บทที่ 2 XXX KINDLE II :: CHAPTER 1 [100%]

XXX KINDLE II

1

บรรยากาศในร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารและผู้คนที่มาจับจองนั่งกินกันเป็นครอบครัวและมาเป็นคู่ หรือเดี่ยว แต่ที่แน่ๆ โต๊ะวีไอพีของภู นารา นาที มังกรและโซ่ กลับกลายเป็นครอบครัวใหญ่ที่มานั่งทานอาหารกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา นาทีนั่งเคียงข้างกับมังกรและนารา ส่วนภูนั่งเคียงข้างกับโซ่ราวกับคู่รักและคู่ของครอบครัว มังกรยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เนื่องจากเขาอุ้มนาทีมานั่งกับเขาและแน่นอนว่าลูกชายตัวน้อยของเขาก็เรียกนารามานั่งข้างกาย รู้สึกชนะยังไงก็ไม่รู้สิ

“พ่อครับ นาทีอยากกินกุ้ง”

“ได้เลยครับ พ่อแกะให้นะ” มังกรรีบตักกุ้งตัวโตมาแกะเอาเนื้อก้อนโตๆ ใส่จานให้ลูกน้อยและไม่ลืมที่จะแกะให้กับคนเป็นแม่ด้วยที่นั่งยิ้มให้กับนาทีอยู่

“เธอก็กินด้วยสิ”

“ขอบคุณนะคะ” บรรยากาศครอบครัวมันอบอวลยังไงชอบกลสำหรับเด็กสาวอย่างโซ่ เธอรู้เรื่องมาไม่น้อยเกี่ยวกับนาราว่าเธอใจแข็งมาก เธอไม่รู้ว่าพ่อของนาทีทำอะไรไว้แต่การที่นาราใจแข็งขนาดนี้คงหนักหนาพอดู

“เธอก็กินด้วยสิ จะจ้องพวกเขาอีกนานไหม?”

“อะ เออขอโทษค่ะ” โซ่ตกใจไม่น้อยกับน้ำเสียงดุๆ ของคนข้างกาย ผู้ชายที่อายุมากกว่าเธอถึงสิบปี แต่ทว่ากลับมีใบหน้าที่หล่อเหลาคมเข้ม แต่ไม่แก่ตามวัย ส่วนสูงที่เท่ากับมังกรพ่อของนาที ไหล่กว้าง โดยรวมแล้วเขาดูดีมากๆ จนเธอคิดว่าเขาเหมาะสมกับผู้หญิงที่จิตใจดีอย่างนารา

“อยากกินไรก็สั่งเลยนะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ โซ่ทานได้” เธอหันไปยิ้มให้กับเขา ก่อนจะมองเนื้อไก่ชิ้นโตถูกวางไว้ในจาน เขาตักมันมาให้เธอซึ่งโซ่ถึงกับนิ่งไปเลย

“เออคุณภูคะ”

“ครับ? มีอะไรเหรอนารา”

“โซ่ ไม่ทานไก่ค่ะ” เป็นนาราที่บอกเรื่องนี้กับภู ใบหน้าหล่อถึงกับนิ่งไปหันไปสบตาคนตัวเล็กที่ยิ้มแห้งๆ มาให้ เขาถอนหายใจอยากจะเขกศีรษะคนข้างกายเหลือเกิน ถ้าไม่ติดว่าเพิ่งจะรู้จักกันนะ

“แล้วไหนบอกว่ากินได้ทุกอย่าง”

“คือ โซ่เกรงใจนี่คะ ไม่อยากบอก”

“เฮ้อ ถ้างั้นสั่งเองเลย ส่วนไก่เธอเอามานี่ฉันกินเอง”

“กินมากระวังเป็นเกาต์นะคะ อายุมากอย่างคุณภูน่าจะทานน้อยๆ” ใบหน้าจิ้มลิ้มถึงกับเหวอไปเมื่อพูดอะไรที่ไม่ควร แถมสายตาของภูยังมองเธอเป็นเชิงดุอีกต่างหาก บ้าจริงโซ่! เขาใช่เพื่อนเล่นเธอไหมเนี่ย

“ขอโทษนะคะคุณภู” โซ่ยกมือไหว้ภูที่ออกอาการหงุดหงิด อาจจะเพราะเสียหน้าที่ตักอาหารให้สาวแต่เธอดันกินไม่ได้ซะนี้ ยังโดนเหน็บว่าแก่อีกต่างหาก มังกรเองไม่ได้สนใจอะไรกับคนตรงหน้าแต่กลับสนใจลูกชายตัวน้อยของตัวเองซะมากกว่า

“พ่อครับ นาทีอยากกินไอศกรีมจัง”

“เอาสิครับ เดี๋ยวพ่อพาไปสั่ง”

“ไม่ได้นะคะ อากาศเย็นทานไอศกรีมเดี๋ยวไม่สบาย”

“แต่ว่า...”

“เอาน่า เดี๋ยวพี่ช่วยลูกกินเอง” มังกรยิ้มให้กับนารา เธอทำได้เพียงถอนหายใจเพราะเวลามังกรพูดแบบนี้ทีไรคือเธอต้องตามใจนาทีซึ่งมันไม่ควรเลยสักนิดที่จะทำให้ลูกเคยตัว

หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วเรียบร้อย มังกรกับนาทีและนาราต่างพากันกลับรถคันเดียวกัน ส่วนโซ่ภูอาสาไปส่งที่หอพักซึ่งเป็นหอพักราคากลางๆ

“ขอบคุณคุณภูนะคะสำหรับอาหารเย็นและก็มาส่งโซ่ด้วย”

“อืม ว่าแต่เธออยู่คนเดียวเหรอ?”

“ค่ะ คือที่นี่ใกล้มหาลัยสุดแล้วล่ะค่ะ เดินทางไม่ไกลประหยัดเงินด้วย” เธอยิ้มกว้างให้กับเขา สายตาคมมองไปยังหอพักที่ถึงแม้มันจะเป็นราคากลางๆ แต่เรื่องความปลอดภัยมันมีน้อยมาก

“ทำไมถึงไม่ย้ายไปอยู่ที่ดีๆ กว่านี้”

“ย้ายไปไหนล่ะค่ะ โซ่เป็นนักเรียนทุนใช้ทุนเรียน ไม่ได้มีเงิน ทางบ้านก็ไม่ได้รวยอะไรมาก”

“แต่ก็น่าจะดีกว่าอยู่ที่นี่นะ”

“โซ่อยู่มาตั้งแต่ปีหนึ่งค่ะ ตอนนี้ปีสี่แล้วคุณคิดว่ามันไม่ดีเหรอ?” ใบหน้าหล่อคมมองสบตากับเธอซึ่งเอียงคอมอง รอยยิ้มสวยผุดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เขาพยักหน้ารับมันก็จริงอย่างที่เธอพูดนะ

“โอเค เธอเก่ง”

“ขอบคุณที่ชมนะคะ โซ่น่ะสายสตรองค่ะ” เธอกำหมัดชูขึ้นก่อนจะยกมือไหว้เขาและลงจากรถไป ภูยังคงไม่ขยับรถไปไหนมองร่างบอบางที่เปิดประตูหอพักเข้าไป ระบบความปลอดภัยก็ไม่มี แต่อยู่มานานก็คงจะชินแล้วล่ะมั้ง ช่างเถอะไม่ใช่เรื่องของเราสักหน่อย

ด้านมังกรที่นั่งเล่นอยู่ในบ้านของนาราก็วาดรูปเล่นกับนาทีที่ยังไม่ยอมนอนเพราะมังกรมาอยู่ด้วย นาราหันไปมองนาฬิกาที่ผนังและมองออกไปยังนอกหน้าต่างเพราะภูไปส่งโซ่ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาเลย

“มองหาไอ้ภูหรือไง?”

“กรุณาเรียกคุณภูดีๆ ด้วยค่ะคุณมังกร”

“ค่ะ คุณภู” มังกรทำเสียงเล็กเรียกภูแบบประชดแต่นาราก็ไม่ได้สนใจอะไร ยิ่งทำให้คนตัวสูงรู้สึกหงุดหงิดเข้าไปอีก เขาทิ้งลูกชายให้วาดรูปและตัวเองก็เดินไปซ้อนแผ่นหลังบอบบางที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่าง ก้มใบหน้าลงไปเกยบนไหล่เลื่อนใบหน้าเข้าไปจูบตรงลำคอจนนาราตกใจ ขยับตัวหนีแต่ทว่าเขาก็ยึดเอวเธอไว้

“หอมจัง”

“คุณมังกร”

“ครับ เรียกพี่ทำไม?”

“คุณชอบทำรุ่มร่ามกับฉัน ซึ่งฉันไม่ชอบ”

“แต่พี่ชอบ” นาราหันไปตวัดสายตามองคนตัวสูง พยายามบิดตัวให้ออกจากอ้อมแขนที่เธอเคยต้องการแต่ทว่าตอนนี้มันกลับไม่ใช่แบบนั้นแล้ว ในเมื่อทำอะไรไม่ได้เธอเลยนิ่งเพื่อให้มังกรได้รับรู้ว่าเธอรู้สึกยังไง และก็จริงที่มังกรรู้สึกได้ว่านาราใจแข็งดั่งหินผา อ้อมแขนค่อยๆ คลายออกอย่างเชื่องช้าพร้อมด้วยใบหน้าที่สลดจนนาราจับสังเกตได้

“ห่วงมันเหรอ?”

“คุณภูคือผู้มีพระคุณค่ะ อย่าลืมนะคะว่าเขาเคยช่วยเหลือฉันไว้”

“รู้ แต่จำเป็นต้องห่วงขนาดนี้เลยเหรอ แล้วเมียมันล่ะหายไปไหน?”

“คุณภูเลิกกับคุณฟานี่แล้วค่ะ”

“อ๋อแบบนี้เองสินะ ถึงได้กลับมา”

“ถ้าคุณคิดว่าการที่คุณภูกลับมาเพราะต้องการฉัน คุณคิดผิดค่ะ”

“...”

“เพราะถ้าฉันจะรับเขา ฉันคงให้เขาใช้สิทธิ์ของตัวเองในการเซ็นใบรับรองบุตรของนาทีไปแล้ว” ยิ่งเห็นนาราเข้าข้างภูมากเท่าไหร่ หัวใจของมังกรก็ร้อนรุ่มจนคว้าต้นแขนนาราไว้และกระชากเข้ามากดจูบลงบนริมฝีปากบางอย่างแรงจนนาราตกใจผลักอกแกร่งออกไป

เพียะ

“!”

“กรุณาให้เกียรติฉันด้วยนะคะคุณมังกร” ฝ่ามือบางตบเข้าที่ใบหน้าหล่อ มังกรถึงกับอึ้งไปทันทีที่ตัวเองเผลอทำตัวแย่ลงไป เขาหันไปมองนาราซึ่งจับจ้องเขาอย่างไม่พอใจจนเขาเดินตรงไปหาเธอแต่ทว่าร่างบอบางกลับเบี่ยงตัวหลบ

“พี่... ขอโทษ” มีเพียงคำพูดเท่านั้นที่เปล่งออกไป นาราจับจ้องเขาที่ก้มหน้าลงหัวใจมันเต้นแรงเมื่อได้สัมผัสกับริมฝีปากร้อนๆ ซึ่งห่างหายมานาน เธอเลือกที่จะเดินหนีเขาไปหานาที พยายามข่มใจตัวเองไม่ให้เต้นแรงไปมากกว่านี้ มังกรเดินเข้ามาในห้องรับแขกอีกครั้ง เขาอยากจะขอโทษนาราแต่ทว่ากลับได้ยินเสียงรถของภูซึ่งมาจอดที่หน้าบ้านซะก่อน พร้อมกับร่างสูงซึ่งมาหยุดอยู่ด้านหลังของเขา นาราลุกขึ้นยืนมองภูที่เดินสวนเขาไปหานาที

“นึกว่าจะหลงทางซะอีกนะคะ”

“ผมเปล่าหลงนะครับ แต่ทางไปหอพักโซ่มันไกลจากที่นี่พอดู”

“ค่ะ นาทีคะเดี๋ยวไปอาบน้ำนอนได้แล้วนะ พรุ่งนี้ลูกต้องไปโรงเรียน” มังกรเหมือนเป็นส่วนเกิน เขาถอนหายใจออกมาก่อนจะหมุนตัวกลับไป

“พ่อครับ! พ่อยังไม่ได้หอมนาทีเลยนะ”

“นะ นั่นสินะ พ่อลืมไปได้ยังไงเนี่ย” ว่าแล้วก็ทรุดตัวลงคุกเข่าอ้าแขนรับร่างบอบบางที่วิ่งตรงเข้ามากอดคอเขาและหอมเขาก่อน นาทียิ้มร่าพลางเอียงแก้มให้นาทีหอมทั้งสองข้าง ก่อนจะโน้มขึ้นไปจูบหน้าผากของมังกร

“พรุ่งนี้พ่อไปส่งนาทีนะครับ”

“ได้สิครับ พ่อจะมารอนาทีแต่เช้าเลย”

“ดีใจจังครับ นาทีอยากให้พ่อไปส่งนาทีที่โรงเรียนทุกวันเลย”

“ได้สิครับ”

“นาทีคะแต่ว่าพ่อเขาต้องทำงานนะคะ”

“เวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงที่พี่จะไปส่งลูก คงไม่เสียเวลามากขนาดนั้นหรอกนารา” มังกรมองสบตากับคนตัวเล็กแกมงอน นาราเห็นถึงใบหน้าหล่อที่บูดถึงกับนิ่งไปในทันทียิ่งพอเห็นแก้มของเขาขึ้นรอยแดงแล้วด้วยนะ

“นาทีไปอาบน้ำนอนนะครับ พ่อจะได้ไปนอนบ้าง”

“ครับ พรุ่งนี้เจอกันนะครับ” นาทียกมือโบกให้มังกรอย่างยิ้มแย้ม และเดินออกจากบ้านไปพลางหลับตาลงไม่วายยังหันกลับไปมองหน้าต่างเมื่อเห็นภูกำลังอุ้มนาทีเดินเข้าไปในห้องนอนซึ่งแม้แต่เขายังไม่เคยได้เข้าไปด้วยซ้ำ

รุ่งเช้ามังกรก็ไปส่งนาทีที่โรงเรียนและมาส่งนาราที่ร้านอาหาร บอกเย็นนี้เขาจะไปรับนาทีมาอยู่กับตัวเอง ไม่ให้ลูกไปอยู่กับภูแน่นอน มังกรเข้ามาในบริษัทของตัวเองทำงานอยู่สักพักมือถือก็ดังขึ้นเป็นสายจากผู้เป็นพ่อนี่เอง

“ครับป๊า”

(“ไง หายไปเลยไม่คิดถึงป๊าบ้างเหรอ?”)

“โห คิดถึงสิครับ แต่งานยุ่ง”

(“งานยุ่งหรือว่ามัวแต่อยู่กับนาที”) มังกรยิ้มออกมา

“ก็นั่นล่ะครับ ป๊าโทรหาผมก็คิดถึงผมเหมือนกันอะสิ”

(“คิดถึงลูกชายด้วย คิดถึงหลานด้วย ป๊ากำลังเคลียร์ทางนี้จะบินไปหาหลานนะ”) ทันทีที่ได้ยินว่าพ่อของตัวเองจะบินมาหา หัวใจของมังกรก็เต้นแรงอีกครั้งเพราะเขาเองก็คิดถึงป๊ามากจริงๆ นั่นแหละ

“ครับ ผมจะรอนะป๊า ถ้าไงแค่นี้ก่อนนะครับ ผมต้องไปรับนาทีแล้ว” มังกรวางสายเมื่อดูนาฬิกาที่ข้อมือซึ่งได้เวลาไปรับนาทีที่โรงเรียน รถสปอร์ตปอร์เช่สีแดงขับตรงมาถึงหน้าโรงเรียนร่างสูงก้าวเท้าลงจากรถกวาดสายตามองเด็กๆ ซึ่งกำลังวิ่งเล่นกันอยู่หนึ่งในนั้นมีนาทีที่กำลังวิ่งตรงออกมาจากรั้วโรงเรียน มังกรไม่รอช้าที่จะเร่งฝีเท้าไปหาลูกชาย แต่ทว่านาทีกลับวิ่งไม่หยุดล้มอยู่ริมถนนในขณะที่รถคันหนึ่งพุ่งตรงเข้าหาร่างเล็ก

“นาที!”

“พ่อครับ!”

หมับ

ตุ้บ!

“อึก” ร่างสูงไถลตัวเข้าไปโอบกอดลูกน้อยไว้ในอ้อมแขน โดนรถพุ่งชนเขาสีข้างจนล้มลงศีรษะกระแทกกับฟุตบาท แต่ไม่คลายอ้อมกอดที่ปกป้องลูกชายตัวน้อยเอาไว้ มังกรซบใบหน้าลงกับศีรษะของนาทีที่ตกใจกลัวจนกอดเขาไว้แน่น หัวสมองมันวิ้งจนไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง ดวงตาพร่ามัวแต่ได้ยินเพียงเสียงเล็กๆ ของนาทีพร้อมกับฝ่ามือเล็กประคองแก้มทั้งสองข้างเขาไว้เพื่อเรียกสติ

“ฮึก พ่อครับ... ช่วยพ่อนาทีด้วย พ่อเลือดออก”

“นะ นาที” มังกรยกมือลูบใบหน้าลูกชายที่ร้องไห้ออกมา ก่อนจะได้ยินเสียงรถพยาบาลมาถึงเขาก็จับมือนาทีไว้แน่นกระทั่งได้สติ หมอทำแผลให้เขาซึ่งเป็นรอยถลอกตรงแขนข้างที่มีรอยสักเนื่องจากเขาไถลตัวไปกับถนนเพื่อให้เข้าถึงนาทีได้อย่างรวดเร็ว สีข้างก็เจ็บนิดหน่อยแต่ไม่ถึงกับกระดูกหัก ส่วนศีรษะก็ไม่ได้กระทบกระเทือนอะไรมาก แต่ก็มีแผลลึกพอดูจำต้องพันแผลไว้รอบศีรษะ

“ฮือ พ่อครับ พ่อเจ็บหรือเปล่าครับ?”

“ไม่เจ็บเลย พ่อไม่เจ็บครับ ไม่เอานะลูก ไม่ร้องไห้นะครับ” นาทีเอาแต่ร้องไห้และกอดเขาไว้ตลอดเวลาไม่ยอมห่าง รอดูจนหมอทำแผลให้มังกรพลางร้องไห้ไม่หยุด ตอนนี้สองพ่อลูกกำลังนั่งกอดกันอยู่บนเตียงห้องฉุกเฉิน ในส่วนของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมังกรให้ลูกน้องของตัวเองจัดการไป

“ไหนบอกสิว่านาทีวิ่งออกมาแบบนั้นทำไม?”

“นาทีวิ่งจะเก็บลูกโป่งที่ลอยอยู่บนฟ้า นาที ฮือๆ”

“โอเคลูก โอเคๆ ไม่ร้องนะ”

“นาทีสงสารพ่อ” มังกรยิ้มออกมาก่อนจะกดริมฝีปากลงบนศีรษะของลูกชาย กระทั่งประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกพร้อมกับร่างบอบบางที่น้ำตานองหน้า

“นาที!”

“แม่ครับ!” ร่างเล็กวิ่งลงจากเตียงไปกอดคนเป็นแม่ที่ร้องไห้หนักกว่า เธอสำรวจร่างกายนาที สีหน้าที่บ่งบอกราวกับจะขาดใจตายให้ได้ตอนที่คุณครูที่โรงเรียนโทรไปบอกว่านาทีเกิดอุบัติเหตุ แต่นาทีกลับไม่ได้เป็นอะไรเลยนอกจากกำลังเสียขวัญ แต่คนที่เป็นคือคนที่นั่งอยู่บนเตียงต่างหาก

นารามองใบหน้าหล่อของมังกร เขาส่งยิ้มให้แต่ทว่าศีรษะกลับพันแผลไว้ แขนซ้ายก็เป็นแผลทางยาว เธอได้ฟังจากคุณครูว่าพ่อของนาทีเข้ามาช่วยนาทีได้ทัน แต่ไม่คิดว่าเขาจะเป็นขนาดนี้ สองเท้าก้าวตรงไปหาคนที่นั่งบนเตียงพลางส่งยิ้มให้

“ขอบคุณนะคะที่ช่วยนาที”

“พี่ต้องช่วยอยู่แล้ว นาทีคือลูกของเรานี่”

“ฮึก คุณ... เจ็บหรือเปล่า?”

“ไม่หรอก สบายมาก” มังกรยกมือขึ้นไปเช็ดน้ำตาบนแก้มนวล แค่นี้ก็ดีมากแล้วจริงๆ ดีมากเลยด้วยซ้ำที่ได้เห็นความห่วงใยของคนตรงหน้าที่เขาเฝ้ารอมานานแสนนาน

เพราะแขนเป็นแผลฉกรรจ์ หมอจึงให้มังกรใส่ที่รัดแขนเพื่อพยุงอาการบาดเจ็บ ตอนนี้เขามาถึงบ้านในเวลาต่อมาพร้อมด้วยนาทีและนารา ส่วนอีกคนเขาเองก็ไม่ชอบขี้หน้าเท่าไหร่

“คุณแน่ใจนะครับว่าจะไม่นอนที่โรงพยาบาล?”

“กลับมาถึงบ้านล่ะ นายจะให้ฉันทำไง” มังกรตอบภูไปอย่างกวนประสาท เขาถอนหายใจออกมา

“งั้นผมกลับก่อนแล้วกันนะนารา”

“ค่ะ” ภูหงุดหงิดใจเช่นกัน อุตส่าห์เป็นห่วงหรอกนะที่ช่วยนาที แต่ดันมากวนประสาทเขาแบบนี้ก็อย่าหวังว่าจะได้ความหวังดีจากเขาอีกเลย เมื่อภูเดินพ้นออกไปจากบ้านมังกรก็นอนลงกับโซฟา ตอนแรกที่บอกว่าไม่เป็นไรแต่ตอนนี้มันเป็นแล้วล่ะ รู้สึกปวดหัว ปวดตัวไปหมด

“คุณโอเคแน่นะคะ”

“อะ อืม”

“แม่ครับ นาทีขอนอนกับพ่อนะครับ นาทีอยากดูแลพ่อ”

“ไม่เป็นไรลูก ไปนอนเถอะพรุ่งนี้ไปเรียนนะคนเก่ง” นาทีทำหน้าไม่ดีก่อนจะเดินตรงไปหามังกร ก้มลงหอมแก้มเขาอย่างเสียใจที่ทำให้พ่อตัวเองต้องบาดเจ็บ

“ไม่เอาสิครับ ร้องไห้อีกแล้ว”

“ฮึก พ่อเจ็บตัวเพราะนาที ฮือ”

“นาที... ไม่เอาสิลูก พ่อเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าลูกผู้ชายห้ามร้องไห้ ฮึบสิครับ ฮึบ!” มังกรยิ้มกว้างให้กับลูกชายตัวน้อย นาทีที่ได้ฟังคำพ่อก็หยุดร้องไห้สะอึกยกมือปาดน้ำตาออกไปอย่างลวกๆ

“นาทีจะไม่ร้องไห้แล้วครับ พรุ่งนี้นาทีจะมาหาพ่อนะ”

“ได้สิครับ พรุ่งนี้พ่อจะรอนะ” นาทีเดินไปกอดมังกรอีกครั้ง รับรู้ถึงความรักที่พ่อมีต่อเขา ถึงแม้จะไม่เคยรับรู้เลยว่าระหว่างพ่อกับแม่มีปัญหาอะไรกัน แต่แค่ได้เห็นพ่อกับแม่อยู่ด้วยกันแบบนี้ เด็กน้อยก็มีความสุขมากแล้วจริงๆ

“ลูกหอมแล้ว แม่ไม่หอมพ่อบ้างเหรอ?”

“นั่นสิครับ แม่หอมพ่อหน่อยนะครับ พ่อจะได้หายเจ็บเร็วๆ”

“นาทีแม่...” นาราถึงกับไปไม่เป็นเลยเมื่อลูกชายจูงมือเธอไปนั่งข้างมังกร เธอถึงกับหน้าเสียเมื่อมองสบตากับนาที ลูกชายซึ่งพยายามทำให้เธอหอมแก้มเขาให้ได้ เมื่อหันไปมองมังกรก็เห็นถึงรอยยิ้มที่ผุดขึ้นมา

“นะครับแม่ นาทีหอมแล้ว ถ้าแม่หอมพ่อคงหายเร็ว”

“แม่”

“นะครับ” สีหน้าของนาทีช่างอ้อนวอนเธอได้ดีทีเดียวเลยล่ะ เธอมักจะยอมแพ้ให้กับใบหน้าของนาทีเวลาอ้อนเธอเสมอ แต่การอ้อนให้หอมแก้มคนข้างกาย เธอทำไม่ได้จริงๆ นะ

“แม่ครับเร็วๆ สิครับ” นาทีเร่งให้เธอหอมแก้มมังกร จนทนไม่ไหวกับการอ้อนของลูกชาย ใบหน้าสวยโน้มไปหอมแก้มเขาจนมังกรตั้งตัวไม่ทัน แต่รับรู้ถึงริมฝีปากร้อนอุ่นเท่านั้นที่แตะอยู่บนแก้มและผละออกไป

“รีบไปกันเถอะค่ะ พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนอีก”

“ครับ พ่อครับนาทีไปก่อนนะครับ พรุ่งนี้นาทีจะมาหาพ่อ”

“อืม พ่อจะรอลูกนะ” สายตาคมตวัดไปมองคนเป็นแม่ที่ทำหน้าไม่ถูก แอบเห็นเธอมีรอยแดงที่แก้มทั้งสองข้างด้วยยามที่ดวงตาสบกัน นาราจูงมือนาทีออกจากบ้านไป ส่วนมังกรก็ทำได้เพียงยกมือลูบแก้มตัวเองอย่างยิ้มๆ หัวใจพองโตจนอาการบาดเจ็บแทบจะหายไปเลย

ภูอาสาขับรถมาส่งนาทีที่โรงเรียนและมาส่งนาราที่ร้านอาหารก่อนจะนั่งอยู่ในร้านมองการทำงานของนาราอย่างเพลินตาเพราะไม่รู้จะทำอะไรดี หากแต่ว่าการได้มองรูปถ่ายของฟานี่อดีตคนรักก็ทำให้เขาใจห่อเหี่ยวลงอยู่ทุกขณะ ป่านนี้เธอคงจะมีความสุขดีกับคนที่ตัวเองเลือกแล้วสินะ เธอจะรู้บ้างไหมว่าเขาน่ะรักเธอมากแค่ไหน ไม่มีสักวันเลยด้วยซ้ำที่เขาจะลืมเธอได้ลง ภูเก็บมือถือลงกระเป๋ามองอาหารตรงหน้าซึ่งถูกมาเสิร์ฟด้วยมือของนาราและเธอก็ไปทำงานต่อ

“อ้าวมาแล้วเหรอโซ่!” น้ำเสียงของพนักงานในร้านทักทายร่างบอบบางซึ่งยืนหอบอยู่หน้าประตู ดีที่ในร้านมีแค่โต๊ะเขาและโต๊ะของคู่รักคู่หนึ่งเท่านั้น ไม่ได้มีคนเยอะอะไรมาก สายตาของภูจับจ้องร่างเล็กซึ่งตัวเปียกเหตุเพราะฝนตกลงมาไม่หนักมาก แต่ถ้าใช้เวลาในการเดินทางก็อาจจะพาให้เปียกได้

“ขอโทษนะคะ พอดีต้องไปส่งงานที่มหาลัย”

“ไม่เป็นไรหรอก ไปเตรียมตัวเหอะ” เธอพยักหน้ารับพลางยกมือเสยผมสีดำสนิทขึ้นไป หอบร่างเล็กๆ ตรงไปยังหลังร้าน ภูหันมาสนใจอาหารตรงหน้าซึ่งเป็นเนื้อไก่ก็พาให้ผุดยิ้มขึ้นมากับคำพูดของเด็กสาวเมื่อคืน

“เดี๋ยวคุณภูไปรับนาทีใช่ไหมคะ?”

“ใช่ครับ แล้วจะให้ผมมารับคุณหรือเปล่า”

“ไม่เป็นไรค่ะ นารากลับได้ รบกวนคุณภูไปรับนาทีเถอะค่ะ” นาราเดินมาบอกภู ก่อนจะหมุนตัวไปทำงานในส่วนของตัวเอง กระทั่งโซ่เดินออกมาอีกครั้งพร้อมกับผ้าเช็ดโต๊ะ เธอก้าวผมขึ้นไปลวกๆ และเริ่มทำงานในส่วนของตัวเอง จนรับรู้ถึงสายตาที่จับจ้องเธอจึงผละใบหน้าจากโต๊ะไปมองคนที่นั่งเท้าคางอยู่ริมกระจก รอยยิ้มถูกส่งมาให้จนเธอถึงกับไปไม่เป็นทำได้เพียงยกมือไหว้เขา

“มานี่หน่อยสิ”

“ค่ะ” โซ่เดินตรงไปหาภูเพราะคิดว่าเขาจะสั่งอาหารแต่เปล่าเลย เขากลับรู้สึกอยากมองใบหน้าจิ้มลิ้มให้ชัดๆ มากกว่า

“คุณภูจะรับอะไรเพิ่มหรือเปล่าคะ?”

“เปล่า แค่จะถามว่าทำไมถึงไม่กินไก่” ริมฝีปากบางถึงกับผุดขำ สบตากับเขายามที่เขาเองก็สบตากับเธอ เหตุเพราะอยากรู้ว่าทำไมเธอถึงไม่กินไก่

“ก็ไม่กินไงคะ”

“กวนประสาทผู้ใหญ่หรือไง?”

“เปล่านะคะ โซ่ไม่กินเพราะไม่ชอบค่ะ”

“มีเหตุผลหรือเปล่า?”

“เหตุผลคือไม่กินไงคะ”

“เด็กนี่! กวนประสาทอีกแล้วนะ” ภูเอ็ดเสียงดุ เรียกให้โซ่ทำหน้าบูดใส่เขา “ไม่ถามล่ะ ไปทำงานไป แล้วก็...”

“คะ”

“อย่าลืมกินยาด้วย ตากฝนแบบนั้นเดี๋ยวจะป่วยซะก่อน” โซ่ถึงกับนิ่งไป มองสบตากับเขาด้วยหัวใจเต้นระรัว มันเป็นครั้งแรกด้วยซ้ำที่มีผู้ชายห่วงใยเธอแม้แต่เรื่องเล็กน้อย ใบหน้าร้อนเห่อจนต้องหันหน้าหนีเขา บ้าจริง! เขาแค่เป็นห่วงเพราะเขาเป็นผู้ใหญ่กว่า ทำไมจะต้องหน้าร้อนด้วยเนี่ย

“อย่าลืมล่ะ”

“ค่ะๆ ไม่ลืมค่ะ” ภูมองแผ่นหลังบอบบางซึ่งเดินหนีไปหลังเคาน์เตอร์ ก่อนจะอมยิ้มออกมาเมื่อเห็นท่าทางของเด็กสาวที่คงจะตกใจไม่น้อยกับคำพูดของเขา ก็แหงสิ ตัวเขาเองยังไม่รู้เลยว่าจะสนใจเด็กกวนประสาทแบบนั้นทำไมกัน?

มังกรนั่งมองนาฬิกาที่ข้อมือจนตอนนี้มันเลยเวลางานของนาราแล้วนะ เขาเพิ่งเข้าไปหานาทีในบ้านมาก่อนจะออกมารอนาราเนื่องจากภูบอกว่านาราไม่ให้ไปรับ ส่วนเขาก็ยังขับรถเองไม่ไหวจำต้องมานั่งตบยุงรอนาราที่หน้าบ้านของเธอ ใจมันว้าวุ่นกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรกลางทางหรือเปล่า? แต่ทว่าเขาคิดผิด เมื่อมองรถหรูราคาแพงคันหนึ่งมาจอดที่หน้าบ้าน พร้อมด้วยนาราคนที่เขาเฝ้ารอ แต่หากว่าคนที่เปิดประตูทางด้านคนขับมันไม่ใช่ผู้ชายเขาคงไม่หงุดหงิดใจขนาดนี้

ใครกัน? ไอ้ฝรั่งหน้าหล่อคนนั้น

นาราก้มศีรษะให้กับเขาก่อนจะเดินเข้ามาในบ้าน พลางมองคนตัวสูงซึ่งยืนดักอยู่ตรงประตู นารามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าก็เห็นแล้วว่าเขาคงอาการดีขึ้นตามลำดับสินะ รู้สึกโล่งใจที่เขาไม่ได้เป็นอะไรมาก

“นารา ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร?” มังกรดึงแขนบอบบางไว้ก่อนที่เธอจะเข้าไปในบ้าน ใบหน้าสวยหันมาสบตากับเขาอย่างนิ่งเฉยและบิดต้นแขนออกไปอย่างช้าๆ

“เขาเป็นผู้จัดการที่ร้านอาหารค่ะ วันนี้ที่ร้านมีจัดเลี้ยงก็เลยขับรถมาส่ง”

“ทำไมไม่โทรบอกพี่ พี่จะได้ไปรับ”

“ฉันไม่อยากรบกวนคุณค่ะ อีกอย่างนาทีก็อยู่กับคุณภูด้วย ฉันไม่อยากรบกวนเวลางานของคุณ แถมคุณยังเจ็บอีกต่างหาก” นาราตอบชัดเจน แต่ทว่ากลับได้เห็นสีหน้าและแววตาของมังกรที่ทำเอาเธอใจหล่นไปเหมือนกัน

“ทำไมพี่ดูห่างเหินเธอไปทุกที ทั้งที่อยู่ใกล้กันแค่นี้”

“ฉันเคยบอกคุณไปแล้ว เราจะดูแลนาทีในฐานะพ่อกับแม่ ไม่ใช่ดูแลกันและกันในฐานะสามีภรรยา”

“พี่ขอโอกาส”

“ฉันก็ให้คุณแล้วไงคะ... โอกาสที่จะได้อยู่ใกล้ชิดนาที”

“แล้วเธอล่ะ พี่ไม่มีสิทธิ์เลยเหรอนารา เธอให้โอกาสทุกคนที่เข้ามา ยกเว้นพี่” มังกรตัดพ้อด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย เขารู้ดีว่าตัวเองทำเลวกับคนตรงหน้าไว้มากแค่ไหน ฝ่ามือหนาเอื้อมไปจับมือเธออีกครั้งก่อนจะดึงร่างบอบบางเข้ามาแนบชิดกับกายอุ่น อ้อมกอดที่นาราเคยต้องการ อ้อมกอดที่เธออยากได้จากเขาเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้อ้อมกอดแสนอบอุ่นกำลังโอบรั้งเธอไว้

แต่ทว่า... มันกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปจนเธอหลับตาลง ข่มใจตัวเองไม่ให้เผลอไผลไปกับอ้อมกอดที่คุ้นเคย

“พอเถอะค่ะ คุณสัญญาไว้ว่ายังไงก็ขอให้เหมือนเดิมเถอะค่ะ”

“นารา”

“เราอยู่แบบนี้มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอคะ?” พูดจบก็ผละออกจากอ้อมกอดของเขา หมุนตัวเดินเข้าบ้านไปในทันทีปล่อยให้มังกรยืนนิ่งอยู่แบบนั้น ท่ามกลางความหนาวเหน็บจากหยาดฝน สองมือยกขึ้นกุมศีรษะตัวเองหันไปซัดหมัดลงกับต้นเสาบ้านของนาราอย่างแรงจนเลือดซึม ดวงตาคลอไปด้วยหยาดน้ำตาพอนึกไปถึงความเลวร้ายที่เคยทำให้เธอต้องเจ็บปวด จนไม่สามารถให้โอกาสหรือให้อภัยเขาได้เลยสักนิด

“อยู่แบบนี้ก็ได้... แต่อย่าหวังว่าพี่จะปล่อยให้เธอคบกับใครเพื่อเอามันมาแทนที่พ่อของนาที!”

นาราเข้ามาในบ้านหลังจากที่ผลักไสเขาออกไป แถมยังได้ยินเสียงสบถของเขาด้วย เธอเดินตรงเข้ามาหานาทีที่กำลังนั่งวาดภาพอยู่ แถมยังอาบน้ำแล้วเรียบร้อยโดยมีภูซึ่งนั่งดูมือถืออย่างเศร้าสร้อย ซึ่งนารารู้ดีเลยล่ะว่าเพราะอะไรเขาถึงได้เป็นแบบนี้

“ลืมยากแบบนั้น ทำไมถึงไม่คุยกับคุณฟานี่อีกทีล่ะคะ”

“เขามีคนใหม่แล้วนะครับ”

“ถ้างั้นคุณภูก็ต้องลืมเธอบ้างเหมือนกันค่ะ ถ้าไม่อยากมีใหม่” ภูยิ้มให้กับนารา เขาไม่สามารถเริ่มต้นใหม่กับใครได้จริงๆ หัวใจของเขามันมีแต่ฟานี่อยู่ตลอดเวลา ผู้หญิงที่เขาคิดจะแต่งงานด้วย ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน และรักมาก คนอย่างเขาถ้าได้รักใครแล้วเขาจะรักจริง หวังไปถึงอนาคตที่สร้างร่วมกันแต่ตอนนี้เขาบอกได้คำเดียวว่ายังรักฟานี่อยู่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

“คุณคิดว่าคนอย่างผมจะมีใหม่ได้เหรอครับ ถ้ายังไม่ลืมฟานี่”

“มีได้ค่ะ แต่คุณภูต้องลืมคุณฟานี่ก่อน”

“งั้นคนอีกสักห้าหกปีมั้งครับ ผมคงอายุสี่สิบ ถึงตอนนั้นคงลืมเรื่องแต่งงาน ลืมเรื่องมีลูก ลืมว่าควรจะมีใครสักคนที่อยู่ด้วยกันในยามแก่เฒ่า” นาราเดินไปหอมแก้มนาทีและนั่งฟุบลงข้างภู

“ตอนนี้คุณภูเพิ่งจะสามสิบสี่ ยังมีเวลาค่ะ”

“แล้วคุณล่ะครับ ไม่คิดจะมีเหรอ?”

“ไม่ค่ะ ชีวิตของนารามีแค่นาที แค่คนเดียว”

“แล้วพ่อล่ะครับ... อยู่ในนั้นด้วยหรือเปล่า?” นารารู้ดีว่าภูหมายถึงอะไร เธอส่ายหน้าไปมาก่อนจะมองนาทีซึ่งลุกขึ้นยืนหยิบกระดาษมาถือไว้ เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้

“นาทีจะไปหาพ่อครับ นาทีจะไปดูแลพ่อ”

“เดี๋ยวลูกนาที!” ร่างเล็กวิ่งออกไปจากบ้านโดยที่นาราหันไปมองภู เขาไม่พูดอะไรเอาแต่ยิ้มและดูทีวีต่อ ส่วนเธอก็วิ่งตามลูกชายไป เมื่อเข้ามาในบ้านของมังกร เธอก็เห็นว่านาทีกำลังลูบแก้มของผู้เป็นพ่อซึ่งนอนหลับอยู่บนโซฟา

“แม่ครับ ทำไมตัวพ่อร้อนเหมือนไฟจังครับ” นาราขมวดคิ้ว เดินไปหยุดข้างโซฟาพลางวางมือไปตามแก้มและลำคอ ก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ

“ตัวร้อนจี๋เลย”

“พ่อป่วยเหรอครับแม่ ทำไงดีล่ะครับ พ่อจะเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” นาทีหน้าเสีย เมื่อสัมผัสได้ว่าตัวของพ่อช่างร้อนราวกับไฟเวลาที่แม่ของเขาจุดในเตาผิง ดวงตากลมโตคลอไปด้วยน้ำตาเขย่าแขนแม่ตัวเอง

“แม่ครับ ดูแลพ่อด้วยนะครับ ให้พ่อหายเร็วๆ นะครับ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป