บทนำ
คีรินทร์ เจ้าพ่อมังกรทมิฬ ผู้เย็นชา ดุดัน และไม่เคยศรัทธาในคำว่าความรัก
ค่ำคืนที่เธอเห็นการลอบกัดของแก๊งมาเฟีย กลายเป็นคืนที่ทำให้ชีวิตต้องพลิกผันอย่างไม่มีวันหวนกลับ
เขาล่าตัวเธอ ไม่ใช่เพื่อฆ่า… แต่เพื่อ “เก็บ” เก็บไว้เป็นพยาน เก็บไว้ในคฤหาสน์ เก็บไว้ในชีวิต และเก็บไว้ในหัวใจที่ไม่เคยยอมเปิดให้ใคร
แต่โลกใต้ดินไม่เคยปล่อยให้ความรักดำเนินได้อย่างง่ายดาย เลือด การทรยศ และความอิจฉาริษยากำลังกัดกินทุกอย่าง
สุดท้าย… ใครกันแน่ ที่จะรอดออกไปพร้อมหัวใจที่ยังเต้นอยู่?
บท 1
ลมหายใจของลิลิตสะดุด
เสียงปืนดังสนั่นกลางโกดังร้าง กลิ่นดินปืนคละคลุ้งไปทั่ว แต่สิ่งที่ทำให้หญิงสาวตัวสั่นไม่ใช่เสียงกระสุน หากเป็น
“ดวงตาคู่นั้น” ที่หันมาปะทะกับเธอ
นัยน์ตาดำคมเข้ม… ของชายผู้ถูกกล่าวขานว่าเป็นมาเฟียที่โหดเหี้ยมที่สุดในเมือง
“เห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นแล้ว… คิดว่าจะหนีได้เหรอ”
เพียงประโยคนั้น ชีวิตเธอทั้งหมดก็ถูกเขากระชากลงสู่นรก ที่มีเขาเป็นทั้งเจ้าของ และผู้พิพากษา
และตั้งแต่วินาทีนั้น… คีรินทร์ก็ไม่ยอมให้เธอกลับไปสู่โลกใบเดิมอีกต่อไป
….…….....….….……............…......................................................
หลังเที่ยงคืน ณ ร้านอาหารจีนจิ่วซาน
กล่องทิปสีน้ำตาลทึบที่เคยอยู่หน้าเคาน์เตอร์คิดเงินเปลี่ยนมาวางบนโต๊ะกลางร้าน
ลิลิตจ้องมันตั้งแต่เจ้หลินเปิดฝามันออกมา ข้อมือที่เหนื่อยล้าจากการแบกถาด นิ้วมือปวดหนึบจากการเก็บจานทั้งคืนกำแน่นโดยไม่รู้ตัว
คืนนี้มีลูกค้าใหญ่หลายโต๊ะ สั่งอาหารเยอะ ทิปน่าจะหนัก ถ้าได้เงินนี้มาก็จะพอจ่ายค่าไฟที่บ้านเธอค้างมาแล้วสองเดือน
เจ้หลินเจ้าของร้านเริ่มแบ่งทิปให้ทุกคน
แต่แล้วลิลิตก็ต้องเงยหน้าขึ้น เปรียบเทียบจำนวนธนบัตรในมือตนกับพนักงานข้างๆ เธอได้สี่ร้อย ข้างกันได้ห้าร้อย
"ทำไมหนูได้เงินแค่นี้ละคะเจ้"
คิ้วเรียวขมวดแน่น พนักงานคนอื่นที่กำลังส่งเสียงยินดีกับทิปอันเป็นกอบเป็นกำในคืนนี้เงียบลงทันที
"ของเธอหักค่าจานชามที่แตกด้วยไง"
เจ้หลินอธิบาย
"ที่จานแตกเพราะหนูตกใจลูกค้าจับก้นค่ะ"
ลิลิตแจงเหตุผลของตน มือที่กำธนบัตรอยู่นั้นเริ่มสั่น ตอนเสริ์ฟลูกค้าลามกแอบจับก้นเธอตอนเผลอ แถมยังหัวเราะแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ตีเนียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ลิลิตเกือบต่อยหน้าเจ้าคนลามกแล้วเชียว ถ้าหัวหน้าพนักงานเสริ์ฟไม่คว้าแขนเธอไว้ ก็คงต้องไปโรงพักแน่คืนนี้
"ของแตกฉันต้องซื้อใหม่ มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เงินนี่ เธอจะเอาหรือไม่เอา"
เจ้หลินกระชากธนบัตรกลับมา สายตาหรี่ลงในทำนองอธิบายอะไรไปไม่มีประโยชน์
ลิลิตมองธนบัตรสี่ใบ ภาพใบหน้าเศร้าของแม่กับสภาพผอมแห้งซีดเซียวของน้องดับอารมณ์ที่กำลังกรุ่นโกรธ ถึงไม่พอจ่ายค่าไฟแต่อย่างน้อยก็พอเติมข้าวสารอันเหลือน้อยนิดในบ้านเธอให้เต็มถังได้
"เอาค่ะ...เอา"
มือเล็กรีบคว้าธนบัตรยัดเข้ากระเป๋าสตางค์ เสียงหัวเราะดังขึ้น ไม่ต้องหันไปมองลิลิตก็รู้ว่าเป็นใคร
"ฉันบอกแล้วไงปอ อย่ามาเสิร์ฟให้เมื่อยมือเลย ไปเป็นเด็กเอ็นรุ่งกว่า ได้เงินจุกๆ ไม่ใช่ได้ทิปหลักร้อยแบบนี้"
พรุ่งนี้ครบสิบห้าวันที่มาทำงาน ลิลิตจะรับเงินวีคสุดท้าย ตั้งใจจะลาออก จะได้ไม่ต้องเห็นหน้าคนท็อกซิคพวกนี้อีก
แต่ลูกพระยานาหมื่นอย่างเธอไม่ยอมให้ใครแซะฟรีๆ
"งานเหมือนที่พวกพี่อยากทำ แต่ทำไม่ได้เพราะเบ้าหน้าไม่ให้เหรอคะ หนูยังไม่ลำบากจนต้องขายตัวหรอกค่ะ"
"เอ๊ะ! อีนี่ แค่หน้าตาดีนิดหน่อยแล้วมาเหยียดคนอื่นเหรอ"
ฝ่ายที่แซะก่อนง้างมือเตรียมตบด้วยจิตริษยาสาวรุ่นน้องที่สวย จนเป็นที่แย่งความสนใจจากคนในร้าน
ลิลิตง้างมือตั้งรับเช่นกัน ความโกรธที่คุกกรุ่นทั้งแกล้งทั้งแซะกันมานานระเบิดขึ้นในคืนนี้
ปัง!
เจ้หลินตบโต๊ะ ตะคอกเสียงดังปานฟ้าผ่า
"หยุด! ถ้าจะกัดกันก็ไปนอกร้าน รำคาญ!"
คู่กรณีลิลิตยอมหยุดมือ ยังจ้องเธอด้วยดวงตาถลนเคียดแค้น ลิลิตคิดว่าตนคิดถูกที่ตัดสินใจจะลาออก ไม่อย่างนั้นสักวันต้องเผลอตบคนจนต้องไปเสียเงินที่โรงพักแน่
ร่างโปร่งหันหลังเดินออกไปทางประตูหลังร้าน
อากาศกลางคืนท่ามกลางตึกคอนกรีตอบอ้าว ไม่มีลมพัดมาให้ชื่นใจเลยสักนิด เธอที่ทำงานมาค่อนคืนทั้งเหนื่อยทั้งเหนียวตัว แต่ยังต้องขึ้นรถเมล์กลับบ้าน ทันใดนั้นมือถือเก่าก็สั่นขึ้น
"ปอเลิกงานหรือยัง"
น้าสุดาน้องสาวแม่เป็นผู้โทรมา นานๆ ทีจะได้คุยกัน เธอสังหรณ์ใจไม่ดีเลย
"เลิกแล้วค่ะน้า"
"พี่สำราญโทรมายืมเงินน้าอีกแล้ว ขู่ว่าถ้าไม่ให้ครอบครัวปอกำลังจะอดตาย จริงเหรอ"
ลิลิตหลับตาลงครู่หนึ่ง ฟังปลายสายเล่าแบบนี้...พ่อต้องติดหนี้ใครมาอีกแน่ แล้วก็วนเวียนโทรหาญาติทุกคนตามสไตล์
ขอบ้างยืมบ้าง ขู่บ้าง เล่าเรื่องน่าสงสารบ้าง จนกว่าจะได้เงินไปถลุงหมดแล้วก็เริ่มหาขอใหม่ซ้ำๆ เดิมๆ บางทีเจ้ากรรมนายเวรในชีวิตเธอก็มาในรูปบุพการี
"ไม่จริงค่ะน้า ทุกคนสบายดี อย่าให้พ่อยืมนะคะ ถ้าพ่อไปติดหนี้ใครรีบบอกหนูด้วย"
เธอวางสายน้าแล้วโทรอีกสายต่อทันที
"แม่ ปอเลิกงานแล้วนะคะ กำลังจะกลับบ้าน เดี๋ยวแวะเซเว่นซื้อข้าวสารกับปลากระป๋อง เมื่อเช้าเห็นข้าวเหลือก้นถัง แม่กับปุ๊กจะเอาอะไรไหมคะ"
ลิลิตแกล้งทำร่าเริง ไม่ให้มารดารู้ว่าเพิ่งผ่านเรื่องแย่ๆ มา
จบสายแล้วก็เปิดกระเป๋าสตางค์นับเงิน
สามร้อยบาท พอซื้อข้าวสารหนึ่งกิโล ปลากระป๋องสักสองกระป๋อง พอเหลือค่ารถ รองเท้าที่พื้นเริ่มสึกก็ทนใส่ไปก่อน ตราบใดที่นิ้วเท้าไม่โผล่ออกมาทักทายโลก ลิลิตก็ยังจะใช้มันต่อ
หญิงสาวเดินผ่านป้ายรถเมล์ป้ายแรกโดยไม่หยุด ป้ายถัดไปไกลกว่าแต่ประหยัดได้สิบบาท สิบบาทซื้อไข่ได้ตั้งหนึ่งฟอง
เป็นโปรตีนช่วยบำรุงร่างกายน้องสาวเธอที่กำลังป่วยได้
ถนนเส้นนี้เริ่มเปลี่ยว ไม่มีคนหรือรถสวนมา ไฟแสงส่องตามทางติดๆ ดับๆ เหมือนฉากในหนังสยองขวัญ กลิ่นอับเปรี้ยวโชยมาจากถังขยะที่เรียงรายข้างทาง เสียงคุ้ยเขี่ยดังขึ้นจากด้านหลัง หันไปมองเห็นเป็นหมาจรจัดตัวผอมคุ้ยขยะ ไฟจากโกดังร้างทางซ้ายส่องแสงสลัวราง บนผนังปูนมีแมลงสาบไต่ตามก้นกันอยู่เต็มกำแพง พวกมันเคลื่อนขยับไต่เป็นเส้นตามกันเหมือนมีชีวิต
ลางชักไม่ดี...สัญชาตญาณเตือนภัยในสมองเธอร้องเตือน
ลิลิตเร่งฝีเท้า จากเดินเร็วกลายเป็นวิ่ง มือกำสายกระเป๋าแน่น สายตาจับที่ปลายถนนที่มีไฟสว่างกว่าอยู่ข้างหน้า
ทันใดนั้น
ปัง!
มีเสียงดังลั่นแหวกความสงบยามค่ำคืน
ตามมาด้วยเสียงย่ำเท้าหนัก ๆ
คราวนี้รัวเป็นปืนกล กายหญิงสาวแข็งทื่อ สมองประมวลผลไม่ทัน ว่างเปล่าขาวไปหมด
มีร่างหนึ่งพุ่งชนเธอ กลิ่นเขม่าไหม้โชยแรง ลิลิตเห็นใบหน้าเขาเพียงครู่ก่อนล้มก้นจ้ำเบ้า ชายมีรอยบากตรงหน้าคนนี้ช่างมารยาทแย่เหลือทน ชนผู้หญิงแล้วยังถลึงตาใส่ เผยให้เธอเห็นตำหนิใบหูที่แหว่งผิดรูปเพิ่ม
กำลังจะด่าสั่งสอนเสียหน่อย ลิลิตจำต้องหุบปากฉับเมื่อได้ยินเสียงมาจากทางโกดัง
"มันหนีไปทางโน้น ตามไป !"
พร้อมเสียงย่ำเท้าตึก ๆ ใกล้เข้ามา ผู้ชายคนนั้นสบถในลำคอ วิ่งหนีออกไปทางถนน
ปัง ! แต่ยังช้ากว่ากระสุนปริศนาที่พุ่งเฉี่ยวไหล่เข้าเต็ม ๆ จนเลือดกระฉูด
บทล่าสุด
#98 บทที่ 98 บทที่ 98 ฮันนีมูน 2 NC END
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#97 บทที่ 97 บทที่ 97 ฮันนีมูน 1 NC
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#96 บทที่ 96 บทที่ 96 บทส่งท้าย
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#95 บทที่ 95 บทที่ 95 NC
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#94 บทที่ 94 บทที่ 94
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#93 บทที่ 93 บทที่ 93
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#92 บทที่ 92 บทที่ 92
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#91 บทที่ 91 บทที่ 91
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#90 บทที่ 90 บทที่ 90
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026#89 บทที่ 89 บทที่ 89
อัปเดตล่าสุด: 4/29/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
ความรักที่หายไป
เขายังพาผู้หญิงที่ฉันเกลียดมาอยู่ต่อหน้าฉันแล้วพูดว่า "ลินทร์พิตาตั้งท้องแล้ว"
ทุกคนรู้ว่าฉันรักวรธันย์หมดหัวใจ เพื่อเขา ฉันยอมเสียสละทุกอย่างที่มี แม้กระทั่งทำให้ปลายนิ้วที่ใช้เล่นเปียโนของฉันบาดเจ็บอย่างถาวรเพื่อช่วยชีวิตเขา...
พวกเขาทุกคนหัวเราะเยาะฉัน แต่ฉันก็เซ็นเอกสารหย่าอย่างเด็ดเดี่ยวและจากไปตลอดกาล
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
กับดักรักท่านประธานจอมหวง
เสี่ยงรักร้ายนายเพื่อนไม่สนิท
“แล้วฉันจะได้อะไรจากนาย” พรีนต่อลองกับเขาคนหน้าขรึม
“เธอ....” สายตาคมคู่ดุจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาเสียเวลาที่เธอต่อลองกับเขามากพอแล้ว
“เหอะ คิดว่าหล่อ เป็นไอดอลแล้วไง ใช่ว่าสาวๆ จะชอบนายจะทุกคนหรอกนะ” พรีนเอ่ยพร้อมเชิดหน้าใส่แทคิณ ไอดอลแล้วไง ถึงนายนี้จะหล่อตรงสเปกฉันมากก็เถอะ เล่น ตัวไปสิคะ ใบหน้าอันหล่อเหลาโน้มเข้าหาคนตรงหน้า พร้อมกับหลุดรอยยิ้มที่มุมปาก
“ไม่ชอบ เกลียดฉัน” เขาแสยิ้มถามคนตรงหน้า
“ก็ไม่ขนาดนั้น”
“จะช่วยไม่ช่วย” เขาเอ่ยเสียงเข้ม แต่นั้นภายในหัวของพรีนกับคิดอะไรขึ้นมา
“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรี อะไรดีน๊า นาฬิกานั้นก็แบรนด์หรู แหวนที่นิ้วนายนั้นก็สวย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของคนใบหน้าสวยจงใจเหลือบมองที่แขนและข้อมือของเขามาอย่างตั้งใจ นาฬิกานั้นก็สวย แหวนที่ใส่ในนิ้วนั้นก็แบรนด์ดังด้วยสิ แต่น่าเสียดายที่เธอมีมันหมดแล้ว
“อะไร ดีน๊า ที่สาวๆ ทั้งประเทศอยากได้จากนายกัน” เธอเอ่ยอย่างเชิดหน้า เหอะเขาคงคิดว่าฉันอยากได้ อย่างสาวๆ คนอื่นๆ อยากได้ละสิ ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว แต่เธอกับไม่เลือกมัน ได้เขานี้แหละจะยัดเยือดสิ่งนี้ให้เธอเอง
Dangerous มาเฟียกุมรัก
การเริ่มต้นจากความเข้าใจผิด สุดท้ายแล้วจะจบด้วยความเข้าใจได้จริงไหม…
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”













