บทนำ
คีรินทร์ เจ้าพ่อมังกรทมิฬ ผู้เย็นชา ดุดัน และไม่เคยศรัทธาในคำว่าความรัก
ค่ำคืนที่เธอเห็นการลอบกัดของแก๊งมาเฟีย กลายเป็นคืนที่ทำให้ชีวิตต้องพลิกผันอย่างไม่มีวันหวนกลับ
เขาล่าตัวเธอ ไม่ใช่เพื่อฆ่า… แต่เพื่อ “เก็บ” เก็บไว้เป็นพยาน เก็บไว้ในคฤหาสน์ เก็บไว้ในชีวิต และเก็บไว้ในหัวใจที่ไม่เคยยอมเปิดให้ใคร
แต่โลกใต้ดินไม่เคยปล่อยให้ความรักดำเนินได้อย่างง่ายดาย เลือด การทรยศ และความอิจฉาริษยากำลังกัดกินทุกอย่าง
สุดท้าย… ใครกันแน่ ที่จะรอดออกไปพร้อมหัวใจที่ยังเต้นอยู่?
บท 1
ลมหายใจของลิลิตสะดุด
เสียงปืนดังสนั่นกลางโกดังร้าง กลิ่นดินปืนคละคลุ้งไปทั่ว แต่สิ่งที่ทำให้หญิงสาวตัวสั่นไม่ใช่เสียงกระสุน หากเป็น
“ดวงตาคู่นั้น” ที่หันมาปะทะกับเธอ
นัยน์ตาดำคมเข้ม… ของชายผู้ถูกกล่าวขานว่าเป็นมาเฟียที่โหดเหี้ยมที่สุดในเมือง
“เห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นแล้ว… คิดว่าจะหนีได้เหรอ”
เพียงประโยคนั้น ชีวิตเธอทั้งหมดก็ถูกเขากระชากลงสู่นรก ที่มีเขาเป็นทั้งเจ้าของ และผู้พิพากษา
และตั้งแต่วินาทีนั้น… คีรินทร์ก็ไม่ยอมให้เธอกลับไปสู่โลกใบเดิมอีกต่อไป
….…….....….….……............…......................................................
หลังเที่ยงคืน ณ ร้านอาหารจีนจิ่วซาน
กล่องทิปสีน้ำตาลทึบที่เคยอยู่หน้าเคาน์เตอร์คิดเงินเปลี่ยนมาวางบนโต๊ะกลางร้าน
ลิลิตจ้องมันตั้งแต่เจ้หลินเปิดฝามันออกมา ข้อมือที่เหนื่อยล้าจากการแบกถาด นิ้วมือปวดหนึบจากการเก็บจานทั้งคืนกำแน่นโดยไม่รู้ตัว
คืนนี้มีลูกค้าใหญ่หลายโต๊ะ สั่งอาหารเยอะ ทิปน่าจะหนัก ถ้าได้เงินนี้มาก็จะพอจ่ายค่าไฟที่บ้านเธอค้างมาแล้วสองเดือน
เจ้หลินเจ้าของร้านเริ่มแบ่งทิปให้ทุกคน
แต่แล้วลิลิตก็ต้องเงยหน้าขึ้น เปรียบเทียบจำนวนธนบัตรในมือตนกับพนักงานข้างๆ เธอได้สี่ร้อย ข้างกันได้ห้าร้อย
"ทำไมหนูได้เงินแค่นี้ละคะเจ้"
คิ้วเรียวขมวดแน่น พนักงานคนอื่นที่กำลังส่งเสียงยินดีกับทิปอันเป็นกอบเป็นกำในคืนนี้เงียบลงทันที
"ของเธอหักค่าจานชามที่แตกด้วยไง"
เจ้หลินอธิบาย
"ที่จานแตกเพราะหนูตกใจลูกค้าจับก้นค่ะ"
ลิลิตแจงเหตุผลของตน มือที่กำธนบัตรอยู่นั้นเริ่มสั่น ตอนเสริ์ฟลูกค้าลามกแอบจับก้นเธอตอนเผลอ แถมยังหัวเราะแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ตีเนียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ลิลิตเกือบต่อยหน้าเจ้าคนลามกแล้วเชียว ถ้าหัวหน้าพนักงานเสริ์ฟไม่คว้าแขนเธอไว้ ก็คงต้องไปโรงพักแน่คืนนี้
"ของแตกฉันต้องซื้อใหม่ มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เงินนี่ เธอจะเอาหรือไม่เอา"
เจ้หลินกระชากธนบัตรกลับมา สายตาหรี่ลงในทำนองอธิบายอะไรไปไม่มีประโยชน์
ลิลิตมองธนบัตรสี่ใบ ภาพใบหน้าเศร้าของแม่กับสภาพผอมแห้งซีดเซียวของน้องดับอารมณ์ที่กำลังกรุ่นโกรธ ถึงไม่พอจ่ายค่าไฟแต่อย่างน้อยก็พอเติมข้าวสารอันเหลือน้อยนิดในบ้านเธอให้เต็มถังได้
"เอาค่ะ...เอา"
มือเล็กรีบคว้าธนบัตรยัดเข้ากระเป๋าสตางค์ เสียงหัวเราะดังขึ้น ไม่ต้องหันไปมองลิลิตก็รู้ว่าเป็นใคร
"ฉันบอกแล้วไงปอ อย่ามาเสิร์ฟให้เมื่อยมือเลย ไปเป็นเด็กเอ็นรุ่งกว่า ได้เงินจุกๆ ไม่ใช่ได้ทิปหลักร้อยแบบนี้"
พรุ่งนี้ครบสิบห้าวันที่มาทำงาน ลิลิตจะรับเงินวีคสุดท้าย ตั้งใจจะลาออก จะได้ไม่ต้องเห็นหน้าคนท็อกซิคพวกนี้อีก
แต่ลูกพระยานาหมื่นอย่างเธอไม่ยอมให้ใครแซะฟรีๆ
"งานเหมือนที่พวกพี่อยากทำ แต่ทำไม่ได้เพราะเบ้าหน้าไม่ให้เหรอคะ หนูยังไม่ลำบากจนต้องขายตัวหรอกค่ะ"
"เอ๊ะ! อีนี่ แค่หน้าตาดีนิดหน่อยแล้วมาเหยียดคนอื่นเหรอ"
ฝ่ายที่แซะก่อนง้างมือเตรียมตบด้วยจิตริษยาสาวรุ่นน้องที่สวย จนเป็นที่แย่งความสนใจจากคนในร้าน
ลิลิตง้างมือตั้งรับเช่นกัน ความโกรธที่คุกกรุ่นทั้งแกล้งทั้งแซะกันมานานระเบิดขึ้นในคืนนี้
ปัง!
เจ้หลินตบโต๊ะ ตะคอกเสียงดังปานฟ้าผ่า
"หยุด! ถ้าจะกัดกันก็ไปนอกร้าน รำคาญ!"
คู่กรณีลิลิตยอมหยุดมือ ยังจ้องเธอด้วยดวงตาถลนเคียดแค้น ลิลิตคิดว่าตนคิดถูกที่ตัดสินใจจะลาออก ไม่อย่างนั้นสักวันต้องเผลอตบคนจนต้องไปเสียเงินที่โรงพักแน่
ร่างโปร่งหันหลังเดินออกไปทางประตูหลังร้าน
อากาศกลางคืนท่ามกลางตึกคอนกรีตอบอ้าว ไม่มีลมพัดมาให้ชื่นใจเลยสักนิด เธอที่ทำงานมาค่อนคืนทั้งเหนื่อยทั้งเหนียวตัว แต่ยังต้องขึ้นรถเมล์กลับบ้าน ทันใดนั้นมือถือเก่าก็สั่นขึ้น
"ปอเลิกงานหรือยัง"
น้าสุดาน้องสาวแม่เป็นผู้โทรมา นานๆ ทีจะได้คุยกัน เธอสังหรณ์ใจไม่ดีเลย
"เลิกแล้วค่ะน้า"
"พี่สำราญโทรมายืมเงินน้าอีกแล้ว ขู่ว่าถ้าไม่ให้ครอบครัวปอกำลังจะอดตาย จริงเหรอ"
ลิลิตหลับตาลงครู่หนึ่ง ฟังปลายสายเล่าแบบนี้...พ่อต้องติดหนี้ใครมาอีกแน่ แล้วก็วนเวียนโทรหาญาติทุกคนตามสไตล์
ขอบ้างยืมบ้าง ขู่บ้าง เล่าเรื่องน่าสงสารบ้าง จนกว่าจะได้เงินไปถลุงหมดแล้วก็เริ่มหาขอใหม่ซ้ำๆ เดิมๆ บางทีเจ้ากรรมนายเวรในชีวิตเธอก็มาในรูปบุพการี
"ไม่จริงค่ะน้า ทุกคนสบายดี อย่าให้พ่อยืมนะคะ ถ้าพ่อไปติดหนี้ใครรีบบอกหนูด้วย"
เธอวางสายน้าแล้วโทรอีกสายต่อทันที
"แม่ ปอเลิกงานแล้วนะคะ กำลังจะกลับบ้าน เดี๋ยวแวะเซเว่นซื้อข้าวสารกับปลากระป๋อง เมื่อเช้าเห็นข้าวเหลือก้นถัง แม่กับปุ๊กจะเอาอะไรไหมคะ"
ลิลิตแกล้งทำร่าเริง ไม่ให้มารดารู้ว่าเพิ่งผ่านเรื่องแย่ๆ มา
จบสายแล้วก็เปิดกระเป๋าสตางค์นับเงิน
สามร้อยบาท พอซื้อข้าวสารหนึ่งกิโล ปลากระป๋องสักสองกระป๋อง พอเหลือค่ารถ รองเท้าที่พื้นเริ่มสึกก็ทนใส่ไปก่อน ตราบใดที่นิ้วเท้าไม่โผล่ออกมาทักทายโลก ลิลิตก็ยังจะใช้มันต่อ
หญิงสาวเดินผ่านป้ายรถเมล์ป้ายแรกโดยไม่หยุด ป้ายถัดไปไกลกว่าแต่ประหยัดได้สิบบาท สิบบาทซื้อไข่ได้ตั้งหนึ่งฟอง
เป็นโปรตีนช่วยบำรุงร่างกายน้องสาวเธอที่กำลังป่วยได้
ถนนเส้นนี้เริ่มเปลี่ยว ไม่มีคนหรือรถสวนมา ไฟแสงส่องตามทางติดๆ ดับๆ เหมือนฉากในหนังสยองขวัญ กลิ่นอับเปรี้ยวโชยมาจากถังขยะที่เรียงรายข้างทาง เสียงคุ้ยเขี่ยดังขึ้นจากด้านหลัง หันไปมองเห็นเป็นหมาจรจัดตัวผอมคุ้ยขยะ ไฟจากโกดังร้างทางซ้ายส่องแสงสลัวราง บนผนังปูนมีแมลงสาบไต่ตามก้นกันอยู่เต็มกำแพง พวกมันเคลื่อนขยับไต่เป็นเส้นตามกันเหมือนมีชีวิต
ลางชักไม่ดี...สัญชาตญาณเตือนภัยในสมองเธอร้องเตือน
ลิลิตเร่งฝีเท้า จากเดินเร็วกลายเป็นวิ่ง มือกำสายกระเป๋าแน่น สายตาจับที่ปลายถนนที่มีไฟสว่างกว่าอยู่ข้างหน้า
ทันใดนั้น
ปัง!
มีเสียงดังลั่นแหวกความสงบยามค่ำคืน
ตามมาด้วยเสียงย่ำเท้าหนัก ๆ
คราวนี้รัวเป็นปืนกล กายหญิงสาวแข็งทื่อ สมองประมวลผลไม่ทัน ว่างเปล่าขาวไปหมด
มีร่างหนึ่งพุ่งชนเธอ กลิ่นเขม่าไหม้โชยแรง ลิลิตเห็นใบหน้าเขาเพียงครู่ก่อนล้มก้นจ้ำเบ้า ชายมีรอยบากตรงหน้าคนนี้ช่างมารยาทแย่เหลือทน ชนผู้หญิงแล้วยังถลึงตาใส่ เผยให้เธอเห็นตำหนิใบหูที่แหว่งผิดรูปเพิ่ม
กำลังจะด่าสั่งสอนเสียหน่อย ลิลิตจำต้องหุบปากฉับเมื่อได้ยินเสียงมาจากทางโกดัง
"มันหนีไปทางโน้น ตามไป !"
พร้อมเสียงย่ำเท้าตึก ๆ ใกล้เข้ามา ผู้ชายคนนั้นสบถในลำคอ วิ่งหนีออกไปทางถนน
ปัง ! แต่ยังช้ากว่ากระสุนปริศนาที่พุ่งเฉี่ยวไหล่เข้าเต็ม ๆ จนเลือดกระฉูด
บทล่าสุด
#98 บทที่ 98 บทที่ 98 ฮันนีมูน 2 NC END
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#97 บทที่ 97 บทที่ 97 ฮันนีมูน 1 NC
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#96 บทที่ 96 บทที่ 96 บทส่งท้าย
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#95 บทที่ 95 บทที่ 95 NC
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#94 บทที่ 94 บทที่ 94
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#93 บทที่ 93 บทที่ 93
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#92 บทที่ 92 บทที่ 92
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#91 บทที่ 91 บทที่ 91
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#90 บทที่ 90 บทที่ 90
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#89 บทที่ 89 บทที่ 89
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026
คุณอาจชอบ 😍
ม่านหมอก
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
เมียเด็กของภาคินทร์
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
หัวใจสิงห์ (Only you)
เรื่องราวของพวกเขาเริ่มต้นขึ้นจาก สาวน้อยวัย 22 ปี อย่างเกวลิน แอบรักพี่ชายฝั่งตรงข้ามบ้านอายุ 27 ปี อย่างสิงห์ มา 7 ปี ความรู้สึกของเธอชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนี้เธอรู้สึกว่าจากชอบและชื่นชม แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกรักไปเสียแล้ว อยากเจอหน้าเขาทุกวัน ถึงชายหนุ่มที่เธอชอบจะดูภายนอกเย็นชาไปสักหน่อย ทว่าเวลาที่อยู่ใกล้เขาเธอกับรู้สึกอบอุ่นหัวใจทุกครั้ง เมื่อไหร่ที่เธอเจอปัญหา เธอจะมองเห็นเขาอยู่ตรงนั้นเสมอ ทว่าวันหนึ่งกลับต้องห่างกัน สุดท้ายระยะทางก็ทำให้ทั้งสองคนต้องเลิกลา เมื่อกลับมาเจอกันอีกครั้ง สายตาที่เธอมองเขานั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทั้งไร้เยื่อใย และห่างเหิน มาเอาใจช่วยความรักของเขาและเธอไปด้วยกันนะคะ
#เรื่องนี้ไม่มีนอกกายนอกใจนะคะ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!













