บทนำ
บท 1
ณ รัฐแบร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ในช่วงกลางเดือนแบบนี้ในรัฐแบร์นซึ่งเป็นรัฐที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตอนนี้กำลังชุกไปด้วยหยาดเม็ดฝนร่วงโปรยปรายออกมาไม่ขาดสาย ทำให้ประชาชนต่างพากันสัญจรเท้าต้องหยุดพักและอยู่แต่ในบ้าน เช่นเดียวกับสองแม่ลูกอย่าง ‘นารา’ หญิงสาวเลี้ยงลูกคนเดียว เธอกำลังต้มซุปอยู่ในครัวโดยปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยอายุเพียงสี่ขวบนั่งวาดรูปอยู่ตรงหน้าเตาผิงที่พอจะให้ความอบอุ่นจากหยาดน้ำฝน
ชีวิตในประเทศที่เธอใฝ่ฝันเป็นดั่งเหมือนนิยายเลยก็ว่าได้ เธอมาอยู่ที่นี่ได้เพียงสามเดือนแต่ทว่ากลับรู้สึกผูกพันและมีความสุขมาก ยิ่งได้อยู่กับลูกชายของเธอด้วยแล้ว ต่อให้มีอะไรมาแยกเธอก็ไม่มีวันยอม การใช้ชีวิตที่นี่ในเดือนแรกอาจจะลำบากนิดหน่อย แต่ตอนนี้ก็สามารถปรับตัวได้แล้ว เธอทำงานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งเจ้าของเป็นคนไทย แต่มีคนดูแลเป็นคนต่างชาติเท่านั้น เพราะเธอเก่งภาษาทำให้การทำงานเป็นไปได้อย่างราบรื่น เธอยิ้มออกมาพลางคนซุปในหม้อกระทั่งรับรู้ถึงสายฟ้าซึ่งฟาดลงมาแต่ไม่ได้เกิดเสียงที่จะทำให้ลูกชายของเธอตกใจ แต่กลับทำให้เธอรับรู้ถึงการมาของใครบางคน
ใครบางคน... ที่พยายามจะสร้างครอบครัวกับเธออีกครั้ง
มังกร
เธอหันไปมองหน้าครัวเห็นร่างสูงยืนกอดอกพิงมองเธออยู่ด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน เธอไม่รู้ว่าเขาเข้ามาตั้งแต่ตอนไหน อาจจะเพราะเสียงฝนที่เทลงมา บวกกับความคิดของเธอด้วยทำให้การมาของเขามันดูเงียบเชียบจนเธอตกใจ สายตากลมโตมองไปยังมือข้างขวาทำให้เธอขมวดคิ้วอย่างมึนงง
“คุณคิดจะทำอะไรของคุณคะ คุณมังกร?” นารามองคนตัวสูงที่กำลังยืนยิ้มอยู่ตรงประตูครัว มองในมือของเขาซึ่งมีหมอนหนึ่งใบ
“พอดีที่บ้านไฟดับ ก็เลยจะมาขอนอนด้วย”
“ไฟดับ? เครื่องปั่นไฟก็มีไม่ใช่เหรอคะ ทำไมไม่ลองไปปั่นดู”
“ฝนตก อากาศหนาวอยากนอนกอดเมีย... เออกอดนาที” ใบหน้าหล่อยกยิ้มมองสบตากับเธอซึ่งถอนหายใจออกมา หันไปมองหม้อต้มซุปโดยไม่ได้สนใจอะไร สองเท้าก้าวเข้ามาใกล้ชิดแผ่นหลังบอบบาง เอียงองศาของใบหน้าให้โน้มเข้าไปสูดดมกลิ่นกายที่เขาเคยสัมผัส แต่ในตอนนี้มันเหมือนไกลออกไปจนเขาแทบจะไม่ได้กลิ่นถ้าไม่ขยับเข้าใกล้อีกนิด
“หอม”
“คะ? อ๊ะ คะ คุณ!” นาราหันไปสบตากับเขา ทำให้จมูกโด่งเฉียดโดนริมฝีปากนูนน่าจูบ ถึงแม้จะมีลูกของเขาแล้ว แต่ความสวยของนาราไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด ที่เปลี่ยนเห็นจะมีก็แต่ความใจแข็งของเธอนี่ล่ะ มังกรยกยิ้มกอดกระชับเอวบางด้วยสองแขนแกร่ง ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อหวังชิงแก้มนวลของเธอ
“หยุดนะคะ”
“ไม่หยุด พี่จะหอมเธอ” ดูเหมือนนาราจะไม่สามารถปกป้องตัวเองจากเขาได้เลยสินะ ผู้ชายที่ลืมไปแล้วว่ารักเขามากแค่ไหน ผู้ชายที่ขอโอกาสจากเธอ ตอนนี้กำลังจู่โจมเธอด้วยริมฝีปากที่เธอจับจ้อง
“พ่อจะทำอะไรแม่ครับ!”
“นะ นาที...” ร่างเล็กบอบบางวิ่งมากอดคนเป็นแม่ มองสลับกับพ่อของเขาอย่างมึนงง “พ่อทำอะไรแม่เหรอ?”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ นาทีหิวแล้วใช่ไหมคะ แม่กำลังต้มซุปเสร็จพอดี”
“ครับ แต่เมื่อกี้เหมือนพ่อจะหอมแม่เลยนะครับ” นาราเบิกตาโพลงจับจ้องใบหน้าจิ้มลิ้ม แววตาไร้เดียงสาของลูกชายทำให้เธอปรายสายตามองคนตัวสูงซึ่งเบือนหน้าหนีไม่มีคำพูดใดๆ ออกมาเลยเพราะมันคือเรื่องจริง
“พ่อไม่ได้หอมแม่นะคะ”
“แต่ว่าตอนนาทีหอมแม่ นาทีก็กอดแม่แบบนี้นะครับ”
“พ่อแค่...”
“พ่อแค่ประคองแม่น่ะครับ แม่จะล้ม” เขาพูดขึ้นมาบ้างก้มตัวลงอุ้มนาทีไว้ในอ้อมแขน ส่งยิ้มให้กับนาทีอย่างอ่อนโยน “วันนี้พ่อมานอนกับนาทีเหรอครับ?”
“อืม อันนี้ต้องถามแม่นะครับว่าให้พ่อมานอนด้วยหรือเปล่า” เบนสายตามาให้นาราตอบคำถามของลูกชายตัวน้อยซึ่งกำลังยิ้มกว้าง
“แม่ให้พ่อมานอนกับนาทีใช่ไหมครับ พ่อบอกว่าที่บ้านไฟดับด้วย น่าสงสารพ่อนะครับคงหนาวแย่”
“จริงเลยครับนาที พ่ออยากนอนกอดลูกที่สุดเลย” สองคนพ่อลูกต่างพากันอ้อนกันไปมา อีกคนก็อ้อนเพราะต้องการให้พ่อมานอนด้วย ส่วนอีกคนก็อ้อนเพราะอยากให้คนตรงหน้าใจอ่อน นาราถอนหายใจมองเลยหลังไปจนมังกรมึนงง
“นอนโซฟา ส่วนนาทีต้องนอนกับแม่ ห้ามดื้อนะคะ”
“แต่ว่าพ่อนอนโซฟาคนเดียวจะไม่เป็นไรเหรอครับ?”
“พ่อเขาไม่เป็นไรหรอกค่ะนาที ถ้าทนไม่ได้ก็กลับไปนอนที่บ้านตัวเองก็จบไงคะ” นารายิ้มให้กับลูกชายแต่ส่งสายตาไม่พอใจไปให้ใบหน้าหล่อคมซึ่งทำหน้าสลด เขาเม้มปากเป็นเส้นตรงแต่ก็ส่ายหน้าไปมา
“พ่อนอนได้ครับ แค่ได้อยู่บ้านหลังเดียวกับลูกพ่อก็ดีใจแล้ว” มังกรหอมแก้มนาทีฟอดใหญ่ก่อนจะปล่อยร่างเล็กที่เดินไปยืนเคียงข้างนารา สูดเอากลิ่นซุปในหม้อเข้าปอดลูบหน้าท้องของตัวเอง
“นาทีหิวแล้วครับ”
“ไปนั่งรอแม่ที่โต๊ะนะคะ ทานข้าวพร้อมกัน” นาราลูบศีรษะลูกชายที่เดินไปนั่งเก้าอี้อย่างว่าง่าย ส่วนมังกรก็อาสาหิ้วหม้อซุปซึ่งนารากำลังจะหิ้วไป
“พี่ช่วย มันหนักร้อนด้วย” ร่างสูงหิ้วหม้อซุปไปวางที่โต๊ะ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของนาทีและมังกร มีเพียงแต่นาราที่นั่งเงียบมองพ่อลูกสลับกันไปมา เธอรู้ดีว่านาทีต้องการมังกรแค่ไหน แต่อย่างที่เคยบอกไปว่าเธอกับเขาไม่สามารถเริ่มต้นใหม่ด้วยกันได้ จะมีก็แต่หน้าที่ของคนเป็นพ่อแม่เท่านั้นที่ทำให้นาทีได้
“พรุ่งนี้ถ้าลูกไปเรียนพี่จะไปรับลูกให้นะ แล้วถ้าเธอเลิกงานก็ไปหาลูกที่บ้านพี่แล้วกัน”
“ถ้าคุณมีงานคุณควรทำงานของคุณนะคะ ส่วนเรื่องนาทีฉันจัดการเองได้”
“พี่ไม่ปล่อยให้คนแปลกหน้าไปรับลูกแน่นอน” มังกรเถียงต่อ เพราะเธอดูเหมือนจะกันเขาทุกทางเรื่องการเข้าใกล้ลูกซึ่งเขารู้ตัวเองดีว่าตัวเองทำเลวอะไรไว้กับเธอและนาที แต่ถึงอย่างนั้นก็อยากจะทำดีเพื่อลบล้างความเลวที่เคยทำไป อยากมอบสิ่งดีๆ ให้กับลูกและเธอ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่มีวันยอมรับก็ตามที นาราถอนหายใจเธอรู้นิสัยของเขาว่าเป็นคนที่ดื้อดึงมากแค่ไหน
“ฉันไม่อยากให้คุณลำบาก เคยพูดไปแล้ว”
“พี่ก็เคยพูดไปแล้วว่าไม่ลำบาก พี่ต้องการอะไรเธอรู้ดีนะนารา”
“รู้ แล้วคุณคิดว่ามันจะเป็นไปได้ไหมล่ะคะ?” เพียงแค่คำพูดของนาราเปล่งออกมา ทำให้มังกรถึงกับเงียบ เขารู้ดีว่ามันไม่มีวันเป็นไปได้ การจะได้ครอบครัวที่เขาหวังกลับคืนมาน่ะ แค่คิดก็ไม่มีหนทางอะไรแล้วแต่เขาก็จะไม่ลดละความพยายามของตัวเอง ในเมื่อนาราให้สิทธิ์เขาในการเข้าหาลูก นั่นหมายถึงเขาเองก็สามารถเข้าหานาราได้เช่นกัน
“เรื่องนาทีพี่ขอ พี่ไม่เคยลำบากเลยสักนิดถ้าต้องดูแลลูก ตลอดสี่ปีที่ผ่านมาพี่ทอดทิ้งเขากับเธอ โดยไม่รู้ว่ามีเขา พี่อยากทำทุกเวลา ทุกนาทีให้เขามีความสุข พี่ต้องการแบบนั้น” นาราสบเข้ากับดวงตาคมซึ่งไม่มีแววของความแค้นหรืออะไรแล้ว แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นแววตาซึ่งเต็มไปด้วยความหวังซะมากกว่า
หลังจากทานอาหารค่ำกันแล้วเรียบร้อย ก็ปล่อยนาทีให้นั่งเล่นกับเขาจนเกือบสองทุ่มก็พาตัวเล็กไปอาบน้ำในห้องนอนส่วนตัวซึ่งบ้านหลังนี้มีเพียงแค่สองห้องนอนเท่านั้น ที่ไม่ให้เขาไปนอนอีกห้องเพราะห้องนั้นคือห้องของภูที่มักจะมาเยี่ยมและพักผ่อนอยู่บ่อยๆ ห้องนั้นกลายเป็นห้องของภูโดยปริยาย อีกอย่างช่วงนี้ภูมาหานาราบ่อยเนื่องจากเขากับฟานี่ได้เลิกรากันแล้วเรียบร้อย ภูดูเหมือนจะเสียใจมากเหมือนกันเหตุเพราะความไม่เข้าใจกันเท่าไหร่ ภูอายุ 34 ปี ในขณะที่ฟานี่อายุมากกว่าภูถึงสามปี ทำให้ไม่เข้าใจกันในหลายๆ เรื่อง ก็เลยตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ ภูก็เลยเกิดอาการอกหักไป พูดถึงอายุตอนนี้นาทีก็ได้สี่ขวบแล้ว อีกประมาณเดือนหน้าก็จะเข้าวันเกิดของนาทีแล้วจะอายุครบห้าขวบ
“แม่ครับ นาทีสงสารพ่อจังเลย พ่อจะหนาวไหมครับ?” นาราผละจากความคิดของตัวเองมองใบหน้าจิ้มลิ้มซึ่งตอนนี้แต่งตัวด้วยชุดนอนลายการ์ตูนแบทแมนสีน้ำเงินเข้ม
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พ่อของนาทีเข้มแข็งอยู่แล้ว”
“จริงเหรอครับ พ่อคงไม่เป็นไรเนาะ” ร่างเล็กกระโดดขึ้นไปนอนบนเตียงนุ่มโดยที่นาราก็เล่านิทานให้ลูกชายก่อนนอนซึ่งเป็นงานประจำ กระทั่งร่างเล็กหลับสนิทเธอก็อาศัยจังหวะที่ลูกชายหลับไปอาบน้ำเตรียมตัวนอนเช่นกัน เมื่ออาบน้ำเสร็จนาราก็ออกมานั่งมองตัวเองในกระจก สี่ปีที่ผ่านมาเธอผ่านช่วงเวลาที่โหดร้ายมาเยอะมากก็จริง แต่กำลังใจที่ดีที่สุดของเธอคือการได้เลี้ยงลูกชายของเธอ นาทีที่ดึงเธอขึ้นมาจากความคิดสั้นๆ เพียงเพราะหมดหวังในชีวิต เธอสลัดความคิดในอดีตออกไป ไม่มีเหตุผลที่จะต้องมานั่งคิดเรื่องนี้อีกแล้ว มันไม่ควรเลยสักนิดในเมื่อเธอเลือกที่จะลืมแล้วเริ่มต้นใหม่ เธอควรลืมมันไปให้หมดซะ จะโทษเขาก็คงจะไม่ผิดเพราะถ้าไม่เจอกันเธอคงไม่มานั่งนึกถึงเรื่องราวในอดีตแบบนี้
สองเท้าก้าวออกจากห้องนอนเพื่อออกมาตรวจสอบบริเวณในบ้านว่าหน้าต่างประตูถูกปิดสนิทหรือยัง ครัวที่ใช้งานแล้วปิดดีแล้วหรือไม่ สายตากลมโตทอดมองไปยังโซฟาเบทตัวยาว มองร่างสูงซึ่งกำลังนอนหลับตาอยู่ กอดตัวเองเพราะถึงแม้จะมีเตาผิงช่วยให้หายหนาว แต่ทว่าฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องก็ทำให้อากาศเย็นลงตามลำดับ นาราเดินไปหยุดมองร่างสูงของมังกร สีหน้าตอนหลับของเขาดูไม่มีพิษภัยอะไรเลย เธอเดินไปยังหน้าเตาผิงโยนเศษไม้เข้าไปเพื่อเพิ่มความอุ่นให้ในห้องรับแขก แต่มันคงไม่ช่วยอะไรเขาได้มากเธอเลยเดินเข้าห้องนอนไปคว้าเอาผ้านวมสีขาวในตู้เสื้อผ้าออกมายังที่เดิม กางออกและห่มให้กับเขาอย่างเบามือที่สุด ดวงตากลมโตกวาดมองไปทั่วใบหน้าหล่อคมขยับตัวออกห่างไปยังสวิตซ์ไฟหรี่โคมไฟราคาถูกลง หันหลังเตรียมตัวจะเข้าห้องนอน
<strong>“ขอบคุณนะ นารา...”</strong>
<br/>เพียงคำพูดเข้มแหบพร่าดังออกมา ทำให้เธอชะงักฝีเท้าแต่เลือกจะไม่หันไปมองหรอกนะว่าคนตัวสูงจะลุกขึ้นนั่งหรือทำอะไร มังกรลืมตามองแผ่นหลังบอบบาง รอยยิ้มปรากฏขึ้นเมื่อเธอเข้าห้องนอนไป สองมือดึงผ้าห่มมาคลุมมิดลำคอสูดดมเอากลิ่นหอมอ่อนๆ เข้าปอดหลับตาลงอย่างฝันดี
เช้ามาถึง อากาศมืดครึ้มทำให้มังกรตัดสินใจขับรถพานาทีไปส่งยังโรงเรียนเพราะไม่อยากให้ลูกต้องเดินไปบนท้องถนนที่ชุ่มฉ่ำไปยังป้ายรถเมล์เพื่อนั่งไปโรงเรียน ดังนั้นนาราจึงมาด้วยอย่างเสียไม่ได้
“เย็นๆ พ่อจะมารับนะครับ ตั้งใจเรียนด้วยนะ”
“ครับ หอมแม่หน่อยครับ” นาทีโน้มลำคอของนาราก่อนจะกดริมฝีปากลงบนแก้มอย่างยิ้มแย้ม “เดี๋ยวแม่กลับจากทำงานจะไปรับลูกที่บ้านของพ่อนะคะ”
“ครับ หอมพ่อหน่อยครับ” ไม่ต้องรอให้นาทีโน้มลำคอมาหอม แก้มสากของมังกรก็ยื่นให้ลูกน้อยหอมอย่างแนบแน่นก่อนจะมองร่างเล็กซึ่งวิ่งตรงเข้าไปในโรงเรียนกับเพื่อนอีกสองสามคน
“เธอทำงานที่ไหนพี่จะได้ไปส่ง”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไปเองได้”
“ไม่เอาสินารา ไหนๆ ก็มาด้วยกันแล้ว พี่จะได้รู้ที่ทำงานเธอด้วย” มังกรเซ้าซี้จนนาราพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ รถหรูปอร์เช่สีแดงสดขับไปตามเส้นทางซึ่งยังคงชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำฝนจากที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืน รถของมังกรมาจอดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งนาราเคยบอกเขาว่าเป็นร้านของคนไทยแต่ให้คนต่างชาติดูแล ร้านอาหารที่ผสมผสานอาหารไทยและอาหารฝรั่งด้วย นาราเลิกงานที่นี่เกือบสองทุ่ม นาทีถึงได้กลับกับคนอื่นในร้านที่นาราไหว้วานให้ไปรับมาอยู่กับเธอที่นี่ แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นไปรับลูกชายตัวน้อยของเขาอีกต่อไปแล้ว สายตาคมกวาดมองไปในร้านซึ่งมีแขกหลายคนนั่งกินอาหารอยู่
“ร้านนี้ทำงานโอเคใช่ไหม?”
“ค่ะ ทำมาสามเดือนแล้วไม่โอเคก็คงทำไม่ได้”
“อืม ถ้าไงก็ระวังตัวด้วยนะ” นาราสบตากับมังกร คำพูดที่ห่วงใยทำให้เธอพยักหน้ารับส่งรอยยิ้มไปให้แต่ไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น เธอลงจากลงมองรถปอร์เช่สีแดงสดที่ขับออกไป
“โหพี่นาราคะ มีแฟนมาส่งด้วยเหรอคะเนี่ย?” น้ำเสียงเล็กๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง นาราหันไปมองรุ่นน้องที่ทำงานในร้านอาหารเหมือนกับเธอ ‘โซ่’ เด็กสาวอายุเพียงยี่สิบสองปี เธอเรียนอยู่ที่มหาลัยแห่งหนึ่ง ต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเองเพราะถึงแม้จะได้เงินทุนมาเรียนต่อที่นี่จนจบแต่เรื่องค่าใช้จ่ายเธอจะต้องหาเอง
“เปล่า พ่อนาทีน่ะ”
“พ่อของน้องนาทีเหรอคะ แล้ว...” โซ่ทำหน้ามึนงงเพราะเธอสนิทกับน้องมากที่สุด อาจจะเพราะเป็นคนไทยด้วยกันและน้องเองก็ไม่มีผิดภัยอะไร ออกจากมองโลกในแง่ดีแต่ไม่ยอมคน มีใบหน้าเรียวยาวสวยน่ารักตามวัย ผมสีดำยาวปะบ่า
“ไม่มีอะไรหรอก เขาแค่กลับมาทำหน้าที่พ่อให้นาทีเท่านั้น”
“อ่อค่ะ แต่น้องนาทีคงจะดีใจนะคะถามหาพ่ออยู่ตลอดเลยนี่นา” นารายิ้มอ่อนก่อนจะพากันเข้าไปในร้านอาหารมาทำงานตามเวลาที่กำหนด นาราโชคดีที่เก่งหลายภาษาทำให้การทำงานของเธอราบรื่นไปได้ด้วยดี ส่วนของโซ่ก็ขยันขันแข็งในการทำงาน เธอเคยไปเที่ยวบ้านนาราบ่อยๆ เพราะโซ่ชอบเล่นกับนาทีชอบวาดรูปเหมือนกัน โซ่มีฝีมือในการวาดภาพเธอเคยวาดภาพขายด้วย แต่เพราะฝีมือยังไม่ถึงขั้นเกือบจะไม่มีเงินติดตัวเพราะไม่มีงานทำเนื่องติสท์จนเกือบจะอดตายถ้าไม่ได้ทำงานหาเงิน ตอนนี้เธอเลยสัญญากับตัวเองไว้ว่าถ้าเรียนจบก็จะเรียนต่อทางด้านการวาดภาพเพิ่มด้วย
สองทุ่มถึงเวลาร้านปิดตัวลงนาราและโซ่ก็เดินไปตามทางเพื่อกลับที่พักของตัวเอง แต่เนื่องจากพรุ่งนี้วันหยุดนาราเลยชวนโซ่ไปที่บ้านแต่โซ่ก็ปฏิเสธอย่างถ่อมตัว
“พรุ่งนี้โซ่ไปหาพี่แทนดีกว่าค่ะ วันนี้โซ่มีรายงานต้องทำ”
“ได้งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะ” เธอพยักหน้ารับก่อนจะขึ้นรถเมล์ไปเพราะนาราต้องรออีกป้าย แต่ทว่ารถหรูสีขาวมาจอดเทียบข้างซะก่อนเล่นเอาเธอมึนไป แต่คนที่ออกมาจากรถก็สร้างรอยยิ้มให้กับนาราอย่างมากและตกใจไปพร้อมกัน
“คุณภู”
“เซอร์ไพรส์ครับ” ใบหน้าหล่อเข้มตามอายุซึ่งมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาดูแก่ลงไปเลยกลับดูเด็กด้วยซ้ำไป เขาพยักหน้าให้นาราเข้ามานั่งในรถก่อนจะขับออกไป
“ตกใจเหรอครับ?”
“มากเลยค่ะ มาได้ยังไงคะเนี่ยไม่เห็นบอกกันก่อนเลย”
“พอดีเคลียร์งานได้น่ะครับ ก็เลยกะว่าจะมาหาสักอาทิตย์ค่อยกลับไปทำงานต่อ”
“คุณโอเคเรื่องคุณฟานี่แล้วนะคะ” ภูเงียบไปทันทีเมื่อนึกถึงอดีตคนรักของเขา เหตุเพราะความไม่เข้าใจกันหรือเพราะว่าเธอเจอคนใหม่ที่ดีกว่าเขาอันนี้เขาก็ไม่อาจรู้ได้ แต่เขาเสียใจมาก เพราะรักเธอมากถึงได้ยอมทำทุกอย่างแม้กระทั่งคิดไปถึงการแต่งงานใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน
“ผมไม่โอเคหรอกนารา มันจุกมันเจ็บ ผมคิดว่าผมอาจจะลงเอยกับเขาจนมีชีวิตครอบครัวที่ดี”
“...”
“ผมอายุเยอะแล้วนะครับ คิดว่าการแต่งงานของผมเป็นเรื่องล้อเล่นมันไม่ใช่แล้ว ผมจริงจัง... ผมอยากมีลูก มีครอบครัวที่ดี มีภรรยาที่น่ารัก แต่ความฝันผมก็พังทลายลง” นาราเข้าใจความรู้สึกของเขา ตลอดเวลาที่ผ่านมาภูดีกับเธอเหลือเกิน ดีซะจนเธออยากให้เขาได้มีความสุขกับชีวิตที่เขาต้องการ แต่ไหงโชคชะตาถึงทำให้เขาต้องพบเจอกับความเสียใจแบบนี้ด้วย
เขาเป็นคนดีมากเลยนะ มากซะจนเธอคิดว่าเขาควรลงเอยกับใครสักคนสักที
รถของภูมาจอดยังหน้าบ้านของนารา เขารู้ว่าอดีตคนรักของนารามาตามติดและพยายามใกล้ชิดกับนารากับนาที เหตุเพราะสำนึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปกับเธอและนาที แต่ว่าเขารู้สึกไม่ชอบใจอย่างมาก ไม่ใช่เพราะว่าเขาคิดจะดูแลนาราเอง แต่เป็นเพราะว่าสิ่งที่เขาคนนั้นทำไว้กับเธอต่างหากที่ทำให้เขาเกลียด
ถ้าไม่มีเขาตอนนั้น นาราจะเป็นยังไง? นาทีจะเป็นยังไง? เขาไม่ได้ต้องการจะทวงบุญคุณ เพียงแต่ว่าเขาคิดเสมอว่านาราเข้มแข็งพอจะดูแลลูกของตัวเองได้ เพราะถึงแม้เขาจะเคยยื่นมือไปรับรองนาทีว่าเป็นลูกของเขา นารายังไม่ยอมเพราะไม่อยากให้เขาต้องเสียหาย ความดีและความน่ารักของนาที ทำให้เขาสดใจยิ้มทุกครั้งที่ได้มาหาหรือมาพบเจอ คนที่ไม่สมควรได้รับคือเขาคนนั้นต่างหาก
“เดี๋ยวนาราไปรับนาทีก่อนนะคะ คงดีใจแน่ๆ ที่คุณภูมา”
“ไม่มั้งครับ พ่อตัวจริงมาแล้วพ่อตัวปลอมอย่างผมก็คงเป็นหมา”
“พูดอะไรแบบนั้นคะ นาทีรักคุณมากนะคะ... คุณเคยเปลี่ยนผ้าอ้อมที่รดอึของนาทีอย่างไม่รังเกียจ ดูแลเขามาตลอดจนถึงตอนนี้ นาทีไม่มีวันลืมคุณหรอกค่ะ” นารายิ้มให้กับร่างสูงซึ่งหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเดินเข้าบ้านของนาราไป บ้านหลังนี้ที่เขาหาให้เธอก็เป็นบ้านของญาติเขาที่เคยอยู่ที่นี่แต่ย้ายไปอยู่ยังรัฐอื่น ทำให้เขาซื้อมันมาด้วยราคาแสนถูกและสั่งให้คนเก็บค่าเช่าบ้านนาราถูกที่สุด ส่วนเงินที่เขาได้จากนาราเขาก็เก็บฝากธนาคารไว้เป็นชื่อของนาทีโดยที่เธอไม่รู้เลยว่า เงินที่จ่ายค่าเช่าบ้านทุกเดือนจะเป็นเงินที่เธอเก็บไว้ให้นาที
เมื่อนารามาถึงหน้าบ้านของมังกรกดกริ่งไม่นานร่างสูงก็ยืนยิ้มอยู่กับนาทีซึ่งรู้การมาของนารา วิ่งตรงเข้าสวมกอดคนเป็นแม่อย่างคิดถึง
“เป็นไงบ้างคะวันนี้ดื้อกับพ่อหรือเปล่า?”
“ไม่เลยครับ วันนี้นาทีวาดรูปให้พ่อดูด้วยเยอะแยะเลย” มังกรมองลูกชายตัวเล็กของเขากับท่าทางอ้อนแม่จนเขาอิจฉาที่ลูกอ้อนแล้วแม่ก็เอ็นดูขนาดนี้
อยากให้เมียเอ็นดูเขาบ้าง...
“นาทีทานอะไรหรือยังคะ?”
“พี่สั่งมาให้กินแล้วล่ะ แต่นาทีบอกว่ากินนิดหน่อยรอกินอาหารฝีมือของแม่” นาทียิ้มกว้างก่อนจะเบนสายตาไปมองรถยังหน้าบ้านของตัวเอง ก็เขย่าแขนนาราด้วยความตื่นเต้น
“แม่ครับ พ่อภูมาเหรอครับ พ่อภูมาหานาทีแล้วเหรอ!”
“ค่ะพ่อภูมาหานาทีแล้ว รออยู่ในบ้านค่ะ”
“เย้! พ่อภูมาหานาทีแล้ว พ่อครับไปหาพ่อภูกันครับ” ทันทีที่ชื่อของใครบางคนดังขึ้นจากปากของลูกชาย แถมยังเรียกพ่อได้เต็มปากเต็มคำทำให้มังกรออกอาการไม่พอใจอย่างมาก มองสบตากับนาราซึ่งเธอไม่ได้สนใจกับสีหน้าของมังกรเลยสักนิด
“หมอนั่นมาทำไม?”
“คุณภูมาหานาทีค่ะ มาทุกเดือนแล้วแต่จะว่าง” นารามองสบตากับคนตัวสูงเขาถอนหายใจฟึดฟัด แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้สักนิด ระหว่างที่เขามัวแต่แก้แค้นนารา จนนารากับนาทีลำบากมันเป็นคนดูแลและช่วยเหลือนาราทุกอย่าง ไม่แปลกถ้านาทีจะรักและเรียกมันว่าพ่อได้เต็มปากขนาดนั้น
“งั้นนาทีไปหาพ่อภูก่อนนะครับ”
“นาทีอย่าวิ่งสิลูก” มังกรมองร่างเล็กซึ่งวิ่งอ้อมรั้วเข้าไปในบ้าน สายตาของมังกรทำให้นารารับรู้ได้ว่าเขาเจ็บปวดแค่ไหนที่เห็นลูกตัวเองเรียกคนอื่นว่าพ่อ
“ขอบคุณนะคะที่พานาทีมาดูแลให้ แต่อาทิตย์นี้คุณไม่ต้องพานาทีมาอยู่ก็ได้ค่ะ รับเขาแล้วก็พาไปหาคุณภูเลยก็ได้”
“พี่ไม่ยอม!” ร่างบางชะงักหันไปมองฝ่ามือของตัวเองซึ่งถูกมือใหญ่กอบกุมไว้แน่น “นาทีคือลูกของพี่ เธอคือแม่ของลูกพี่... พี่ดูแลได้ ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาดูแล”
“ค่ะ แต่ใครจะมีสิทธิ์มาดูแลฉัน อันนี้มันก็ตัวฉันเหมือนกัน”
“นารา” มังกรเสียงอ่อย เขาปล่อยมือจากเธอที่เดินตรงเข้าไปในบ้าน ให้สิทธิ์ดูแลลูกแต่เขาไม่ได้ต้องการดูแลลูกอย่างเดียวนี่
<strong>“พี่ต้องการดูแลเธอด้วย ยังไม่เข้าใจหรือไงนารา”</strong>
<br/>วันหยุดในบ้านของนาราก็คึกคักเป็นพิเศษเพราะนาทีคุยเสียงดังกับภูอยู่ตรงโซฟาห้องรับแขก เธอยืนมองทั้งสองคนที่กำลังนั่งเคียงข้างสลับกันหอมแก้มไปมาจนเธอยกจานขนมมาวางให้
“พักทานของว่างก่อนค่ะ”
“พ่อภูซื้อกระดาษวาดเขียนมาให้นาทีด้วยล่ะครับแม่”
“ค่ะ เพราะงั้นนาทีต้องใช้อย่างประหยัดนะคะ พ่อภูไม่ได้มาหาด้วยบ่อยๆ” นาราลูบศีรษะของนาทีก่อนจะสบตากับภูที่ยิ้มให้กับเธอ
“เย็นนี้ผมจะพานาทีกับคุณไปกินข้าวข้างนอกนะครับ”
“พ่อภูเลี้ยงนาทีเหรอครับ?”
“แน่นอนสิครับ เพราะพ่อเป็นพ่อของนาทีนี่นา เลี้ยงนาทีตลอดชีวิตยังได้เลยนะ”
“นาทีรักพ่อภูที่สุดเลยครับ” นาทีหอมแก้มภูอย่างแนบแน่น แต่ดูเหมือนจะคิดอะไรได้ หันไปมองคนเป็นแม่ “เราชวนพ่อไปด้วยได้ไหมครับ นาทีอยากให้พ่อมังกรไปด้วย”
ทั้งนาราและภูถึงกับเงียบไปทันที แต่เพื่อคนตัวเล็กนารากับภูก็พยักหน้าให้กันราวกับรู้ในสิ่งที่คิด “ได้สิคะ เดี๋ยวนาทีไปชวนพ่อมังกรก็แล้วกันนะคะ”
“ครับ แต่พ่อมังกรไม่อยู่สงสัยไปทำงาน นาทีรอพ่อได้ครับ” เธอยิ้มกว้างลูบศีรษะนาทีซึ่งหันไปวาดเขียนต่อ “คุณโอเคนะครับกับการที่เขามาอยู่ใกล้ชิดแบบนี้”
“ค่ะ นาราโอเค ไม่มีปัญหาเลยค่ะ” เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น นาราขมวดคิ้วก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าได้นัดโซ่ไว้ และก็เป็นจริงด้วยเมื่อโซ่ชูถุงขนมโดนัทของโปรดของนาที เดินยิ้มแป้นเข้าไปยังห้องรับแขกโดยที่นาราบอกไม่ทันว่าภูอยู่ด้วย
“นาทีคะ พี่โซ่ซื้อขนมโดนัทเจ้าโปรดมาฝากด้วยคะ...!”
ทันทีที่ดวงตาทั้งสองสบกันอย่างบังเอิญ ภูมองร่างบอบบางของเด็กสาวด้วยสีหน้ามึนงงไม่ต่างจากโซ่ ดวงตากลมโตมองใบหน้าหล่อคมเข้มที่ดูยังไงก็แก่กว่าเธอมากแน่ เผลอๆ อาจจะรุ่นเดียวกับอาของเธอ แต่ว่าทำไมถึงเข้ามาอยู่ในบ้านของนาราได้ล่ะ ในเมื่อนาราเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เห็นจะมีก็แต่ล่าสุดที่พ่อของนาทีกลับมา แล้วคนนี้คือใครกัน?
“พี่โซ่ นาทีคิดถึงพี่โซ่จังครับ”
“ค่ะ พี่ก็คิดถึงนาทีนะคะ” เธอทรุดตัวกอดรัดร่างของนาทีพรมจูบไปยังแก้มป่องๆ ยื่นถุงขนมให้กับนาทีและยังคงจับจ้องภูอยู่เพราะสงสัยว่านาราอาจจะมีผู้ชายมาชอบ แต่ว่าไม่แก่ไปหน่อยเหรอ? ถ้าสำหรับเธอเขาแก่กว่าเกือบสิบปีแน่ๆ แต่สำหรับนาราแล้วคงจะไม่กี่ปีหรอกมั้ง
“เออคุณภูคะ นี่น้องโซ่ค่ะ น้องที่ทำงานของนาราเอง”
“อ่อ”
“โซ่ นี่คุณภูผู้มีพระคุณของพี่กับนาที” ภูมองร่างบางซึ่งพยักหน้ารับก่อนจะยกมือไหว้ ทำให้เขารู้ทันทีว่าเธอคือคนไทยถึงแม้จะดูเหมือนคนต่างชาติก็ตาม จากสำเนียงที่พูดกับนาทีเธอคงอยู่ที่นี่มานานแน่ๆ
“โซ่ได้ทุนมาเรียนต่อที่นี่น่ะค่ะ อายุยี่สิบสองใกล้จะจบปริญญาตรีแล้วค่ะ”
“สอบชิงทุนเข้ามาตั้งแต่ปีหนึ่งเลยเหรอ?”
“ค่ะ โซ่เป็นเด็กขยันค่ะ ใช้เงินทุนเรื่องเรียนแต่ค่าใช้จ่ายน้องหาเองด้วยการทำงานพิเศษที่ร้านอาหาร” โซ่ยิ้มให้กับภูซึ่งมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ถ้าไม่ติดว่าเธอแต่งตัวมิดชิดเพราะอากาศหนาว เธอต้องเป็นคนที่หุ่นดีมากๆ ไม่รวมกับใบหน้าจิ้มลิ้มดวงตาโตกลมโตราวกับตุ๊กตา ผิวขาว แก้มแดงเพราะไอเย็นจากอากาศด้านนอก
จัดว่าเป็นผู้หญิงที่สวย น่ารักคนหนึ่งก็ว่าได้ในสายตาของเขา
“โซ่วาดภาพเก่งนะคะ เธอเรียนทางด้านบริหารเพราะพ่อกับแม่อยากให้เรียน”
“งั้นเหรอ เธอเก่งวาดภาพเหรอ?”
“ค่ะ ไม่ถึงกับเก่งแต่พอวาดได้ค่ะ” รอยยิ้มอ่อนๆ ผุดขึ้นตามมารยาทที่ผู้ใหญ่ถาม “แต่อีกแค่ปีเดียวก็จะจบแล้ว คงจะกลับเมืองไทยเร็วๆ นี้ล่ะค่ะ”
นาราพาโซ่เข้าไปในครัวชงชาร้อนให้ดื่มจนเด็กสาวสงสัยกับผู้ชายคนนั้น “คุณภูเป็นแฟนใหม่พี่นาราเหรอคะ?”
“ไม่ใช่หรอกโซ่ คุณภูคือผู้มีพระคุณไม่ใช่แฟน และไม่มีทางเป็นแบบนั้นแน่นอน”
“เหรอคะ แต่ดูเหมาะกับพี่นารานะคะ” นารายิ้มให้กับโซ่ก่อนจะส่งชาร้อนให้กับเด็กสาว ด้านมังกรที่ทำงานเสร็จเกือบจะเย็นแล้วเขามองรถของภูซึ่งจอดอยู่หน้าบ้านนาราก็อดไม่ได้ที่จะหงุดหงิด ปลดเนกไทออกจากลำคอเดินตรงไปยังหน้าบ้าน แต่ยังไม่ทันได้กดกริ่งเรียกดีเลย ประตูก็เปิดขึ้นซะก่อนโดยร่างเล็กของนาที
“พ่อจริงๆ ด้วย”
“ไงครับ จะออกไปไหนเนี่ยหืม?” มังกรหอมแก้มลูกชายของเขา กลับมาจากทำงานได้หอมแก้มลูกก็มีพลังมากขึ้น เสียอย่างเดียวถ้าได้หอมแม่ด้วยคงจะดีกว่านี้
“นาทีจะชวนพ่อไปกินข้าวข้างนอกกันครับ พ่อภูเลี้ยง” ใบหน้าหล่อชะงักทันที ถอนหายใจออกมาแต่ก็ระงับอารมณ์ไม่พอใจไว้ต่อหน้าลูก ไม่ควรทำตัวแย่ๆ ใส่เขา
“นาทีให้พ่อไป แล้วแม่กับ... กับพ่อภูจะให้พ่อไปเหรอครับ?” กัดฟันกรอดที่พูดแบบนี้ รอยยิ้มของนาทีผุดขึ้นคล้องลำคอมังกรไว้ด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสา โดยหารู้ไม่ว่าผู้ใหญ่ต่างไม่ถูกชะตากันเพราะเรื่องอะไร
“ไม่ครับ นาทีอยากให้พ่อไปกับนาที พ่อไปกับนาทีนะครับ”
“อืม เอาไงดีน่า ไปดีเปล่านะ”
“ไปนะครับ ไปกับนาทีนะๆ” น้ำเสียงเล็กอ้อนเขาจนใจอ่อนยวบ “งั้นก็ได้ แต่นาทีต้องหอมแก้มพ่อก่อนทั้งสองข้าง”
“ได้เลยครับ จุ๊บๆ” มังกรหัวเราะ หารู้ไม่ว่าการกระทำทั้งหมดอยู่ในสายตาของนาราซึ่งมองอยู่ห่างๆ รอยยิ้มของมังกรที่ออกมาจากใจจริง และท่าทางของนาทีซึ่งดูมีความสุขทำให้เธอหัวใจพองโตไปด้วย
แค่ลูกของเธอมีความสุข เธอก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว...
บทล่าสุด
#22 บทที่ 22 XXX KINDLE มังกร x นารา [ตอนพิเศษ]
อัปเดตล่าสุด: 5/1/2026#21 บทที่ 21 XXX KINDLE :: Special
อัปเดตล่าสุด: 5/1/2026#20 บทที่ 20 XXX KINDLE II :: CHAPTER 19 [100%] THE END
อัปเดตล่าสุด: 5/1/2026#19 บทที่ 19 XXX KINDLE II :: CHAPTER 18 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/1/2026#18 บทที่ 18 XXX KINDLE II :: CHAPTER 17 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/1/2026#17 บทที่ 17 XXX KINDLE II :: CHAPTER 16 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/1/2026#16 บทที่ 16 XXX KINDLE II :: CHAPTER 15 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/1/2026#15 บทที่ 15 XXX KINDLE II :: CHAPTER 14 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/1/2026#14 บทที่ 14 XXX KINDLE II :: CHAPTER 13 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/1/2026#13 บทที่ 13 XXX KINDLE II :: CHAPTER 12 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 5/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
พยศรักร้ายนายมาดนิ่ง
“ฉันไม่ได้แอบ”
“แต่เธอได้ยิน”
“ช่วยไม่ได้นายกับแฟนนายอยากจะคุยเรื่องลับๆ ของพวกนายตรงนี้เอง และฉันขอบอกไว้ตรงนี้ว่าไม่ได้แอบฟัง”
“ใครสน” โรมไม่พูดเปล่าแต่มือหนากับหยิบแว่นตาทรงกลมออกจากใบหน้าของคนตัวเล็ก กลิ่นน้ำหอมเจือจางที่ลอยมาแตะจมูกของคนตัวโต ยัยพิษสุนัขบ้านั้นตัวหอมชะมัด สายตาคมคู่ดุจ้องมองใบหน้าสวยใสไร้กรอบแว่นตาอย่างใกล้ชิดพิจารณา ราวกับถูกใบหน้าสวยหวานตรงหน้านั้นต้องมนต์สะกดเข้าอย่างจัง
“แว่นฉันนั้นนายจะเอาไปไหน เอาคืนมานะ”
“รับปากกับฉันว่าเธอจะไม่เอาเรื่องที่ได้ยินไปพูดที่ไหน ห้ามเอาเรื่องของฉันไปเผยแพร่เด็ดขาด” โรมเอ่ยกับคนตรงหน้าเสียงเข้ม
“ทำไมรับไม่ได้ อายเหรอ” นานิลเอ่ยอย่างเชิดหน้า นี้เหรอโรม บริหารปี 3 ที่สาวๆ คลั่งไคล้นักหนา แต่น่าเสียดายหน้าตาก็ดี แต่ไม่คิดจะหน้าตัวเมีย
“ไม่ใช่...เรื่องของเธอ แค่ทำตามที่ฉันสั่ง”
“เป็นใครมาสั่งฉัน” เธอสวนกลับเขาทันที แต่นั้นกับถูกฝ่ามือหนาบิดเข้าที่เอวเล็ก นานิลถึงกับรู้สึกได้
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง













