บทที่ 3 #แซคคลั่งท้องฟ้า :: CHAPTER 2 [100%]

Zack's Rule

2

สตูดิโอของบริษัทผลิตซีรีส์และละครคุณภาพหลายๆ เรื่อง ฉันมาถึงที่นี่เกือบบ่ายสองก็ขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่ต้องแคสติ้งละคร ภายในลิฟต์มีผู้หญิงคนหนึ่งกับผู้จัดการเป็นสาวสองมองฉันพลางยิ้มเยาะ

“ตายจริง ไม่คิดว่าสกายจะมาแคสติ้งบทละครที่นี่ แถมเรื่องเดียวกันด้วยอะ” ฉันไม่สนใจ ‘รีวิว’ นักแสดงสาวมากความสามารถที่ไม่รู้ว่าฉันไปทำอะไรให้ หล่อนถึงได้ชอบกระแหนะกระแหนฉันเสมอ ตอนถ่ายแบบเหมือนกันเคยถ่ายปกนิตยสารเดียวกันหล่อนก็ชอบไม่พอใจฉัน เอาจริงปะ ฉันไม่เคยทำอะไรให้หล่อนนะหรือว่าฉันดังเกินหน้าเกินตาไป? อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะเรามันคนละสายอาชีพและที่ฉันมาที่นี่ก็เพราะว่าผู้กำกับเขาติดต่อมาเอง

“ขอบคุณค่ะ” หันไปมองรีวิวที่แก่กว่าฉันสองปี ไม่อยากจะต่อปากต่อคำถึงได้พูดเพียงคำว่าขอบคุณแค่นั้น

“เห็นเธอสนิทกับลี้เทียนมากเลยนี้ ไม่ได้คบกันเหรอ?”

“ถ้าคบกันก็เห็นแล้วสิคะ” คุณฌอนวางมือลงบนไหล่ฉันและบีบเบาๆ ไม่ให้พูดอะไรหยาบคายออกไป “พอดีกว่าลี้เทียนเขามีแฟนแล้ว ฉันกับเขาเป็นแค่เพื่อนกันค่ะ เพื่อนที่สนิทที่สุดในวงการ”

“อ๋อเหรอ” ไม่รู้ว่าหล่อนทำหน้าหรือท่าทางยังไงนะ เพราะคุณฌอนไม่ให้ฉันหันไปเลยอะให้มองแต่ตัวเลขลิฟต์ที่กำลังเคลื่อนไปยังชั้นที่ต้องการ “งั้นก็ขอให้วันนี้ผ่านไปได้ด้วยดีนะ สกาย”

เป็นจังหวะที่ลิฟต์เปิดขึ้นหล่อนกับผู้จัดการสาวสองก็ออกจากตัวลิฟต์ไป แต่ผู้จัดการของหล่อนดันหันมามองคุณฌอนด้วยสีหน้าหยาดเยิ้ม จนฉันถลึงตาใส่หล่อนถึงได้ตามตูดรีวิวไปยังสตูดิโอ

“เชอะ ยัยบ้า”

“สกาย” ทำหน้าบูดใส่คุณฌอน ก่อนจะเดินตรงไปยังสตูดิโอที่มีนักแสดงอยู่หลายท่านกำลังรอแคสติ้งบท แต่ฉันไม่รู้หรอกนะว่ามีใครแคสฯ บทอะไรบ้าง ทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างนักแสดงชายคนหนึ่ง ฉันเคยเห็นเขาเล่นละครตอนเย็นอยู่

“เดี๋ยวเชิญนักแสดงหญิงที่รับบทนางเอกฟ้าใส มาห้องโถงนี้นะคะ” สตาฟเดินออกจากห้อง ผายมือให้นักแสดงหญิงที่มาร่วมตัวกันเข้าไปแคสฯ ที่ห้องซ้ายมือ ส่วนของผู้ชายก็ห้องทางขวา

“ขอให้ผ่านนะ” หันไปมองคนข้างกายที่ชื่อจอม ดีนะที่จำฉันชื่อเขาได้น่ะ

“ขอบคุณนะ” น่าจะรุ่นเดียวกับฉัน บอกขอบคุณเขาฉันก็ตรงเข้าห้องไปซึ่งมีผู้กำกับ คนเขียนบทนั่งอยู่ตรงมุมห้องและตรงกลางดูเหมือนจะเป็นที่ที่ทำให้เราได้แสดงให้พวกเขาดูล่ะนะ มองรีวิวที่มองค้อนฉันอยากจะเดินไปถามนะมองแบบนี้เอาตะปูจากฉันไหม? มองตาแทบหลุด

“เดี๋ยวเชิญนักแสดงแต่ละท่านนั่งประจำที่ก่อนนะคะ แล้วก็เชิญคุณรีวิวแสดงก่อนคนแรกเลยค่ะ”

ระหว่างดูนักแสดงท่านอื่นฉันก็อ่านบทในมือไปด้วย ถึงจะจำได้ค่อนข้างแม่นยำก็เถอะ แต่พอเห็นรีวิวแสดงแล้วรู้สึกทึ่งมาก นี่สินะนักแสดงมากฝีมือพอสวมบทบาทนั้นๆ แล้วแสดงออกมาได้ถึงใจเลยล่ะ ร้องไห้เนี่ยเหมือนน้ำตาสั่ง บทที่ว่านี้เป็นบทตอนที่พระเอกกับนางเอกมีอะไรกันแล้วไม่สามารถบอกใครไปได้ เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ

ทำไม... เหมือนฉันกับเนสจัง

“ถึงคิวคุณสกายแล้วค่ะ” หลุดจากภวังค์มองสบตากับสตาฟสาวที่ฉีกยิ้มให้ฉันอย่างปลาบปลื้ม ลุกขึ้นพลางค้อมศีรษะให้เธอที่หันไปกรี๊ดใหญ่ ฉันก็ไปหยุดตรงหน้าคณะกรรมการพลางยกมือไหว้ทุกท่าน นี่เป็นเหตุผลที่มีแต่คนรักฉัน ไม่ได้ชมตัวเองแต่ฉันมักจะมีมารยาทเสมอเป็นกันเองก็พวกเขาที่ชื่นชอบในตัวฉัน ผู้กำกับหันไปกระซิบกับผู้เขียนบทที่พยักหน้า มองฉันที่ทำสมาธิสักพักก็เค้นน้ำตาของตัวเองออกมา

ถามจริงเอาเป็นฉากอื่นไม่ได้เหรอ ฉากนี้น่ะมัน...

“ฮึก” ร้องออกมาจนได้นะสกาย พอนึกไปถึงเรื่องของตัวเอง “ทำไมล่ะคะคุณคลื่น”

พระเอกในเรื่องชื่อหมอคลื่นกับฟ้าใส

“เรื่องของเรา ทำไมถึงบอกใครไม่ได้คะ” ราวกับว่าเนสยืนอยู่ตรงนี้ ฉันเป็นเนสส่วนเนสเป็นฉัน บทบาทของเราสองคนสลับกันจนฉันปล่อยหยาดน้ำตาให้ไหลอาบแก้ม ภายในห้องเงียบสนิทฉันจนต้องมองก็พบว่าผู้กำกับและผู้เขียนบทน้ำตาคลอทันทีที่ฉันเริ่มแสดง “เรารักกันไม่ใช่เหรอคะ แล้วทำไมคุณคลื่นถึงทำกับฟ้าเหมือนไม่มีตัวตนแบบนี้”

“...”

“เมื่อไหร่คุณคลื่น เมื่อไหร่เรื่องของเราจะเป็นจริงสักที คุณคลื่นหลอกฟ้าทำไม!” ใส่อารมณ์ทั้งหมดที่มีราวกับเนสยืนมองฉันที่ร้องไห้แทบขาดใจ เหมือนเรื่องตัวเองเลยอะสกายเอ๋ย เล่นสุดตัวมาก ถึงกับก้มหน้าลงร้องไห้แทบขาดใจ สายตาของฉันมองรีวิวที่ทำหน้าอึ้งไปกับฝีมือของฉัน หึ ฉันไม่ได้เก่งแค่ถ่ายแบบนะจ๊ะรีวิว

“เก่งมากสกาย”

“ขอบคุณค่ะ” ยกมือปาดน้ำตา จากนั้นก็ค้อมศีรษะให้กับกรรมการเอาผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาตัวเอง จากนั้นฉันก็เดินไปเพื่อรอผลการตัดสิน

“เออ คุณสกายคะ ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ?” สตาฟสาวเดินเข้ามาหาฉันอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“ได้สิคะ มาค่ะเดี๋ยวสกายถ่ายเซลฟี่เอง”

“ขอบคุณนะคะคุณสกาย” หยิบสมาร์ทโฟนของเธอขึ้นมาถ่ายรูปสองสามใบ จากนั้นสตาฟก็ฉีกยิ้มหน้าบาน “ฉันจะคอยดูซีรีส์และติดตามผลงานของคุณสกายทุกอย่างเลยนะคะ”

“ขอบคุณนะคะ แต่สกายอาจจะไม่ผ่านก็ได้ค่ะ”

“ต้องได้สิคะ ฉันมั่นใจเมื่อกี้คุณสกายแสดงดีมากเลยค่ะ”

เมื่อเธอให้กำลังใจฉันเสร็จก็เดินไปประจำตำแหน่งตัวเอง ส่วนฉันก็หันไปมองรีวิวที่มองด้วยสีหน้าเรียบนิ่งพลางเบ้ปากแต่ฉันสนใจเหรอ ไม่เลยสักนิดฉันกำลังตื่นเต้นต่างหากว่าจะได้รับเลือกเล่นซีรีส์เรื่องนี้ไหม? แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นประสบการณ์แล้วกัน

“เอาล่ะ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณนักแสดงทุกท่านที่ให้ความสนใจแสดงซีรีส์เรื่องนี้นะครับ” ผู้กำกับลุกขึ้นยืนขอบคุณพวกเราห้าคนที่นั่งรอผลประกาศดูเหมือนว่าทางฝั่งพระเอกและนักแสดงอื่นๆ จะได้ประกาศผลแล้วเรียบร้อย เพราะฉันเห็นพวกเขามาอยู่ในห้อง สายตาของฉันปะทะเข้ากับนักแสดงมากฝีมืออายุยี่สิบแปดปีอย่างคุณ ‘ขุนเขา’ ในวงการเรียกเขาว่าขุนแค่นั้น เขาเป็นลูกชายคนเดียวของไฮโซชื่อดังอย่างคุณขิมด้วยล่ะ เห็นว่าพ่อของเขาเสียไปตั้งแต่เขายังเด็กด้วย

เขาเล่นมองฉันไม่วางตาแบบนั้น หล่อเข้ม หุ่นสูงใหญ่ด้วย กล้ามเป็นมัดๆ เลย อย่าบอกนะว่าเขาได้รับเลือกเป็นบทหมอคลื่นแล้ว เดี๋ยวนะ! ที่นักข่าวถามฉันวันนี้ว่ามีนักแสดง ข จีบฉันคงไม่ใช่เขาหรอกนะ ก็เราเพิ่งจะเคยเจอกันนี้!

“ทั้งผมที่เป็นผู้กำกับเรื่องนี้ แล้วก็คุณจีผู้เขียนบทขอเลือก...”

ฉันมองสบตากับเขาที่ยังคงไม่หลบสายตา แถมยังยกยิ้มมุมปากด้วยนะ เจ้าเล่ห์อยู่นะผู้ชายคนนี้

“สกาย”

เขาตกใจทันทีจนฉันมึนงง มองฉันแล้วตกใจเนี่ยนะ? แต่เขาก็ชี้นิ้วไปทางกรรมการจนฉันต้องหันไปมอง

“คะ?”

“ไม่ได้ฟังอยู่เหรอ”

“เออ...”

“สกายได้รับบทฟ้าใสในซีรีส์รักปาฏิหาริย์ ตอน คลื่นฟ้า”

“คะ! จริงเหรอคะ” ตกใจสุดขีดเลย ยกมือทาบอกตัวเองหันไปมองรีวิวที่ทำหน้านิ่ง แต่ฉันรู้ดีว่าเธอกำลังโกรธอยู่แน่นอนเลย แต่ไม่แสดงมันออกมาไม่งั้นจะเสียหน้าเอาสิ “ขอบคุณนะคะ ที่เลือกสกาย”

“จะเปิดกล้องเดือนหน้านะ ยังไงก็เตรียมเคลียร์คิวเลยถ่ายเรื่องนี้ยาวหน่อยมี 6 ตอน” พยักหน้ารับผู้กำกับและผู้เขียนบทอย่างคุณจีก็เลือกนักแสดงที่จะรับบทอื่นๆ ต่อ ซึ่งรีวิวได้รับบทเป็นน้องสาวของหมอคลื่น เพื่อนสาวฉันและเพื่อนชายได้แก่จอมที่เพิ่งให้กำลังใจฉันเมื่อกี้ บทที่เขาได้รับคือแอบชอบฉันนั่นแหละ ส่วนเพื่อนสาวคือนักแสดงคลื่นลูกใหม่ชื่อเมษา

“พี่สกาย เมษาขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ? ที่บ้านเมษาเป็นแฟนคลับพี่สกายทั้งบ้านเลยค่ะ”

“มาเลยๆ”

“งือ ขอบคุณนะคะพี่สกายน่ารักมากเลยค่ะ เมษาเป็นแฟนพี่สกายด้วยดูสิคะ” เปิดรูปในห้องที่ซื้อนิตยสารฉันไว้เต็มเลย เอาจริงนอกจากลี้เทียน ที่จริงใจกับฉันก็คงมีเพิ่มแล้วล่ะคือเมษกับจอมที่เสนอหน้าเข้ามาถ่ายรูปด้วย สายตาที่มองเมษนี่ยังไงเนี่ย? ชอบน้องเขาใช่ไหมจอม!

“ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับ สกาย” ขุนเขาเดินมาแสดงความยินดีกับฉัน ใช่ ฉันคิดไว้ไม่มีผิด เขาได้รับเป็นหมอคลื่นจริงๆ ด้วย ฉายาของเขาเนี่ยเจ้าพ่อเลิฟซีนเลยล่ะ แต่ละเรื่องที่เล่นคือ... ไม่พูดดีกว่า ซีรีส์ที่เล่นกับเขาคือเลิฟซีนดุเดือดมาก เห็นว่าติดเรต 18+ ด้วยล่ะ เฮ้อ เอาวะสกาย สู้สิ! เรื่องแรกของเส้นทางการไปสู่นักแสดงเลยนะ อีกอย่างนักแสดงแต่ละท่านคือแถวหน้าของประเทศเลยด้วย

“เช่นกันค่ะคุณขุนเขา”

“ขุนก็พอครับ” ฉันพยักหน้ารับและส่งยิ้มให้กับเขา ถึงสายตาจะเจ้าเล่ห์ไม่ได้หื่นกามนะแต่ก็ทำเอาขนลุกกลัวๆ ยังไงบอกไม่ถูก “เจอกันวันเปิดกล้องนะครับ”

“ค่ะ”

“นักแสดง ขอเบอร์ติดต่อผู้จัดการด้วยครับ” ผู้กำกับตะโกนเรียกซึ่งฉันก็ใส่เบอร์คุณฌอนไป จากนั้นเมษาก็ควงแขนตามด้วยจอมที่ตัวติดฉันเป็นปลิงเลยล่ะ

“เป็นยังไงบ้างครับ?”

“ผ่านค่ะ เริ่มเปิดกล้องต้นเดือนหน้า ยังไงคุณฌอนเคลียร์คิวให้ฉันด้วยนะคะ”

“พี่สกายไปกินไอศกรีมกับเมษาไหมคะ?”

“ผมไปด้วยสิ” จอมเสนอหน้าทันทีแต่ฉันก็โบกมือไปมา

“ขอโทษด้วยนะ พอดีพี่มีงานต่อน่ะ”

“หวา เสียดายจังงั้นเมษาขอเบอร์พี่สกายได้ไหมคะ?” พอขอเบอร์มาแบบนี้ฉันจึงหันไปมองคุณฌอน เพราะเบอร์เป็นของส่วนตัวถ้าหลุดไปซวยเลยล่ะ แต่คุณฌอนก็พยักหน้าให้ฉันตกลง

“งั้นผมขอบ้าง”

“แลกเบอร์กันเลยแล้วกัน”

เมื่อแลกเบอร์กันเรียบร้อยแล้ว ฉันก็ขอตัวกลับก่อนขึ้นรถมาก็รู้สึกเพลียทันทีอยากกลับห้องไปนอนแล้ว...

“เนส?” พอนึกขึ้นมาได้ว่านัดกับเนสว่าจะไปรับเขาที่มหาลัย ฉันก็กระเด้งตัวหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูเวลาก็พบว่ามันทุ่มกว่าแล้ว แถมเนสโทรมาเกือบสิบสาย “คุณฌอนคะ รีบกลับเพ้นท์เฮ้าส์ด่วนเลยค่ะ”

“มีอะไรหรือเปล่าครับ” รถตู้มาถึงลานจอดรถฉันก็รีบลงจากรถทันที ปลดล็อกรถสปอร์ตบีเอ็มสีขาวและต่อสายหาเนสแต่เขาก็ไม่รับ ฉันผิดนัดเขาอีกเป็นครั้งที่ร้อยได้แล้วมั้ง ลืมได้ยังไงเนี่ยสกาย!

มหาลัยคณะวิศวฯ ตอนนี้เงียบสนิท มีนักศึกษาเพียงไม่กี่คนที่เดินออกจากคณะเพื่อกลับบ้าน ฉันไม่กล้าลงไปหรอกเดี๋ยวใครเห็นก็จำได้อีกว่ามาทำอะไรที่นี่ ต่อสายหาเนสเกือบร้อยสายแล้วนะ จะว่ากลับห้องก็คงไม่ใช่หรอกต่อให้งอนแค่ไหนก็ต้องรับแล้ว แต่นี่ไม่รับเลยฉันก็เป็นห่วงกลัวว่าเขาจะเป็นอะไร เมื่อรับรู้ว่าเนสไม่ได้อยู่มหาลัยฉันก็ขับรถกลับพร้อมต่อสายหาเขาไม่หยุดกระทั่งปลายสายรับ ฉันก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“เนส กายขอโทษ”

(“...”)

“เนสอยู่ไหน อยู่ห้องไหมเดี๋ยวกายแวะซื้อของสดเรามาทำอาการกินกันนะ”

(“เปล่า”) น้ำเสียงนิ่งๆ ของเขาทำให้ฉันรู้สึกแย่ชะมัด (“กายผิดนัดผมครั้งที่ร้อยได้แล้วมั้ง)

“กายขอโทษ กายไปแคสติ้งซีรีส์แล้วมันช้า”

(“รับสายผมสักนิดก็ยังดี”)

“เนส”

(“วันนี้ผมไม่กลับ ผมอยู่ห้องไอ้ดลต้องทำรายงาน”)

 ตอบแค่นั้นก็วางสายใส่จนฉันหลับตาลงทุบมือลงกับพวงมาลัยรถ สกายทำไมถึงได้ลืมนัดแบบนี้นะ! เนสจะโกรธมันก็ถูกแล้ว ฉันมันเป็นแฟนที่แย่จริงๆ นั่นแหละ

เดินเข้ามาห้องโถงตรงล็อบบี้ทางขึ้นเพ้นท์เฮ้าส์ ที่นี่ดีมากเลยนะฉันรู้ปลอดภัยที่จะไม่มีใครมาแอบถ่าย แอบตามหรือนักข่าวมารอทำข่าวเรื่องฉัน กดเรียกลิฟต์ที่มีคู่แต่ดูเหมือนลิฟต์อีกตัวจะอยู่ระหว่างซ้อมนะ เมื่อเข้ามาฉันก็เอนหลังพิงกับกำแพงเหล็กพลางทิ้งตัวลงนั่งยองๆ ฟุบหน้าลงกับเข่า รับรู้ว่าไม่ได้มีแค่ฉันที่เข้าลิฟต์มาด้วยกันเพราะฉันเห็นรองเท้าผ้าใบสีดำหุ้มข้อผู้ชาย ดูจากฝ่าเท้าแล้วใหญ่ขนาดนี้คงไม่ใช่ผู้หญิงหรอก

“คนหรือผีวะเนี่ย?” น้ำเสียงเข้มแต่เซ็กซี่เอ่ยขึ้น คงจะตกใจสินะ “เป็นอะไรหรือเปล่าคุณ”

“เปล่าค่ะ” ตอบเขาไปด้วยน้ำเสียงอู้อี้ จากนั้นก็เงยหน้ามองผู้ชายใจดีที่เป็นห่วงเป็นใยถามไถ่ก็ต้องเลิกคิ้วขึ้น ผู้ชายคนนี้ที่เจอกับเมื่อเช้าใช่ไหม? ใช่สิ รอยสักแบบนี้จำได้แม่นเลยล่ะ

“เหอะ ซวยชะมัด” พอเห็นว่าเป็นฉันเขาก็พูดขึ้นมาลอยๆ แต่ได้ยินเต็มสองหูนะ!

“คุณว่าอะไรนะ”

“เปล่า”

“แต่ฉันได้ยินนะคะ”

“แสดงว่าไม่เมา” ยิ่งเขาพูดฉันก็ยิ่งงงนะ อะไรคือฉันเมาแล้วมันไปหนักหัวเขาหรือไง? เห็นฉันแล้วไม่รู้จักด้วยเนี่ยนะ

“คุณไม่รู้เหรอว่าฉันเป็นใคร?” หันมามองฉันพลางมองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

“ตัวคุณยังไม่รู้ แล้วผมจะรู้ไหม”

“นี่!” คว้าไหล่หนาให้หันมามองกัน ให้เขามองหน้าฉันชัดๆ แล้วนึกสิว่าฉันเป็นนางแบบชื่อดังที่เดินไปไหนก็มีแต่คนรู้จักนะ หมอนี้ไปอยู่เขาลูกไหนมาถึงไม่รู้จักฉันเนี่ย “มองฉัน”

“แล้ว?” กวนประสาทซะจริง มีจริงๆ เหรอคนที่ไม่รู้จักสกาย “หรือจะให้รู้จัก”

“ใช่ไงคะ”

“อ๋อ” ลากเสียงยาวจากนั้นก็ชี้นิ้วมาหาฉัน “อยากมีเซ็กซ์กับผมเหรอ?”

“ห๊ะ!” อะไรของผู้ชายคนนี้! เขาคิดว่าที่ฉันอยากให้เขารู้จักเพราะฉันอยากมีเซ็กซ์กับเขาเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว

“ปกติผู้หญิงที่เข้าหาผม มักอยากทำตัวให้ผมสนใจแล้วก็อยากให้ผมรู้จัก”

“มะ ไม่ใช่นะ” เขายกยิ้มก่อนจะเดินต้อนจนแผ่นหลังของฉันชนกับมุมลิฟต์สี่เหลี่ยม จากนั้นก็ใช้ท่อนแขนขวางทางไม่ให้ฉันขยับตัวหนี กลิ่นบุหรี่และกลิ่นเหล้าคละคลุ้งทว่าเขาดื่มเยอะจนได้กลิ่นขนาดนี้ไม่เมาเลยน่าเหลือเชื่อ “คุณบ้าหรือไง?”

“อยากให้ผมกินเหรอ”

“คุณ! ถอยไปเลยนะ”

“แต่ดูแล้วคุณไม่น่าจะอยากให้ผมเลี้ยงดูเลย อยู่เพ้นท์เฮ้าส์หรูขนาดนี้” ใบหน้าหล่อเหลาทำหน้าสงสัย มันก็ใช่น่ะสิ! ฉันจะไปอยากให้เขาเลี้ยงดูทำไมในเมื่อฉันก็หาเงินใช้เองได้ “สงสัยแค่อยากมีเซ็กซ์สินะ”

“หยุดนะ ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น”

“จริงเหรอ?” เขาทำหน้าไม่อยากจะเชื่อแต่ก็ขยับตัวออกไปเมื่อเห็นว่าลิฟต์กำลังมาถึงชั้นของฉันก่อน “น่าเสียดาย”

เสียดายบ้าอะไร!

“ถอยไปเลยค่ะ” ดันร่างสูงออกจากประตลิฟต์ที่พร้อมเปิดแล้ว ฉันก็รีบเดินออกทันทีแต่ดันหันไปมองร่างสูงที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงยีน

“ชั้นที่ 25 ห้อง 2501”

“อะไรของคุณ”

“จำไว้สิ เผื่อเหงาจะได้ไปหาผม” โบกมือให้ฉันด้วยหน้าตากวนประสาท

“โรคจิตหรือไง!”

อยากจะต่อยหน้าหล่อๆ ให้พังกันไปข้าง เห็นฉันเป็นผู้หญิงแบบไหนกันถึงได้มาเสนออะไรที่มันอุบาทว์ๆ ขนาดนี้ เมื่อมาถึงห้องฉันก็ตรงเข้าห้องน้ำเปิดน้ำอุ่นและเทสบู่กลิ่นธรรมชาติตีฟองให้ฟู จากนั้นก็ดับไฟในห้องน้ำจุดเทียนหอมที่ตั้งไว้เกือบสิบอัน ลงไปแช่ตัวเอาผ้าขนหนูพันเป็นหมอนหนุน ทอดสายตามองวิวกระจกด้านข้างที่เวลาเริ่มล่วงลับไปตามกาลเวลา

“คนบ้า ไม่รู้จักฉันได้ยังไง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป