่งของไร่

เขาจ้างเธอไว้เพื่อแก้แค้น

เธอยอมทนทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว

แต่ไม่มีใครรู้ว่า... ผู้หญิงที่เขาเหยียบย่ำ คือคนเดียวกับที่ยังรักเขาหมดหัวใจ

และไม่มีใครรู้เช่นกันว่า... เมื่อความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย คนที่เจ็บปวดที่สุด อาจไม่ใช่เธอ... แต่เป็นเขา
สัญญารักประธานร้าย

สัญญารักประธานร้าย

74.5k การดู · เสร็จสิ้น · ปลายฟ้า
ไม่คิดไม่ฝันว่าเขาจะมายืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง เป็นโชคดีของเธอแล้วที่เขาจำเธอไม่ได้ ลูกคนนี้จะได้เป็นสิทธิ์ขาดของเธอคนเดียว