บทที่ 5 #แซคคลั่งท้องฟ้า :: CHAPTER 4 [100%]
Zack's Rule
5
“วันนี้มีถ่ายโฆษณาเครื่องสำอางนะครับ”
“แล้วมีอะไรต่อไหมคะ?”
“จากนี้ก็ไม่มีแล้วครับ ผมเคลียร์คิวให้สกายเพื่อพร้อมถ่ายซีรีส์” ฉันฉีกยิ้มให้กับคุณฌอน หลังจากนั้นเป็นเวลาอาทิตย์กว่าแล้วที่ฉันรับงานถี่เลย เสียดายเหมือนกันนะที่งานนี้จะเป็นงานสุดท้ายแล้วฉันจะได้ทุ่มเทกับการถ่ายซีรีส์ “แล้วก็จะมีพิธีบวงสรวงด้วย ก่อนเริ่มถ่าย”
“ค่ะ” มองไปยังบันไดชั้นสองที่เนสเดินถอดเสื้อนุ่งเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวลงมาหาฉันพลางกดจูบลงบนหน้าผาก
“สวัสดีครับคุณฌอน”
“ครับ คุณเนส” ร่างสูงเดินเข้าครัวไปชงกาแฟดื่มแน่เลย “ผมลงไปรอที่ล็อบบี้ด้านล่างนะครับ”
“ได้เลยค่ะ เดี๋ยวสิบนาทีฉันลงไป”
พอให้หลังคุณฌอนฉันก็เดินไปสวมกอดเอวหนาที่ยืนทำอาหารเช้าอยู่ “กายต้องไปถ่ายงานนะคะ อาจจะกลับดึกเลย เนสอยู่ห้องได้นะ”
“เดี๋ยววันนี้ผมจะไปหาแม่ด้วยครับ”
“คุณแม่เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” แม่ของเนสอยู่ห้องเช่าพร้อมขายขนมไปด้วย ฉันอุดหนุนท่านทุกครั้งเวลาไปถ่ายงานเพื่อแจกสตาฟที่ทำงานด้วยกัน
“ไม่สบายนิดหน่อยน่ะครับ ไม่ได้ขายของหลายวันแล้ว”
“อ้าว”
“สกายโอนเงินให้ผมหน่อยได้ไหม ผมยืมก่อน”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ กายโอนให้ไม่ต้องคืนนะ” ฉีกยิ้มกว้างคว้าสมาร์ทโฟนขึ้นมาโอนเงินให้เนสเป็นเงินสองหมื่นบาท “พาคุณแม่ไปหาหมอนะคะ”
“กายไม่เอาเงินคืนแบบนี้ ผมก็แย่สิครับ กายให้ผมนับๆ แล้วเกือบแสนเลยนะ”
“ไม่เห็นเป็นไรนี่คะ เราเป็นแฟนกันนี้” เนสหันมามองฉันก่อนจะสวมกอดฉันอย่างแนบแน่น
“ขอบคุณนะ ถ้าไม่ได้กายผมแย่แน่”
“อย่าคิดมากสิ กายเต็มใจ” ลูบแผ่นหลังกว้างที่อบอุ่นทุกครั้งเวลาเราได้กอดกัน
“ผมทำงานที่คณะด้วย ผมทยอยคืนนะ” ทำหน้าบูดใส่แต่เนสก็ไม่ยอม ฉันถึงต้องตามใจเขาล่ะนะ “ส่วนดอก ผมจ่ายให้ต่างหากนะ”
“กายไม่คิดดอก”
“ดอกบนเตียง” ใบหน้าร้อนเห่อทันที จนเนสจูบมายังแก้มของฉันอย่างแนบแน่น “ถุงยางหมดพอดี ผมซื้อเข้ามาเลยนะ”
“เนส” ตีแผงอกแกร่งเขาก็คว้ามือฉันไปจูบเบาๆ แต่เสียวซ่านไปถึงหัวใจเลย
“ไปทำงานเถอะครับ เจอกันคืนนี้”
หลังจากคุยกันเรียบร้อยฉันก็ออกจากห้องเพื่อไปทำงานต่อ ถ่ายโฆษณาใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงอะ แล้วประเด็นคือตอนนี้ฉันดันนึกขึ้นมาได้ว่าฉันติดค้างอะไรใครบางคนอยู่
“คุณฌอนช่วยแวะห้างให้ฉันทีนะคะ”
“จะลงไปซื้ออะไรหรือเปล่าครับ ฝากผมลงไปซื้อได้นะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันลงไปเองดีกว่าคงไม่มีใครมารุมหรอกค่ะ” แม้ว่าคุณฌอนบอกว่าจะลงไปซื้อให้ แต่ฉันรู้ไซส์เสื้อเขาคนเดียวไง ฉันสวมเพียงแค่แว่นตากันแดดสีดำเท่านั้นตรงเข้าไปที่ร้าน GUESS ตรงไปยังโซนเสื้อผ้าผู้ชาย เสื้อยืดสีขาวไซส์ l ตัวใหญ่อยู่นะ แต่ว่าทำไมอยู่บนตัวเขาแล้วดูเล็กจัง “เสื้อยืดตัวนี้ราคาเท่าไหร่คะ?”
“1,050 ค่ะ เออใช่คุณสกายไหมคะ” ยังจะจำได้อีกนะ ฉันทำได้เพียงยิ้มแห้งๆ และส่งเสื้อยืดสีขาวให้พนักงานคนนี้ “ซื้อให้แฟนเหรอคะ?”
“ยังไม่มีแฟนค่ะ แต่ซื้อให้...” จะบอกยังไงดีเนี่ยว่าซื้อให้ตาแซคทุเรศคนนั้น “ให้ลี้เทียนค่ะ”
ขอโทษด้วยนะลี้เทียน ขออ้างชื่อนายก่อน ฮือ
“คุณลี้เทียน คู่จิ้นใช่ไหมคะ?”
“ค่ะ เป็นเพื่อนกันน่ะค่ะ”
“อ๋อ”
“ช่วยคิดเงินแล้วใส่กล่องให้ทีนะคะ” ยื่นบัตรการ์ดสีดำให้พนักงานคนนั้นไปคิดเงิน ฉันอยากจะรีบออกไปจากตรงนี้แล้ว ขืนอยู่นานๆ มีหวังเธอถามซอกแซกแล้วฉันจะหลุดได้น่ะสิ
ใช้เวลาสิบนาทีได้ฉันก็รับถุงกระดาษยี่ห้อเสื้อตัวนี้ที่บรรจุไว้ในกล่อง หวังว่าเขาจะอยู่ที่ห้องนะเพราะฉันเสร็จงานแล้วก็ว่าจะนอนแช่ตัวในอ่างสบายๆ มาถึงรถตู้คุณฌอนก็กำลังคุยสายอยู่ “ได้ครับ ครับๆ หนึ่งทุ่มตรงนะครับ”
อะไรอีกล่ะ! ฉันนัดกับเนสไว้แล้วนะ ผิดนัดอีกมีหวังเขาโกรธฉันอีกแน่เลย
“ใครโทรมาเหรอคะ”
“ผู้กำกับซีรีส์น่ะครับ” โทรมาทำหอกไรอะ ยังไม่ถึงคิวเปิดกล้องนี้ “บอกว่าจัดห้องโถงที่โรงแรมไว้ เชิญนักแสดงทุกคนไปร่วมรับประทานอาหารกระชับมิตรครับ”
“เฮ้อ” ถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางยกมือกุมศีรษะตัวเอง เครียดชะมัดเลยทำไมนะ ทำไมเวลาของฉันกับเนสถึงได้ถูกขัดขวางแบบนี้ตลอดเลย
“หกโมงครึ่งผมมารับนะครับ”
“ค่ะ” ตอบกลับเสียงหงอยก่อนจะลงจากรถตู้ที่คุณฌอนขับออกไป ฉันก็ขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่ 25 ก่อนเพื่อเอาถุงใส่เสื้อให้แซคมาถึงหน้าห้องฉันก็กดกริ่งอยู่ประมาณห้านาทีได้ หรือว่าจะไม่อยู่นะพอคิดได้แบบนั้นฉันก็กำลังเอาถุงแขวนไว้ตรงลูกบิดแบบก้านโยกตัวติดกับแสกนคีย์การ์ดเข้าห้องสีเงิน แต่ยังไม่ทันได้แขวนถุงประตูก็เปิดขึ้นพร้อมร่างสูงที่นุ่งเพียงผ้าเช็ดตัวสีขาว ตามลำตัวเปียกน้ำ ฮอตปรอทแตกมากค่ะ!
“อ้าว” ยังมาทำหน้าตกใจอีก ฉันยื่นถุงเสื้อไปตรงหน้าเขาก็ทำหน้ามึนงง
“เสื้อยืดค่ะ ซื้อมาให้ตามสัญญา”
“หึ” มาหงมาหึอะไรเล่า! รีบๆ รับไปเถอะ ฉันจะได้ลงไปห้องตัวเองบ้าง “เข้ามาก่อนสิ”
“ทำไมฉันจะต้องเข้าไปด้วย”
“เลี้ยงชาเป็นการตอบแทนไง”
“ไม่เป็นไรค่ะ” เขายังคงไม่รับถุงเสื้อจนฉันยัดมือเข้าไปที่ฝ่ามือหนา แต่เขาก็คว้าต้นแขนฉันไว้ก่อนจะได้เดินหนี “คุณ!”
“แปบเดียวเอง” ดึงร่างฉันจนเข้าไปอยู่ในห้องของเขาที่ดีไซน์เหมือนกับฉันไม่มีผิด จะแปลกก็ตรงที่ระเบียงด้านนอกมีสระว่ายน้ำขนาดย่อมอยู่ เขาก็ผายมือให้ฉันนั่งที่โซฟาเบจที่จัดวางเป็นตัวแอล มีโต๊ะไม้ตรงกลางซึ่งบนโต๊ะมีที่เขี่ยบุหรี่ ซองบุหรี่และไฟแช็กวางคู่กัน บนโซฟาที่ฉันนั่งด้านขวามีสมาร์ทโฟนรุ่นเดียวกับฉันถูกวางคว่ำอยู่
“แฟนคุณไม่อยู่เหรอคะ?” ร่างสูงมาพร้อมถาดชงชาที่ส่งกลิ่นหอมจนฉันรู้สึกอยากจะลิ้มลอง เขาทิ้งตัวนั่งข้างฉันรินชาจากกาแก้วเห็นว่าด้านในเป็นชากุหลาบ แก้วจอกขนาดเล็กรินน้ำใสๆ ปนชมพูถูกยกมาให้จนฉันค้อมศีรษะให้
“ใครมีแฟน”
“ก็คุณไงคะ ฉันถึงกลัวว่าแฟนคุณมาเห็นจะเข้าใจผิด” จิบชาร้อนจนเกือบจะลวกปาก แซคมองฉันพลางยิ้มขำ “หัวเราะอะไรคะ? คนไม่ดื่มชานี้”
“คุณก็ต้องเป่ามันก่อนสิครับ แบบนี้” ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ จนฉันตกใจเอนหน้าหนีมองริมฝีปากแดงคล้ำที่กำลังเป่าลมเบาๆ มายังชากุหลาบ “ดื่มสิครับ”
กลับกลายเป็นว่าฉันต้องดื่มชาเพราะสายตาคมจับจ้องบังคับทางอ้อม ดื่มชาเกือบจะหมดแก้วเล็กๆ ฉันก็วางมันลงบนถาด แซคก็หยิบถุงออกมาเปิดดูเสื้อยืดคอกลมสีขาวตามด้วยใบเสร็จที่ปลิวตกลงบนตักแกร่ง ช่วยนั่งให้มันดีๆ ได้ไหม รอยแยกผ้าขนหนูมันผ่าลึกจนเกือบจะเห็น... แล้วนะ!
“มองอะไรของคุณ”
“กะ ก็คุณนั่งให้มันดีๆ สิ” ตะคอกใส่เขาตะกุกตะกัก แซคก็ก้มหน้าลงมองผ้าขนหนูที่ตัวเองนุ่งอยู่
“ผมก็นั่งของผมแบบนี้ประจำ แววตาคุณเนี่ย... ลามกจริงนะ” เอานิ้วชี้มาจิ้มตรงดวงตา เผลอตีมือเขาซะดังเลยแต่ก็สมน้ำหน้าแล้วล่ะ อยากมาแตะเนื้อต้องตัวคนอื่นทำไมกัน “ยี่ห้อดีซะด้วย”
“ระดับฉันไม่ซื้อของมือสองให้หรอกค่ะ”
“คุณชื่ออะไร?” จู่ๆ ก็ถามขึ้นมาพร้อมหยิบบุหรี่ขึ้นมาหวังจุดสูบ แต่ฉันก็จับข้อมือเขาไว้ “อะไร”
“ไปสูบไกลๆ เลย ฉันเหม็น”
“นี่ห้องผม” จิกหัวได้ไหม? หรือจิกปากดีอยากเอาเล็บข่วนให้ปากฉีกเลย ไม่ฟังเสียงฉันด้วยซ้ำเขาก็สูบบุหรี่พ่นควันไปทั่วห้องจนฉันเอามือปิดจมูกตัวเอง “ตกลงคุณชื่ออะไร”
“อะอาย”
“พูดอะไรฟังไม่รู้เรื่อง” พยายามดึงมือฉันออก แต่ฉันก็ไม่ยอมตีท่อนแขนแกร่งที่รอยสักเปรอะเปื้อนเต็มแขน “เฮ้อ โอเค ไม่สูบก็ได้”
สูบไปได้ครึ่งมวนได้มั้งเขาก็จิ้มมันลงบนที่เขี่ยก้นบุหรี่สูบแล้วล้นทะลักออกมา สูบบุหรี่จัดเลยนะเนี่ย
“สกายค่ะ”
“สกาย?” เลิกคิ้วขึ้นเมื่อฉันแนะนำตัวเอง แล้วทำไมฉันจะต้องแนะนำตัวกับเขาด้วย “ท้องฟ้าน่ะเหรอ”
“คะ” ก็ใช่ Sky แปลว่าท้องฟ้ามันก็ถูกแล้วไง “ใช่”
“ชื่อน่ารักดี” ปากหวานแบบนี้เองสินะถึงได้มีผู้หญิงคลอเคลียไม่ห่าง “ขอบคุณสำหรับเสื้อตัวใหม่”
“งั้นฉันขอตัวนะคะ กลัวแฟนคุณมาเห็น” ลุกขึ้นเดินไปยังหน้าประตู แซคก็เป็นฝ่ายเปิดประตูให้
“ผมแซคนะ” รู้แล้วล่ะ รู้ตั้งแต่แฟนเขาเรียกแล้ว “แล้วผมก็ไม่มีแฟนด้วย”
“แล้ว...”
“ผมโสดครับ” งั้นผู้หญิงคนนั้นก็แค่... ควงด้วยเล่นๆ งี้อ่อ บ้าบอมาก! ฉันจะไม่มีวันเป็นแค่ผู้หญิงควงเล่นบอกก่อนเลย ฉันรักศักดิ์ศรีตัวเองมากถ้าไม่มีแฟนก็แค่โสด สวยๆ ไป
เมื่อเสร็จสิ้นธุระกับแซคแล้ว ฉันก็มาถึงห้องพร้อมกับมองตรงไปยังห้องครัว ตอนนี้เนสกำลังทำอาหารอยู่ ดูเหมือนเขาจะโอนเงินมาให้ฉันด้วยนะที่ยืมไป บอกว่าไม่ต้องก็ห้ามได้ยากเหลือเกิน
“เนส”
“กลับมาแล้วเหรอ ผมทำอีกสองอย่างก็พร้อมกินเลย” หันมายิ้มให้ฉันจากนั้นก็หันไปทำอะไรตรงหน้าเตา ฉันก็ทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ โต๊ะอาหารมีแต่ของโปรดฉันทั้งนั้นเลย รู้สึกแย่ชะมัดอุตส่าห์เคลียร์งานทุกอย่างจะได้ใช้เวลาอยู่กับเขา จนกว่าจะถ่ายซีรีส์
“ตอนหนึ่งทุ่ม กายต้องไปกินเลี้ยงกับทางกองซีรีส์” ร่างสูงหยุดชะงักขณะกำลังหั่นผัก หันมามองฉันด้วยสีหน้าเรียบนิ่งทั้งที่เมื่อกี้ยังยิ้มแย้มอยู่เลย “ผู้กำกับโทรมาหาคุณฌอนเมื่อสักพักนี้ค่ะ”
“อีกแล้วเหรอ?” วางมีดลงบนเขียงจากนั้นก็หันมามองฉัน หลับตาลงถอนหายใจเฮือกใหญ่ “มีสักครั้งไหมที่กายทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับผม”
“เนส กายขอโทษ”
“ผมเบื่อคำขอโทษของกาย รู้ตัวไหม” ถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วโยนลงบนพื้นอย่างแรง ไม่ใช่ครั้งแรกที่เนสโกรธขนาดนี้ฉันถึงได้เฉย “จะมีสักครั้งไหมที่เรากินข้าวด้วยกัน นอนดูหนังกัน เหมือนคนเป็นแฟนทำกัน”
“กายก็อยากทำแบบนั้น แต่เนสก็รู้ไม่ใช่เหรอว่างานที่กายทำมันบอกไม่ได้”
“บอกไม่ได้หรือกายไม่อยากให้งานตัวเองเสีย” สุดท้ายเราก็ต้องมาทะเลาะกันทั้งที่ดีกันได้ไม่นาน ฉันอยากจะบ้าตาย
“เนสเข้าใจกายมาตลอด”
“ใช่ ผมเข้าใจ... ที่ผมไม่พูดใช่ว่าผมไม่รู้สึก” เราสองคนยืนจ้องหน้ากัน เนสหอบหายใจหนักพลางเดินมาที่โต๊ะหยิบจานที่มีอาหารเทลงถังขยะจนฉันเบิกตากว้าง “กายอยากให้ผมเข้าใจงานของกาย ผมก็ทำ”
“...”
“แล้วทำไมกายถึงไม่เข้าใจผมบ้าง ผมอยากเดินจับมือกายไปไหนมาไหนด้วยกัน แต่ผมก็ทำไม่ได้” เทอาหารหมดก็โยนจานลงซิงค์ จนคิดว่าถ้ามันแตกคงแตกไปนานแล้ว “ทุกครั้งที่กายสัญญาว่าจะอยู่ด้วย สุดท้ายมันก็เป็นลมปาก พอมีงานกายก็เลือกมันก่อนผม”
“เนส” น้ำเสียงของฉันสั่นคลอนมองเนสที่เดินสวนฉันไป คว้ากระเป๋าสะพายของตัวเอง “จะไปไหน”
“ผมว่าบางทีเราน่าจะคิดเรื่องของเราใหม่”
“!”
“ห้าเดือนที่คบกันผมอยู่กับกายมาตลอด แต่กายทำเหมือนผมเป็นคนที่พอกลับมาก็เจอเสมอ ผมพูดถูกไหม” เม้มปากตัวเองก่อนจะเดินไปคว้าข้อมือเขาไว้ เพื่อไม่ให้ไปและอย่าพูดเรื่องนี้อีก
“กายไม่คิดอะไรทั้งนั้น เนสอย่าทำแบบนี้เลยกายขอ”
“แล้วที่ผมขอ กายเคยให้ผมได้ไหม?” ดันฝ่ามือฉันจากนั้นก็เดินออกจากห้องไป ให้หลังเขาฉันก็ทรุดตัวลงปล่อยน้ำตาที่กักเก็บไว้จนมันไหลอาบแก้ม เจ็บหนึบที่หัวใจชะมัด... มันจะเป็นแบบนี้ไม่ได้สิ
