บทที่ 1 XXX KINDLE II :: INTRO [100%]

ณ รัฐแบร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ในช่วงกลางเดือนแบบนี้ในรัฐแบร์นซึ่งเป็นรัฐที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตอนนี้กำลังชุกไปด้วยหยาดเม็ดฝนร่วงโปรยปรายออกมาไม่ขาดสาย ทำให้ประชาชนต่างพากันสัญจรเท้าต้องหยุดพักและอยู่แต่ในบ้าน เช่นเดียวกับสองแม่ลูกอย่าง ‘นารา’ หญิงสาวเลี้ยงลูกคนเดียว เธอกำลังต้มซุปอยู่ในครัวโดยปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยอายุเพียงสี่ขวบนั่งวาดรูปอยู่ตรงหน้าเตาผิงที่พอจะให้ความอบอุ่นจากหยาดน้ำฝน

ชีวิตในประเทศที่เธอใฝ่ฝันเป็นดั่งเหมือนนิยายเลยก็ว่าได้ เธอมาอยู่ที่นี่ได้เพียงสามเดือนแต่ทว่ากลับรู้สึกผูกพันและมีความสุขมาก ยิ่งได้อยู่กับลูกชายของเธอด้วยแล้ว ต่อให้มีอะไรมาแยกเธอก็ไม่มีวันยอม การใช้ชีวิตที่นี่ในเดือนแรกอาจจะลำบากนิดหน่อย แต่ตอนนี้ก็สามารถปรับตัวได้แล้ว เธอทำงานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งเจ้าของเป็นคนไทย แต่มีคนดูแลเป็นคนต่างชาติเท่านั้น เพราะเธอเก่งภาษาทำให้การทำงานเป็นไปได้อย่างราบรื่น เธอยิ้มออกมาพลางคนซุปในหม้อกระทั่งรับรู้ถึงสายฟ้าซึ่งฟาดลงมาแต่ไม่ได้เกิดเสียงที่จะทำให้ลูกชายของเธอตกใจ แต่กลับทำให้เธอรับรู้ถึงการมาของใครบางคน

ใครบางคน... ที่พยายามจะสร้างครอบครัวกับเธออีกครั้ง

มังกร

เธอหันไปมองหน้าครัวเห็นร่างสูงยืนกอดอกพิงมองเธออยู่ด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน เธอไม่รู้ว่าเขาเข้ามาตั้งแต่ตอนไหน อาจจะเพราะเสียงฝนที่เทลงมา บวกกับความคิดของเธอด้วยทำให้การมาของเขามันดูเงียบเชียบจนเธอตกใจ สายตากลมโตมองไปยังมือข้างขวาทำให้เธอขมวดคิ้วอย่างมึนงง

“คุณคิดจะทำอะไรของคุณคะ คุณมังกร?” นารามองคนตัวสูงที่กำลังยืนยิ้มอยู่ตรงประตูครัว มองในมือของเขาซึ่งมีหมอนหนึ่งใบ

“พอดีที่บ้านไฟดับ ก็เลยจะมาขอนอนด้วย”

“ไฟดับ? เครื่องปั่นไฟก็มีไม่ใช่เหรอคะ ทำไมไม่ลองไปปั่นดู”

“ฝนตก อากาศหนาวอยากนอนกอดเมีย... เออกอดนาที” ใบหน้าหล่อยกยิ้มมองสบตากับเธอซึ่งถอนหายใจออกมา หันไปมองหม้อต้มซุปโดยไม่ได้สนใจอะไร สองเท้าก้าวเข้ามาใกล้ชิดแผ่นหลังบอบบาง เอียงองศาของใบหน้าให้โน้มเข้าไปสูดดมกลิ่นกายที่เขาเคยสัมผัส แต่ในตอนนี้มันเหมือนไกลออกไปจนเขาแทบจะไม่ได้กลิ่นถ้าไม่ขยับเข้าใกล้อีกนิด

“หอม”

“คะ? อ๊ะ คะ คุณ!” นาราหันไปสบตากับเขา ทำให้จมูกโด่งเฉียดโดนริมฝีปากนูนน่าจูบ ถึงแม้จะมีลูกของเขาแล้ว แต่ความสวยของนาราไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด ที่เปลี่ยนเห็นจะมีก็แต่ความใจแข็งของเธอนี่ล่ะ มังกรยกยิ้มกอดกระชับเอวบางด้วยสองแขนแกร่ง ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อหวังชิงแก้มนวลของเธอ

“หยุดนะคะ”

“ไม่หยุด พี่จะหอมเธอ” ดูเหมือนนาราจะไม่สามารถปกป้องตัวเองจากเขาได้เลยสินะ ผู้ชายที่ลืมไปแล้วว่ารักเขามากแค่ไหน ผู้ชายที่ขอโอกาสจากเธอ ตอนนี้กำลังจู่โจมเธอด้วยริมฝีปากที่เธอจับจ้อง

“พ่อจะทำอะไรแม่ครับ!”

“นะ นาที...” ร่างเล็กบอบบางวิ่งมากอดคนเป็นแม่ มองสลับกับพ่อของเขาอย่างมึนงง “พ่อทำอะไรแม่เหรอ?”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ นาทีหิวแล้วใช่ไหมคะ แม่กำลังต้มซุปเสร็จพอดี”

“ครับ แต่เมื่อกี้เหมือนพ่อจะหอมแม่เลยนะครับ” นาราเบิกตาโพลงจับจ้องใบหน้าจิ้มลิ้ม แววตาไร้เดียงสาของลูกชายทำให้เธอปรายสายตามองคนตัวสูงซึ่งเบือนหน้าหนีไม่มีคำพูดใดๆ ออกมาเลยเพราะมันคือเรื่องจริง

“พ่อไม่ได้หอมแม่นะคะ”

“แต่ว่าตอนนาทีหอมแม่ นาทีก็กอดแม่แบบนี้นะครับ”

“พ่อแค่...”

“พ่อแค่ประคองแม่น่ะครับ แม่จะล้ม” เขาพูดขึ้นมาบ้างก้มตัวลงอุ้มนาทีไว้ในอ้อมแขน ส่งยิ้มให้กับนาทีอย่างอ่อนโยน “วันนี้พ่อมานอนกับนาทีเหรอครับ?”

“อืม อันนี้ต้องถามแม่นะครับว่าให้พ่อมานอนด้วยหรือเปล่า” เบนสายตามาให้นาราตอบคำถามของลูกชายตัวน้อยซึ่งกำลังยิ้มกว้าง

“แม่ให้พ่อมานอนกับนาทีใช่ไหมครับ พ่อบอกว่าที่บ้านไฟดับด้วย น่าสงสารพ่อนะครับคงหนาวแย่”

“จริงเลยครับนาที พ่ออยากนอนกอดลูกที่สุดเลย” สองคนพ่อลูกต่างพากันอ้อนกันไปมา อีกคนก็อ้อนเพราะต้องการให้พ่อมานอนด้วย ส่วนอีกคนก็อ้อนเพราะอยากให้คนตรงหน้าใจอ่อน นาราถอนหายใจมองเลยหลังไปจนมังกรมึนงง

“นอนโซฟา ส่วนนาทีต้องนอนกับแม่ ห้ามดื้อนะคะ”

“แต่ว่าพ่อนอนโซฟาคนเดียวจะไม่เป็นไรเหรอครับ?”

“พ่อเขาไม่เป็นไรหรอกค่ะนาที ถ้าทนไม่ได้ก็กลับไปนอนที่บ้านตัวเองก็จบไงคะ” นารายิ้มให้กับลูกชายแต่ส่งสายตาไม่พอใจไปให้ใบหน้าหล่อคมซึ่งทำหน้าสลด เขาเม้มปากเป็นเส้นตรงแต่ก็ส่ายหน้าไปมา

“พ่อนอนได้ครับ แค่ได้อยู่บ้านหลังเดียวกับลูกพ่อก็ดีใจแล้ว” มังกรหอมแก้มนาทีฟอดใหญ่ก่อนจะปล่อยร่างเล็กที่เดินไปยืนเคียงข้างนารา สูดเอากลิ่นซุปในหม้อเข้าปอดลูบหน้าท้องของตัวเอง

“นาทีหิวแล้วครับ”

“ไปนั่งรอแม่ที่โต๊ะนะคะ ทานข้าวพร้อมกัน” นาราลูบศีรษะลูกชายที่เดินไปนั่งเก้าอี้อย่างว่าง่าย ส่วนมังกรก็อาสาหิ้วหม้อซุปซึ่งนารากำลังจะหิ้วไป

“พี่ช่วย มันหนักร้อนด้วย” ร่างสูงหิ้วหม้อซุปไปวางที่โต๊ะ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของนาทีและมังกร มีเพียงแต่นาราที่นั่งเงียบมองพ่อลูกสลับกันไปมา เธอรู้ดีว่านาทีต้องการมังกรแค่ไหน แต่อย่างที่เคยบอกไปว่าเธอกับเขาไม่สามารถเริ่มต้นใหม่ด้วยกันได้ จะมีก็แต่หน้าที่ของคนเป็นพ่อแม่เท่านั้นที่ทำให้นาทีได้

“พรุ่งนี้ถ้าลูกไปเรียนพี่จะไปรับลูกให้นะ แล้วถ้าเธอเลิกงานก็ไปหาลูกที่บ้านพี่แล้วกัน”

“ถ้าคุณมีงานคุณควรทำงานของคุณนะคะ ส่วนเรื่องนาทีฉันจัดการเองได้”

“พี่ไม่ปล่อยให้คนแปลกหน้าไปรับลูกแน่นอน” มังกรเถียงต่อ เพราะเธอดูเหมือนจะกันเขาทุกทางเรื่องการเข้าใกล้ลูกซึ่งเขารู้ตัวเองดีว่าตัวเองทำเลวอะไรไว้กับเธอและนาที แต่ถึงอย่างนั้นก็อยากจะทำดีเพื่อลบล้างความเลวที่เคยทำไป อยากมอบสิ่งดีๆ ให้กับลูกและเธอ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่มีวันยอมรับก็ตามที นาราถอนหายใจเธอรู้นิสัยของเขาว่าเป็นคนที่ดื้อดึงมากแค่ไหน

“ฉันไม่อยากให้คุณลำบาก เคยพูดไปแล้ว”

“พี่ก็เคยพูดไปแล้วว่าไม่ลำบาก พี่ต้องการอะไรเธอรู้ดีนะนารา”

“รู้ แล้วคุณคิดว่ามันจะเป็นไปได้ไหมล่ะคะ?” เพียงแค่คำพูดของนาราเปล่งออกมา ทำให้มังกรถึงกับเงียบ เขารู้ดีว่ามันไม่มีวันเป็นไปได้ การจะได้ครอบครัวที่เขาหวังกลับคืนมาน่ะ แค่คิดก็ไม่มีหนทางอะไรแล้วแต่เขาก็จะไม่ลดละความพยายามของตัวเอง ในเมื่อนาราให้สิทธิ์เขาในการเข้าหาลูก นั่นหมายถึงเขาเองก็สามารถเข้าหานาราได้เช่นกัน

“เรื่องนาทีพี่ขอ พี่ไม่เคยลำบากเลยสักนิดถ้าต้องดูแลลูก ตลอดสี่ปีที่ผ่านมาพี่ทอดทิ้งเขากับเธอ โดยไม่รู้ว่ามีเขา พี่อยากทำทุกเวลา ทุกนาทีให้เขามีความสุข พี่ต้องการแบบนั้น” นาราสบเข้ากับดวงตาคมซึ่งไม่มีแววของความแค้นหรืออะไรแล้ว แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นแววตาซึ่งเต็มไปด้วยความหวังซะมากกว่า

หลังจากทานอาหารค่ำกันแล้วเรียบร้อย ก็ปล่อยนาทีให้นั่งเล่นกับเขาจนเกือบสองทุ่มก็พาตัวเล็กไปอาบน้ำในห้องนอนส่วนตัวซึ่งบ้านหลังนี้มีเพียงแค่สองห้องนอนเท่านั้น ที่ไม่ให้เขาไปนอนอีกห้องเพราะห้องนั้นคือห้องของภูที่มักจะมาเยี่ยมและพักผ่อนอยู่บ่อยๆ ห้องนั้นกลายเป็นห้องของภูโดยปริยาย อีกอย่างช่วงนี้ภูมาหานาราบ่อยเนื่องจากเขากับฟานี่ได้เลิกรากันแล้วเรียบร้อย ภูดูเหมือนจะเสียใจมากเหมือนกันเหตุเพราะความไม่เข้าใจกันเท่าไหร่ ภูอายุ 34 ปี ในขณะที่ฟานี่อายุมากกว่าภูถึงสามปี ทำให้ไม่เข้าใจกันในหลายๆ เรื่อง ก็เลยตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ ภูก็เลยเกิดอาการอกหักไป พูดถึงอายุตอนนี้นาทีก็ได้สี่ขวบแล้ว อีกประมาณเดือนหน้าก็จะเข้าวันเกิดของนาทีแล้วจะอายุครบห้าขวบ

“แม่ครับ นาทีสงสารพ่อจังเลย พ่อจะหนาวไหมครับ?” นาราผละจากความคิดของตัวเองมองใบหน้าจิ้มลิ้มซึ่งตอนนี้แต่งตัวด้วยชุดนอนลายการ์ตูนแบทแมนสีน้ำเงินเข้ม

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พ่อของนาทีเข้มแข็งอยู่แล้ว”

“จริงเหรอครับ พ่อคงไม่เป็นไรเนาะ” ร่างเล็กกระโดดขึ้นไปนอนบนเตียงนุ่มโดยที่นาราก็เล่านิทานให้ลูกชายก่อนนอนซึ่งเป็นงานประจำ กระทั่งร่างเล็กหลับสนิทเธอก็อาศัยจังหวะที่ลูกชายหลับไปอาบน้ำเตรียมตัวนอนเช่นกัน เมื่ออาบน้ำเสร็จนาราก็ออกมานั่งมองตัวเองในกระจก สี่ปีที่ผ่านมาเธอผ่านช่วงเวลาที่โหดร้ายมาเยอะมากก็จริง แต่กำลังใจที่ดีที่สุดของเธอคือการได้เลี้ยงลูกชายของเธอ นาทีที่ดึงเธอขึ้นมาจากความคิดสั้นๆ เพียงเพราะหมดหวังในชีวิต เธอสลัดความคิดในอดีตออกไป ไม่มีเหตุผลที่จะต้องมานั่งคิดเรื่องนี้อีกแล้ว มันไม่ควรเลยสักนิดในเมื่อเธอเลือกที่จะลืมแล้วเริ่มต้นใหม่ เธอควรลืมมันไปให้หมดซะ จะโทษเขาก็คงจะไม่ผิดเพราะถ้าไม่เจอกันเธอคงไม่มานั่งนึกถึงเรื่องราวในอดีตแบบนี้

สองเท้าก้าวออกจากห้องนอนเพื่อออกมาตรวจสอบบริเวณในบ้านว่าหน้าต่างประตูถูกปิดสนิทหรือยัง ครัวที่ใช้งานแล้วปิดดีแล้วหรือไม่ สายตากลมโตทอดมองไปยังโซฟาเบทตัวยาว มองร่างสูงซึ่งกำลังนอนหลับตาอยู่ กอดตัวเองเพราะถึงแม้จะมีเตาผิงช่วยให้หายหนาว แต่ทว่าฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องก็ทำให้อากาศเย็นลงตามลำดับ นาราเดินไปหยุดมองร่างสูงของมังกร สีหน้าตอนหลับของเขาดูไม่มีพิษภัยอะไรเลย เธอเดินไปยังหน้าเตาผิงโยนเศษไม้เข้าไปเพื่อเพิ่มความอุ่นให้ในห้องรับแขก แต่มันคงไม่ช่วยอะไรเขาได้มากเธอเลยเดินเข้าห้องนอนไปคว้าเอาผ้านวมสีขาวในตู้เสื้อผ้าออกมายังที่เดิม กางออกและห่มให้กับเขาอย่างเบามือที่สุด ดวงตากลมโตกวาดมองไปทั่วใบหน้าหล่อคมขยับตัวออกห่างไปยังสวิตซ์ไฟหรี่โคมไฟราคาถูกลง หันหลังเตรียมตัวจะเข้าห้องนอน

<strong>“ขอบคุณนะ นารา...”</strong>

<br/>

เพียงคำพูดเข้มแหบพร่าดังออกมา ทำให้เธอชะงักฝีเท้าแต่เลือกจะไม่หันไปมองหรอกนะว่าคนตัวสูงจะลุกขึ้นนั่งหรือทำอะไร มังกรลืมตามองแผ่นหลังบอบบาง รอยยิ้มปรากฏขึ้นเมื่อเธอเข้าห้องนอนไป สองมือดึงผ้าห่มมาคลุมมิดลำคอสูดดมเอากลิ่นหอมอ่อนๆ เข้าปอดหลับตาลงอย่างฝันดี

เช้ามาถึง อากาศมืดครึ้มทำให้มังกรตัดสินใจขับรถพานาทีไปส่งยังโรงเรียนเพราะไม่อยากให้ลูกต้องเดินไปบนท้องถนนที่ชุ่มฉ่ำไปยังป้ายรถเมล์เพื่อนั่งไปโรงเรียน ดังนั้นนาราจึงมาด้วยอย่างเสียไม่ได้

“เย็นๆ พ่อจะมารับนะครับ ตั้งใจเรียนด้วยนะ”

“ครับ หอมแม่หน่อยครับ” นาทีโน้มลำคอของนาราก่อนจะกดริมฝีปากลงบนแก้มอย่างยิ้มแย้ม “เดี๋ยวแม่กลับจากทำงานจะไปรับลูกที่บ้านของพ่อนะคะ”

“ครับ หอมพ่อหน่อยครับ” ไม่ต้องรอให้นาทีโน้มลำคอมาหอม แก้มสากของมังกรก็ยื่นให้ลูกน้อยหอมอย่างแนบแน่นก่อนจะมองร่างเล็กซึ่งวิ่งตรงเข้าไปในโรงเรียนกับเพื่อนอีกสองสามคน

“เธอทำงานที่ไหนพี่จะได้ไปส่ง”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไปเองได้”

“ไม่เอาสินารา ไหนๆ ก็มาด้วยกันแล้ว พี่จะได้รู้ที่ทำงานเธอด้วย” มังกรเซ้าซี้จนนาราพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ รถหรูปอร์เช่สีแดงสดขับไปตามเส้นทางซึ่งยังคงชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำฝนจากที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืน รถของมังกรมาจอดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งนาราเคยบอกเขาว่าเป็นร้านของคนไทยแต่ให้คนต่างชาติดูแล ร้านอาหารที่ผสมผสานอาหารไทยและอาหารฝรั่งด้วย นาราเลิกงานที่นี่เกือบสองทุ่ม นาทีถึงได้กลับกับคนอื่นในร้านที่นาราไหว้วานให้ไปรับมาอยู่กับเธอที่นี่ แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นไปรับลูกชายตัวน้อยของเขาอีกต่อไปแล้ว สายตาคมกวาดมองไปในร้านซึ่งมีแขกหลายคนนั่งกินอาหารอยู่

“ร้านนี้ทำงานโอเคใช่ไหม?”

“ค่ะ ทำมาสามเดือนแล้วไม่โอเคก็คงทำไม่ได้”

“อืม ถ้าไงก็ระวังตัวด้วยนะ” นาราสบตากับมังกร คำพูดที่ห่วงใยทำให้เธอพยักหน้ารับส่งรอยยิ้มไปให้แต่ไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น เธอลงจากลงมองรถปอร์เช่สีแดงสดที่ขับออกไป

“โหพี่นาราคะ มีแฟนมาส่งด้วยเหรอคะเนี่ย?” น้ำเสียงเล็กๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง นาราหันไปมองรุ่นน้องที่ทำงานในร้านอาหารเหมือนกับเธอ ‘โซ่’ เด็กสาวอายุเพียงยี่สิบสองปี เธอเรียนอยู่ที่มหาลัยแห่งหนึ่ง ต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเองเพราะถึงแม้จะได้เงินทุนมาเรียนต่อที่นี่จนจบแต่เรื่องค่าใช้จ่ายเธอจะต้องหาเอง

“เปล่า พ่อนาทีน่ะ”

“พ่อของน้องนาทีเหรอคะ แล้ว...” โซ่ทำหน้ามึนงงเพราะเธอสนิทกับน้องมากที่สุด อาจจะเพราะเป็นคนไทยด้วยกันและน้องเองก็ไม่มีผิดภัยอะไร ออกจากมองโลกในแง่ดีแต่ไม่ยอมคน มีใบหน้าเรียวยาวสวยน่ารักตามวัย ผมสีดำยาวปะบ่า

“ไม่มีอะไรหรอก เขาแค่กลับมาทำหน้าที่พ่อให้นาทีเท่านั้น”

“อ่อค่ะ แต่น้องนาทีคงจะดีใจนะคะถามหาพ่ออยู่ตลอดเลยนี่นา” นารายิ้มอ่อนก่อนจะพากันเข้าไปในร้านอาหารมาทำงานตามเวลาที่กำหนด นาราโชคดีที่เก่งหลายภาษาทำให้การทำงานของเธอราบรื่นไปได้ด้วยดี ส่วนของโซ่ก็ขยันขันแข็งในการทำงาน เธอเคยไปเที่ยวบ้านนาราบ่อยๆ เพราะโซ่ชอบเล่นกับนาทีชอบวาดรูปเหมือนกัน โซ่มีฝีมือในการวาดภาพเธอเคยวาดภาพขายด้วย แต่เพราะฝีมือยังไม่ถึงขั้นเกือบจะไม่มีเงินติดตัวเพราะไม่มีงานทำเนื่องติสท์จนเกือบจะอดตายถ้าไม่ได้ทำงานหาเงิน ตอนนี้เธอเลยสัญญากับตัวเองไว้ว่าถ้าเรียนจบก็จะเรียนต่อทางด้านการวาดภาพเพิ่มด้วย

สองทุ่มถึงเวลาร้านปิดตัวลงนาราและโซ่ก็เดินไปตามทางเพื่อกลับที่พักของตัวเอง แต่เนื่องจากพรุ่งนี้วันหยุดนาราเลยชวนโซ่ไปที่บ้านแต่โซ่ก็ปฏิเสธอย่างถ่อมตัว

“พรุ่งนี้โซ่ไปหาพี่แทนดีกว่าค่ะ วันนี้โซ่มีรายงานต้องทำ”

“ได้งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะ” เธอพยักหน้ารับก่อนจะขึ้นรถเมล์ไปเพราะนาราต้องรออีกป้าย แต่ทว่ารถหรูสีขาวมาจอดเทียบข้างซะก่อนเล่นเอาเธอมึนไป แต่คนที่ออกมาจากรถก็สร้างรอยยิ้มให้กับนาราอย่างมากและตกใจไปพร้อมกัน

“คุณภู”

“เซอร์ไพรส์ครับ” ใบหน้าหล่อเข้มตามอายุซึ่งมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาดูแก่ลงไปเลยกลับดูเด็กด้วยซ้ำไป เขาพยักหน้าให้นาราเข้ามานั่งในรถก่อนจะขับออกไป

“ตกใจเหรอครับ?”

“มากเลยค่ะ มาได้ยังไงคะเนี่ยไม่เห็นบอกกันก่อนเลย”

“พอดีเคลียร์งานได้น่ะครับ ก็เลยกะว่าจะมาหาสักอาทิตย์ค่อยกลับไปทำงานต่อ”

“คุณโอเคเรื่องคุณฟานี่แล้วนะคะ” ภูเงียบไปทันทีเมื่อนึกถึงอดีตคนรักของเขา เหตุเพราะความไม่เข้าใจกันหรือเพราะว่าเธอเจอคนใหม่ที่ดีกว่าเขาอันนี้เขาก็ไม่อาจรู้ได้ แต่เขาเสียใจมาก เพราะรักเธอมากถึงได้ยอมทำทุกอย่างแม้กระทั่งคิดไปถึงการแต่งงานใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน

“ผมไม่โอเคหรอกนารา มันจุกมันเจ็บ ผมคิดว่าผมอาจจะลงเอยกับเขาจนมีชีวิตครอบครัวที่ดี”

“...”

“ผมอายุเยอะแล้วนะครับ คิดว่าการแต่งงานของผมเป็นเรื่องล้อเล่นมันไม่ใช่แล้ว ผมจริงจัง... ผมอยากมีลูก มีครอบครัวที่ดี มีภรรยาที่น่ารัก แต่ความฝันผมก็พังทลายลง” นาราเข้าใจความรู้สึกของเขา ตลอดเวลาที่ผ่านมาภูดีกับเธอเหลือเกิน ดีซะจนเธออยากให้เขาได้มีความสุขกับชีวิตที่เขาต้องการ แต่ไหงโชคชะตาถึงทำให้เขาต้องพบเจอกับความเสียใจแบบนี้ด้วย

เขาเป็นคนดีมากเลยนะ มากซะจนเธอคิดว่าเขาควรลงเอยกับใครสักคนสักที

รถของภูมาจอดยังหน้าบ้านของนารา เขารู้ว่าอดีตคนรักของนารามาตามติดและพยายามใกล้ชิดกับนารากับนาที เหตุเพราะสำนึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปกับเธอและนาที แต่ว่าเขารู้สึกไม่ชอบใจอย่างมาก ไม่ใช่เพราะว่าเขาคิดจะดูแลนาราเอง แต่เป็นเพราะว่าสิ่งที่เขาคนนั้นทำไว้กับเธอต่างหากที่ทำให้เขาเกลียด

ถ้าไม่มีเขาตอนนั้น นาราจะเป็นยังไง? นาทีจะเป็นยังไง? เขาไม่ได้ต้องการจะทวงบุญคุณ เพียงแต่ว่าเขาคิดเสมอว่านาราเข้มแข็งพอจะดูแลลูกของตัวเองได้ เพราะถึงแม้เขาจะเคยยื่นมือไปรับรองนาทีว่าเป็นลูกของเขา นารายังไม่ยอมเพราะไม่อยากให้เขาต้องเสียหาย ความดีและความน่ารักของนาที ทำให้เขาสดใจยิ้มทุกครั้งที่ได้มาหาหรือมาพบเจอ คนที่ไม่สมควรได้รับคือเขาคนนั้นต่างหาก

“เดี๋ยวนาราไปรับนาทีก่อนนะคะ คงดีใจแน่ๆ ที่คุณภูมา”

“ไม่มั้งครับ พ่อตัวจริงมาแล้วพ่อตัวปลอมอย่างผมก็คงเป็นหมา”

“พูดอะไรแบบนั้นคะ นาทีรักคุณมากนะคะ... คุณเคยเปลี่ยนผ้าอ้อมที่รดอึของนาทีอย่างไม่รังเกียจ ดูแลเขามาตลอดจนถึงตอนนี้ นาทีไม่มีวันลืมคุณหรอกค่ะ” นารายิ้มให้กับร่างสูงซึ่งหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเดินเข้าบ้านของนาราไป บ้านหลังนี้ที่เขาหาให้เธอก็เป็นบ้านของญาติเขาที่เคยอยู่ที่นี่แต่ย้ายไปอยู่ยังรัฐอื่น ทำให้เขาซื้อมันมาด้วยราคาแสนถูกและสั่งให้คนเก็บค่าเช่าบ้านนาราถูกที่สุด ส่วนเงินที่เขาได้จากนาราเขาก็เก็บฝากธนาคารไว้เป็นชื่อของนาทีโดยที่เธอไม่รู้เลยว่า เงินที่จ่ายค่าเช่าบ้านทุกเดือนจะเป็นเงินที่เธอเก็บไว้ให้นาที

เมื่อนารามาถึงหน้าบ้านของมังกรกดกริ่งไม่นานร่างสูงก็ยืนยิ้มอยู่กับนาทีซึ่งรู้การมาของนารา วิ่งตรงเข้าสวมกอดคนเป็นแม่อย่างคิดถึง

“เป็นไงบ้างคะวันนี้ดื้อกับพ่อหรือเปล่า?”

“ไม่เลยครับ วันนี้นาทีวาดรูปให้พ่อดูด้วยเยอะแยะเลย” มังกรมองลูกชายตัวเล็กของเขากับท่าทางอ้อนแม่จนเขาอิจฉาที่ลูกอ้อนแล้วแม่ก็เอ็นดูขนาดนี้

อยากให้เมียเอ็นดูเขาบ้าง...

“นาทีทานอะไรหรือยังคะ?”

“พี่สั่งมาให้กินแล้วล่ะ แต่นาทีบอกว่ากินนิดหน่อยรอกินอาหารฝีมือของแม่” นาทียิ้มกว้างก่อนจะเบนสายตาไปมองรถยังหน้าบ้านของตัวเอง ก็เขย่าแขนนาราด้วยความตื่นเต้น

“แม่ครับ พ่อภูมาเหรอครับ พ่อภูมาหานาทีแล้วเหรอ!”

“ค่ะพ่อภูมาหานาทีแล้ว รออยู่ในบ้านค่ะ”

“เย้! พ่อภูมาหานาทีแล้ว พ่อครับไปหาพ่อภูกันครับ” ทันทีที่ชื่อของใครบางคนดังขึ้นจากปากของลูกชาย แถมยังเรียกพ่อได้เต็มปากเต็มคำทำให้มังกรออกอาการไม่พอใจอย่างมาก มองสบตากับนาราซึ่งเธอไม่ได้สนใจกับสีหน้าของมังกรเลยสักนิด

“หมอนั่นมาทำไม?”

“คุณภูมาหานาทีค่ะ มาทุกเดือนแล้วแต่จะว่าง” นารามองสบตากับคนตัวสูงเขาถอนหายใจฟึดฟัด แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้สักนิด ระหว่างที่เขามัวแต่แก้แค้นนารา จนนารากับนาทีลำบากมันเป็นคนดูแลและช่วยเหลือนาราทุกอย่าง ไม่แปลกถ้านาทีจะรักและเรียกมันว่าพ่อได้เต็มปากขนาดนั้น

“งั้นนาทีไปหาพ่อภูก่อนนะครับ”

“นาทีอย่าวิ่งสิลูก” มังกรมองร่างเล็กซึ่งวิ่งอ้อมรั้วเข้าไปในบ้าน สายตาของมังกรทำให้นารารับรู้ได้ว่าเขาเจ็บปวดแค่ไหนที่เห็นลูกตัวเองเรียกคนอื่นว่าพ่อ

“ขอบคุณนะคะที่พานาทีมาดูแลให้ แต่อาทิตย์นี้คุณไม่ต้องพานาทีมาอยู่ก็ได้ค่ะ รับเขาแล้วก็พาไปหาคุณภูเลยก็ได้”

“พี่ไม่ยอม!” ร่างบางชะงักหันไปมองฝ่ามือของตัวเองซึ่งถูกมือใหญ่กอบกุมไว้แน่น “นาทีคือลูกของพี่ เธอคือแม่ของลูกพี่... พี่ดูแลได้ ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาดูแล”

“ค่ะ แต่ใครจะมีสิทธิ์มาดูแลฉัน อันนี้มันก็ตัวฉันเหมือนกัน”

“นารา” มังกรเสียงอ่อย เขาปล่อยมือจากเธอที่เดินตรงเข้าไปในบ้าน ให้สิทธิ์ดูแลลูกแต่เขาไม่ได้ต้องการดูแลลูกอย่างเดียวนี่

<strong>“พี่ต้องการดูแลเธอด้วย ยังไม่เข้าใจหรือไงนารา”</strong>

<br/>

วันหยุดในบ้านของนาราก็คึกคักเป็นพิเศษเพราะนาทีคุยเสียงดังกับภูอยู่ตรงโซฟาห้องรับแขก เธอยืนมองทั้งสองคนที่กำลังนั่งเคียงข้างสลับกันหอมแก้มไปมาจนเธอยกจานขนมมาวางให้

“พักทานของว่างก่อนค่ะ”

“พ่อภูซื้อกระดาษวาดเขียนมาให้นาทีด้วยล่ะครับแม่”

“ค่ะ เพราะงั้นนาทีต้องใช้อย่างประหยัดนะคะ พ่อภูไม่ได้มาหาด้วยบ่อยๆ” นาราลูบศีรษะของนาทีก่อนจะสบตากับภูที่ยิ้มให้กับเธอ

“เย็นนี้ผมจะพานาทีกับคุณไปกินข้าวข้างนอกนะครับ”

“พ่อภูเลี้ยงนาทีเหรอครับ?”

“แน่นอนสิครับ เพราะพ่อเป็นพ่อของนาทีนี่นา เลี้ยงนาทีตลอดชีวิตยังได้เลยนะ”

“นาทีรักพ่อภูที่สุดเลยครับ” นาทีหอมแก้มภูอย่างแนบแน่น แต่ดูเหมือนจะคิดอะไรได้ หันไปมองคนเป็นแม่ “เราชวนพ่อไปด้วยได้ไหมครับ นาทีอยากให้พ่อมังกรไปด้วย”

ทั้งนาราและภูถึงกับเงียบไปทันที แต่เพื่อคนตัวเล็กนารากับภูก็พยักหน้าให้กันราวกับรู้ในสิ่งที่คิด “ได้สิคะ เดี๋ยวนาทีไปชวนพ่อมังกรก็แล้วกันนะคะ”

“ครับ แต่พ่อมังกรไม่อยู่สงสัยไปทำงาน นาทีรอพ่อได้ครับ” เธอยิ้มกว้างลูบศีรษะนาทีซึ่งหันไปวาดเขียนต่อ “คุณโอเคนะครับกับการที่เขามาอยู่ใกล้ชิดแบบนี้”

“ค่ะ นาราโอเค ไม่มีปัญหาเลยค่ะ” เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น นาราขมวดคิ้วก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าได้นัดโซ่ไว้ และก็เป็นจริงด้วยเมื่อโซ่ชูถุงขนมโดนัทของโปรดของนาที เดินยิ้มแป้นเข้าไปยังห้องรับแขกโดยที่นาราบอกไม่ทันว่าภูอยู่ด้วย

“นาทีคะ พี่โซ่ซื้อขนมโดนัทเจ้าโปรดมาฝากด้วยคะ...!”

ทันทีที่ดวงตาทั้งสองสบกันอย่างบังเอิญ ภูมองร่างบอบบางของเด็กสาวด้วยสีหน้ามึนงงไม่ต่างจากโซ่ ดวงตากลมโตมองใบหน้าหล่อคมเข้มที่ดูยังไงก็แก่กว่าเธอมากแน่ เผลอๆ อาจจะรุ่นเดียวกับอาของเธอ แต่ว่าทำไมถึงเข้ามาอยู่ในบ้านของนาราได้ล่ะ ในเมื่อนาราเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เห็นจะมีก็แต่ล่าสุดที่พ่อของนาทีกลับมา แล้วคนนี้คือใครกัน?

“พี่โซ่ นาทีคิดถึงพี่โซ่จังครับ”

“ค่ะ พี่ก็คิดถึงนาทีนะคะ” เธอทรุดตัวกอดรัดร่างของนาทีพรมจูบไปยังแก้มป่องๆ ยื่นถุงขนมให้กับนาทีและยังคงจับจ้องภูอยู่เพราะสงสัยว่านาราอาจจะมีผู้ชายมาชอบ แต่ว่าไม่แก่ไปหน่อยเหรอ? ถ้าสำหรับเธอเขาแก่กว่าเกือบสิบปีแน่ๆ แต่สำหรับนาราแล้วคงจะไม่กี่ปีหรอกมั้ง

“เออคุณภูคะ นี่น้องโซ่ค่ะ น้องที่ทำงานของนาราเอง”

“อ่อ”

“โซ่ นี่คุณภูผู้มีพระคุณของพี่กับนาที” ภูมองร่างบางซึ่งพยักหน้ารับก่อนจะยกมือไหว้ ทำให้เขารู้ทันทีว่าเธอคือคนไทยถึงแม้จะดูเหมือนคนต่างชาติก็ตาม จากสำเนียงที่พูดกับนาทีเธอคงอยู่ที่นี่มานานแน่ๆ

“โซ่ได้ทุนมาเรียนต่อที่นี่น่ะค่ะ อายุยี่สิบสองใกล้จะจบปริญญาตรีแล้วค่ะ”

“สอบชิงทุนเข้ามาตั้งแต่ปีหนึ่งเลยเหรอ?”

“ค่ะ โซ่เป็นเด็กขยันค่ะ ใช้เงินทุนเรื่องเรียนแต่ค่าใช้จ่ายน้องหาเองด้วยการทำงานพิเศษที่ร้านอาหาร” โซ่ยิ้มให้กับภูซึ่งมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ถ้าไม่ติดว่าเธอแต่งตัวมิดชิดเพราะอากาศหนาว เธอต้องเป็นคนที่หุ่นดีมากๆ ไม่รวมกับใบหน้าจิ้มลิ้มดวงตาโตกลมโตราวกับตุ๊กตา ผิวขาว แก้มแดงเพราะไอเย็นจากอากาศด้านนอก

จัดว่าเป็นผู้หญิงที่สวย น่ารักคนหนึ่งก็ว่าได้ในสายตาของเขา

“โซ่วาดภาพเก่งนะคะ เธอเรียนทางด้านบริหารเพราะพ่อกับแม่อยากให้เรียน”

“งั้นเหรอ เธอเก่งวาดภาพเหรอ?”

“ค่ะ ไม่ถึงกับเก่งแต่พอวาดได้ค่ะ” รอยยิ้มอ่อนๆ ผุดขึ้นตามมารยาทที่ผู้ใหญ่ถาม “แต่อีกแค่ปีเดียวก็จะจบแล้ว คงจะกลับเมืองไทยเร็วๆ นี้ล่ะค่ะ”

นาราพาโซ่เข้าไปในครัวชงชาร้อนให้ดื่มจนเด็กสาวสงสัยกับผู้ชายคนนั้น “คุณภูเป็นแฟนใหม่พี่นาราเหรอคะ?”

“ไม่ใช่หรอกโซ่ คุณภูคือผู้มีพระคุณไม่ใช่แฟน และไม่มีทางเป็นแบบนั้นแน่นอน”

“เหรอคะ แต่ดูเหมาะกับพี่นารานะคะ” นารายิ้มให้กับโซ่ก่อนจะส่งชาร้อนให้กับเด็กสาว ด้านมังกรที่ทำงานเสร็จเกือบจะเย็นแล้วเขามองรถของภูซึ่งจอดอยู่หน้าบ้านนาราก็อดไม่ได้ที่จะหงุดหงิด ปลดเนกไทออกจากลำคอเดินตรงไปยังหน้าบ้าน แต่ยังไม่ทันได้กดกริ่งเรียกดีเลย ประตูก็เปิดขึ้นซะก่อนโดยร่างเล็กของนาที

“พ่อจริงๆ ด้วย”

“ไงครับ จะออกไปไหนเนี่ยหืม?” มังกรหอมแก้มลูกชายของเขา กลับมาจากทำงานได้หอมแก้มลูกก็มีพลังมากขึ้น เสียอย่างเดียวถ้าได้หอมแม่ด้วยคงจะดีกว่านี้

“นาทีจะชวนพ่อไปกินข้าวข้างนอกกันครับ พ่อภูเลี้ยง” ใบหน้าหล่อชะงักทันที ถอนหายใจออกมาแต่ก็ระงับอารมณ์ไม่พอใจไว้ต่อหน้าลูก ไม่ควรทำตัวแย่ๆ ใส่เขา

“นาทีให้พ่อไป แล้วแม่กับ... กับพ่อภูจะให้พ่อไปเหรอครับ?” กัดฟันกรอดที่พูดแบบนี้ รอยยิ้มของนาทีผุดขึ้นคล้องลำคอมังกรไว้ด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสา โดยหารู้ไม่ว่าผู้ใหญ่ต่างไม่ถูกชะตากันเพราะเรื่องอะไร

“ไม่ครับ นาทีอยากให้พ่อไปกับนาที พ่อไปกับนาทีนะครับ”

“อืม เอาไงดีน่า ไปดีเปล่านะ”

“ไปนะครับ ไปกับนาทีนะๆ” น้ำเสียงเล็กอ้อนเขาจนใจอ่อนยวบ “งั้นก็ได้ แต่นาทีต้องหอมแก้มพ่อก่อนทั้งสองข้าง”

“ได้เลยครับ จุ๊บๆ” มังกรหัวเราะ หารู้ไม่ว่าการกระทำทั้งหมดอยู่ในสายตาของนาราซึ่งมองอยู่ห่างๆ รอยยิ้มของมังกรที่ออกมาจากใจจริง และท่าทางของนาทีซึ่งดูมีความสุขทำให้เธอหัวใจพองโตไปด้วย

แค่ลูกของเธอมีความสุข เธอก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว...

บทถัดไป