บทนำ
บท 1
คัทตัดรัก
INTRO
‘เราเลิกกันเถอะ’
‘ทำไม?’
‘ยังจะถามอีกเหรอว่าเพราะอะไร... กลับไปคิดทบทวนดีๆ นะคัท ว่าที่ผ่านมาเคยเชื่อใจนินหรือเปล่า’
‘...’
‘ไม่มีผู้หญิงคนไหนทนได้หรอกนะกับคำถามที่ว่าเธอนอนกับคนอื่นใช่ไหม? แล้วถ้านินถามคัทกลับบ้างล่ะ จะรู้สึกยังไง’
‘คัทไม่เคยทำแบบนั้น’
‘ใช่ คัทไม่เคยทำ แล้วคัทถามนินแบบนั้นทำไม’
‘...’
‘นินรักคัท แต่นินจะไม่ทนให้คำพูดแย่ๆ ของคัทมาดูถูกนินเด็ดขาด ตลอดเวลาที่คบกันมา นินไม่เคยนอกใจคัท’
‘ก็ตอบมาแค่นี้ ทำไมจะต้องเลิก’
‘ไม่ใช่แค่นี้คัท นินอยากให้คัททบทวนในสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่ตอนนี้โดยเฉพาะคำพูดที่ตรงไปตรงมา’
‘นิน’
‘ลาก่อน’
ติ๊ดๆ
เฮือก!
ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาหัวเตียงปลุกในเวลาที่กำหนดเอาไว้ ร่างกายชาเหน็บไปทั้งตัว เหงื่อไหลท่วมกายจนต้องค่อยๆ ลุกขึ้นยันตัวเองจากเตียงนอน นิ้วมือทั้งห้าสางเส้นผมสีดำสนิทขึ้นไป ก่อนจะลุกขึ้นหยิบผ้าขนหนูหัวเตียงพาดไหล่ตรงไปยังห้องน้ำ จับจ้องใบหน้าตัวเองภายใต้กระจกเงาใหญ่ ดวงตาคมตวัดเฉียงตามกรอบเรียวหน้า ทรงผมไถข้างตามแฟชั่นแต่ไม่ได้ไถออกไปมากจนน่าเกลียด สองมือรองน้ำจากก๊อกที่เปิดขึ้นก่อนจะหวักสาดเข้าที่ใบหน้าหลายต่อหลายครั้งจนรู้สึกดีขึ้น “ฝันแบบนี้อีกแล้ว”
พึมพำออกมากับเหตุการณ์ความฝันที่ผ่านมานานนับหลายปี แต่ทว่าผมกลับไม่เคยที่จะลืมมันได้เลยสักนิด กลับตอกย้ำให้จดจำใบหน้าสวยที่ไร้ความรู้สึก น้ำตาของเธอที่ไหลอาบแก้มยามที่บอกเลิกรากันในวันที่ผมไม่รู้ตัว มันช็อคและคิดอะไรไม่ออกว่าตัวเองทำอะไรลงไปกับเธอบ้าง จนเธอจากผมไปและทิ้งผมไว้กับความโดดเดี่ยวและสิ้นหวัง
เมื่อให้น้ำชำระร่างกายจนเย็นทั้งตัวและหัวใจ ผมจึงสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนขาดๆ ทรงกระบอกเดินลงบันไดบ้านเพื่อตรงไปยังห้องศิลปะของตัวเอง “ตื่นแล้วเหรอคะคุณคัท?”
แม่บ้านที่ผมจ้างแบบไปกลับถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้มขณะกำลังถูพื้นบ้านอยู่ “ครับ”
“ถ้างั้นป้าจะไปทำข้าวต้มกุ้งให้นะคะ รอสักครู่ค่ะ” พยักหน้ารับจึงเดินเลี่ยงไปยังห้องดังกล่าว ผมปลีกตัวออกมาจากบ้านหลังใหญ่ที่มีพ่อกับแม่อยู่ เพื่อจะได้รับอิสระมากขึ้นด้วยการมาอยู่บ้านหลังเล็กสองชั้นซึ่งพื้นที่แถวนี้สงบเหมาะกับจิตกรติสท์แตกอย่างผมก็ว่าได้ ผมไม่ชอบสถานที่ที่มีคนเยอะ ไม่ชอบวุ่นวายกับใคร ชอบที่จะอยู่กับบ้านเพราะเป็นเซฟโซนที่ดี โดยเฉพาะการได้วาดภาพ
ผมชอบกลิ่นกระดาษ กลิ่นสี และกลิ่นของชาหอมๆ เวลาได้ทำงานที่ตัวเองชอบพร้อมด้วยการเปิดเพลงคลอเบาๆ กระดาษสีขาวตรงหน้าวางเปล่าเหมือนกับจิตใจของผมที่กำลังว้าวุ่นกับความฝันที่ทำร้ายผมมานานนับหลายปี พลางกวาดสายตามองไปยังถ้วยรางวัลและโล่มากมายวางเรียงกันบนชั้นที่แทบจะไม่มีที่วางบนนั้นสลักชื่อของ ‘คิรบดินทร์ โรจน์รุ่งเกรียงไกร’ จิตกรอิสระผู้มากฝีมืออายุเพียงยี่สิบหกปีแต่ทว่ากลับประสบความสำเร็จในการวาดภาพและการเป็นจิตกรอิสระที่เปิดนิทรรศการของตัวเองได้อย่างน้อยปีละสองครั้ง และล่าสุดผมเพิ่งเปิดนิทรรศการของตัวเองไปรวบรวมงานทั้งหมดและของนักเรียนที่ผมเปิดคลาสสอนพิเศษเพื่อถ่ายทอดความรู้ ความสามารถของตัวเองให้คนที่ชื่นชอบในศิลปะได้ปลดปล่อยจิตวิญญาณของตัวเองออกมา
เพียงแค่ไม่กี่นาทีกระดาษขาวตรงหน้ากลับมีสีสันมากมายกระจัดกระจายอยู่ แม้จะเป็นการปาดสีที่ดูมั่วในสายตาคนอื่น แต่สำหรับจิตรกรแล้วมันคือการดึงความรู้สึกที่ก่อขึ้นออกมาลงในกระดาษทั้งหมด สีที่ใช้เป็นสีน้ำเงินและขาวปะปนกันจนกลายเป็นท้องฟ้าแต่ทว่ากลับมีความมืดมนซ่อนอยู่
“นิน คัทขอโทษ” อยากจะพูดคำนี้ให้เธอได้ฟัง แต่มันกลับสายไปแล้วทุกอย่าง หลายปีที่ผ่านมาผมพยายามลืมเรื่องราวของนินออกไปจากหัวสมอง แต่มันกลับไม่มีวันนั้นเลยที่จะลืมเธอไปได้ เราสองคนคบหากันตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยคบหากันมานานสี่ปี จนถึงวันที่ผมเริ่มหมกตัวอยู่กับศิลปะ กลายเป็นคนที่เข้าสังคมยากขึ้น พูดน้อย รักความเป็นส่วนตัวจนลืมใส่ใจเธอ สำคัญเลยคือคำพูดของผมที่ทำให้เธอเจ็บปวดจนต้องเลิกรากันไป ทุกวันนี้ผมไม่สามารถหยุดความคิดของตัวเองได้ มักจะคิดและพูดในสิ่งที่ตัวเองมั่นใจ แต่ไม่เคยรู้ว่ามันอาจจะทำให้คนที่ได้ฟังเจ็บปวดไปกับความคิดความอ่านที่ตรงไปตรงมาของผม
“ทานเยอะๆ นะคะคุณคัท ช่วงนี้ป้าเห็นคุณคัทกำลังง่วนกับการหานางแบบมาวาดรูปใช่ไหมคะ?”
“ครับ” ตักข้าวต้มกุ้งเข้าปากและสบตากับป้าสมที่เป็นแม่บ้าน ป้าสมมาทำงานให้ผมได้หลายปีเอาจริงป้าสมไม่ค่อยวุ่นวายกับผมสักเท่าไหร่นอกซะจากพูดคุยเวลาพบเจอหรือทำงานเสร็จก็มาร่ำลาเป็นปกติ
“ถ้าคุณคัทหาไม่ได้ ป้าสมยอมเปลือยกายให้คุณคัทวาดภาพดีไหมคะ?” แทบจะสำลักข้าวต้มกุ้งที่กลืนลงคอก่อนจะมองป้าสมที่ยกมือปิดปากตัวเองอย่างขำขัน “ป้าล้อเล่นน่ะค่ะ ร่างกายป้าเหี่ยวย่นไปหมดแล้ว คุณคัทคงไม่อยากวาด”
“ทำไมจะไม่อยากวาดครับ” ยกน้ำขึ้นดื่มตามด้วยทิชชูเช็ดไปตามเรียวปาก “งานศิลปะของผม ไม่จำแนกว่าจะอายุมากหรือน้อย”
“...”
“ถ้าป้าสมสนใจ ผมยินดีครับ” เพราะผมเป็นคนคิดแบบตรงไปตรงมา บางคำอาจจะทำให้คนฟังดีหรือไม่ดีอันนี้ผมไม่รู้เลย แต่พอได้เห็นสีหน้าป้าสมที่ฉีกยิ้มกว้างก็พาให้รู้สึกดีที่คำพูดของตัวเองไม่ได้ทำร้ายใครให้เจ็บปวด
“คุณคัทเป็นคนดีจริงๆ นะคะ”
“ครับ?”
“รักษาน้ำใจคนแก่อย่างป้าด้วย” ป้าสมยิ้มให้ผมก่อนจะเก็บถ้วยข้าวต้มตรงหน้าและจัดการทำงานบ้านต่อ ผมมองนาฬิกาที่ข้อมือจึงหยิบกุญแจรถบิ๊กไบค์คันโปรดเพื่อขับไปหาไอ้โจ้เพื่อนสนิทอีกคนที่ร้านกาแฟกึ่งเบเกอรี่ เพื่อนคนนี้รู้จักกันตอนที่ผมเริ่มจบมหาลัยใหม่ๆ และมันเป็นคนขอซื้อภาพวาดผมในบอร์ดที่วางขายเพื่อเอาไปดึงดูดภายในร้านที่ออกแนวอาร์ตแนววินเทจ ผมกับไอ้โจ้เป็นเพื่อนกันได้เพราะนิสัยมักจะคล้ายกัน ที่คล้ายกันคือติสท์แตกและโลกส่วนตัวสูงมาก
“ไงมึง” ไอ้โจ้โบกมือทักทายผมขณะกำลังง่วนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ ผมจึงเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวสูงตรงหน้ามันและมองไปรอบๆ ร้านซึ่งตอนนี้มีนักศึกษามานั่งชิลอ่านหนังสือ ดื่มกาแฟ กินเค้กกันยามเช้าก่อนจะเข้าเรียน “มาแต่เช้า”
“ตื่นตั้งแต่ตีสี่”
“ตื่นมาทำห่าไรวะ?” มันถามพลางเดินเอาถาดแก้วชาเขียวปั่นสองแก้วไปเสิร์ฟให้กับลูกค้าสาวที่นั่งทำตาปริบๆ ใส่ นอกจากจะติสท์แตกพอๆ กับผม ไอ้โจ้ยังมีใบหน้าหล่อคมมีเสน่ห์ สาวหลงหัวปรักหัวปรำแต่มันกลับไม่สนใจใครเพราะความเป็นคนโลกส่วนตัวสูงตัวพ่อ
“ฝันไม่ดี” พูดเสร็จจึงเท้าคางมองภาพวาดตรงกำแพงที่เป็นฝีมือผม ไอ้โจ้ขอซื้อด้วยราคาที่สูงแต่สำหรับเพื่อนผมจึงให้ราคาที่เป็นกันเองแต่มันก็ไม่ยอม ผมเลยตามใจมันด้วยการเรียกค่าวาดแบบแพงหูฉีก ซึ่งมันก็ต่อว่าผมแต่ก็ซื้อมาติดที่ร้านอยู่ดี
“เรื่อง?” เมื่อไม่มีลูกค้าไอ้โจ้จึงดึงเก้าอี้ทรงสูงมานั่งไขว่ห้างกอดอก “หรือจะเป็นเรื่องนิน”
“อือ” พยักหน้ารับเพราะไอ้โจ้เองก็รับรู้เรื่องนี้มาตลอด และมันก็คอยอยู่ปลอบใจผมในวันที่เลิกรากับนินแบบไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ “กลับมาฝันได้”
“มึงคงฝังใจเรื่องนิน กูรู้มึงรักนินมาก” ไอ้โจ้ถอนหายใจก่อนจะชี้นิ้วมาที่ผม “แต่ปากมึงมันหมาอะ พูดอะไรออกไปตรงเกิน”
“กูคิดแบบไหนก็พูดไปแบบนั้น”
“แต่บางคำพูดของมึง มันทำร้ายคนอื่นไงเช่นนิน” ชักสีหน้าใส่ไอ้โจ้ที่ยักไหล่ไหว “หรือไม่จริง มีอย่างที่ไหนไปถามแฟนตัวเองแบบนั้น ทั้งที่มึงไม่มีเวลาให้เขาด้วยซ้ำ ยังเสือกระแวง”
“เปล่า”
“แล้วตอนนั้นมึงคิดอะไรอยู่ถึงถามล่ะ” ไอ้โจ้จี้ตูดผมจนถอนหายใจเสยผมขึ้นอย่างหงุดหงิด
“เลิกพูด” ตอบออกไปคำเดียวไอ้โจ้ก็พยักหน้าเข้าใจ ผมกับมันถึงได้คบกันได้นานไงเพราะนิสัยคล้ายกันแบบที่สุด
“ว่าแต่มึงหานางแบบได้ยัง?” ส่ายหน้าไปมาเพราะผมมีแพลนจะต้องวาดรูปเปลือยของผู้หญิงเพื่อจะจัดแสดงในนิทรรศการครั้งต่อไป ปกติผมจะไม่ค่อยนำภาพคนที่วาดไปจัดแสดง แต่อยากให้งานมีความเปลี่ยนแปลงบ้างจึงต้องหานางแบบเปลือยมา แต่ทว่าหาเท่าไหร่ก็ยังไม่ได้เพราะผมได้ชื่อว่าเป็นจิตรกรเรื่องมาก “ก็มีมาสมัครมึงก็ไม่เอา”
“ไม่ใช่ว่าคนที่มาไม่ดีนะ” ผมตอบออกไปเมื่อนึกไปถึงสาวสวยหลายคนที่มาสมัคร “แต่ละคนไม่มีความเป็นธรรมชาติ”
“หมายถึง?”
“บางคนทำนม ทำหน้าจนแข็งไปหมด มันไม่เมกเซ้นส์”
“อ๋อ เดี๋ยวกูช่วยหา”
“ขอดีๆ งานนี้ใช้เวลานาน หาได้เร็วก็จะได้เสร็จเร็วขึ้น” งานวาดภาพเปลือยนอกจากจะใช้เวลานานหลายเดือนแล้ว ยังต้องใช้สมาธิมากด้วย ผมจึงตั้งใจกับผลงานชิ้นนี้มาก ในส่วนภาพเปลือยที่เคยวาดไปก่อนหน้านั้นผมไม่สามารถนำมาจัดแสดงได้เพราะบางท่านก็ขอซื้อภาพตัวเองกลับไป ดังนั้นภาพที่อยู่ที่บ้านจึงไม่สามารถเอามาใช้เพราะบางภาพผมวาดตั้งแต่สมัยเรียนด้วยซ้ำไป
“แต่สาวๆ พวกนั้นอยากมาสมัครก็เพราะอยากแก้ผ้าให้มึงดูนะ”
“แล้ว?”
“ไม่... หวั่นไหว” เวลาวาดภาพเปลือยจะต้องถามกันแบบนี้เสมอว่า ‘มึงไม่หวั่นไหว’ หรือ ‘ไม่เกิดอารมณ์บ้างเหรอ?’ ผมก็ขี้เกียจจะอธิบายนะว่าต่อให้แก้ผ้าหรือไม่แก้ผ้า ถ้าผมคิดว่าทำงาน บนร่างผู้หญิงตรงหน้าคือสิ่งที่พระเจ้าสร้างขึ้น เราควรมองให้เป็นศิลปะ ผมไม่ได้ลามกจกเปรตถึงขนาดจะเกิดอารมณ์ทุกครั้งที่เห็นผู้หญิงนะ
“ทำไมต้องหวั่นไหว?” ตอบออกไปอย่างหงุดหงิด “ไร้สาระ ทุกอย่างที่ทำคืองาน ศิลปะคือหัวใจของกู... ต่อให้ผู้หญิงตรงหน้าจะเปลือยต่อหน้าเป็นสิบคน กูก็ไม่รู้สึกหวั่นไหว”
“ตายด้าน” ไอ้โจ้ยกยิ้มมุมปากก่อนจะเท้าคางมาตรงหน้าผม “ที่ไม่สน กูว่ายังคงคิดถึงนิน”
“...”
“มึงยังรักนินอยู่ ดูก็รู้” มันผลักศีรษะผมก่อนจะเดินไปหาลูกค้าซึ่งเรียกเก็บเงิน ผมถอนหายใจพลางนึกถึงใบหน้าสวยของนินผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักและคบหากันมานาน เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้ผมรู้จักกับคำว่ารักเลยก็ว่าได้
วันนี้ผมมานั่งรอไอ้โจ้หลังจากที่เมื่อคืนมันโทรมาบอกผมว่าได้นางแบบมาให้แล้ว มันหามาให้ผมเร็วมากจนไม่น่าไว้ใจเลย กลัวจะไปหาเด็กๆ มาให้ผมถูกตำรวจจับเล่นนี่สิ ระหว่างนั่งรอมันซึ่งวันนี้คนเยอะ ผมจึงใช้เวลาที่อยู่หลังร้านมันวาดภาพที่ทิ้งไว้แต่ไม่ได้มาวาดต่อ เป็นภาพร่างดินสอแจกันดอกไม้ที่ผมใช้เวลาแค่วันเดียวก็เสร็จ แต่เนื่องจากเพราะไม่มีอารมณ์วาดภาพดินสอจึงทำได้เพียงปล่อยทิ้งไว้ “มาแล้ว”
“อือ นางแบบอายุน้อยไม่เอานะ”
“เออกูรู้” ไอ้โจ้นั่งลงบนโซฟาก่อนจะมองผมที่ผละใบหน้าจากกระดาษตรงหน้า “น้องอายุยี่สิบเอ็ด เรียนมหาลัยปีสี่”
“แล้ว?”
“น้องเป็นเพื่อนกับไอ้เหมย เห็นไอ้เหมยมันบอกว่าน้องกำลังหาเงินน่ะ ก็เลยเสนอไป”
“แล้วเหมยรู้ได้ไง?” ผมขมวดคิ้วทันทีที่เมื่อน้องสาวแท้ๆ ของไอ้โจ้รู้ว่าผมกำลังหานางแบบอยู่
“กูถามไอ้เหมยเองล่ะ เอาเป็นว่าลองดูก็ไม่เสียหาย” เพราะไอ้โจ้เป็นคนหาให้ผมจึงพยักหน้ารับ “กูให้ที่อยู่น้องเขาไปแล้ว คงจะไปพรุ่งนี้สายๆ มึงจำไอ้เหมยได้ใช่ปะ?”
“อือ” น้องสาวไอ้โจ้ที่ออกแนวนิ่งขรึม ผมเคยเจอกับน้องสาวมันซึ่งเป็นผู้หญิงที่เข้าถึงยากคนหนึ่งก็ว่าได้แถมยังชื่นชอบศิลปะวาดภาพด้วย ไอ้โจ้เคยเอาภาพผมไปโชว์ให้เหมยดู เด็กคนนั้นก็ดูจะชื่นชอบและติดตามผลงานของผมมาตลอด แต่ก็ไม่กล้าจะสนิทสนมกับผมด้วยเพราะตัวเองก็เข้าหาคนไม่เก่ง
แต่ขอให้นางแบบคนนี้เป็นคนสุดท้ายที่ผมจะหาเถอะ... งานจะได้เสร็จก่อนจัดนิทรรศการที่วางแพลนไว้
เช้าวันรุ่งขึ้นได้เวลานัดผมจึงตื่นเช้าแต่โดยปกติก็ตื่นแบบนี้เสมอ ผมสั่งป้าสมให้ต้อนรับเหมยน้องสาวไอ้โจ้ด้วย เพราะผมจะอยู่ในห้องศิลปะของตัวเอง สิ่งที่ผมสั่งป้าสมไว้คือการพานางแบบไปเปลี่ยนชุดโดยแก้ผ้าเปลือยให้หมด แต่ทว่าผมให้ผ้าแพรสีขาวไม่บางมากให้เธอปกปิดเรือนร่างรอผมที่ห้อง เมื่อออกจากห้องศิลปะก็ปะทะเข้ากับร่างบอบบางของหญิงสาวคนหนึ่งที่คุ้นตา ใบหน้าเฉยชาขลับกับผมสีดำยาวซึ่งรวบมวยไว้กลางศีรษะ เธอแต่งตัวด้วยชุดเอี๊ยมยีนกางเกงขายาวพร้อมกับเสื้อยืดสีดำ “สวัสดีค่ะพี่คัท”
“อือ” พยักหน้ารับก่อนจะมองเลยหลังเหมย “ไหนนางแบบ”
“เปลี่ยนชุดอยู่ค่ะ” ถ้าคิดว่าผมพูดน้อย บอกเลยว่าเหมยน้องไอ้โจ้ยิ่งกว่าผมนะ
“ให้เพื่อนไปรอพี่ในห้อง เดี๋ยวมา” เหมยพยักหน้ารับผมจึงเดินสวนเธอขึ้นไปบนห้องเพราะลืมหยิบมือถือลงมา ถ้าผมจะลงมือวาดภาพจะต้องฟังเพลงโปรดด้วย มาถึงหน้าห้องก็เห็นเหมยนั่งรออยู่ที่เก้าอี้แล้ว เธอกอดอกและชี้นิ้วเข้าไปด้านใน
“เพื่อนเหมยพร้อมแล้ว แต่พี่คัท...” มือที่กำลังจะผลักประตูเข้าไปชะงักจึงหันไปสบตากับเธอ “งานนี้ขอให้เพื่อนเหมยได้นะ อย่างน้อยก็สำคัญมาก”
“เพื่อนร้อนเงิน?” เลิกคิ้วขึ้นแต่เหมยกลับส่ายหน้าไปมา
“อย่างน้อยถ้ามาเป็นแบบให้พี่คัท อาจจะทำให้เพื่อนเหมยไม่ต้องกลับบ้านเร็ว” ไม่เข้าใจกับคำพูดของเธอ แต่ผมก็จะไม่ทำอย่างที่เธอขอ ถ้าหากเพื่อนของเธอไม่ได้สมบูรณ์แบบอย่างที่ผมต้องการจะให้เป็น
ผมเปิดประตูห้องเข้ามาเห็นร่างบอบบางนั่งอยู่บนโต๊ะตัวยาวกำลังหันหลังให้อยู่ จึงเดินไปหยุดที่หน้าขาตั้งกระดาษและดินสอในมือ อย่างน้อยการสำรวจเรือนร่างก็ต้องร่างมันขึ้นมาก่อน จะได้รู้กันว่าภายใต้แผ่นหลังขาวเนียนและเส้นผมสีดำตรงยาวกลางหลังเธอจะมีรูปร่างตรงตามที่ผมต้องการหรือเปล่า “หันมาทางฉัน”
สั่งเสียงเข้มและก้มหน้าเปิดเพลง Beautiful-Bazzi ซึ่งเป็นเพลงโปรดของผม จากนั้นวางมือถือลงบนโต๊ะและเงยหน้ามองนางแบบตรงหน้า...
ภาพตรงหน้าทำให้ผมถึงกับชะงักดินสอที่กำลังจะวาด ใบหน้าสวยซึ่งหาที่ติไม่ได้แม้แต่นิดกำลังจับจ้องผมด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่ทว่าแก้มทั้งสองก็ขึ้นรอยแดงนิดหน่อย ดวงตากลมโตของเธอราวกับมนต์สะกด ริมฝีปากชมพูนูนกัดเข้าหากัน พูดให้ถูกคือผู้หญิงตรงหน้าเธอมีความสมบูรณ์แบบบนเครื่องหน้ามาก และมันช่างเป็น... ธรรมชาติราวกับสิ่งนี้คือพระเจ้าตั้งใจปั้นมันขึ้นมาด้วยความรักและความใส่ใจ
สายตาของผมผละจากใบหน้าเธอไล่ลงมาถึงลำคอ ไหล่ หน้าอกที่เอ่อล้นออกมาเป็นก้อนสวยงาม แม้จะมีผ้าแพรสีขาวปกปิดจุดลับทั้งสองไว้ตามด้วยท่อนแขนของเธอที่พาดปิดมันไม่ให้ผมเห็น จึงเลื่อนมาถึงหน้าท้องแบนราบ เอวขอดรับกับสะโพกผายและเรียวขายาว ผมถึงได้เลื่อนสายตาไปมองสบตากับเธออีกครั้ง
Hey
Beautiful, beautiful, beautiful, beautiful angel
Love your imperfections every angle
Tomorrow comes and goes before you know
So I just had to let you know
จู่ๆ ท่อนเพลงที่ฟังอยู่ก็ทำให้ผมสะดุดและดึงสติของตัวเองกลับมา ไม่... เธอเป็นนางฟ้าแสนสวยที่มีความสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่แบบในเนื้อเพลงที่ผมจะหลงใหลในความไม่สมบูรณ์แบบ
แต่เธอคนนี้... เป็นนางฟ้าที่สมบูรณ์แบบตรงตามที่ผมต้องการ
“คือ...” แม้แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมายังใสจนผมวางดินสอลง ไม่ได้! ไม่มีสมาธิแล้ว “ต้องเอาผ้าออกไหมคะ?”
“ไม่ต้อง” ตอบออกไปเพราะตอนนี้ผมไม่มีสมาธิที่จะมองเรือนร่างเต็มๆ ของเธอ สมองมันกำลังเตลิดไปหมด ให้ตายเหอะ! นี่เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่รู้สึกว่านางแบบตรงหน้าทำให้ผมหวั่นไหวกับเรือนร่างที่แม้จะยังไม่เห็นแบบเต็มๆ
“แล้วฉันจะได้งานหรือเปล่าคะ?”
“เธอ” แม้จะรู้ว่าเธอสวยจนหาที่ติไม่ได้ แต่ผมก็ยังสงสัยอยู่ดี “ทำมาหรือเปล่า”
“คะ” เธอขมวดคิ้วและดึงผ้าแพรสีขาวคลุมตัว “ทำ? หมายถึง...”
“ใช่” ราวกับไม่ต้องต่อความยาวสาวความยืด เธอก็เบิกตากว้างและมองผมด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ฉันไม่ได้ทำอะไรกับร่างกายหรือใบหน้าตัวเองค่ะ” ตะคอกจนผมยืนเท้าเอวจับจ้องคนตัวเล็กที่ลงจากโต๊ะมายืนตรงหน้า ยิ่งใกล้... ยิ่งสวย ไร้ที่ติจริงๆ “ทุกอย่างบนร่างกายฉัน มันธรรมชาติทุกอย่าง”
“...”
“จะไม่ให้ผ่านก็ไม่เห็นจะต้องมาถามกันแบบนี้เลย” ว่าจบก็เดินสวนผมไป
“เดี๋ยว” เรียกรั้งเธอไว้ก่อนจะเดินไปหยิบนามบัตรของตัวเองมายื่นให้ ใบหน้าสวยที่อยู่ในระดับหน้าอกผมเงยสบตาแต่ก็รับนามบัตรผมไปถือไว้
“คัท คิรบดินทร์ โรจน์รุ่งเกรียงไกร”
“ถ้าพร้อมตอนไหนโทรหาฉัน”
“แสดงว่าฉัน...” เธอชี้นิ้วเข้าหาตัวเองพร้อมรอยยิ้มที่ฉีกกว้าง “ผ่านเหรอคะ?”
“อือ”
“ขอบคุณนะคะคุณคัท” เธอดีใจจนเนื้อเต้น แต่ผมก็มีเรื่องสงสัยหลายอย่างเหมือนกันว่าทำไมเธอถึงยอมมาเป็นนางแบบเปลือยให้ผมวาด สิ่งที่เหมยพูดก็แปลกๆ รูปร่าง ใบหน้า ผิวพรรณเธอดูเป็นลูกคุณหนูด้วยซ้ำ ไม่น่าจะเดือดร้อนเรื่องเงินอะไรขนาดนั้น
ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด... ผู้หญิงคนนี้ดึงดูดผมมากซะจนไปไม่เป็นเลย
“อาจาย์คิดว่าผมเหมาะสมเหรอครับ?”
“เหมาะสิ คิดว่าช่วยๆ อาจารย์หน่อยแล้วกัน ตอนนี้อาจารย์จรัญญาลาคลอดและพักฟื้น อีกอย่างอาจารย์ก็เสนอชื่อศิษย์เก่าอย่างคัทไป ในคณะศิลปกรรมศาสตร์ก็ลงความเห็นว่าคัทน่ะเหมาะสม”
“ผมไม่เคยสอนนักศึกษาปีสี่มาก่อนนะครับ มัน...”
“คัทน่ะประสบความสำเร็จมากๆ เลยนะทั้งเปิดคลาสสอนวาดภาพ ไหนจะเปิดนิทรรศการ คนใหญ่คนโตจ้างวาดภาพอีก ผลงานของคัทไม่ธรรมดาเลย อย่างน้อยก็ช่วยมาถ่ายทอดความรู้ความสามารถให้รุ่นน้องหน่อยแล้วกัน”
“...”
“อาจารย์มั่นใจว่าคัทจะเป็นอาจารย์ฝึกสอนที่ดีได้ เอาน่ามีเงินเดือนให้นะ”
“ผมไม่ได้คิดเรื่องนั้นหรอกครับ ให้สอนฟรีผมก็ทำให้ได้ แต่ที่ผมกังวลคือผมเหมาะสมที่จะเป็นอาจารย์ฝึกสอนหรือเปล่าก็เท่านั้น”
“เหมาะสิ อาจารย์ในคณะเรามั่นใจว่าคัททำได้” ผมมองสบตากับอาจารย์ที่ปรึกษาคืออาจารย์พงษ์เทพในคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาจิตรกรรมที่ผมเคยจบมาจากที่นี่เมื่อหลายปีที่ผ่านมา เพราะมีอาจารย์สอนวาดภาพต้องลาไปคลอดลูกจึงหาอาจารย์ที่จะมาสอนแทนไม่ได้ อาจารย์พงษ์เทพเล็งเห็นว่าผมเหมาะสมทุกอย่างจึงได้ติดต่อให้มามหาวิทยาลัยเพื่อพูดคุยเรื่องการเป็นอาจารย์ฝึกสอนชั่วคราวจนกว่าอาจารย์จรัญญาจะกลับมา ผมคิดว่าตัวเองจะทำหน้าที่นี้ได้ดีในฐานะอาจารย์สอนวาดรูป เพราะทักษะของผมไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน เมื่อได้รับความไว้วางใจจึงยกมือไหว้อาจารย์พลางคลี่ยิ้มให้นิดหน่อย
“ผมตกลงก็ได้ครับ แต่แค่เทอมเดียวใช่ไหมครับ?”
“ก็คงแบบนั้น ถ้าอาจารย์จรัญญาพร้อมมาสอนนะ” เหมือนเอาตัวเองมาติดบ่วงในรั้วมหาลัยอีกครั้ง ความจริงผมชอบความสันโดษมากกว่าการมาสอนที่มหาลัย มันวุ่นวายและไหนจะต้องรับมือกับนักศึกษาสาวต่างคณะอีกล่ะ ในคณะผมมั่นใจว่ารุ่นน้องผมไม่มีเรื่องแบบนี้แน่ เพราะมาสายนี้ไม่ทุกคนที่จะติสท์แตกและแบบสายไม่สนใจเลยก็มี
“ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องเตรียมตัว”
“อาทิตย์หน้ามหาลัยก็เปิดแล้ว หวังว่าคัทจะทำหน้าที่นี้ได้ดีนะ” ผมพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกจากคณะตัวเองไปยังรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ หันไปมองป้ายชื่อคณะก็ถอนหายใจออกมาพลางยกมือเสยผมขึ้นไป
“ดีกว่าอยู่ว่างๆ แล้วกัน”
คิดแบบนี้คือปลอบใจตัวเองชัดๆ เลยคัท... ความเกรงใจที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ แม้จะต้องเสียโลกของตัวเองไปส่วนหนึ่งแต่ก็คิดในแง่ดีคือได้ถ่ายทอดความรู้ของตัวเองให้รุ่นต่อไปก็แล้วกัน
บทล่าสุด
#33 บทที่ 33 #คัทตัดรัก :: CHAPTER 32 [100%] THE END
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#32 บทที่ 32 #คัทตัดรัก :: CHAPTER 31 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#31 บทที่ 31 #คัทตัดรัก :: CHAPTER 30 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#30 บทที่ 30 #คัทตัดรัก :: CHAPTER 29 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#29 บทที่ 29 #คัทตัดรัก :: CHAPTER 28 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#28 บทที่ 28 #คัทตัดรัก :: CHAPTER 27 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#27 บทที่ 27 #คัทตัดรัก :: CHAPTER 26 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#26 บทที่ 26 #คัทตัดรัก :: CHAPTER 25 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#25 บทที่ 25 #คัทตัดรัก :: CHAPTER 24 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#24 บทที่ 24 #คัทตัดรัก :: CHAPTER 23 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026
คุณอาจชอบ 😍
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













