บทที่ 4 #แซคคลั่งท้องฟ้า :: CHAPTER 3 [100%]
Zack's Rule
3
ด้วยเพราะวันนี้เป็นวันหยุดและฉันไม่มีงานที่ไหนจึงนอนขี้เกียจอยู่ในห้อง เมื่อคืนโทรหาเนสก็ไม่รับสาย ฉันน่ะเสียใจมากเลยนะที่เขาโกรธฉันอีกแล้ว
ครืด ครืด~
สมาร์ทโฟนสุดหรูสีเขียวเป็นสีที่ฉันชอบมากเลยนะ สีผมยังสีเขียวเลยคิดดูแล้วกัน ปลายสายเป็นเบอร์ของคุณฌอนที่โทรมาหาแต่เช้าเลย โทรมาเพื่ออะไร! “ค่ะ”
(“ทางซีรีส์ผู้กำกับแจ้งมาว่าให้สกายเปลี่ยนสีผมเป็นสีดำด้วยครับ”)
“ทำไมล่ะคะ?” ต้องลุกขึ้นเลยสิ มาบอกให้ยอมสีดำเนี่ยกว่าฉันจะได้สีเขียวอมทะเลใช้เวลาเป็นวันเลยนะ
(“บทฟ้าใสเป็นผู้หญิงวัยยี่สิบที่ซื่อๆ ใสๆ นะครับ สีผมสกายสีนี้บทฟ้าใสคงเป็นนางร้ายแล้วล่ะ”)
“แหม ได้ทีต่อว่ากันเลยนะคะ”
(“อย่าลืมนะครับ ไปคนเดียวได้ใช่ไหม? ผมต้องเคลียร์คิวให้สกายด้วย”)
“ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันโทรหา ‘หนิม’ ให้ไปเป็นเพื่อนค่ะ”
วางสายจากคุณฌอนฉันก็ส่งข้อความหาหนิมเพื่อนคณะและปีเดียวกันทันที แม้ว่าเธอจะอ่อนกว่าฉันเพราะฉันต้องเรียนปีสี่ด้วยเพราะดรอปไว้เทอมแรกเป็นปี จนเพื่อนในรุ่นจบกันจนมีงานทำแล้ว แต่ฉันยังไม่จบและตั้งใจจะจบภายในสามเดือนที่เหลือนี้ จะได้ทำงานได้อย่างสบายใจดีหน่อยที่ไม่ค่อยได้เข้าคลาสก็ได้หนิมช่วยเรื่องเรียน ตัวฉันเองก็คุยกับอาจารย์และเรียนออนไลน์เวลาว่างๆ
หนิมตกลงไปเจอกับฉันที่ห้างสรรพสินค้าและต้องไปย้อมผมสีดำอีก คงจะไม่ยากหรอกมั้งต้องกลับไปผมดำอีกแล้ว แต่ถ้าถ่ายซีรีส์เสร็จสัญญากับตัวเองเลยว่าจะรีบไปทำสีเก่าทันที ฉันสวมชุดวอร์มสีดำทั้งตัวรองเท้าผ้าใบสีขาว หมวกปีกรอบสีดำกับแว่นตาสีชา แมสปิดปากสีขาวที่ต้องแต่งตัวไปสาธารณะก็เพราะกลัวว่าใครจะจำได้น่ะสิ เวลาส่วนตัวจะใช้ยากนิดหน่อย
ลงลิฟต์เพื่อขับรถไปห้าง พอเห็นลิฟต์เรื่องเมื่อคืนก็ผุดขึ้นมาอีก ตาบ้านั่นทุเรศที่สุดคิดว่าฉันเป็นคนยังไงถึงคิดว่าฉันอยากจะมีเซ็กซ์กับเขา เหอะ หลงตัวเองชะมัดคิดว่าหล่อ แบดรอยสักเต็มตัวจะอ่อยแล้วฉันตกลงได้ง่าย คือฝันไปก่อนย่ะ!
รถบีเอ็มสีขาวสองประตูแล่นออกจากตัวที่พัก มาถึงห้างในเวลาไม่ช้าเพราะวันนี้รถไม่ค่อยติดเท่าไหร่ อาจจะเพราะวันหยุด คนก็เลยพากันไปเที่ยวที่อื่นแทน ฉันทิ้งตัวลงนั่งที่ร้านเบเกอรีประจำตรงข้ามคือหญิงสาวสวยรวยและเพอร์เฟคทุกอย่าง
“แต่งตัวจะไปปล้นร้านทองที่ไหนจ้ะ?”
“ไม่แต่งแบบนี้ คนเห็นก็แตกตื่นสิ”
“ฉันลืมไป ว่าเพื่อนสนิทฉันเป็นคนดัง” หนิมหัวเราะก่อนจะเรียกพนักงานมาเพื่อให้ฉันสั่งเค้กกับกาแฟตอนเช้า อันที่จริงฉันไม่ค่อยกินของหนักๆ ตอนเช้า ลดหุ่นอยู่ไงช่วงนี้ดูเหมือนจะมีเนื้อขึ้นมานิดหน่อย “แกได้ซีรีส์บทนางเอกแล้วสินะ”
“อือ”
“เป็นแบบใสๆ” หนิมมองฉันพลางทำหน้าเหยเก “แน่ใจเหรอ”
“ถึงต้องไปย้อมผมสีดำแล้วนี่ไง”
“เอาจริงใช่ปะ ฉันจะได้รอดู... เล่นกับพระเอกสุดฮอตด้วย” พอนึกไปถึงคุณขุน ฉันก็กลอกตาไปมา “อะไร ไม่สนใจหรือไงหล่อ รวย ล่ำ กำยำ”
“พอ จะบรรยายไปถึงไหน”
“ก็มันจริงนี้ เขาชอบเล่นเลิฟซีนแบบดุๆ ด้วยดิ เปลื้องผ้าอะไรแบบนี้ จูบจริง ไซ้จริงแล้วก็... คล้ายเอาจริง”
“หนิม!”
“แหมแต่เขาก็มีฝีมือ แกจะกลัวอะไรจริงไหม?” ไม่ได้กลัวเว้ย แต่พอยัยหนิมบรรยายมาแบบนี้ฉันก็ขนลุกขึ้นมา หรือจะคิดเอาคำพูดของคุณฌอนมาคิดดีไหมนะว่าให้ใช้มุมกล้องเอา
“เรต 18+ ด้วยนะ”
“ฉากอย่างว่าคงไม่เยอะหรอกมั้ง” ขอให้เป็นแบบนั้นแล้วกัน! รู้สึกกลัวขึ้นมาเลยแหะ แต่ดันผ่านจะปฏิเสธก็ยังไงอยู่ เดี๋ยวโดนหาว่าหยิ่งอีกทั้งที่ผู้กำกับออกปากชวนเองด้วย ฉันกำลังดังมีเหรอว่าคนจะไม่รอติดตามซีรีส์เรื่องแรกของฉัน “เอาน่า ถือว่าเป็นประสบการณ์แล้วกัน แต่แกก็มีแล้วนี้ประสบการณ์เรื่องบนเตียงอะ”
“หนิม”
“โอเค ไม่แซวแล้วกินเถอะ” ตักเค้กบลูเบอร์รีเข้าปากพร้อมจิบกาแฟดำ
“เออหนิม”
“ว่า” เพื่อนสาวเงยหน้าจากจานชีสเค้ก
“แกคิดว่าจะมีใครไม่รู้จักฉัน มันจะมีไหม”
“ถามอะไรของแก”
“ก็... ผู้ชายคนหนึ่งเขาเหมือนไม่รู้จักฉันอะ ก็เลยสงสัยว่ามีคนในประเทศ ไม่มีใครไม่รู้จักสกายเลยเหรอ?”
“คนเฒ่าคนแก่อะอาจจะมี ผู้ชายคนนั้นแก่แล้วล่ะมั้งถึงไม่รู้จักอะ”
“แก่ตรงไหน? ยังรุ่นๆ ยี่สิบปลายๆ” ใบหน้าสวยของเพื่อนมึนงงทันทีไม่ต่างจากฉันนักหรอก
“แสดงว่าเขาแทบจะไม่เปิดทีวี ไม่ก็ไม่เคยอ่านนิตยสารหรือก็ไม่เคยเล่นโซเชียล”
“จริงเหรอ” ดูจากรูปลักษณ์แล้วน่าจะเล่นโซเชียลนะ แต่ทำไมถึงไม่รู้จักฉัน
“แกจะให้ทุกคนมารู้จักแกก็ไม่ได้ไหม? มันก็ดีไม่ใช่เหรอ” มันก็ดีนั่นแหละ แต่ว่าเขาพูดจาได้น่าเกลียดมากนั่นแหละ
ขณะที่กำลังจิบกาแฟมองหนิมที่ไถไอแพดเพื่อส่งเอกสารการเรียนให้ฉันในเมล สมาร์ทโฟนก็สั่นครืนอยู่ในกระเป๋ากางเกงวอร์ม ปลายสายทำให้ฉันฉีกยิ้มกว้าง “เนส”
(“อยู่ไหนครับ”)
“กายมาห้างค่ะ นัดกับหนิม... เนสกลับแล้วเหรอ?”
(“อืม ผมรอที่ห้องนะ”)
“วันนี้เราดินเนอร์กันนะ กายอยากไถ่โทษ”
(“ได้ครับ”) เมื่อคุยกับเนสเรียบร้อยฉันก็บอกว่าจะซื้อของสดกลับไปด้วย วางสายจากเขาไปหนิมก็มองฉันด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“ฉันนึกว่าแกเลิกกับหมอนั้นแล้ว”
“ทำไมถามแบบนี้อะ”
“เปล่า เมื่อวานก่อนจะกลับฉันเห็นเนสมันเดินกับผู้หญิงในคณะ” มือที่กำลังตักเค้กเป็นอันหยุดชะงัก มองหนิมที่พยักหน้ารับ ไหนบอกว่าไปค้างบ้านดลไง?
“อาจจะเพื่อนๆ กันนั่นแหละ แกเห็นผู้ชายอีกคนไหมล่ะ”
“เห็นสิ”
“งั้นก็ใช่ เมื่อคืนเนสไปค้างบ้านเพื่อนทำรายงานกัน” เมื่อเคลียร์เรื่องที่หนิมเห็นก็จบเรื่อง ฉันไว้ใจเนสนะเขาไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นหรอก ผู้หญิงที่เห็นก็น่าจะเป็นเพื่อนกันนั่นแหละ
มาถึงร้านเสริมสวยที่เป็นร้านประจำ เจ้าของร้านถึงกับมาทำผมให้ฉันเองซึ่งทำผมเป็นสีดำมันทำง่ายมากใช้เวลาไม่ถึงสามชั่วโมงด้วยซ้ำ ผมฉันก็ดำแล้วแต่จะดำที่เหมือนย้อมไม่ได้ธรรมชาติเท่าไหร่ แต่ก็พอถูไถไปได้นะ
“คุณสกายทำผมสีไหนก็สวยนะคะ สีดำยิ่งขลับกับใบหน้าขาวๆ ได้ดี เหมือนตัวการ์ตูนญี่ปุ่นเลย”
“ขอบคุณมากนะคะ” หนิมกับฉันพากันออกจากห้าง สายตาของฉันก็เหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงข้อศอก มีผู้หญิงแต่งตัวได้เซ็กซี่ควงแขนอยู่ รอยสักเด่นหราทั้งสองแขนทำให้ฉันเบ้ปากภายใต้แมส
“มองอะไรสกาย”
“มองควาย”
“ห๊ะ! ไหนอะ ควายหลุดมาเหรอ” ยัยเพื่อนตัวแสบก็กลัวเกินจริงๆ ควายหลุดมาจริงจะขึ้นมาชั้นสี่ได้เหรอ? เขาเหมือนรู้ว่าถูกจับจ้องจึงหันมามองฉันที่แต่งตัวมิดชิดจนเขาไม่รู้หรอก แต่ก็ขมวดคิ้วมองด้วยสีหน้าสงสัย
“กลับกันเถอะ”
“ได้ ว่าแต่แกจะเริ่มไปเรียนช่วงไหน?”
“คงจะอาทิตย์หน้าเนี่ยล่ะ เดี๋ยวเดือนหน้าบวงสรวงซีรีส์ด้วยอะ ต้องพักเรียนอีกแล้ว” ถ่ายทำตั้งหลายตอนจะให้เรียนด้วยคงไม่ไหวเพราะงั้นต้องแบ่งเวลามาตอนนี้แล้วล่ะ เดี๋ยวก็เรียนจบฉันต้องทำได้!
หิ้วของสดมาถึงรถฉันก็ตรงกลับเพ้นท์เฮ้าส์ทันทีเพราะกลัวเนสจะรอนาน แต่ทว่าในหัวดันนึกไปถึงเรื่องที่หนิมบอก เนสไม่เคยบอกมีเพื่อนผู้หญิงเลยนอกจากดลและเพื่อนผู้ชายคนอื่น แล้วผู้หญิงที่หนิมเห็นคือใคร? ฉันเชื่อเพื่อนฉันนะ เพราะหนิมกับฉันเราเจอกันตอนปีสี่ก็จริงแต่หนิมดูแลฉันดีมาก เพื่อนไม่มีเหตุผลที่จะโกหกให้ฉันเลิกกับเนสสักหน่อย ตอนคบกันหนิมก็ไม่ได้คัดค้านอะไรด้วย ยัยนั้นน่ะพยายามหาผู้ดีๆ รวยๆ เพื่อนจบนอกของตัวเองให้ฉันรู้จักเสมอล่ะ
ลิฟต์ตัวเดิมเพราะอีกตัวยังซ่อมไม่เสร็จสักทีระหว่างรอให้ลิฟต์ลงจากชั้นที่สิบห้า ข้างกายฉันก็มีคนมารอด้วยจึงหันไปมองก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
ฉันกับเขาเป็นอะไรกับลิฟต์ไหม? มาเจอกันอีกแล้ว
“เฮีย พาหนูมาที่ห้องเฮียทำไมอะ”
“เฮียแวะมาเอาของก่อน ต้องเข้าผับเดี๋ยวเฮียไปส่งที่คอนโด” เสียงเล็กเสียงน้อยเชียวนะ หมั่นไส้! เจ้าชู้ไม่เบาหรอกผู้ชายคนนี้ สู้เนสก็ไม่ได้แฟนฉันดีที่สุด “แบมจะให้เฮียไปค้างด้วยไหม?”
“เอาสิคะ แบมไม่ได้เจอเฮียนานแล้วนะ” หวานจนอยากจะอ้วก นี่กินเด็กหรือไง? อายุคงสิบแปดสิบเก้านะ
“ไม่เจอนานอะไร เฮียเพิ่งไปหามาเมื่อวันก่อนเองนะ” หันไปจูบหน้าผากเธอคนนั้น ฉันจึงก้าวเท้าเข้าลิฟต์ที่เปิดรับฉันสักที ก่อนจะเดินไปถึงมุมด้านหลังที่ประจำกอดอกมองแผ่นหลังกว้าง ใบหน้าด้านข้างรอยยิ้มที่ผุดขึ้นดูมีเสน่ห์ดีนะ ถ้าไม่ติดว่าเจ้าชู้ ดูก็รู้ว่าเป็นผู้ชายประเภทนั้นเลย
“จริงสิ ที่เฮียแซคบอกว่ามีผู้หญิงเมาเหมือนหมาอ้วกใส่เสื้อเฮีย จำหน้าได้ไหมคะ?” ชื่อแซคหรอกเหรอ ว่าแต่อะไรนะใครอ้วกใส่เสื้อเขากัน
“จำได้ดีเลยล่ะ เห็นหน้าแล้วหงุดหงิดชะมัด อ้วกมาได้ยัยบ้า”
“ไม่โมโหนะคะ” แซคพยักหน้ารับก่อนจะหันมามองฉันที่จับจ้องมองเขาผ่านแว่นตาสีชา เขาขมวดคิ้วทันทีราวกับสงสัย แหงสิ เจอที่ห้างแล้วมาเจอที่นี่อีก ถ้าต้องมาเจอเขาที่ลิฟต์อยู่หลายครั้งฉันว่าฉันเดินขึ้นบันไดหนีไฟดีกว่า ต่อให้ขาจะพังเพราะชั้นที่อยู่มันสู๊งสูงก็เหอะ! อะไรจะบังเอิญเจอกันบ่อยซะเหลือเกิน พอเขาเห็นว่าฉันเบือนหน้าหนีก็หัวเราะออกมาเบาๆ “เฮียแซคหัวเราะอะไรคะ?”
“หัวเราะยัยบ้าที่อ้วกใส่เสื้อเฮียไง”
“...”
“ยัยบ้านั่นมีผมสีเขียวอมทะเลด้วยนะ แต่งตัวดีมาก สวยแล้วก็เซ็กซี่ แต่พอเมาเหมือนหมายังไงยังงั้นเลย”
อะไรนะ! ยัยบ้าที่เขาพูดถึงมีผมสีเขียวอมทะเลแบบฉัน สวย เซ็กซี่ (อันนี้ยอมรับเลย) ฉันอ้วกใส่เขาตั้งแต่ตอนไหนอะ ทำไมฉันจำไม่ได้ว่าทำแบบนั้นกับเขา หรือจะเป็นวันนั้นที่ยัยหนิมชวนไปผับแซคอะไรสักอย่าง
โธ่เว้ยสกาย! ยกมือทุบศีรษะตัวเองจนเกิดเสียงดังปึกๆ
“อย่างน้อยก็น่าจะชดใช้เอาเสื้อเฮียไปซักให้นะคะ ไร้มารยาท”
“ช่างเหอะ เฮียถือว่าโดนหมาอ้วกใส่แล้วกัน”
“นี่!” ในที่สุดก็โพลงออกไปจนได้สินะ เขาและผู้หญิงคนนั้นหันมามองฉันที่ถอดหมวก ดึงแมสและแว่นตาออก
“ใช่จริงๆ ด้วย” รอยยิ้มของเขาผุดขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ คือปลอมตัวซะดิบดีเขาดันจำได้ด้วย สายตาเฉียบคมมาก!
“คุณ...”
“รู้จักเหรอ?” ผู้หญิงของเขาชี้หน้าฉันด้วยสีหน้าตกใจ ฉันจึงฉีกยิ้มให้กับเธอพลางเอานิ้วชี้ปิดปากตัวเอง เพื่อให้เธอไม่เอ่ยชื่อฉันออกมา ซึ่งแน่นอนว่าเธอทำตามอย่างว่าง่ายเลยล่ะ “เงียบทำไม”
“เออ แบมแค่คุ้นๆ หน้าเธอ เหมือนเจอที่มหาลัยน่ะค่ะ” แซคไม่ได้สงสัยอะไรแต่กลับหันมาจ้องฉันเหมือนเดิม
“ย้อมผมสีดำก็สวยดีนะ”
ชมกันหรือไง? ก็ได้ฉันจะถือว่าเป็นคำชมนะ
“แต่ผมชอบสีเขียวมากกว่า มันเหมาะกับคุณ”
ไม่ต้องมาสาระแนเรื่องสีผมฉันเลย!
“ฉันอ้วกใส่เสื้อคุณ”
“อือ”
“ขอดูเสื้อหน่อย ซักไปหรือยัง?”
“จะให้เก็บไว้เป็นที่ระลึกหรือไง” ถามดีๆ ทำไมต้องตอบกวน Teen ด้วยไม่เข้าใจ อยากจะกรี๊ดร้องดังๆ “ถึงชั้นคุณแล้ว”
“ฉันจะขึ้นไปที่ห้องคุณ”
“ผมควบสองได้นะ แต่ต้องต่อคิว”
“นะ นี่! ฉันจะขึ้นไปดูเสื้อ”
“อ้าว นึกว่าสนใจมาสนุกด้วยกันซะอีก” อยากจะเอาเล็บยาวๆ ของตัวเองตะกุยหน้าเขาให้แหกเลย มาถึงหน้าห้องเขาฉันก็ขอรอข้างนอก ผู้หญิงของเขาก็มาขอฉันถ่ายรูปด้วยซึ่งฉันก็รีบยกมือขอร้องไม่ให้เธอเอาเรื่องฉันไปพูดที่เมาหัวทิ่ม ไม่งั้นเสียหน้าแน่เลย แต่เธอเป็นผู้หญิงที่ดีมากเลยนะสัญญาว่าจะไม่บอกใครด้วย เสียดายไม่น่าคบกับคนแบบนี้เลยจริงๆ
“เสื้อผม” โยนใส่หน้าฉันขนาดนี้ เอาถูหน้าด้วยเลยไหม? ฉันแยกเขี้ยวใส่เขาที่ยกมือเสยผมขึ้น
“ซักแล้ว”
“ก็จะให้เก็บไว้หรือไงล่ะ เหม็นจะตาย”
“ฉันจะซื้อตัวใหม่มาชดใช้ให้” คืนเสื้อยืดสีขาวคืนเขาไป “ขอโทษค่ะ ที่ทำอะไรไม่ดีใส่คุณตอนเมา”
“หึ” หัวเราะบ้าอะไร!
ด้วยเหตุนี้ฉันจึงต้องไปซื้อเสื้อยืดสีขาวตัวใหม่ให้เขา ถึงจะปั่นแล้วแต่แอบเห็นคราบอ้วกตัวเองเป็นดวงเหลืองๆ เลยอะ ลงจากชั้นของเขามาถึงห้องตัวเองในเวลาต่อมา ฉันก็สอดสายตามองหาเนสแต่ก็ต้องขมวดคิ้วเพราะไม่เห็นร่างสูงอยู่ด้านล่างหรือว่าจะนอนอยู่บนเตียงชั้นสองนะ วางของสดลงบนเคาน์เตอร์บาร์ครัว
หมับ
“อ๊ะ” ตกใจทันทีที่ท่อนแขนแกร่งสอดเข้าเอว พร้อมริมฝีปากที่กดแนบลงบนแก้ม
“ย้อมผมสีดำเหรอครับ?” ใบหน้าหล่อเหลามองผมฉันด้วยความสงสัย “แคสติ้งซีรีส์ผ่านแล้วใช่ไหม”
“ค่ะ เริ่มถ่ายเดือนหน้า”
“เก่งมากเลยครับ” เอ่ยปากชมพลางกดจูบมายังลำคอของฉัน
“เนส”
“หืม” ผละจากลำคอมายังใบหูขบเม้มเบาๆ จนฉันเอี้ยวหน้าหนี
“หนิมเห็นเนสกับผู้หญิงในคณะ ใครเหรอ?” เอ่ยปากถามออกไปจนได้ เนสก็หยุดการกระทำของตัวเอง
“เพื่อนในคณะครับ ทำรายงานกันสามคนมีผม เนสแล้วก็ก้อย” พอเขาตอบมาแบบนี้ฉันก็สบายใจขึ้นมาหน่อย ฉันน่ะเชื่อใจเนสเสมอ ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรออกมา
“ค่ะ งั้นเราทำอะไรกินกันดี” เปิดถุงพลาสติกดูของสดแต่เนสก็หมุนตัวฉันให้หันไปเผชิญหน้า จากนั้นก็จับเอวฉันอุ้มขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์ แทรกตัวเข้ามาจนฉันคล้องแขนกอดลำคอเขา ฝ่ามือหนาก็สอดเข้ามาใต้ร่มผ่า เคล้นคลึงเต้าคัพซีของฉันผ่านชั้นในสีดำลูกไม้จนฉันร้องครางออกมา
“ผมขอทำอาหารให้กินหลังจาก...”
เงียบปากลงทันทีเมื่อเนสนัวเนียมาที่ลำคอของฉันกระซิบบอกเบาๆ แต่สร้างความต้องการอย่างมาก จากนั้นก็รูดซิปเสื้อวอร์มของฉันออกแน่นอนว่าที่จะดินเนอร์กัน ก็ปาเข้าไปกับสี่ทุ่มหลังจากที่เนสกินฉันหลายต่อหลายรอบ
