บทที่ 11 บทที่ 11
"คะ..."
"ไม่มีใครต่อกรกับยัยอีฟได้ แถมยังดึงคุณคินมาเอี่ยวด้วย แล้วไม่โดนไล่ออก แสดงว่าแบ๊คเธอดีมาก"
ประภาเล่าปากยังเคี้ยวสปาเก็ตตี้แก้มตุ่ย
"หนูไม่มีแบ๊คอะไรนั่นหรอกพี่"
ลิลิตตักข้าวเข้าปากบ้าง รสอร่อยทำริมฝีปากสีอ่อนแย้มยิ้มอย่างพอใจ
"อ้าว ! แล้วที่คุณคินเรียกไปคุยล่ะ แถมยังไม่โดนไล่ออกอีก"
"ที่เรียกไปคุยนั่นเพราะหนูโดนน้องเขาแกล้ง ถ้าไล่หนูออกเขาคงเป็นเจ้านายที่ใจร้ายมากแน่"
ประภาสำลักอาหารไอโขลก ๆ คว้าน้ำดื่มอัก ๆ
"ปอชมคุณคินใจดีเหรอ คุณคินเนี่ยะนะ"
มือประภายกลูบแขนตนเองสยดสยอง
"เขาใจร้ายมากเหรอพี่"
อีกฝ่ายหันซ้ายหันขวา โน้มตัวมากระซิบ
"เจ้านายเราเป็นมาเฟีย คิดดูสิว่าจะเป็นคนใจดีหรือเปล่าล่ะ"
ลิลิตเถียงไม่ออกเหมือนกัน ได้แต่เลี่ยงประเด็น
"หนูไม่ได้มีแบ๊คใหญ่ แค่คนที่เดือดร้อน มาพึ่งบารมีเจ้านายพี่ก็เท่านั้น"
"เดือดร้อนเรื่องอะไร"
ขาเม้าท์ตาลุกวาวกับข่าวเด็ด ตั้งแต่ลิลิตก้าวเข้ามาในคฤหาสน์ก็เป็นที่จับตามอง เธอเส้นใหญ่ขนาดเหลียงมือขวาของคีรินทร์ต้องเอามาฝากกับพ่อบ้านใหญ่เกรียงไกรเลยทีเดียว ยิ่งกล้าปะทะกับคุณหนูมี่เหวินและอีฟ แถมคีรินทร์ยังไม่ไล่ออก ทุกคนเลยกระสันอยากรู้ที่มาที่ไปของลิลิตนัก แวะเวียนมาถามประภาตลอด
"ถ้าอยากรู้ก็ไปถามเจ้านายพี่เองสิ"
ลิลิตจิ้มทอดมันเข้าปาก ประภาถอนหายใจกระฟัดกระเฟียด
ใครจะกล้าเสนอหน้าไปถามเจ้านายล่ะ เดี๋ยวก็โดนเด้งออกจากบ้านอยู่ดี
"แต่ปอกล้าดีนะ กล้าชนยัยอีฟได้"
ประภาเปลี่ยนมาคุยเรื่องที่เบาลงมาหน่อย เรื่องเจ้านายเธอไม่ยุ่ง แต่ถ้าเป็นเรื่องของขี้ข้าด้วยกันนี่เธอขอเสือก แค่ก ! ขอใส่ใจอย่างไรนัก ๆ หน่อย
"เมดใหม่ที่มาดูแลคุณหนูกี่คนต่อกี่คนโดนเด้งไปหมด"
หน้าลิลิตพยักเห็นด้วย ไม่ใช่แค่อีฟที่มีฤทธิ์เดช ฝั่งมี่เหวินก็ร้ายพอกัน เจ้านายลูกน้องการละครเข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย เล่นบทโศกแบบสั่งน้ำตาได้
"ยัยนั่นเห็นหน้าใส ๆ ปากยิ้ม ๆ แบบนั้นน่ะ มันร้ายนะ"
"เหมือนพี่ไม่ชอบเขามากเลยนะ"
ประภาเบ้ปาก วางช้อนวางส้อมลง เป็นสัญญานว่ามีเรื่องเล่าอีกยาว
"คนทั้งบ้านไม่ชอบยัยนี่ ตอแหลตีสองหน้า หัวสูง อยากจับคุณคินแล้วเอาคุณมี่เหวินมาอ้างให้ได้ไกล้ชิดกัน"
"..."
"เขาถือตัวว่าอยู่มานานเป็นหลานแม่นมคุณคิน เลยได้ดูแลคุณมี่เหวินมาตั้งแต่เด็ก ทำตัวไม่เหมือนคนรับใช้ มองทุกคนต่ำกว่า อาศัยบารมีคุณมี่เหวินคุ้มหัวคุณคินเลยไม่ลงโทษอะไร มีเมดใหม่มาช่วยดูแลคุณมี่เหวินก็แกล้งจนลาออกกันหมด แถมคุณมี่เหวินก็ติดยัยนี่มาก ไม่เอาใครเลย ไม่รู้นางไปเป่าหูยังไง"
ลิลิตเหนื่อยในใจ เธอเจอกับตัวตึงเสียแล้ว ชีวิตที่นี่คงไม่ง่ายอีกต่อไป แต่อย่างน้อยเวลาทำงานไม่ต้องเจอกัน ห้องสมุดน่าจะเป็นที่ที่คุณหนูของบ้านกับพี่เลี้ยงไม่ย่างเท้าเข้ามา
"ปอต้องระวังไว้หน่อย ยัยอีฟพวกเยอะ มีแต่คนเลีย ยัยลี่เหมยนั่นก็หนึ่งล่ะ ทำเป็นวางท่าเป็นหัวหน้า จริง ๆ ลำเอียงกระเทเร่ เข้าข้างยัยอีฟสุดลิ่มทิ่มประตู นางหวังว่าถ้ายัยอีฟได้ดีแล้วจะยกนางขึ้นแทนคุณเกรียงไกร"
"แล้วพี่ภาไม่กลัวพวกเขาเหรอ"
มือหยิบน้ำขึ้นดื่ม เห็นรุ่นพี่เม้าท์อย่างออกรสแล้วคอแห้งแทน จมูกประภาสูดลมเข้าปอด
"ไม่กลัวหรอก ฉันอยู่มาก่อนยัยพวกนั้นจะมาอีก จริง ๆ ตำแหน่งแม่บ้านใหญ่นี่ฉันทำได้สบาย แต่มีปัญหาเรื่องสุขภาพนิดหน่อย"
พร้อมชี้ไปที่หัวเข่า
"เดินเยอะ ๆ ไม่ไหวเลยขอมาทำงานนั่งโต๊ะเบา ๆ สบาย ๆ ดีกว่า"
ประภากว้างขวางดังเจ้าตัวเล่า สังเกตจากตอนเข้าโรงอาหารมามีพนักงานหลายคนไหว้ พนักงานน่าจะรุ่นเดียวกันก็ค้อมศีรษะ ขนาดบอดี้การ์ดชุดดำหน้าดุยังนอบน้อมกับประภาเลย แสดงว่ารุ่นพี่คนนี้เป็นคนใหญ่คนโตตัวจริงของที่นี่
"ถ้ามีอะไรเหลือบ่ากว่าแรงหรือลำบากใจก็บอกพี่นะ ถ้าพอช่วยได้จะช่วย"
แล้วลิลิตก็มีเรื่องลำบากใจทันที เมื่อตอนประภาไปเข้าห้องน้ำแล้วเธอนั่งรออยู่คนเดียว แก้วน้ำแดงจู่ ๆ ก็มาหล่นใส่หัว น้ำสีแดงซึมเข้าผมไหลย้อยเปื้อนทั้งหน้าทั้งเสื้อผ้า
"ว๊าย !"
กลุ่มสาวในชุดเมดกรีดร้องเหมือนหมูถูกเชือด
"โทษทีนะ มองไม่เห็นเธอ"
เปิดประโยคพร้อมยิ้มลอยหน้าลอยตาแบบนี้ ไม่ได้มาดีแน่
"ซุ่มซ่ามจริงเธอ เดี๋ยวคุณลิลิตเขาก็ไปฟ้องเจ้านายหรอก อยากโดนดุแบบอีฟหรือยังไง"
หนึ่งในนั้นบอกเพื่อนอย่างจีบปากจีบคอ
"อีฟที่เป็นพนักงานดีเด่นมาตลอดเลยอ่ะน่ะจะโดนดุ ว้าย ! บาปบุญ คุณลิลิตแบ๊คดีจริง ๆ"
ลิลิตเสยผม สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เตือนสติว่าตนเองอยู่ในคฤหาสน์การละคร และเป็นละครคุณธรรมเสียด้วย ที่มีตัวร้ายปลายแถวมากลั่นแกล้งด้วยมุกเสร่อ ๆ
"เอกเธอดูแลโรงอาหารยังไงถึงมีหมาเข้ามาเพ่นพ่านเห่าจนรำคาญหู"
ประภาที่ออกมาจากห้องน้ำแล้วเห็นเหตุการณ์พอดีเท้าสะเอว พ่อครัวรีบวิ่งออกมาจากครัวทันที สาวกลุ่มนั้นถลึงตามองประภาพร้อมใบหน้าบิดเบี้ยว
"จำกฏของที่นี่ไม่ใช่เหรอว่าห้ามทะเลาะกัน"
"ไม่ได้ทะเลาะ พวกฉันแค่บังเอิญทำน้ำหกใส่เด็กใหม่ แล้วคุยกันนิดหน่อยก็เท่านั้นเอง"
คนท่าทางเป็นหัวโจกรีบบิดให้เรื่องเล็กลง เพราะพวกตนโดนเตือนเรื่องแอบไปเจ๊าะแจ๊ะกับบอดี้การ์ด ถ้าเจอโทษเรื่องทะเลาะกันเพิ่มล่ะก็มีหวังถูกไล่ออกแน่
"ฉันกินข้าวไม่ได้กินหญ้า เห็นอยู่ว่าพวกเธอหาเรื่องก่อน ทำไม ! เสด็จแม่อีฟมาตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จให้ฟังเหรอ ถึงได้มารุมอวดศักดาขนาดนี้ แน่จริงมาตอนฉันอยู่สิ อย่าเข้ามาหมาหมู่"
คนได้ดูละครคุณธรรมสดถึงกับอยากลุกขึ้นปรบมือให้กับความปากแซ่บของประภา
"เอ๊ะ ! ป้าจะปกป้องนังคนใหม่ทำไม หรืออยากเกาะขามันล่ะ"
"ฉันปกป้องน้องเขาจากพวกหมาหมู่ต่างหาก ไป ! จะไปไหนก็ไป วิ่งไปฟ้องเสด็จแม่พวกเธอ ถ้าคิดจะฟ้องคุณเกรียงไกร ฉันมีพยานทั้งโรงอาหารว่าพวกเธอทำอะไร ถ้าพยานเห็นยังไม่ชัด แต่กล้องวงจรปิดในนี้ก็ชัดนะจ๊ะเธอ"
ประภาฉีกยิ้มกว้างชวนขนลุก เหล่านางร้ายปลายแถวหน้าซีดตัวสั่น พากันสะบัดกายย่ำเท้าเร็วจนกลายเป็นวิ่งหนีไปในที่สุด
"ซวยหน่อยนะน้อง"
รุ่นพี่ยื่นทิชชูให้ ลิลิตน้ำตาจะไหล ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่
แค่ก ! ไม่ใช่สิ ตั้งแต่เจอมาเฟียหนุ่ม ชีวิตเธอเจอคำว่าซวยบ่อยมากกกก สงสัยแต้มบุญในชาตินี้ของเธอจะหมดเสียแล้ว
ว่าแต่จะมีอะไรซวยยิ่งกว่านี้อีกไหมนี่
