บทที่ 3 XXX KINDLE II :: CHAPTER 2 [100%]
XXX KINDLE II
2
นาราทำได้เพียงพยักหน้ารับกับลูกชายตัวน้อยที่กำลังทำหน้าเศร้าสร้อย เธอพยายามทำตามที่ลูกต้องการถึงแม้ว่าความต้องการของลูกชายจะทำให้เธอลำบากใจก็ตามที นาทีช่วยนาราในการพลิกตัวของมังกรเพื่อให้เสื้อเชิ้ตหลุดออกจากร่างกายแกร่ง เธอหยิบผ้ามาชุบน้ำและเช็ดไปตามลำตัวของเขาซึ่งยังคงไม่รู้สึกตัวดีเท่าไหร่
“แม่ครับ พ่อจะหายไหมครับ?”
“หายสิคะ เช็ดตัวให้พ่อสักพักถ้าพ่อตื่นก็ให้พ่อทานยาและพักผ่อนค่ะ”
“จริงเหรอครับ เหมือนตอนที่นาทีไม่สบายใช่หรือเปล่าครับ?” เธอพยักหน้ารับ สีหน้าของนาทีเริ่มดีขึ้น ร่างเล็กช่วยแม่ตัวเองเช็ดตัวพ่อ เช็ดไปตามใบหน้า อกแกร่งและตามแขนขา
“พ่อไม่สบายแบบนี้แม่ดูแลพ่อด้วยนะครับ”
“แม่สัญญาค่ะ” นาราจำต้องรับปากลูก ถ้าเกิดเขาหายดีขึ้นมา เธอก็หมดหน้าที่ตรงหน้า เพราะสิ่งที่ทำก็เพื่อความสบายใจของนาทีหรอกนะ
เวลาล่วงเลยมานานพอสมควร คงนานพอที่จะทำให้นาทีหลับฟุบอยู่ตรงโซฟาฝั่งตรงข้าม นาราถือวิสาสะเดินเข้าห้องนอนเขาไปหยิบผ้าห่มมาคลุมให้กับร่างเล็ก ก้มลงจูบหน้าผากของลูกชายซึ่งเข้าสู่ห้วงนิทรา ร่างบอบบางเดินมานั่งข้างร่างสูงซึ่งยังคงไม่ตื่นจากพิษไข้ เธอวางมือลงยังหน้าผากและตามลำตัวก็พบว่าตัวของเขาเริ่มจะเย็นลงก่อนหน้านั้นซึ่งปรอทวัดไข้สูงถึง 40 องศา นาราจึงวัดต่อเธอก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อไข้ของเขาลดลงอย่างที่เธอเฝ้าเพียรเช็ดตัวเขาตลอดทุกๆ ยี่สิบนาที
ดวงกลมโตกวาดมองไปทั่วใบหน้าหล่อคม ถึงแม้อายุจะเพิ่มขึ้นแต่หากใบหน้าของเขาก็ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง มังกรยังคงหล่อและดูดี แต่คงจะเพิ่มเติมคือความรับผิดชอบและความเป็นผู้ใหญ่ของเขาที่มีมากขึ้น นาราจับจ้องใบหน้าของเขาอยู่นาน ไม่รู้เหมือนกันว่าหัวใจเกิดอาการสั่นไหวเมื่อนึกไปถึงตอนที่เธอและเขาต่างมีสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง และพาให้คิดถึงอดีตที่เธอควรลืมกับสิ่งที่เขาเคยทำกับเธอ สองมือยกขึ้นลูบใบหน้าตัวเอง ตอนนี้มันก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว มิน่าลูกชายของเธอถึงได้เพลียหลับไปแบบนี้ ถ้าจะให้พานาทีกลับตอนนี้มีหวังตื่นมางอแงแน่ๆ คงต้องให้ลูกชายของเธอนอนที่นี่และตัวเธอก็นอนพื้นพรมด้านล่าง แต่ไม่ทันได้ขยับตัวไปไหน ร่างสูงซึ่งนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟาขยับตัวเล็กน้อย สีหน้าเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นยู่ยี่ มือหนายกขึ้นกุมศีรษะตัวเอง เขาลืมตาขึ้นมองนาราอย่างไม่เชื่อสายตา มองต่ำมายังกะละมังใบเล็กๆ ที่วางอยู่ข้างกายเธอ ขมวดคิ้วเป็นปมพยายามนึกให้ออกว่าตัวเองเป็นอะไรจึงได้ถามออกไป
“พี่ป่วยเหรอ?”
“ใช่ค่ะ คุณป่วย”
“แล้วเธอมาดูแลพี่” มังกรเหลือบสายตาไปมองตรงโซฟาพร้อมกับร่างเล็กของนาทีที่นอนอยู่ ไม่ยอมกลับไปนอนที่บ้านเนื่องจากเป็นห่วงคนเป็นพ่อ
“ก็ถ้านาทีไม่ขอร้อง ฉันคงปล่อยให้นอนป่วย”
“จริงเหรอ? ถ้านาทีไม่ขอร้อง เธอจะปล่อยให้พี่ตายจริงๆ เหรอ” มังกรเลิกคิ้ว มองกวาดไปทั่วใบหน้าสวยที่ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งเขาก็ชอบมาก ตั้งแต่ตอนไหนกันที่เขาอยากจะเห็นเธอยิ้มให้อีกครั้งเหมือนครั้งแรกที่เจอกัน แต่รู้ดีว่าเพราะใคร เพราะอะไรทำให้เธอต้องเป็นแบบนี้
ฝ่ามือร้อนระอุเลื่อนไปประคองแก้มนวลลูบไล้ไปมาจนนาราจะขยับใบหน้าออกห่าง ไม่ใช่รังเกียจ เพียงแต่เธอไม่อยากให้เขาสัมผัสตัวเธอ เราสองคนไม่ได้เหมือนเดิม แต่เราเป็นเพียงแค่พ่อและแม่ของนาทีเท่านั้น แต่ทว่ามังกรกลับชันแขนพยุงตัวเองขึ้นมา โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้กดท้ายทอยนาราไว้เพราะเธอขืนไม่เข้าใกล้เขา
“รังเกียจพี่ขนาดนี้เลยเหรอนารา”
“...” ดวงตากลมโตมองกวาดไปทั่วใบหน้าหล่อที่ซีดเซียวเพราะพิษไข้ เธออยากจะบอกว่าไม่เคยรังเกียจเขาสักนิด เพราะเธอไม่เคยโกรธแค้นเขาเลยนับตั้งแต่ท้องนาทีจนคลอดหรือแม้แต่การมาเจอกับเขาอีกครั้ง
“ไม่ค่ะ”
“แล้วทำไม?”
“เพราะอะไรคุณรู้ดี” มังกรชักสีหน้าเขาเม้มปากก่อนจะพยักหน้าเข้าใจกับคำพูดของเธอ นารายันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่หากมังกรกลับไม่ยอมปล่อยเอียงองศาใบหน้าเข้ามาใกล้เธอเรื่อยๆ โดยที่นาราไม่ได้ขยับไปไหนกระทั่งรับรู้ถึงริมฝีปากร้อนระอุกดแนบลงมาที่ริมฝีปากอย่างอ่อนโยน
ไม่รู้ว่าเพราะอารมณ์พาไป หรือเพราะสีหน้าของเขาถึงทำให้เธอไม่ผลักไสกลับหลับตาลงรับสัมผัสที่เธอไม่ได้สัมผัสมานานแสนนาน มังกรลืมตาขึ้นมองใบหน้าสวยก่อนจะประคองร่างบางให้นอนลงกับโซฟา โดยที่เขาเอนกายทาบทับร่างของเธอ ก่อนจะผละจูบออกมาสบตากับนาราที่ลืมตาขึ้น สายตาคมตวัดไปมองลูกชายตัวน้อยที่กำลังหลับสบายและหันมามองผู้เป็นแม่ที่ยันอกเขาให้ออกห่าง ท่าหมิ่นเหม่แบบนี้ไม่น่าไว้ใจเลย นาราคิดในใจ
“นาทีกำลังหลับสบายเลย”
“คุณ... ปล่อย”
“แค่จูบ ลูกคงไม่ตื่นมากลางคันหรอกมั้ง?”
นารากลืนน้ำลายลงคอ สบเข้ากับดวงตาคมที่จับจ้องเธอไม่วางตา สองมือที่ยันอกแกร่งไว้ถูกเขาดึงออกมาพรมจูบไปตามหลังมือและฝ่ามือ เขามองมือของเธออย่างอ่อนโยนแลบลิ้นเลียไปมาทำให้เธอขนลุกจนไปไม่เป็น
“ไม่ว่ามือของเธอจะแตกแค่ไหน สำหรับพี่มือของเธอก็ยังสวยงามเสมอ” มังกรยิ้มอ่อนยามมองไปฝ่ามือบอบบางซึ่งแตกและแข็งกระด้างเนื่องจากทำงานหนัก ปลายจมูกไล่ไปตามข้อมือ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปใกล้เธอ นาราดูตกใจไม่น้อยซึ่งเขาไม่ได้อยากทำให้เธอตกใจกลัว
หากแต่ว่ามันอดใจไม่ไหวที่จะไม่สัมผัสร่างกายบอบบางซึ่งถูกเขาพันธนาการไว้แบบนี้
ริมฝีปากร้อนกดจูบลงไปบนริมฝีปากนูนสวยน่าจูบ ไม่ว่าจะกี่ปี ไม่ว่าจะอดีตหรือปัจจุบัน จูบของนาราก็ยังทำให้เขาหัวใจเต้นรัว ร่างกายสูบฉีดจนเขาไม่อยากหยุดแค่จูบ และยิ่งเวลาที่ปลายลิ้นสัมผัสกับปลายลิ้นของเธอ ทุกครั้งที่นาราพยายามดันลิ้นของเขาให้ออกจากโพรงปาก เขากลับยิ่งต้องการนารามากขึ้นไปอีก มังกรเลื่อนฝ่ามือไปตามแขนทั้งสองข้างให้เกี่ยวรั้งต้นคอของเขาไว้ ผละจูบออกมาไล่จูบไปตามลำคอ สร้างร่องรอยแห่งความเป็นเจ้าของไว้หลายจุด
อยากจะย้ำเตือนไอ้พวกนั้น... ย้ำเตือนไว้ว่า ผู้หญิงคนนี้คือของมังกร ผู้หญิงคนนี้คือเมียของมังกร และพวกมันไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะจีบเธอด้วยซ้ำ
“เจ็บ”
“พี่ขอโทษ...” เพระว่าดูดดึงรอยแดงไว้อย่างแรง ทำให้นารารู้สึกเจ็บต้นคอเหลือเกิน เธอจิกนิ้วลงกับต้นคอของเขา พยายามที่จะดันเขาให้ออกห่าง แต่ทำไมกัน? ทำไมความรู้สึกที่เกิดขึ้นถึงได้ฉุดให้เธอทำตรงกันข้าม ด้วยการกอดรัดเขาแน่นขึ้นราวกับต้องการเขามากมาย หัวใจมันร้องเรียกหาเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งที่เธอพยายามกดความรู้สึกบ้าๆ นี่เอาไว้
มังกรผละออกจากลำคอหอมนวล มองผลงานของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ รอยยิ้มของเขาทำให้นาราถึงกับเบือนหน้าและมันก็เป็นโอกาสให้กับมังกรด้วยการฉวยโอกาสหอมแก้มเธอ นิ้วมือเรียวของเขาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกจนเผยให้เห็นอกนวลซึ่งต่อให้มีลูกชายของเขาแล้ว นาราก็ยังคงสมบูรณ์แบบสำหรับเขาเสมอ แถมยังทำให้เขารู้สึกเหมือนกลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง มังกรไม่รอให้นาราผลักไสเขา โน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้ทรวงอกของเธอ สองมือก็บีบเค้นเต้าทั้งสองข้าง จนร่างบอบบางตกใจกอดรัดลำคอเขาแน่น แอ่นหน้าอกเข้าหาเขา เมื่อเขาใช้ปลายลิ้นเลียวนไปมาตามก้อนเนื้อ
“อื้อ ยะ หยุดนะคะ”
นาราเป็นฝ่ายห้ามเขา แต่ทว่ายิ่งห้ามมังกรก็ยิ่งยุ เขาทำอย่างอ่อนโยนไม่ใช่เอาแต่ใจเหมือนที่ผ่านๆ มา และใช่มันสร้างความรู้สึกแปลกใหม่ให้กับนาราอย่างมาก เธอรู้สึกถึงความหวั่นไหวในใจของตัวเอง ความอ่อนโยนของมังกรที่เคยทำให้เธอเมื่อครั้งอดีตตอนที่คบกันมันหวนกลับมา ขณะที่นารากำลังล่องลอยไปกับการกระทำของมังกร เขาเองก็ไม่รอให้ทุกอย่างถูกปฏิเสธจากนารา สองมือผลักบราเซียสีขาวสะอาดตาขึ้นไปจนถึงลำคอของนารา กวาดสายตามองเต้างามซึ่งโผล่ออกมาให้เขาได้ชื่นชม มันน่าหลงใหลจนเขาอดไม่ได้ที่จะใช้ปลายนิ้วเขี่ยไปมาตรงยอดอกซึ่งกำลังแข็งขึ้นเรื่อยๆ ตามความต้องการของเขา
“อ๊ะ!” น้ำเสียงเล็กเล็ดลอดออกมาเมื่อสัมผัสถึงปลายนิ้วซึ่งกำลังบีบเค้นและขยี้ยอดอกของเธอ นาราสบตากับมังกร เขาเองก็ไม่รอช้าที่จะประกบจูบลงไป จนนาราแอ่นอกรับพยายามที่จะดุนดันลิ้นเขาให้ออกไปแต่หากการที่เขากำลังทำให้เธอมีอารมณ์มันกลับเปลี่ยนเป็นเธอบดจูบเขากลับ
มังกรกำลังทำให้เธอมีอารมณ์... กำลังทำให้เธอต้องการเขามากขึ้น ทั้งที่ใจมันปฏิเสธและเรียกร้องในเวลาเดียวกัน
เขาผละจูบออกและเลื่อนไปครอบครองยอดอกของนาราอย่างเอาแต่ใจ เขาดูดกลืนชนิดที่ว่าเสียงมันดังก้องไปทั่วห้องรับแขก นารามองใบหน้าหล่อซึ่งยังคงเล่นกับทรวงอกเธออย่างโหยหา หนำซ้ำยังคงสร้างรอยรักไว้หลายจุดจนทรวงอกของเธอมันแดงเพราะร่องรอยรักที่เขาทำ มังกรผละจากทรวงอกแยกขาเธอออกล้วงมือเข้าไปในกระโปรงของเธอลูบไล้ไปตามกึ่งกลางกายจนเธอสะดุ้ง
ถึงแม้ว่าแขนของเขาจะเจ็บ และมันคงเป็นอุปสรรคไม่น้อยกับการให้ความสุขนารา แต่เปล่าเลย... แค่แขนเจ็บ ไม่ได้ทำให้คนอย่างมังกรต้องอ่อนแอขนาดนั้นนี่นา
“อื้อ อ๊ะ...”
“พี่คิดถึงตรงนี้ของเธอจัง นารา”
“อ๊ะ หยุดเถอะค่ะ”
“พร้อมมีน้องให้นาทีไหม?” มังกรเร่งนิ้วตัวเองซึ่งลูบไล้กายสาวจนรับรู้ถึงน้ำใสซึ่งแฉะไปตามชั้นใน นาราปิดปากตัวเองส่ายหน้าไปมาด้วยความทรมาน เขาโน้มใบหน้าจูบไปยังดวงตา แต่นิ้วมือก็ยังคงลูบไล้จนนาราเริ่มจะทนไม่ไหว ส่ายหน้าไปมาจนเขาหยุดการกระทำของตัวเอง สร้างความตกใจให้กับนาราจนเธอหอบหายใจหนัก ราวกับถูกเขาทิ้งไว้บนยอดเหวและถูกผลักตกลงไปเสียดื้อๆ
“เธอให้พี่หยุด”
“คะ คุณ!”
“โกรธเหรอ? ทำไมน่ารัก” นารามองมังกรด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างหนัก แก้มสองข้างแดงระเรื่อด้วยความโกรธหรือเพราะอายกันเขาเองก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ แต่มันก็สร้างความสุขให้เขาไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว
“ร้องขอพี่สิ”
“เรื่องอะไรที่ฉันจะต้องร้องขอด้วยไม่ทราบ”
“งั้นแสดงว่านาราจะช่วยตัวเอง?”
“คุณ!” เธอยกมือจะฟาดลงบนแก้มมังกร แต่ทว่าเขาก็ไวกว่าคว้าหมับเข้าที่มือบอบบาง กดจูบลงไปจนนาราดิ้นให้ออกจากการทาบทับ แต่มังกรก็ไม่ปล่อยเธอหรอก
นาทีหลับแบบนี้ โอกาสแบบนี้ ไม่ได้มีบ่อยๆ นี่นา นี่คือความคิดของมังกรที่วนอยู่ไปมา
“พี่รู้นะว่าเธออารมณ์ค้าง เพราะพี่เองก็เหมือนกัน”
“...”
“แต่พี่รู้ดีว่าต่อให้ทำ เธอก็คงจะเกลียดพี่อยู่ดี” มังกรรู้ดี รู้อยู่แก่ใจตัวเองเสมอว่าต่อให้มีเซ็กส์กับนาราโดยที่เธอไม่ได้ขัดข้อง แต่หากทุกอย่างมันดำเนินต่อไปแบบเดิมล่ะ ถ้าหากมันกลับกลายเป็นว่าเธอมองว่าเขาขืนใจเธอ ทำนิสัยสันดานเดิม เขาคงยอมไม่ได้เด็ดขาด
“ฉันเคยบอกไปแล้วว่าไม่เคยเกลียดคุณ” นารารีบแทรกคำพูดขึ้นมาบ้าง เธอไม่เคยเกลียดเขาอย่างที่บอกจริงๆ นั่นเป็นเพราะว่าเธออยากจะตัดเขาออกไปจากชีวิต แต่ใครจะไปรู้กันว่าชีวิตหลังจากนั้นเขาจะขอทำหน้าที่พ่อกับนาทีและพยายามแทรกแซงชีวิตของเธอมากขึ้น และนั่นมันยิ่งทำให้เธอเริ่มจะหวั่นไหวไปกับสิ่งที่เขาทำ
หากแต่ว่าเธออยากปล่อยเขาให้ไปเจอกับคนที่จะไม่ทำให้เขาเสียใจเหมือนกับเธอ นี่ล่ะคือเหตุผลว่าทำไมเธอถึงพยายามออกห่างจากเขา ยิ่งได้มองเขา ยิ่งได้เห็นสีหน้าของเขาเวลามองเธอเฉยชา เธอเองก็เจ็บไม่ต่างกัน เพราะไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน เธอก็ยังคงทำให้เขาเจ็บปวดอยู่ดี ไม่ว่าจะอดีตหรือปัจจุบัน แต่สำหรับอนาคต... เธอรู้ดีว่ายังไงเราสองคนก็ไม่มีทางไปด้วยกันได้
ความจริงคือ... ทุกอย่างสำหรับเราสองคน มันตายไปตั้งนานแล้ว
“ใช่ เธอไม่เคยเกลียดพี่ แต่การกระทำของเธอบ่งบอกทุกอย่าง”
“...”
“พี่ไม่เคยโกรธที่เธอเกลียดพี่ พี่ไม่เคยโกรธที่เธอมองพี่เป็นเพียงอากาศธาตุ พี่ไม่เคยโกรธที่เธอไม่สนใจและพยายามดันพี่ให้ออกจากชีวิตของเธอและนาที แต่พี่...” มังกรหยุดคำพูดของตัวเอง หัวใจมันบีบรัดกันจนแทบจะแหลก นาราไม่ได้ใช่คำพูดที่บาดลึกหรือการกระทำที่แสนร้ายกาจ แต่หากว่าความเรียบเฉยของเธอต่างหากที่ทำให้เขาเจ็บปวด
เจ็บปวดยิ่งกว่าตอนที่เขาทรมานเธอด้วยร่างกายและจิตใจ
ใบหน้าหล่อซบลงกับลำคอของเธอ โดยที่นาราเองก็ไม่ได้ผลักไสหรือต่อว่าเขา ลมหายใจร้อนอุ่นที่รดอยู่บริเวณลำคอทำให้เธอมองเพดานด้วยความรู้สึกมากมายที่ตีกันให้วุ่น สองมือที่เกี่ยวต้นคอเขาไว้อยากจะเลื่อนไปลูบแผ่นหลังของเขา แต่ก็ต้องหยุดชะงักเอาไว้ เพราะร่างกายของเขามันมีแต่รอยแผลที่เธอเป็นคนทำมันขึ้นมา ความเจ็บปวดที่เขาพบเจอกับเธอมันหนักหนาจนกลายเป็นแผลที่ภายนอกร่างกายและจิตใจ ถึงแม้ว่าเขาจะพยายามบอกเสมอว่าเขาลืมมันไปหมดแล้วก็ตามที
แต่สำหรับเธอแล้วมันไม่เคยจางหายไปเลย ต่อให้คิดว่าลืม... เวลามองหน้าเขาทีไร เธอก็นึกถึงเรื่องราวนั้นไม่เปลี่ยนเช่นกัน
“พี่รักเธอนะนารา รักมาตลอดไม่เคยเปลี่ยนแปลง”
มังกรขยับใบหน้าขึ้นมามองสบตากับเธอ เพียงแค่ได้พูดสิ่งที่เขาพร่ำบอก ต่อให้คนใต้ร่างไม่มีวันรับมันไปอีกครั้งเขาก็พร้อมจะพูดมันอีก จนกว่าเขาจะตายสลายไป ริมฝีปากร้อนประกบจูบเธออีกครั้ง และนาราก็ทำได้เพียงหลับตาลงรับสัมผัสของเขาอีกครั้ง สองมือลูบไล้ไปตามต้นคอแกร่งจิกนิ้วลงกับท้ายทอยของเขา เมื่อรสจูบแสนอ่อนโยนของเขากำลังเปลี่ยนเป็นร้อนแรงจนเธอเผลอครางออกมาในลำคอ
ร่างสองร่างกอดรัดกันอยู่บนโซฟาซึ่งใหญ่และกว้างพอที่จะทำกิจกรรมต่อจากนี้ มังกรผละใบหน้าออกมาส่งยิ้มให้กับนารา เธอไม่พูดอะไรหากแต่เมื่อกลางกายสัมผัสได้ถึงนิ้วเรียวยาวซึ่งแทรกผ่านชั้นในตัวจิ๋ว เธอถึงกับแอ่นตัวขึ้น หยัดสะโพกไปตามนิ้วเรียวซึ่งขยับเข้าออกอย่างเชื่องช้า มังกรไล่ริมฝีปากไปตามสันกรามเรียว มือก็ไม่หยุดขยับเมื่อนาราตอดรับนิ้วเขาอย่างดี มันคับแน่นจนกลางกายของเขาปวดหนึบจนอย่างจะสอดใส่เข้าไปแทนนิ้วมือ นารากอดคอเขาแน่น แนบใบหน้าไปข้างใบหู น้ำเสียงเล็กแห้งครวญครางออกมาอย่างสุขสมจนมังกรเร่งจังหวะเร็วขึ้นเรื่อยๆ
“อ๊ะ อ๊ะ... จะ จะไม่ไหวแล้วค่ะ!”
“จูบพี่?”
“อึก ระ เร็วอีกค่ะ”
“ได้โปรด จูบพี่...” มังกรมองใบหน้าสวยซึ่งส่ายหน้าไปมา เหงื่อเต็มใบหน้าจนเขาจำต้องโน้มลงไปจูบซับเหงื่อ นาราห่อปากอย่างเสียวซ่าน กดท้ายทอยแกร่งให้โน้มลงประกบจูบ ไม่ช้ามังกรก็ทำให้นาราไปถึงฝั่งฝัน พร้อมด้วยน้ำหวานใสซึ่งเลอะเต็มมือของเขา นารากรีดร้องออกมาแต่กัดฟันไม่ให้เสียงดังจนทำให้ร่างของลูกชายตัวน้อยตื่น มองมังกรที่ยกนิ้วมือซึ่งฉาบไปด้วยน้ำรักของเธอเข้าปาก ภาพที่เธอเห็นทำเอาหัวใจเต้นแรงมากขึ้นไปอีก
“พี่ขอได้ไหม?”
“...” นาราเงียบ มังกรยิ้มออกมาก่อนจะกดจมูกไปยังแก้มนวล จับมือของเธอมากอบกุมความเป็นชายไว้แทน จนนาราทำหน้าไม่ถูก
“งั้นช่วยพี่...” เขาจับมือบางรูดกลางกายซึ่งกำลังต้องการปลดปล่อยเช่นกัน นาราเบือนหน้าหนีเมื่อมองเห็นสีหน้าแสนสุขของมังกร รู้สึกหวั่นไหวเมื่อกลางกายสัมผัสกับท่อนเนื้อซึ่งมังกรจงใจใช้ส่วนปลายถูไถไปตามรอยแยก และนั่นมันยิ่งสร้างความต้องการให้เขาจนแทบจะกดเข้าไปด้านในให้รู้แล้วรู้รอด
หากแต่ว่าเขาเองก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่านาราต้องการหรือเปล่า? ที่สำคัญลูกชายตัวน้อยจะตื่นมาแล้วเจอภาพของพ่อกับแม่ร่วมรักกัน เขาอาจจะโดนนาราเกลียดมากกว่านี้ก็ได้ ฉะนั้นทางเดียวคือการช่วยตัวเองให้หายจากการทรมาน โดยมีนาราเป็นตัวช่วย
“ซี้ด... นะ นารา!” มังกรเงยหน้าขึ้นเมื่อนาราขยับมือเร็วขึ้นราวกับรู้ว่าท่อนเนื้อของเขากำลังขยายใหญ่พร้อมที่จะฉีดพ่นน้ำรักเข้าไปตามรอยแยกด้านนอกของกายสาว ริมฝีปากกัดเข้าหากันยามมองใบหน้าสวยซึ่งมองต่ำลงไป หัวไหล่สั่นไหวตามแรงกระทำ
“อ๊ะ พี่ไม่ไหวแล้ว ขอแรงอีก...” นาราเงยหน้ามองเขาซึ่งเงยหน้าขึ้น ลำคอขึ้นเส้นเอ็นจนปูดโปน เธอไม่ได้สนใจอะไรนอกซะจากความรู้สึกตอนนี้คือปลายความอุ่นร้อนของเขากำลังขยับเสียดสีไปตามรอยแยก และเธอดันหยัดสะโพกขึ้นจงใจให้เขาถูไถขึ้นลงอย่างรวดเร็ว
“อื้อออ... อาาา!”
ตุ้บ
มังกรซบใบหน้าลงกับทรวงอกอวบ หอบหายใจหนักหยัดสะโพกถูไถกายสาวของนาราขึ้นลงกระตุกตัวอยู่นานพอดูกว่าที่น้ำรักจะถูกรีดออกไปจนหมดด้วยน้ำมือของนารา เขาตวัดปลายลิ้นไปตามยอดอกดูดดึงจนเกิดเสียง หนำซ้ำยังบีบเค้นทรวงอกด้วยความทรมาน ถึงแม้จะปลดปล่อยออกมาแล้ว
แต่มันยังไม่สุด... อารมณ์มันได้แค่เพียงแก้ขัดไปเท่านั้น
ทั้งสองคนไม่พูดอะไรกันเลย มังกรขยับตัวขึ้นมาสบตากับนาราเธอยันไหล่เขาให้ออกห่างก่อนจะจัดแจงเสื้อผ้าของตัวเองซึ่งหลุดลุ่ยด้วยน้ำมือของเขา ส่วนเขาก็ดึงกางเกงขึ้นสวมตามปกติ เหงื่อตามร่างกายไหลราวกับเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เขาเสยผมขึ้นไปสะบัดผมไปมาเพื่อให้เหงื่อออกไป มองแผ่นหลังบอบบางที่กำลังติดกระดุมอยู่ก็ขยับไปกอดรัดเธอ
“โกรธพี่หรือเปล่า?”
“...”
“พี่ขอโทษนะ พี่แค่...”
“เลิกพูดเถอะค่ะ คุณควรพักผ่อน” นาราพูดด้วยน้ำเสียงหอบๆ ลุกขึ้นไปหานาทีพลางหยิบหมอนอิงมานอนด้านล่างโดยที่มังกรมึนงงกับการกระทำของเธอ ร่างสูงจึงลุกขึ้นไปหยิบผ้านวมผืนใหญ่ออกมาปู ขยับโต๊ะรับแขกกระจกออกไปอีกทาง หมอนสองใบถูกโยนลงพร้อมด้วยมังกรที่นั่งลงบนผ้าปูดึงร่างของนารามานอนบนผ้านวมนุ่มๆ เธอตกใจไม่น้อย เมื่อใบหน้าซบอยู่ตรงตำแหน่งหัวใจ
“นอนบนนี้แล้วกัน จะได้ไม่เจ็บหลัง”
“...”
“ขอบคุณนะที่ดูแลพี่จน... หายป่วย” รอยยิ้มกริ่มของมังกรทำให้นาราถึงกับทำหน้ามุ่ยใส่ มังกรลูบแก้มเธอและหลับตาลงทั้งที่ยังกอดรัดเธออยู่ ส่วนมือก็ยกขึ้นไปลูบศีรษะของนาที
เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่เขาได้นอนกับนาราและมีนาทีอยู่ข้างๆ มันมีความสุขมากนะ อยากให้เป็นแบบนี้ตลอดไป ถึงจะรู้ว่ายังไงตื่นเช้าขึ้นมา ทุกอย่างจะสลายหายไปก็ตามที
และมันก็เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ เมื่อตื่นเช้ามา ข้างกายของเขากลับไม่พบใครเลย ทั้งเมียและลูก นาฬิกาตอนนี้บ่งบอกว่าตอนนี้นาทีกับนาราคงจะไปเรียน ทำงานกันแล้ว มังกรเลยลุกขึ้นพาตัวเองไปอาบน้ำและแต่งตัว อาการป่วยไข้เมื่อคืนดูจะหายเป็นปลิดทิ้งเลยก็ว่าได้ ส่วนแขนก็หายเจ็บหายปวดแล้ว แต่ก็ยังคงต้องเข้าเฝือกอ่อนไว้อยู่ มังกรออกจากบ้านไปยังรถของตัวเองเพราะฝืนขับรถไปหานาราที่ร้าน กะว่าจะมาบอกเธอว่าเขาจะไปรับนาทีเอง อาจจะพาลูกไปเที่ยวกินไอศกรีมสักหน่อย เพียงแค่ก้าวเท้าเข้ามาในร้านมังกรก็ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของชายวัยสามสิบสี่ปีอย่างภู ซึ่งเงยหน้าจากเมนูอาหาร เขาทำสีหน้าไม่พอใจจนเจ้าตัวรู้ดี หากแต่ก็ทำไม่สนใจมองเมนู
“นารา”
“คุณ... มาทำไมคะ?” ใบหน้าสวยดูเรียบเฉยราวกับเรื่องเมื่อคืนไม่ได้ทำให้เธอเขินอายเลยสักนิด แต่นาราก็คือนารา เธอน่ะเข้มแข็งและไม่ได้หวั่นไหวง่ายๆ เหมือนตอนที่เขาจีบเธอแรกๆ หรอก
“พี่จะมาบอกว่าเย็นนี้พี่จะมาไปรับนาทีเอง จะพาลูกไปเดินเล่น”
“ค่ะ”
“แล้วเธอ...”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกลับเองได้” ทันทีที่เธอพูดว่ากลับเองได้ เขาก็ไม่พอใจเหมือนกัน แต่ทว่าสายตาก็มองไปยังลำคอขาวนวลซึ่งถึงแม้จะถูกเนื้อครีมปิดบังร่องรอยของเขา แต่มันก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของเขาไปได้ เพราะเขาน่ะทำไว้เกือบเต็มคอด้วยซ้ำ รอยยิ้มของมังกรสร้างความฉงนใจให้กับนารา จนกระทั่งเธอมองดวงตาของเขาที่กำลังไล่ไปตามลำคอก็พอจะเข้าใจแล้วว่าเขายิ้มอะไร
คนบ้า! กว่าเธอจะปกปิดรอยพวกนี้ได้ เธอใช้เวลามากแค่ไหน แถมยังปิดไม่หมดเห็นเป็นรอยจ้ำแดงเล็กๆ จนคนในร้านถามกันยกใหญ่ว่าเธอแพ้อะไรหรือเปล่า?
“แล้วทำไมมันมานั่งที่นี่” มังกรเบนสายตาไปหาภูซึ่งไม่ได้สนใจอะไรกับทั้งสองคน เมื่อเช้าที่นารากลับมา เธอพยายามหลบสายตาของเขา แต่ก็ไม่พ้นหรอกนะเขาน่ะเห็นว่าลำคอขาวนวลมีรอยแดงชัดเจนแค่ไหน แต่ก็เลือกที่จะไม่ถามอะไรออกไป เพราะรู้ดีว่านาราจะไม่พูดให้ฟังแน่ๆ นาราไม่พอใจที่มังกรเรียกภูจิกแบบนั้น จนเขาถึงกับพยักหน้ารับ
“พี่ขอโทษ”
“คุณภูเหงาค่ะ ก็เลยมานั่งเล่นที่ร้าน”
“เหงาแล้วมาทำไม? หาเมียสิวะ”
“คุณภูเลิกกับคุณฟานี่แล้วนะคะ ฉันบอกแล้ว”
“รู้ แต่ก็หาใหม่ดิ มานั่งเฝ้าเมียชาวบ้านเขาอยู่ได้ หน้าด้าน!”
“ว่าตัวเองอยู่หรือเปล่าคะ?” มังกรสะอึกไปในทันที แต่กลับไม่ได้งอนเธอหรือน้อยใจเธอ รอยยิ้มของเขาต่างหากที่ทำให้นารามึนงงเพราะปกติเขาจะงอแง ไม่ก็ถากถางเธออย่างคนน้อยใจ
“อย่างพี่ถ้าด้านระดับปูนก็เอาไม่อยู่”
“จริงค่ะ”
“ด้านของจริง เพราะถ้าไม่ด้านจริง... คงเกือบจะได้กินเมีย” ริมฝีปากร้อนกดจูบไปยังใบหูของนารายามที่กระซิบพูด นาราผลักอกแกร่งออกห่าง แก้มทั้งสองข้างถึงกับร้อนผ่าวและมันต้องแดงมากด้วย เพราะคำพูดของเขาทำให้เธอนึกถึงเรื่องเมื่อคืนอย่างเสียไม่ได้
“อ้าวคุณมังกร สวัสดีค่ะ”
“อืม สบายดีนะโซ่” ร่างเล็กหอบหายใจเหนื่อยจากการวิ่งมาจากป้ายรถเมล์และเห็นร่างสูงคุ้นตาจึงได้ทักทายเขาตามมารยาท โซ่ยิ้มให้กับมังกรและมองใบหน้าของนาราก็ต้องขมวดคิ้วอย่างสงสัย
“พี่นาราเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมแก้มแดงจัง”
“ฮ่าๆ”
“หัวเราะอะไรคะ?”
“มะ ไม่มีอะไร งั้นพี่ไปก่อนแล้วกัน ไปรอรับลูกส่วนเธอพี่จะไปรอที่บ้านนะ” มังกรพูดพลางโปรยยิ้มให้กับนารา เธอไม่พูดอะไรแต่กลับหมุนตัวหนีเขา ยิ่งมาโดนโซ่ทักแบบนี้ด้วยแล้วเธอยิ่งอายแทบจะแทรกแผ่นดินหนี
“น่ารักจังเลยนะคะ คุณมังกรกับพี่นาราเนี่ย”
“น่ารักตรงไหนกันโซ่?”
“ก็น่ารักก็แล้วกันค่ะ” เด็กสาวอมยิ้ม รู้สึกอยากให้ทั้งคู่คืนดีกันคงจะเป็นครอบครัวที่อบอุ่นมากแน่ๆ โซ่ออกมาจากหลังเคาน์เตอร์และทำหน้าที่ของตัวเอง แต่ทว่ากลับมองไปยังโต๊ะตัวเดิมและก็คนเดิมที่นั่งอยู่ตรงนั้น เขาเอียงคอมองจนเธอยกมือไหว้เขาอย่างเกร็งๆ
นี่ก็อีกคน... มานั่งเฝ้าพี่นาราทุกวันแบบนี้ สงสัยคงจะจีบแน่ แต่ก็เหมาะสมกันดี ทั้งคุณมังกร ทั้งคุณภู อิจฉาพี่นาราเหมือนกันนะเนี่ย
“รับอะไรดีคะ?”
“ฉันสั่งไปแล้ว”
“อ้าว แล้วเรียกโซ่ทำไมอะ” เธอเอียงคอมองเขาอย่างสงสัย ภูกอดอกมองร่างเล็ก เขายักไหล่จนเธอคิดว่าเขากวนประสาท โซ่กัดฟันแน่นแต่ก็ต้องยิ้มเพราะเขาคือลูกค้า
“งั้นรออาหารสักครู่นะคะ”
“เดี๋ยวสิ ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ” พอโซ่หันหลังไปจริงๆ ภูถึงได้เรียกรั้งเธอ ใบหน้าจิ้มลิ้มพ่นลมออกมา มองคนแก่ที่กอดอกหยิบใบอะไรสักอย่างยื่นมาให้
“อะไรคะ?”
“ลองไปดู ที่อยู่ตรงนี้น่าจะปลอดภัยกว่าที่เธออยู่”
“หือ... ให้โซ่ดูเหรอคะ เพื่ออะไร?” มือเล็กหยิบกระดาษที่เป็นแผ่นพับขึ้นมาดู มันเป็นคอนโดที่ไหนสักแห่งซึ่งราคาทำเอาเธอตาโตเลย แพงกว่าที่เธออยู่ด้วยซ้ำ แต่ทว่ากลับสวยและมองเห็นวิวทิวทัศน์ดี ก็ถ้ามีเงินเหลือก็จะไปเช่าหรอกนะ
“เพื่อให้เธอย้ายจากหอพักโทรมๆ ไม่ปลอดภัย ไปอยู่ที่ที่ดีกว่าไง”
“โห ไม่เอาหรอกค่ะ แพงจะตาย โซ่ไม่มีปัญญาจ่าย” เธอทำหน้ามุ่ย มองสบตากับเขาที่เอียงคอมองแผ่นพับซึ่งถูกยื่นมาไว้ตรงหน้าตามเดิม
“ลำพังทำงานที่ร้านอาหารก็แค่พอประทังชีวิต ใช้จ่ายค่าหอพักไม่กี่บาท ถ้าขืนย้ายไปอยู่ที่นั่น โซ่คงต้องไปหาทำงานก่อสร้างแล้วล่ะค่ะ”
“ระหว่างแพงกับความปลอดภัย เธอจะเลือกอย่างไหน?”
“แพง”
“เหอะ ยัยเด็กหัวดื้อ” ภูทำหน้าไม่พอใจจนโซ่รู้สึกได้ หากแต่ว่าทำไมเขาถึงได้ดูเหมือนใส่ใจเธอเรื่องที่พักนักล่ะ ปกติคนที่เพิ่งรู้จักกัน เขาสนเรื่องนี้กันเหรอ?
“แล้วทำไมคุณภูถึงได้อยากให้โซ่ย้ายล่ะคะ เราเพิ่งจะเจอกันเองนะ ไม่ดูก้าวก่ายไปหน่อยเหรอ?”
“เธอกำลังว่าฉันเสือกเรื่องของเธอใช่ไหม โอเค... ฉันเสือกเอง”
“เฮ้ย! คะ คือเปล่านะคะคุณภู โซ่ไม่ได้หมายความแบบนั้น” โซ่ทำหน้าไม่ดียกมือไหว้เขาที่เบือนหน้าหนี ให้ตายเหอะ! เขาก็แค่หวังดีนะ ผู้หญิงตัวคนเดียวไปอยู่หอพักโทรมๆ ไร้ความปลอดภัยแบบนั้น หวังดีดันโดนมองว่าเสือกซะนี้ ท่อนแขนแกร่งถูกเขย่าด้วยฝ่ามือเล็ก พร้อมกับใบหน้าจิ้มลิ้มซึ่งโน้มเข้ามาใกล้จนภูตกใจไม่น้อย
ครั้งแรกที่ได้มองใบหน้าของเด็กสาวชัดๆ เธอมีใบหน้าที่จิ้มลิ้มน่ารัก โดยเฉพาะเวลานี้ที่เธอทำหน้าเศร้าที่ด่าเขาว่าเสือกเรื่องของตัวเอง จู่ๆ หัวใจก็เต้นแรงอย่างบอกไม่ถูกจนต้องขยับตัวหนี
“โซ่ขอโทษนะคะ โซ่ไม่ได้หมายความว่าคุณภูเสือกนะคะ ไม่งอนนะ”
“ใครงอนเธอ ยัยเด็กดื้อ!”
“ก็ถ้าไม่งอนจะหันหน้าหนีโซ่ทำไมอะ?” เขาพ่นลมออกมาก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับเด็กสาว แน่นอนว่าโซ่เองที่พยายามทำให้เขาหายโกรธก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อสำรวจใบหน้าหล่อคม เขาอายุสามสิบสี่แล้ว แต่ไหงกับไม่มีรอยเหี่ยวย่นเลยนะ มีก็แต่ความหล่อเหลาแบบผู้ใหญ่ที่ทำให้เธอหัวใจเต้นแรง จำต้องเม้มริมฝีปากเมื่อรู้สึกตัวว่าใกล้เขามากเกินไป ร่างเล็กขยับตัวออกห่าง ยกมือเกาศีรษะตัวเองแก้ความรู้สึกที่ถาโถมตอนนี้
บ้าจริง... ทำไมใจเต้นแรงขนาดนี้นะ เต้นแรงกับเขาเนี่ยนะโซ่! บ้าไปแล้วหรือไง
“ฉันไม่ได้งอน อย่ามาเล่นหัวแบบนี้”
“ขอโทษค่ะ”
“ไม่สนใจก็แล้วแต่เธอ ฉันไม่ได้บังคับ” พูดเสร็จก็เบือนหน้าหนี ถึงแม้จะดุเธอเสียงเข้ม หากแต่มันเป็นการปิดบังความรู้สึกหวั่นไหวตอนนี้ต่างหาก ความรู้สึกที่มีให้กับเด็กสาวที่อายุห่างกับเขาเป็นรอบ
มังกรมารับนาทีที่โรงเรียน ซึ่งลูกชายของเขาก็ซักถามเรื่องอาการป่วยว่า ‘พ่อหายหรือยังครับ’ หรือ ‘พ่อเจ็บตรงไหนหรือเปล่า’ มันเป็นคำถามที่ธรรมดาแต่กลับมีความหมายสำหรับคนเป็นพ่ออย่างเขามาก เลิกเรียนมังกรเลยพานาทีมาเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้า แน่นอนว่าโซนที่นาทีต้องการคือโซนเครื่องเขียนและกระดาษวาดภาพ
“พ่อครับ นาทีขออันนี้ได้ไหม?”
“ไหนครับ อืม... เอาเลย เอาไปหลายๆ อันเลยก็ได้นะ พ่อซื้อให้ อยากได้อะไรลูกเลือกเลย”
“จริงนะครับ แต่นาทีเอาแค่สามเล่มพอนะ แม่บอกว่าให้ประหยัดครับ” สายตาเอ็นดูลูกชายของมังกร ทำให้ใครหลายคนแอบปลื้มปริ่มไม่น้อยและคิดว่าเขาอาจจะเป็นพ่อหม้ายลูกติด แต่เขาก็ไม่ได้สนใจใครนอกซะจากลูกชายตัวน้อย สองมือดึงร่างเล็กมากอดมาหอม
“ทำไมลูกถึงได้น่ารักจัง?”
“น่ารักเหรอ นาทีน่ารักเหมือนแม่”
“หึ อันนี้พ่อยอมรับนะ แต่ถ้านาทีหล่อ... นาทีต้องหล่อเหมือนพ่อ” ใบหน้าเล็กพยักหน้าพร้อมกับระเบิดหัวเราะ กอดคอผู้เป็นพ่ออย่างแนบแน่น ก้มลงจูบแก้มเขาย้ำๆ ซึ่งเขาไม่เคยแม้แต่จะรำคาญ ออกจะชอบด้วยซ้ำไป
ยิ่งถ้าคนเป็นแม่ทำแบบนี้ด้วยแล้ว มันจะยิ่งมีความสุขเข้าไปอีก
หลังจากที่เลือกของแล้วเรียบร้อย มังกรก็จูงมือนาทีไปร้านไอศกรีม เพราะนาทีต้องกลับไปกินข้าวฝีมือนารา รวมถึงตัวของเขาด้วยที่จะหิ้วท้องน้อยๆ ไปฝากเมีย เมื่อพานาทีกินเรียบร้อย ระหว่างทางที่จะกลับ มังกรมองหญิงสาวผมบลอนด์ตรงหน้าที่ยิ้มกว้างและนั่งลงยิ้มให้กับนาที
“ลูกชายคุณน่ารักมากเลยนะคะ”
“ครับ ขอบคุณครับ”
“น่ารักจังนะคะ ทั้งพ่อและลูก” เธอแซวผมพร้อมกับหันไปมองเพื่อนตัวเอง ซึ่งไม่ต่างกันเลย ผมทำได้เพียงยิ้มไปให้เท่านั้นก่อนจะถูกมือเล็กกระตุกไม่ให้พูดคุยกับสองสาวต่อ
“นาทีอยากกลับแล้ว”
“โอเคครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ผมยิ้มและมองเธอซึ่งโบกมือให้ผมกับนาที ภายในรถเงียบไปเลยจนผมมึนงงกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของลูกชาย ปกติอยู่กับผมจะร่าเริงมากเลยนะ หรือว่าจะหิวกัน?
รถจอดลงที่หน้าบ้านของผม แน่นอนว่าผมต้องหิ้วของนาทีและกะว่าจะไปกินข้าวฝีมือนาราด้วย เธอเปิดประตูออกมาต้อนรับผมและนาที
“เป็นไงบ้างคะ ไปเที่ยวมาสนุกหรือเปล่า?”
“ไม่สนุกเลยครับ”
“หือ... ทะ ทำไมลูกพูดแบบนี้ล่ะนาที พ่อก็เห็นลูกมีความสุขดีนี่นา” ผมหน้าเสียทันทีเมื่อมองสบตากับนารา แน่นอนว่าเธอมึนงงไม่ต่างจากผมหรอก เพราะนารารู้ดีไงว่านาทีรักผมมากแค่ไหน แต่ทำไมคราวนี้ลูกชายตัวเล็กถึงได้พูดแบบนี้ล่ะ ผมนั่งยองดึงแขนของนาทีมาใกล้ตัวเอง สีหน้าบูดๆ ของนาทีทำเอาผมไม่เข้าใจกับพฤติกรรมของเขา
“แม่ครับ นาทีมีเรื่องจะฟ้อง”
“เรื่องอะไรคะ?”
“เรื่องพ่อ” นาทีสะบัดแขนออกจากมือผม และไปเขย่าแขนนาราให้นั่งยองเหมือนกับผม เธอมองนาทีที่มองค้อนผมราวกับโกรธมากๆ เฮ้ย! ผมไปทำอะไรให้ลูกโกรธวะเนี่ย
“มีอะไรคะ พ่อทำอะไรนาทีคะ?”
“พ่อมีผู้หญิงครับ”
“!”
“ผู้หญิงมาคุยกับพ่อ และพ่อก็คุยด้วย ยิ้มใหญ่เลย... นาทีไม่ชอบ พ่อต้องยิ้มให้กับแม่คนเดียวสิ” นาราหันมามองผมด้วยสีหน้าเรียบเฉยทันทีที่นาทีฟ้องเธอ ผมทำได้เพียงยกมือโบกไปมามองนาทีที่ทำหน้าบูดใส่
“คือไม่ใช่นะนาที นาราคือพี่อธิบายได้นะ”
“นาทีงอนพ่อ! พ่อต้องยิ้มให้แม่ ต้องกอดแม่ ต้องรักแม่คนเดียวนะ”
