บทที่ 2 Ep.2
“ทำไมคุณพ่อถึงแน่ใจว่าท่านชายจะเลือกลูกในเมื่อคนรักของท่านทั้งสวยและเหมาะสมกับท่านทุกประการ และลูกก็ได้ข่าวมาว่าท่านทรงรักผู้หญิงคนนั้นมากอีกด้วย”
“เพราะความเป็นหัวหน้าราชกุลไงพระนาง ท่านชายทรงเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบภาระทุกอย่างของราชสกุลวิษณุรังสรรค์จึงทรงจำเป็นต้องแต่งงานกับลูกตามพระประสงค์ของพระบิดาอย่างไม่มีข้อแม้”
“หนูไม่เข้าใจว่าทำไม พ่อถึงต้องอยากให้หนูเป็นหม่อมของท่านนัก ทั้งที่หนูเพิ่งจะอายุ 25 เองนะคะ ทำไมพ่อต้องอยากให้หนูรีบมีครอบครัวด้วย” ชินานางขัดใจเหลือเกินที่ไม่สามารถปฏิเสธบิดาได้อย่างเด็ดขาดเพราะบิดายกเอาพี่สาวขึ้นมาอ้างทำให้เธอต้องยกเหตุผลร้อยแปดมาโน้มน้าวจิตใจบิดาให้เปลี่ยนความคิดนั้นซะ
“พ่อมีเหตุผลนะพระนาง ลูกมีหน้าที่ทำตามคำสั่งของพ่อเท่านั้น”
นายจรัญกล่าวเสียงเรียบก่อนจะก้าวออกไปจากห้องทำงานของบุตรสาวทิ้งให้ชินานางทำได้แค่รู้สึกขัดอกขัดใจ จนไม่สามารถทนนั่งทำงานที่กองอยู่ตรงหน้าต่อได้อีกแม้แต่นาทีเดียว เธอรู้ดีว่าไม่สามารถขัดคำสั่งในครั้งนี้ของบิดาได้ ความอึดอัดขัดข้องทำให้คิ้วคู่สวยขมวดมุ่น ใบหน้าหวานดูกังวลอย่างคนที่ยังหาทางออกให้กับปัญหารุมเร้าของตัวเองไม่ได้
บ้านจตุรกร
ดวงจันทร์สาดแสงส่องตกกระทบหลังคาคฤหาสน์หลังใหญ่ซึ่งในสมัยหนึ่งเคยสวยและหรูหรามากที่สุดในย่านนี้ด้วยรูปทรงตึกเก่าสไตล์ยุโรปซึ่งชนชั้นสูงในอดีตมักปลูกสร้างกันตามสมัยนิยมจนกระทั่งตกทอดมาสู่รุ่นลูกรุ่นหลานอย่างเช่นทุกวันนี้ แต่คืนวันที่ผ่านไปทำให้ตึกทรงสวยที่เคยหรูหราค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาเพราะลูกหลานไม่มีปัญญาจะรักษาทำนุบำรุงไว้ได้ เนื่องจากการจะดูแลรักษาสภาพตึกเก่าแก่ขนาดนี้ให้ดูสวยงามเหมือนอดีตนั้นต้องใช้เงินจำนวนไม่ใช่น้อย หากสถานะภาพทางการเงินไม่เอื้ออำนวยก็ต้องปล่อยให้บ้านทรุดโทรมไปตามสภาพ จะมีก็แต่ซ่อมแซมพื้นที่เล็ก ๆ น้อย ๆ เท่าที่จำเป็นอย่างเช่นในส่วนที่พักอาศัยของเจ้าของบ้านและลูกหลานเท่านั้น
นคร จตุรกร บิดาของนาถนารีคือเจ้าของบ้านหลังนี้ อดีตนายนครถือได้ว่าเป็นหนุ่มสังคมที่หรูหราและร่ำรวยมากที่สุดคนหนึ่งเมื่อสมัยวัยหนุ่มและกิจการของครอบครัวยังมีบิดามารดาคอยดูแลให้ โดยที่นายนครไม่เคยคิดที่จะเรียนรู้เพื่อจะรักษาทรัพย์สมบัตินั้นไว้ด้วยการศึกษาเรื่องการบริหารธุรกิจนั้นเลย กระทั่งบิดามารดาของเขาต้องประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปอย่างกะทันหันทำให้นายนครต้องเข้าบริหารงานแทน และด้วยความไม่เชี่ยวชาญจึงไม่สามารถนำพาธุรกิจของครอบครัวให้เจริญรุ่งเรื่องต่อไปได้ ตระกูลเก่าแก่อย่างจตุรกร จึงแทบไม่เหลืออะไรอีกแล้วในรุ่นของนาถนารี
ตระกูลจตุรกรถือได้ว่าเป็นผู้ดี หรือจะเรียกว่าผู้ดีตกยากก็คงไม่ผิดนัก และดูเหมือนการที่ฐานะของครอบครัวยากจนลงจะทำให้ความเป็นผู้ดีของคนในครอบครัวลดลงไปด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงไว้ในสายเลือดผู้ดีของนาถนารี ก็คือความอวดดีถือว่าตัวเองมาจากตระกูลผู้ดีเก่า จนมองคนอื่นต้อยต่ำกว่าตน กรอปกับความสวยของหญิงสาวที่ใคร ๆ พากันชื่นชมแต่แรกพบ ยิ่งทำให้นาถนารี แทบมองข้ามหัวคนอื่นไปจนหมด
นาถนารีเป็นคนสวยหาตัวจับยากและที่สำคัญหล่อนยังรู้จักที่จะใช้ความสวยของตัวเองหาผลประโยชน์จากบรรดาหนุ่ม ๆ ที่เข้ามาพัวพัน หล่อนเป็นคนที่รู้จักแต่งตัวและรู้ว่าควรแต่งเติมหรือปกปิดจุดบกพร่องใด ๆ บนร่างกายเพื่อให้ดูเด่นสะดุดตาอยู่เสมอ เรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงที่มีความเป็นผู้หญิงอยู่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง นั่นก็คือมีทั้งความรักสวยรักงามรู้จักสร้างเสริมเติมแต่ง มีจริตมายาของผู้หญิงครบถ้วน แต่สิ่งเดียวที่เธอขาดก็คือความคิดดี ๆ แบบคนดี ๆ นั่นเอง
นาถนารีมักสร้างภาพให้ผู้ชายส่วนใหญ่เห็นว่าเธอน่ารักไร้เดียงสา อาจเพราะวงหน้าเรียวรูปไข่ ริมฝีปากอิ่มราวกลีบกุหลาบ จมูกเล็กขึ้นสันโดยไม่ต้องเสริมเพิ่มเติม ดวงตายาวรีสุกใส ทำให้ใบหน้าของหล่อนสวยเด่นเป็นที่สนใจของบรรดาหนุ่ม ๆ น้อยใหญ่ หญิงสาวมักแสดงให้บรรดาชายหนุ่มเข้าใจว่าหล่อนไม่รู้ว่าตนเองเป็นคนสวยมีเสน่ห์แถมยังเป็นสาวขี้อายที่แค่ถูกหนุ่มชายตามองก็พร้อมจะซ่อนสายตาหลบหน้าหลอกล่อให้หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ต่างอยากเข้ามาทำความรู้จักกับแม่สาวน้อยขี้อายแต่เย้ายวนราวนางฟ้านางสวรรค์อย่างหล่อนกันแทบทุกคน
วันนี้หล่อนตั้งใจแต่งตัวสวยเป็นพิเศษ เพราะมีนัดกับคนรักที่เป็นถึงหม่อมเจ้าสายเลือดขัตติยะ หล่อนมั่นใจว่าท่านชายนคเรศ วิษณุรังสรรค์ทรงทั้งรักทั้งหลงหล่อนมาก ตั้งแต่ครั้งที่หล่อนได้เข้าเฝ้าท่านชายคราวไปศึกษาภาคฤดูร้อนที่สหรัฐอเมริกา ท่านชายนคเรศนั้นโดยปกติก็มักจะมีหญิงสาวหมายปองในตัวท่านอยู่เป็นจำนวนมากและต่างก็พร้อมจะทอดสะพานให้ท่านก้าวข้ามอยู่เนืองนิจ ดังนั้นเมื่อหล่อนมีโอกาสได้พบท่านชายในคราวแรก หล่อนจึงแกล้งทำเป็นไม่สนใจในตัวท่านชายเลย หญิงสาวที่ดูอ่อนหวานและรักนวลสงวนตัว สงบเสงี่ยมทำให้ท่านสนพระทัยและทึ่งที่มีผู้หญิงไม่ใส่ใจในตัวท่านอย่างนาถนารี
ในเวลาเพียงเดือนเดียวหล่อนก็สามารถทำให้ท่านชายนัฏติดบ่วงเสน่หาของหล่อนกระทั่งทรงตัดสินพระทัยขอคบหาดูใจกันได้สำเร็จ หล่อนเป็นผู้หญิงที่รู้จักวางตัวได้ดีเมื่ออยู่ต่อหน้าพระพักตร์ การวางตัวอย่างเหมาะสมทำให้ทรงเข้าพระทัยว่าหล่อนเป็นกุลสตรีที่น่ารัก รู้จักวางตัวเรื่อยมา กระทั่งต้องเสด็จกลับเมืองไทย ท่านชายจึงมาขอพบหล่อนถึงที่พัก ในวันนั้นหล่อนทำทีอาวรณ์ในตัวท่านมากจนทำให้ราชนิกุลหนุ่มยิ่งทรงปลาบปลื้มพระทัยเมื่อทรงทราบว่าหล่อนเองก็รู้สึกไม่ต่างกับที่ทรงรู้สึกต่อหล่อนเช่นกัน
