บทนำ
เมื่อเลือกที่จะตกลงเป็นผู้หญิงของแซค ถ้าพอใจกับความสัมพันธ์แบบนี้ก็ทนต่อไป
แต่ถ้าไม่ไหวก็ให้เลือกเดินออกไปเอง
-พลช พัฒนรุ่งเรืองกิจ-
บท 1
Zack's Rule กฎของเเซค
‘กฎของแซค’ นอนด้วยกัน ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ ห้ามรักและห้ามแสดงความเป็นเจ้าของ
เมื่อเลือกที่จะตกลงเป็นผู้หญิงของแซคถ้าพอใจกับความสัมพันธ์แบบนี้ก็ทนต่อไป แต่ถ้าไม่ไหวก็ให้เลือกเดินออกไปเอง
-พลช พัฒนรุ่งเรืองกิจ-
----------------------------------------------------
ผับ Zack’s Rule
ร่างสูงใหญ่สวมเสื้อยืดสีขาวแขนสั้นกับกางเกงยีนสีซีดพร้อมรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อยี่ห้อดัง มือซ้ายที่มีรอยสักลวดลายสวยงามยกขึ้นเอาบุหรี่เข้าปาก จากนั้นก็สูบเอานิโคตินเข้าปอดพ่นควันสีขาวพวยพุ่งเหนือศีรษะ เดินตรงไปยังผับที่ครึกครื้นไปด้วยแสงสีและเพลงที่เปิดดังระงม
ประตูห้องเป็นทั้งห้องทำงานและห้องนอนไปในตัว ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้นวม ตรงหน้าเป็นโต๊ะทำงานขนาดใหญ่มีแฟ้มเอกสารมากมายที่กระจายอยู่บนโต๊ะ “ไม่ได้เอาดอกไม้มาใส่แจกันให้หรือไง?”
“ขอโทษด้วยครับคุณแซค ผมจะสั่งให้ไปซื้อเดี๋ยวนี้ครับ”
‘แซค พลช พัฒนรุ่งเรืองกิจ อายุ 28 ปี’ เจ้าของผับชื่อดังย่านใจกลางกรุงที่มีนักท่องเที่ยวไฮโซหรือดารามักจะมาดื่มและนั่งฟังเพลงที่ผับของเขา มีนักร้องขาประจำมาร้อง แซคให้โอกาสนักร้องที่ร้องตามถนนมาร้องที่นี่ให้เงินจำนวนมาก หวังว่านักร้องที่ไม่ได้เด่นดังจะโด่งดังตามความฝันที่เขาอยากจะให้เป็น
“คาร์เนชั่นสีเขียว”
“ครับ” บอกแค่นั้นคนของแซคก็ออกจากห้องไป ส่วนเขาก็เอนพลังพิงเก้าอี้มองแจกันที่ว่างเปล่าก็ทำให้รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา อาจเพราะไม่ได้เห็นดอกคาร์เนชั่นสีเขียวที่เป็นสีโปรดของตัวเอง ความหมายของมันก็เหมือนกับเขาไม่มีผิด คาร์เนชั่นสีเขียวมีความหมายว่าสุขภาพที่ดี ความแข็งแรงและมีเอกลักษณ์เป็นตัวของตัวเอง
Rrr
สมาร์ทโฟนเครื่องหรูสีน้ำเงินดังเรียกให้คนเป็นเจ้าของรับสายสักที พอสายตามองปลายสายจึงค่อยผุดยิ้มขึ้นมา
“ว่าไง”
(“เฮียแซค วันนี้มาหาหนูไหม?”) ได้ยินเสียงใสออดอ้อนเขาก็เคาะนิ้วชี้ลงบนโต๊ะ (“หรือเฮียแซคนัดคนอื่นแล้ว”)
“ไม่ได้นัด”
(“ถ้างั้นเฮียมาหาหนูนะคะ หนูคิดถึงเฮียแซคมากเลย”)
“จำได้ว่าเฮียเพิ่งไปหาหนูเองนะ”
(“แต่มันไม่พอนี่นา เฮียมาแค่รอบเดียวเอง”)
“อะไรรอบเดียว? เฮียก็ยังจำได้อยู่ดีนะว่าเฮียไม่ได้ไปหาหนูรอบเดียว” น้ำเสียงงอแงกรอกใส่จนเขายิ้มออกมาไม่หยุด
(“เฮียไม่รู้เหรอว่าหนูไม่เคยพอกับเฮียเลย”)
“หึ”
(“หนูอาบน้ำรอแล้วนะคะ พรุ่งนี้หนูต้องไปมหาลัยด้วย”)
“ต้องไปเรียนแล้วจะชวนเฮียไปหาทำไม” มองร่างสูงที่เดินเข้ามาพร้อมหยิบแจกันจากมุมโต๊ะออกไปข้างนอก
(“ก็อยากเจอเฮีย”)
“เฮียให้โอกาสหลินพูดอีกที” แซคพยายามต้อนคนในสายให้พูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการจริงๆ เพราะว่าเขาน่ะชอบที่ผู้หญิงต้องการและโหยหาเขาขนาดนี้
(“หนูอยากได้... เฮีย”)
“โอเค เฮียออกจากผับเที่ยงคืน เฮียไปเลย”
(“หนูจะรอนะคะ เฮียแซคของหลินน่ารักที่สุด”)
กดวางสายไปสักพักประตูก็เปิดขึ้นอีกครั้ง มองดอกคาร์เนชั่นรอยยิ้มที่ไม่ได้เจ้าเล่ห์ก็ผุดขึ้นมา ทว่ารอยยิ้มครั้งนี้กลับอ่อนโยนจนคนที่ยืนอยู่ยังไม่เคยเห็นรอยยิ้มของเจ้านายที่ยิ้มให้กับดอกไม้ไร้ชีวิตแบบนั้น
“คุณแซคครับ”
“ว่า” แซคเอ่ยถามก่อนจะยื่นมือไปจับตามกลีบดอกไม้ “มีอะไรปราบ”
“ผมไม่รู้ว่าควรถามคุณแซคออกไปไหม” แซคขมวดคิ้วมองปราบคนสนิท ยืนเอามือผสานไว้ระหว่างหน้าท้อง ใบหน้าหล่อเหลาอายุเพียงยี่สิบห้าปี เขากับแซคเจอกันได้ตอนที่เขาต่อยตีเป็นอันธพาล แซคเห็นฝีมือแล้วจึงเชิญชวนปราบให้มาทำงานกับเขาซึ่งพอปราบได้ฟังแบบนั้นก็รู้สึกตื่นตันใจและเป็นเกียรติที่จะได้ทำงานกับแซค ผู้ชายที่มีอิทธิพลมากๆ คนหนึ่ง
“ถามมาสิ ถ้าตอบได้ฉันจะตอบ”
“ดอกคาร์เนชั่นน่ะครับ” ปราบเอ่ยแซคจึงผละมือออกและเปิดแฟ้มเอกสารเพื่อตรวจสอบงาน
“นายกำลังจะถามว่าทำไมผู้ชายอย่างฉันที่ตัวใหญ่ ถึงชอบดอกไม้”
“ครับ แล้วต้องคาร์เนชั่นสีเขียวด้วย” สายตาคมตวัดมองปราบและมองดอกไม้ที่อยู่ในแจกันใส รอยยิ้มของเขาก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง
“คาร์เนชั่นสีเขียวมันหมายถึงเอกลักษณ์เป็นตัวของตัวเอง และฉันเป็นแบบนั้น”
“...”
“อีกอย่าง มีคนเคยบอกว่าคาร์เนชั่นสีเขียวมันเหมาะกับฉัน”
ใครบางคนที่บอกแซคไม่แม้แต่จะเอ่ยชื่อออกไป เมื่อได้คำตอบที่อยากได้แล้วปราบก็ขอตัวไปดูแลผับต่อ แต่แซคก็สั่งให้ปราบเรียกใครอีกคนเข้ามาพบ ระหว่างที่กำลังเซ็นเอกสารในแฟ้มประตูก็ถูกเคาะ
“คุณแซคเรียกเบียร์มามีอะไรหรือเปล่าคะ?”
“ช่วงนี้เธอว่างหรือเปล่า” แซคถามหญิงสาวตรงหน้าที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวปลายเสื้อมัดเป็นโบว์ไว้ตรงเอวเพื่อโชว์เอวขอดรับกับหน้าอกหน้าใจที่ใหญ่โต กระดุมเสื้อเชิ้ตถูกปลดลงมาสองเม็ดเผยให้เห็นก้อนเนื้อที่ดันล้นบวกกับกางเกงขาสั้นเพื่อให้เห็นเรียวขายาว ใบหน้าสวยเก๋ที่ต้อนรับแขกมีชื่อได้อย่างดี เบียร์เป็นอีกคนที่แซคเชื่อและไว้ใจมาเสมอ แต่มักจะถูกมองว่าเธอเป็นเด็กของแซคก็เลยไม่ค่อยมีใครกล้ายุ่ง แม้จะยื่นข้อเสนอเลี้ยงดูแต่เบียร์ก็มีศักดิ์ศรีที่จะไม่ยอมเป็นเมียน้อยของใคร รักและเคารพแซคเสมือนพี่ชาย
“คุณแซคถามแบบนี้ เบียร์ก็ต้องว่างไหมคะ” เธอฉีกยิ้มให้กับเขา
“งั้นช่วยจัดการบัญชีแล้วก็เอกสารสั่งของมาในผับให้ที ฉันมีธุระ”
“ได้ค่ะ”
“เสร็จก็ให้ปราบตรวจเช็คอีกที”
ลุกขึ้นหยิบสมาร์ทโฟนกับกุญแจรถก่อนจะออกจากห้องและผับ กดปลดล็อกรถ Jaguar f-type 5.0 liter v8 สีน้ำเงินราคาสิบล้านนิดๆ แต่ก่อนจะได้ขึ้นรถแซคก็เอนสะโพกพิงประตูทางคนขับ จากนั้นก็ล้วงซองบุหรี่มาร์ลโบโร่ซองแดงเข้าปาก จุดไฟแช็กเงินที่เป็นแบบสำหรับเติมก๊าซลงไปได้ ควันบุหรี่พวยพุ่งแซคจึงเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เวลานี้ใกล้จะเที่ยงคืนแล้วแต่เขามีนัดกับหญิงสาวที่เลี้ยงดู เรียกง่ายๆ เขามีผู้หญิงเป็นฮาเร็มเลยล่ะ
“ผับที่นี่นะ เลิศมากแกอย่ามาไม่อยากเข้าสกาย”
“แต่ฉันไม่อยากเข้านี่น่า เผื่อมีนักข่าวอยู่ด้วยนะ”
“ไม่มีหรอก ผับแซคไม่เคยมีนักข่าวหรือพวกปาปารัสซี่”
สายตาของผมมองผู้หญิงคนหนึ่งกำลังพยายามลากผู้หญิงอีกคนที่ส่ายหน้าไปมาไม่อยากเข้าไปในผับ ร่างบอบบางสวมชุดเดรสสีดำกับส้นสูงแหลม ใบหน้าสวยหวานแต่งแต้มจนสวยงามคิดว่าถ้าลบหน้าออกมาคงสวยใช่ย่อย ผมสีเขียวอมฟ้าขลับกับผิวขาวๆ ที่ทำให้มองแล้วรู้สึกไม่เบื่อ เป็นผู้หญิงที่น่ามองจนต้องเลี้ยวหลัง (ความคิดของแซค) สายตาคมมองตามผู้หญิงสองคนนั้น ในที่สุดก็พาเพื่อนที่ไม่อยากเข้าไปด้วยจนได้
“หึ” รอยยิ้มของแซคผุดขึ้นก่อนจะทิ้งก้นบุหรี่ลงบนพื้นและใช้ปลายรองเท้าเหยียบจนแหลก ขึ้นรถเพื่อพาเขาไปหาความสุขที่เขาชอบนั่นคือ ‘เซ็กซ์’
บนเตียงนอนขนาดคิงไซส์ภายในห้องอบอวนไปด้วยราคะและไฟสวาทแผดเผาคนสองคนที่ ณ เวลานี้ได้เสร็จสมอารมณ์หมาย ต่างคนต่างทิ้งตัวลงนอนร่างสูงใหญ่เปลือยเปล่าหอบหายใจหนัก พลางหยิบบุหรี่ตรงลิ้นชักหัวเตียงมาจุดสูบพ่นควันไปทั่วห้องนอน แม้จะไม่ได้หรูหราแต่กว้างขวางพอที่จะทำให้พวกเขาหลับนอนกันอย่างมีความสุข เรือนร่างบอบบางขาวนวลดั่งไข่มุกขยับตัวมานอนบนแผงอกแกร่งที่เต็มไปด้วยรอยสักมากมายนับไม่ถ้วน กวาดนิ้วตั้งแต่ลำคอมาถึงสะโพกผายที่เพิ่งจะทำให้เธอมีความสุขถึงสองรอบ “เฮียแซคของหนู แรงดีไม่มีตกเลยนะคะ”
“หลินเองไม่ใช่เหรอ ที่บอกให้เฮียจัดหนักๆ”
“งือ ก็หนูชอบที่เฮียจัดหนักจัดเต็มกับหนูนี่นา” เธอทำหน้าเง้างอดพลางกดจูบไปยังแก้มสากที่มีหนวดขึ้นรำไร
“ไปเรียนไหวหรือเปล่า?”
“ระดับหนูมีเหรอคะว่าจะไม่ไหว” แซคปลายตามองหญิงสาววัยยี่สิบปีเป็นนักศึกษาปีสอง แน่นอนว่าผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ใช่คนรักของแซค เพียงแต่เป็นผู้หญิงที่แซคเลี้ยงดูส่งเสียงเงินและมาเสพสุขบ้างเป็นบ้างครั้ง ต่อให้นับนิ้วทั้งหมดก็คงบอกไม่ถูกว่ามีผู้หญิงอยู่ในฮาเร็มเขากี่คนแล้ว ซึ่งแต่ละคนมักจะหวังเกินตัวและแสดงตัวตนเกินขอบเขตที่ตกลงกันไว้ แซคจึงเอ่ยปากให้ทุกคนที่ยอมมาเป็นผู้หญิงของเขา อย่าได้หวังสูงว่าจะได้เคียงคู่กัน
กฎของแซค... ห้ามหวง ห้ามแสดงความเป็นเจ้าของ
“เฮียต้องกลับก่อน”
“อ้าว แล้วไม่ค้างกับหนูเหรอ” เพราะหยิบสมาร์ทโฟนสุดหรูขึ้นมาดูหน้าจอก็พบว่ามีข้อความมากมายจากสาวที่แซคเลี้ยงดูด้วย แต่ทว่ามันไม่ได้สำคัญเท่ากับข้อความนี้หรอก
Zee :: เฮีย กลับบ้านหน่อย มีเรื่องจะคุยด้วย
‘ซี พลัช พัฒนรุ่งเรืองกิจ’ น้องชายคนเล็กของแซค อายุ 18 ปีกำลังเรียนมัธยมปลายปีที่ 6 ใกล้ๆ นี้จะสอบเข้ามหาลัยซึ่งแซคไม่ค่อยได้คุยกับน้องชายตัวเองเนื่องจากไม่ได้อยู่บ้าน แต่อยู่เพนท์เฮ้าส์ที่ตัวเองซื้อไว้
“น้องชายเฮียมีธุระจะคุยด้วย” หันไปมองหญิงสาวที่กอดรัดเขาจากด้านหลัง พลางกดจูบลงบนไหล่หนาเปลือยเปล่า แซคคว้ากระเป๋าเงินสีดำสนิทหยิบธนบัตรสีเทามาปึกหนึ่งและตีไปที่ศีรษะของหลิน เธอรับเงินก้อนนั้นด้วยความเต็มใจ “ถือซะว่าเป็นคำขอโทษของเฮียที่ไม่ได้ค้างด้วย”
“ค่า”
“ตั้งใจเรียนล่ะ” แซคกดจูบลงที่หน้าผากมนขณะสวมกางเกงยีนส์สีซีดตัวโปรดพร้อมเสื้อยืด สายตาก็เหลือบไปมองถังขยะที่มีถุงยางอนามัยใช้แล้วสองชิ้นถูกมัดปม “เฮียไปนะ”
“ขับรถดีๆ นะคะ ยังไงหลินทักไปนะ เป็นห่วงค่ะ”
“โอเค” มือซ้ายที่มีรอยสักลูบไล้แก้มนวลจากนั้นก็ออกจากห้องที่เป็นคอนโดเพื่อตรงกลับบ้าน ที่นี่เป็นอีกสถานที่ที่เขาเช่าให้หลินอยู่และผู้หญิงในสต็อกอีกหลายคน ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมเขาถึงทำตัวแบบนี้ เพราะโสดไม่มีแฟนจะทำอะไรก็ได้ ใครจะมาว่าเขาไม่ได้นะ คนมันหล่อรวยก็งี้
รถของแซคเลี้ยงเข้าตัวบ้านที่ใหญ่โตสมฐานะตระกูลพัฒนรุ่งเรืองกิจ ทางเข้าถนนขนาดย่อมและด้านข้างก็ตกแต่งด้วยพุ่มดอกไม้สีสันสดใสที่แม่ของแซคชื่นชอบ หน้าบ้านมีลานน้ำพุและสนามหญ้าที่ไว้สำหรับจัดงานเลี้ยงได้ รถจอดลงที่หน้าบ้าน ประตูคู่บานใหญ่เปิดออกทำให้รู้ว่ายังไม่มีใครนอนสินะ นอนดึกเกินไปไหม?
สองเท้าก้าวเข้าไปก็เจอกับบันไดสองทางแยก ด้านบนเป็นระเบียงทางเดินแบบโค้งมีโคมไฟแชนเดอเรียขนาดใหญ่ห้อยระย้าส่องแสงสว่างทั่วบ้าน
“แซค” น้ำเสียงเข้มทรงพลังทำให้แซคเงยหน้ามองบันไดทางด้านซ้าย หนุ่มใหญ่สวมชุดนอนแบบกางเกงขายาวเข้ากับเสื้อผ้าลื่นสีน้ำตาลเข้ม แซครีบยกมือไหว้คนที่ลงบันไดมาหยุดตรงหน้า
“สวัสดีครับพ่อ” ‘ทินกฤต พัฒนรุ่งเรือกิจ’ บิดาของแซคแต่งงานกับคุณหญิง ‘พิมพิลา พัฒนรุ่งเรืองกิจ’ เขาเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และมีโครงบ้านจัดสรรอยู่ทั่วประเทศ ไหนจะมีบริษัทผลิตน้ำหอมอยู่ที่ฝรั่งเศสอีก เป็นคนใหญ่คนโตและมีอิทธิพลมากในแวดวงบันเทิงหรือแม้แต่ไฮโซ ไม่มีใครไม่รู้จักเขาบ้างล่ะผู้ทรงอิทธิพลที่ร่ำรวยติดอันดับ ทินกฤตมองลูกชายคนโตที่ค่อนข้างผ่าเหลาผ่ากอ สักเต็มตัวอายุก็ยี่สิบแปดแล้ว เรียนจบบริหารแต่กลับไม่ได้มาช่วยเขาทำงาน ดันไปเปิดผับถึงจะชื่อดังมีคนเที่ยวไม่เว้นวัน แต่ทินกฤตกลับรู้สึกว่าลูกชายคนโตทำอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง
“โผล่หัวมาที่บ้านทำไม?” ถามด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง “หายหัวไปเกือบปี”
“งานที่ผับผมยุ่ง”
“ยุ่งที่ผับหรือผู้หญิงที่แกเลี้ยงดูกันแน่ แซค” ด้วยความที่เป็นลูกชายคนโตทำให้แซคถูกคาดหวังเรื่องแต่งงาน แต่สำหรับเขาแล้วการแต่งงานเปรียบเสมือนโรคร้ายแรงที่สลัดเท่าไหร่มันก็ไม่หลุด เขาชอบชีวิตเสเพลแบบนี้มากกว่าไปนั่งมีเมียมีลูก “ฉันถามแกจริงๆ นะ”
“...” แซคถอนหายใจพลางมองไปด้านบนเพื่อมองหาน้องชายตัวดีที่พาให้เขามาโดนพ่อด่าแบบนี้
“แกรู้จักความรักบ้างไหม?” ดวงตาคมกลอกขึ้นบนไปมา คำถามงี่เง่าชะมัดแซคได้แต่คิดในใจ “เมื่อไหร่จะเลิกทำตัวเสเพล เลี้ยงผู้หญิงที่ยังไงแกก็ไม่มีวันเอาเขามาเป็นเมีย”
“ผมเอาเงินพ่อมาเลี้ยงพวกเขาหรือไงล่ะ?”
“!” ทินกฤตเบิกตากว้างเมื่อลูกชายคนโตห่ามใส่เขาขนาดนี้
“ก็ไม่” แซคยักไหล่ไหว “ที่ผมกลับมาก็เพราะไอ้ซี ถ้ากลับมาแล้วต้องมาโดนด่า ผมไม่กลับมาเหยียบหรอก”
“ไอ้แซค!”
ร่างสูงเดินหนีพ่อตัวเองไปด้านหลังของตัวบ้าน เป็นริมสระน้ำเพราะคิดว่ายังไงซีก็ต้องอยู่ที่นั้น แซคไม่สนใจเสียงตะโกนด่าไล่หลังสักนิด มาหยุดที่ประตูทางไปริมสระกวาดสายตามองก็พบน้องชายที่เอนพลังพิงกับเก้าอี้เปลอาบแดด ในมือถือหนังสืออะไรสักอย่างที่เขาเห็นไม่ชัด ล้วงกระเป๋ากางเกงเดินไปหยุดด้านข้างซีก็ยังไม่รู้ตัว จนแซคยกเท้าถีบไปที่เอวหนาจนซีตกใจ หันมองพี่ชายตัวเองที่เรียกมาหาแบบกะทันหัน
“ไร้มารยาท” ต่อว่าแซคที่ยกหมัดขึ้นทำท่าจะต่อยน้องคนเล็ก “นั่งก่อน”
แซครู้ว่าน้องชายคนเล็กเป็นผู้ชายที่โลกส่วนตัวค่อนข้างสูง คิดดูนะมีผู้ชายแบบนี้อยู่บนโลกไหมล่ะ? หมอนี้มันเล่นรูบิกแล้วก็ต่อจิ๊กซอว์ แถมอีกอย่างนะชอบเล่นไอ้เกมไม้อะไรสักอย่างที่ต่อเป็นคอนโดแล้วต้องดึงห้ามพัง ซึ่งแซคแพ้น้องชายตัวเองเสมอในเรื่องนี้ สายตาคมตวัดไปมองท่อนแขนขวาก็ต้องขมวดคิ้วทันที เมื่อซีเอาแขนขวาไขว่หลังไม่ให้พี่ชายเห็น
“มึงแอบไปสักมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“อาทิตย์ก่อน”
“เพื่อนมึงยุยงใช่ไหม กูบอกแล้วไงให้เลิกคบ”
“พวกนั้นไม่ได้พาผมไปเสีย แค่พาไปสัก” แซคเหนื่อยจะเถียงน้องชายตัวเอง พลางยกมือเกาศีรษะ
“มึงโทรเรียกกูมาให้พ่อด่า”
“เปล่า” ซีส่ายหน้าไปมาก่อนจะใช้นิ้วชี้ดันกรอบแว่นตาสีดำขึ้นกระชับใบหน้าหล่อที่แม้จะถูกบดบังด้วยแว่นก็ตามที
“แล้วเมื่อไหร่มึงจะเลิกใส่แว่นตาหนาเต๊อะนี่สักที กูบอกให้ใส่คอนเทคเลนส์” แซคคว้าเอาแว่นตาเลนส์หนาของซีออกจากกรอบหน้าเรียว ต่อให้ทำเหมือนว่าไม่สนใจน้องชายตัวเองแต่ใจจริงแซคห่วงซีมากกว่าใคร ถามหน่อยแค่น้องชายส่งข้อความมาหาเขาก็รีบขับรถมาที่นี่เพื่อมาโดนพ่อตัวเองด่า “มึงมีอะไรจะคุยกับกู”
คืนแว่นตาให้น้องชายตัวเอง มองแขนขวาก็นึกหงุดหงิดใจชะมัด จะว่ามันเนิร์ดก็ใช่ แต่มันชอบทำตัวประหลาดๆ อยู่เรื่อยเลย พ่อแม่ถึงได้ห่วงนี่ไง
“ผมไปสัก”
“เออ กูเห็นแล้ว”
“พ่อแม่บอกให้ผมไปลบ จะให้ผมสอบหมอ” คิ้วขมวดเข้าหากัน มองซีที่ปิดหนังสือเรียนลงพลางถอนหายใจ “เฮียมีที่ลบรอยสักไหม?”
แซคมองซีที่ก้มหน้าลงเอามือซ้ายลูบไล้รอยสักสีดำที่เกือบๆ ถึงข้อศอก ตลอดเวลาที่เติบโตมาแซคมีซีและน้องชายคนกลางอีกคนชื่อ ‘โซ่ พลิศ พัฒนรุ่งเรืองกิจ’ นักธุรกิจหนุ่มผู้บริหารบริษัทน้ำหอมที่ฝรั่งเศส หมอนั้นไปอยู่ที่ฝรั่งเศสตั้งแต่เรียนจบบริหาร พ่อแม่ปลื้มใจมันที่สามารถสืบทอดกิจการของตระกูลได้ แซคกับโซ่สนิทกันมากตั้งแต่สมัยเด็กๆ พอซีเกิดมาซึ่งมันเป็นลูกหลงก็ว่าได้นะ แต่ทว่ามันฉลาดและเรียนเก่ง โลกส่วนตัวสูงไม่ชอบยุ่งกับใคร มีเพื่อนก็แค่ไม่กี่คนเอง
อายุสิบแปดยังไม่ได้แอ้มหญิง เป็นแซคตอนอายุเท่าซีคือกินเหล้า สูบบุหรี่กินหญิงนับนิ้วไม่ได้
“ทำไมพ่อกับแม่ถึงอยากให้มึงสอบหมอ ให้สอบติดบริหารยังดีกว่า”
“แม่บอกว่าผมเรียนเก่ง เลยอยากให้เรียนหมอ” แค่เรียนเก่งก็จับโยงให้มันไปเรียนนู้นเรียนนี้นะ แซคมองใบหน้าหล่อเหลาของซีที่ทอดสายตามองไปยังสระน้ำกำลังเคลื่อนไหวตามแรงลม
“ที่มึงคิดมากคือเรื่องนี้” ซีพยักหน้ารับเพราะเอาเข้าจริงเขาเองก็มีคณะที่อยากจะสอบในใจแล้ว “ดูจากสีหน้ามึง มึงไม่อยากสอบติดหมอ”
“อือ”
“มึงอยากสอบติดคณะอะไร?” คงจะไม่มีใครเคยถามซีสินะว่าอยากสอบติดคณะอะไร มีแต่บอกให้ว่าสอบติดคณะนี้นะ แต่ไม่เคยถามว่าซีอยากเรียนคณะไหนมากที่สุด แซคเลิกคิ้วขึ้นเพื่อรอฟังจากปากน้องชาย
“สถาปัตย์”
“ถามจริง” ซีพยักหน้าก่อนจะหันไปหยิบสมุดขนาดพอดีมือส่งให้แซคที่มึนงง แต่ก็รับมาเปิดดูด้านในเขาก็ตกใจทันทีที่เห็นภาพในสมุดจึงเงยหน้ามองซี “มึงออกแบบเองเหรอ?”
“อือ”
สิ่งที่ทำให้แซคยิ้มออกมาคือภาพในสมุดเล่มนี้ ภาพวาดของซีเป็นการออกแบบโครงสร้างภายในบ้านหรือแม้แต่คอนโด จำลองขึ้นมาได้ดูดีมากๆ
“เก่งนี่หว่า” ซีหลุบสายตามองพื้น จากนั้นก็ดันแว่นขึ้นอีกครั้ง
“พอเอาให้พ่อแม่ดู ก็บอกว่าไม่ให้สอบติดคณะนี้”
“เหอะ” แซคปิดหนังสือลงอย่างแรง ไอ้ซีมีความสามารถขนาดนี้ต่อให้บังคับให้มันเรียนหมอถามหน่อยว่ามันจะมีความสุขไหม? ทำไมพ่อกับแม่ต้องชอบขีดเส้นทางให้มันแบบนี้ด้วย “มึงอยากคุยกับกูคือสองเรื่องนี้”
“ใช่” พอเห็นน้องชายทำหน้าหงอยปกติก็หน้านิ่งอยู่แล้ว มาทำหน้าหงอยแบบนี้ใจแซคอ่อนยวบเลยลุกขึ้นไปนั่งข้างน้องชายพลางกอดคอซีที่หันไปมองพี่ชายตัวเอง “ปรึกษาเฮียโซ่ ก็บอกให้ทำตามที่พ่อแม่บอก”
“มึงไปฟังอะไรไอ้โซ่ มันเองยังทำตามที่พ่อแม่สั่งเลย”
“แบบนี้ผมถึงโทรหาเฮียไง” เฮ้อ แซคถอนหายใจเสียงดัง “เฮียช่วยหาที่ลบรอยสักให้ด้วยนะ”
“ไม่ต้อง” แต่ก่อนที่ซีจะคิดลบรอยสัก พี่ชายก็ห้ามไว้ก่อนจนเขามึนงง “ไม่ต้องลบเหี้ยอะไรทั้งนั้น รอยสักเนี่ยมึงอุตส่าห์ไปนั่งสัก อีกอย่างกูชอบรอยสักของมึง”
“เฮีย...”
“ส่วนเรื่องสอบ มึงสอบคณะที่มึงอยากเข้าไม่ต้องสอบที่พ่อแม่เลือกให้”
“แต่ว่าเฮีย พ่อแม่รู้จะโกรธนะ”
“ระหว่างพ่อแม่โกรธแปบเดียว กับมึงมีความสุขที่ได้เรียนสถาปัตย์ มึงจะเลือกแบบไหน?” ซีคิดหนักกับคำถามของแซค เมื่อคิดตามใจตัวเองซีก็พยักหน้าเป็นการบอกแซค
“เลือกสอบสถาปัตย์”
“ดีมาก แล้วมึงไม่ต้องห่วงเรื่องนี้... มีปัญหาอะไรโทรหากู เดี๋ยวกูจัดการเอง”
“ครับ”
“มึงโตแล้ว มึงควรคิดเองว่าอยากทำอะไรไม่อยากทำอะไร” แซควางมือลงบนศีรษะซียีไปมาจนผมสีดำสนิทยุ่งฟู “ไม่ว่ามึงจะเลือกทำอะไร กูพร้อมสนับสนุนและไม่ต่อว่า”
“อือ”
“ขออย่างเดียว มึงอย่าไปทำอะไรที่มันผิดกฎหมาย มึงเข้าใจใช่ไหม?”
“ผมรู้ ผมไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก”
“มึงสูบบุหรี่ กินเหล้าหรือเปล่า?” ถามจี้จุดมาก ซีไม่ตอบอะไรมองสบตากับพี่ชายที่จับจ้องเพื่อรอฟังคำตอบ จะให้บอกเหรอว่าตั้งแต่ไปสักมาก็เริ่มสูบบุหรี่แล้ว ส่วนกินเหล้าก็แตะนิดหน่อยตอนไปงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อน ส่วนเรื่องที่แซคกังวลว่าเขาจะไปยุ่งกับสิ่งผิดกฎหมาย แซคไม่ต้องห่วงเลยเพราะว่าซีไม่คิดจะแตะต้องพวกนั้นแน่นอน ถึงเขาจะเนิร์ดแต่เรื่องนี้เขาจำขึ้นใจว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดี “เงียบทำเหี้ยไร”
“สูบ” ตอบกลับแซค “แต่สูบที่โรงเรียน”
“เฮ้อ มึงโตแล้วคิดเองได้ใช่ไหม?” ซีพยักหน้ารับแซคก็มองน้องชายตัวเอง พลางยกข้อมือซ้ายดูเวลาก็พบว่าตอนนี้มันตีสองกว่าแล้ว “ไปนอนได้แล้ว กูจะกลับละ”
“อืม”
แซคมองน้องชายที่หอบกองหนังสือแนบอกจากนั้นก็เดินสวนเขาไป เมื่อคุยเรื่องที่น้องชายเครียดแล้วเขาก็ขับรถออกจากบ้านไปยังเพ้นท์เฮ้าส์ที่ซื้อไว้ตั้งแต่สมัยเรียน บอกตามตรงว่าใช้เงินพ่อซื้อเนี่ยล่ะแต่ทุกวันนี้ก็ผ่อนจ่ายพ่อจนหมดแล้ว ไม่อยากโดนด่าอีก รถจอดที่ลานจอดรถวีไอพีแซคก็พาตัวเองเข้าไปยังโถงทางเดินที่ลิฟต์จะพาเขาไปถึงห้อง
“รอด้วยค่ะ” ทว่าลิฟต์ยังปิดไม่ดีด้วยซ้ำ ร่างบอบบางที่สวมชุดเดรสสีดำ ผมสีเขียวอมทะเลทำให้แซคคุ้นตาเหลือเกิน เมื่อประตูลิฟต์ปิดลงเขาก็หันไปมองผู้หญิงคนนั้นที่ยืนจับราวด้านในไว้ เพื่อพยุงตัวเองไม่ให้ล้มไปกองกับพื้น
เมาเหมือนหมาเลย กลับคนเดียวแบบนี้อันตรายชะมัด
“ชั้นไหนครับ”
“ยี่สิบสี่” น้ำเสียงยานครางบอกให้แซคกดนิ้วไปยังตัวเลขห้องของเธอคนนี้ ส่วนเขาอยู่ชั้นที่ยี่สิบห้า สายตาของแซคมองตัวเลขที่ค่อยๆ ขยับอย่างเชื่องช้าพลางมองผู้หญิงคนนั้นกำลังเงยหน้าขึ้น หลับตาลงมองลำคอขาวนวลทำให้เขาลอบกลืนน้ำลายและหันหน้าเขาตำแหน่งตัวเลขลิฟต์อีกครั้ง “คุณ”
“...”
“คุณ!” เมื่อแซคไม่สนใจเธอก็เดินมาหยุดด้านหลังวางมือลงบนไหล่ ซึ่งแซคตัวสูงใหญ่อยู่แล้วพอแซคไม่หันเธอก็ดึงไหล่แซคจนต้องหันไปมองด้วยสีหน้าหงุดหงิด
“อะไรของคุณ ปล่อยมือด้วย” น้ำเสียงของแซคทำให้เธอส่ายหน้าไปมา เมาได้สุดจริงๆ ถึงจะสวยก็เถอะนะแต่เมาเหมือนหมาแบบนี้ ทุเรศตาชะมัด
“ชั้นที่ 24 ห้อง 2404”
“อะไร?”
“ฉันเหมือนจะ...” พูดจบก็นิ่งไปทันที นี่คืออ่อยหรือไงวะ? มาบอกเลขห้องด้วยเนี่ย
“นี่คุณ ผมไม่สนมีเซ็กซ์กับคุณเพราะคุณเมา อีกอย่างเราไม่รู้จักกันด้วย...”
แหวะ
“!”
แววตาของแซคเบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อได้รับน้ำเมือกใสๆ จากริมฝีปากยัยผู้หญิงทุเรศคนนี้ เลอะเต็มเสื้อยืดเขาไปหมด มาอ้วกใส่กันแบบนี้มันน่าตบให้ตายเลยเว้ย!
“แค่กๆ”
“F*ck!” แซคสบถคำหยาบก่อนจะผลักผู้หญิงคนนี้กระเด็นไปติดกระจกด้านหลัง พลางดึงเสื้อยืดสีขาวออกก่อนที่น้ำอะไรต่อมิอะไรจะเลอะเนื้อตัวเขา เมื่อกลัวว่ามันจะเลอะตัวแซคจึงตัดสินใจถอดเสื้อยืดสีขาวออก เป็นจังหวะที่ผู้หญิงคนนั้นลืมตาขึ้นมองร่างกายแกร่งกำยำพร้อมรอยสักที่ทำให้หัวใจดวงนี้เต้นแรง
“โห” เธอกระพริบตาถี่รัวมองใบหน้าหล่อเหลาที่หงุดหงิดงุ่นง่าน
“จะเมาก็ช่วยตั้งสติด้วยนะคุณ ดีนะที่เป็นผม ถ้าเป็นคนอื่นตบคุณหัวทิ่มแล้ว”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ” ยกมือเกาศีรษะตัวเอง กึ่งหลับกึ่งตื่นจนกระทั่งลิฟต์มาถึงชั้นของเธอ
แซคจึงกระชากแขนเล็กผลักเธอออกจากตัวลิฟต์ซึ่งผู้หญิงที่เมาเหมือนหมา พามาถึงหน้าห้องและปล่อยร่างบอบบางซึ่งทรงตัวไม่อยู่ฟุบลงพิงกับประตูห้อง ด้วยความหงุดหงิดแซคจึงผลักศีรษะของเธอด้วยความโมโห
“เป็นคนอื่นไม่พามาที่ห้องหรอก” แซคไม่ใช่คนดี แต่ก็ไม่เลวพอที่จะทำอะไรผู้หญิงที่เมาไม่ได้สติ
ประตูห้องถูกเปิดด้วยคีย์การ์ด เพ้นท์เฮ้าส์ของแซคหรูหราและดูดีมากๆ ซ้ายมือเป็นทางขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง แซคถอดรองเท้าพลางเดินตรงผ่านโซนโซฟารับแขก หยิบรีโมทสำหรับเปิดผ้าม่านสีขาวปนดำออกเผยให้เห็นวิวทิวทัศน์รอบเมืองและระเบียงด้านนอกมีสระว่ายหน้าขนาดพอดีไม่ใหญ่ไม่เล็กไป โต๊ะเหล็กเคลือบสีขาวตั้งเด่นริมสระพร้อมเปลนอนสีไม้
เพดานด้านบนห้องโถงมีโคมไฟแชนเดอเรียแต่งบ้านติดเพดานห้อยลงมาตรงระยะโซฟาเบจสีครีมรูปตัวแอล มีทีวีจอยักษ์อำนวยความสะดวก แซคเดินตัดผ่านห้องครัวที่ถูกจัดแบบสไตล์ฝรั่งมีเคาน์เตอร์บาร์ตรงกลาง อ่างล้างของและด้านหลังมีเตาสำหรับไว้ทำอาหาร ตู้เย็นครบครันแซคเป็นผู้ชายที่ชอบทำอาหารกินเองอยู่แล้วด้วย ขวามือจากห้องครัวมีห้องน้ำและโซนห้องซักผ้าที่ตอนนี้แซคโยนเสื้อยืดสีขาวของตัวเองลงเครื่องซักเพื่อปั่นให้กลิ่นและคราบอ้วกหาย
“ยัยบ้า” พึมพำด้วยความโมโห จากนั้นแซคก็เปิดทีวีทิ้งไว้ขึ้นบันไดไปชั้นสองของเพ้นท์เฮ้าส์ มีเตียงนอนคิงไซส์สีดำปนเทาตั้งเด่นสง่าอยู่ด้านข้างตรงเหลือบๆ ปลายเตียงมีโต๊ะทำงาน โน้ตบุ๊คและเอกสารจากผับวางอยู่ ก็เดินเข้าห้องน้ำที่ติดกับห้องแต่งตัวมีกระจกบานใหญ่และตู้เสื้อผ้า รองเท้ามากมายเรียงรายอยู่ “ทุเรศจริงๆ”
ขณะแช่ตัวอยู่ในอ่างกุชชี่แซคก็หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูข้อความจากหลินก็พิมพ์ข้อความกลับไปว่าถึงห้องแล้ว ใช้เวลาอาบน้ำไม่เกินยี่สิบนาทีก็นุ่งเพียงผ้าเช็ดตัวสีขาว เดินลงไปยังด้านล่างมองอุปกรณ์ออกกำลังกายไม่กี่อย่าง ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาคว้าบุหรี่มาจุดสูบ ทอดสายตามองไปยังวิวยามค่ำคืน
“ความรักเหรอ?” จู่ๆ ก็คิดไปถึงคำพูดของพ่อตัวเอง แซคก็สูบเอานิโคตินเข้าปอดเฮือกใหญ่ “รู้จักสิ”
รอยยิ้มผุดขึ้นพลางหยิบสมาร์ทโฟนกดเข้าไปยังแกลลอรี่รูปภาพ มองภาพคู่สมัยเรียนหญิงสาวคนนี้ที่ทำให้แซครู้จักว่าความรักเป็นยังไง แล้วควรเอาไปใช้กับใคร...
บทล่าสุด
#42 บทที่ 42 #แซคคลั่งท้องฟ้า :: CHAPTER 41 [100%] THE END
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#41 บทที่ 41 #แซคคลั่งท้องฟ้า :: CHAPTER 40 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#40 บทที่ 40 #แซคคลั่งท้องฟ้า :: CHAPTER 39 [100%] NC+
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#39 บทที่ 39 #แซคคลั่งท้องฟ้า :: CHAPTER 38 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#38 บทที่ 38 #แซคคลั่งท้องฟ้า :: CHAPTER 37 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#37 บทที่ 37 #แซคคลั่งท้องฟ้า :: CHAPTER 36 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#36 บทที่ 36 #แซคคลั่งท้องฟ้า :: CHAPTER 35 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#35 บทที่ 35 #แซคคลั่งท้องฟ้า :: CHAPTER 34 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#34 บทที่ 34 #แซคคลั่งท้องฟ้า :: CHAPTER 33 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#33 บทที่ 33 #แซคคลั่งท้องฟ้า :: CHAPTER 32 [100%]
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026
คุณอาจชอบ 😍
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ













