บทที่ 3 บทที่ 3
"จัดการเอาคนอื่นออกไป"
หนุ่มหน้าผอมแก้มซูบพยักหน้ารับคำสั่งนอบน้อม กลุ่มชายชุดดำเข้าล้อมสมาชิกในบ้านลิลิต ความตึงเครียดลอยวนเต็มอากาศ
"อย่าทำร้ายคนในครอบครัวฉันนะ เรามาคุยกันดี ๆ เถอะ"
เธอต่อรองเสียงอ่อนอย่างคนมีอารยะ แม้กลุ่มคนมาใหม่ท่าทางจะห่างไกลจากการจัดการอะไรอย่างมีอารยะนัก ด้วยเหตุนี้ครอบครัวเธอจึงถูกพาออกไปนอกบ้าน เพิ่งเห็นว่ามีทั้งรถตู้ รถเก๋งสีดำจอดอยู่หน้าบ้าน ทีอย่างนี้ล่ะพวกหมาเวรในซอยดันไม่เห่าเตือน!
ผู้มาเยือนกลางดึกเชิญตัวเองนั่งบนโซฟา ออร่าคนรวยแผ่ซ่านจนลิลิตอยากนั่งบนพื้นแสดงบทคนรับใช้ คิ้วเรียวดกดำเลิกขึ้นเชิงถาม ลิลิตที่ตบตีกับความคิดตัวเองเสร็จตัดสินใจนั่งบนโซฟาเดียวกัน เว้นระห่างอยู่คนละฝั่ง
"เห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นแล้ว...คิดว่าจะหนีได้เหรอ"
กระเป๋าสตางค์หนังวัวใบมอมถูกโยนปุ๊มาข้างตัวเธอ ลิลิตรีบคว้าเปิดสำรวจข้างในทันที ทุกอย่างยังอยู่ครบ แม้แต่เงินทิปคืนนี้
"ขอบคุณที่เก็บไว้ให้ค่ะ"
ดีใจที่ของหายได้คืนเผลอส่งยิ้มขอบคุณจนตาหยี ไม่ทันสังเกตว่ามุมปากอีกฝ่ายยกยิ้มขึ้นเพียงกะพริบตา
"มันเป็นของที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ"
พลันอารมณ์แจ่มใสสลายแวบ รู้สึกเหมือนสมองโดนฟ้าผ่าเปรี้ยง เสียงปืนดังปัง ๆ ภาพเลือดไหลกระฉูดย้อนกลับมาในห้วงความคิดทันที ใบหน้าเรียวขาวซีด มือเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรงจนกลัวทะลุออกมานอกอก
"ฉันขอโทษ ฉันไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลยนะ"
ผู้ชายคนนี้พูดไทยได้ ต้องเข้าใจวัฒนธรรมคนไทยสิ ลิลิตจึงเลือกยกมือไหว้ ภาวนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยดลใจให้เขาใจดีเหมือนหน้าตาด้วยเถิด
"ฉันไม่เชื่อ...แล้วนายจ้างที่จ้างคนมายิงฉัน ก็คงไม่เชื่อเธอเหมือนกัน"
มือพนมไว้ชะงัก รู้สึกถึงเค้าลางความฉิบหายคูณสอง
"มันส่งคนมาลอบกัดฉันหลายครั้ง คนของมันหนีรอดหรือไม่ก็จัดการเก็บพยานจนหมดทุกรอบ"
ร่างกายหญิงสาวเย็นเฉียบ หวาดกลัวกับเรื่องเล่าจากปากอีกฝ่าย
"เห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็นไปแล้ว เธอคิดว่าจะหนีรอดเหรอ"
ผู้ชายคนนั้นเอนหลังพิงกับโซฟา ท่าทางผ่อนคลายสบายใจราวกับเป็นเจ้าของบ้าน
"เธอต้องอยู่กับฉัน ถ้าไม่อยากตาย"
"ฉันจะไปแจ้งตำรวจ!"
เธอลุกพรวดขึ้น แต่ยังไม่ทันก้าวพ้นประตูบ้าน หนุ่มหน้าผอมก็จับตัวลิลิตไว้ เธอทั้งดิ้นรนทั้งกัดทั้งข่วน
"ปล่อยสิโว้ย! ช่วยด้วยค่า ฉันโดนทำร้าย"
ลิลิตโวยวายบิดกายหนีเหล่าผู้ชายที่มือแน่นเหมือนเหล็ก จับเธอไว้มั่น ทั้งทุบทั้งข่วนก็ไม่สะเทือน
"ไฟไหม้ ๆ ๆ ๆ"
ลองเปลี่ยนคำตะโกนใหม่ ได้ผล ! มีเสียงเปิดประตู บ้านใกล้เรือนเคียงแตกตื่น
"ชะ..."
กลุ่มหนุ่มชุดดำไม่เปิดโอกาสให้เธอเป็นครั้งที่สอง หนึ่งในนั้นเอาเทปมาปิดปาก อีกคนเอาถุงดำมาคลุม สักพักเอาเชือกมัดแขนมัดขาเธอในสภาพไก่เตรียมเชือด แล้วอุ้มขึ้นรถตู้หายไปท่ามกลางความมืดในค่ำคืนนั้น
แคว้ก!
อ่าห์...
หญิงสาวอ้าปากคลายความอึดอัดหลังถูกเทปปิดปากมานาน ผิวแก้มแสบร้อน หนุ่ม ๆ ชุดดำไม่ปรานีกันเลย ทั้งจับทั้งดึงเทปออกอย่างแรง เจ็บปานเนื้อจะขาด
ลิลิตถูกจับนั่งบนเก้าอี้ในห้องแสงน้อยบรรยากาศดำทะมึน หลังกะพริบปรับสายตาให้ชินกับความมืด เธอเห็นผู้ชายเสียงต่ำน่ากลัวนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่ มีหนุ่มหน้าผอมยืนข้างกัน
"ขอร้องล่ะ คุณอย่าฆ่าฉันเลยนะ ฉันยังมีครอบครัว มีน้องมีแม่ ฉันสัญญาเลยค่ะ ฉันไม่บอกเรื่องที่เห็นกับใครแน่ สาบาน จะหนีไปให้ไกล ไม่ให้พวกศัตรูคุณเจอ"
ลิลิตโน้มน้าวรัวเร็ว แทบสำลักน้ำลายตัวเอง ยกมือพนมขอความเห็นใจ
"ถ้าผิดคำสาบานขอให้ฉันตายในสามวันเจ็ดวัน"
นาทีนี้ต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสียแล้ว ถ้ารอดไปได้ลิลิตจะไปทำบุญชุดใหญ่
"ฉันเชื่อใจคนตายมากกว่าคนเป็น เธอต้องอยู่ที่นี่ ถ้าไม่อยากตายเร็ว เอาไปขังห้องใต้ดิน"
คิรินทร์สั่งลูกน้อง เหลียงขยับตัวก้าวมาทางเธอ หญิงสาวยกแขนโอบป้องกันตัวไว้
"เฮ้ย ! คุณ เราต่อรองกันได้ ไม่จับขังคุกดิ"
คำว่าห้องใต้ดินฟังแล้วไม่ใช่สถานที่ดีแน่ สาวรักธรรมชาติชอบแสงแดด อากาศบริสุทธิ์อย่างเธอไม่ยอมไปอยู่ที่นั่นเด็ดขาด
"ถ้าไม่ขังเธอก็หนีใช่ไหมล่ะ"
ดวงตาสีนิลเรียวยาวสีนิลจ้องเธออย่างรู้ทัน
"..." ริมฝีปากสีอ่อนเม้มแน่น เถียงไม่ออก
"ตะ...แต่คุณจับฉันมาขังไม่ได้นะ ฉันมีแม่มีน้อง...มีพ่อต้องดูแล"
เธออธิบายแล้วเสียงแผ่วตอนเอ่ยถึงคนสุดท้าย ถ้าเธอหายไป ใครจะหาเงินเข้าบ้าน ใครจะคอยปกป้องแม่กับลดาจากบิดากัน
แววตาลิลิตหม่นแสงเมื่อนึกสภาพครอบครัวอันแตกร้าวของตน
"น้องฉันป่วย ต้องไปหาหมอ"
ลิลิตเปลี่ยนสายตาไปทางหนุ่มหน้าผอม สัญชาตญานเดาว่าเขาคุยง่ายกว่าคนเป็นเจ้านาย
"ฉันมีค่าตอบแทนให้"
"ห่ะ..."
ดั่งมีรัศมีสีทองฉายบนศีรษะคนสูทดำ พร้อมภาพแบ๊งค์โปรยปรายเหมือนกลีบดอกไม้
"รวมถึงค่ารักษาน้องเธอ จบงานก็จะมีเงินให้อีกก้อน"
"คุณไม่โกหกฉันนะ ไม่ได้ให้ฉันทำงานผิดกฏหมายใช่ไหม"
ข้อเสนอเร้าใจจนใจสั่น แต่ลิลิตผ่านการทำงานมาหลายอย่าง จึงลังเลยามพบข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง
"แล้วเธอคิดว่าตัวเองจะทำงานผิดกฏหมายพวกนั้นได้ไหมล่ะ"
คนพูดมีเสียงหึในลำคออย่างดูถูก
"แค่ได้ยินเสียงปืนก็วิ่งหนีหางจุกตูดแล้ว"
ลิลิตอ้าปากเตรียมจะเถียง แต่เห็นนายหน้าผอมส่งสายตาห้ามด้วยความหวังดีเสียก่อน จึงงับปากลง
"อยากได้อะไรก็ให้บอก เงื่อนไขมีอย่างเดียวคือเธอต้องอยู่ที่นี่"
คนลักพาเธอมาประกาศก้อง เธอจ้องเขาอยู่ครู่ แล้วพรูลมหายใจอย่างปลงตก
"โอเค ฉันอยู่ที่นี่กับคุณก็ได้ แต่มีระยะเวลาไหม นานกี่วันที่ต้องอยู่ด้วยกัน ขออยู่ห้องอื่นนะที่ไม่ใช่ห้องใต้ดิน สัญญาเลยค่ะ ฉันจะทำตัวเป็นเด็กดี"
ลิลิตต่อรองตาปริบ ๆ ขอความเห็นใจจากคนน่ากลัว เธอก็ตัวแค่นี้ กำลังจะเตะต่อยก็น้อย ไม่มีทางหนีฝ่าลูกน้องหุ่นล่ำบึกเขาไปได้แน่
คีรินทร์พยักหน้าไปทางมือขวาข้างกายให้อธิบาย หยามกันดังเธอไม่คู่ควรได้รับคำชี้แจงโดยตรงจากเขา
"ยังบอกไม่ได้ครับ จนกว่าเราจะจัดการทุกอย่างเรียบร้อย"
คำว่า "จัดการ" ของพวกเขาทำเธอนึกถึงเสียงปืนปัง ๆ เลือดพุ่งกระฉูด
ลิลิตไม่ถามต่อแล้วว่าพวกเขาจะจัดการกันอย่างไร
รู้เท่านี้ก็พอแล้ว แค่เห็นตอนยิงกันยังถูกจับขังไม่มีกำหนด ถ้ารู้เรื่องมากกว่านี้อาจได้อยู่ที่นี่ไปชั่วชีวิต
เป็นสิทธิพิเศษที่ลิลิตไม่ต้องการ
