บทที่ 9 Ep.9

“ผมขอทราบชื่อคุณได้ไหมครับ” ท่านชายไม่ทรงยอมถอยง่าย ๆ

“ไม่จำเป็นค่ะ เราคงไม่ได้พบกันอีก” โชติรสกล่าวพร้อมกับหันหลังเดินออกจากร้านหนังสือผ่านหน้ารินรดาไปโดยไม่สนใจคนทั้งคู่อีก ทิ้งให้สายพระเนตรคมวาวจ้องตามเธออย่างมาดหมาย ความหยิ่งของหญิงสาวทำให้ท่านทรงรู้สึกท้าทายเป็นอย่างยิ่ง

“ลูกแมวน้อย วันหนึ่งผมจะทำให้คุณมานอนอ้อนอยู่บนตักของผมให้ได้” ท่านชายทรงทอดเนตรมองตามหญิงสาวไปอย่างมาดหมาย

“ดูฝ่าบาทจะทรงสนพระทัยเธอไม่น้อยนะเพคะ” รินรดาเดินกระฟัดกระเฟียดเข้ามาหาท่านพร้อมกับเม้มริมฝีปากแน่น

“นั่นมันเรื่องของผม ผมจะสนใจหรือไม่สนใจใครมันก็ไม่ใช่เรื่องอะไรของคุณรินรดา” ท่านชายธเนศวรทรงรับสั่ง

“ฝ่าบาท!!” รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น

ท่านชายธเนศวรทรงส่ายพระพักตร์และเสด็จจากไปโดยไม่ใส่พระทัยรินรดาซึ่งยืนหน้าบึ้งตึงอยู่หน้าร้านหนังสือที่ทำให้ท่านมีโอกาสได้ปะทะคารมกับหญิงสาวที่ทำให้ทรงเริ่มมีพระทัยเสน่หาในตัวเธอขึ้นอย่างรุนแรง

ส่วนหญิงสาวที่ทรงสนพระทัยอย่างโชติรสกำลังตัดสินใจว่าจะเข้าไปขอพบท่านชายนคเรศที่ตำหนักเพื่อคุยกับท่านตรง ๆ โดยเธอจะอ้างตัวเป็นชินานางเพราะหากต้องบอกว่าเธอเป็นพี่สาวของชินานาง เธอไม่แน่ใจว่าท่านชายจะยอมคุยกับเธออย่างเปิดใจหรือไม่ บางทีเหตุการณ์ในครั้งนี้อาจจะมีทางแก้ไข เท่าที่เธอทราบมา บิดาต้องการให้ชินานางแต่งงานกับหม่อมเจ้านคเรศเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ หากน้องของเธอเป็นผู้ชายบิดาคงไม่เป็นห่วงจนต้องบังคับให้แต่งงานเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า แต่เพราะชินางนางเป็นผู้หญิง บิดาจึงอยากให้น้องสาวของเธอได้แต่งงานกับท่านชายนคเรศ คนที่บิดาไว้ใจว่าจะช่วยส่งเสริมให้กิจการงานของอัครเกตุเจริญก้าวหน้าต่อไปได้ในอนาคตแม้ในวันที่ท่านต้องจากลา

“ไปวังวิษณุรังสรรค์” โชติรสสั่งทันที

“ครับคุณหนู” นายเสนาะค่อย ๆ เคลื่อนรถออกจากลานจอดตรงไปยังวังวิษณุรังสรรค์ตามคำสั่งของเจ้านายสาว

ท่านชายธเนศวรเสด็จมาทันเห็นสาวน้อยที่ทรงพอพระทัยก้าวขึ้นนั่งบนรถคันหรูตรงหน้า ทรงแย้มพระโอษฐ์ด้วยความพึงพระทัยก่อนจะนำรถของท่านออกตามเธอไปทันที ท่านอยากทราบว่าผู้หญิงที่หยิ่งแต่สวยบาดตาอย่างเธอเป็นใคร และคนอย่างท่านชายธเนศวรก็ไม่มีวันยอมปล่อยเธอให้คาดเนตรแน่นอน

หลังจากตามติดรถของหญิงสาวมากระทั่งท่านชายธันทรงแปลกพระทัยเมื่อรถยนต์บีเอ็มดับเบิ้ลยู ซีรี่ย์7 สีดำของหญิงสาวตรงไปทางเดียวกับตำหนักของท่านกับพระเชษฐาก่อนจะจอดเทียบตรงหน้าตำหนัก ท่านจึงชะลอรถจอดและดูเธออยู่ห่าง ๆ กระทั่งทอดเนตรเห็นหญิงสาวเดินเข้าไปในตำหนัก ทรงหยิบโทรศัพท์โทรติดต่อพระเชษฐาทันที

“ตอนนี้เจ้าพี่อยู่ที่ไหนหม่อม” ท่านชายธเนศวรทรงรับสั่งถามเมื่อท่านนัฏทรงรับสาย

“แม่ฮ่องสอน” ท่านนคเรศทรงรับสั่งตอบพระอนุชา

“เจ้าพี่เสด็จตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกหม่อมก่อน” ท่านชายธเนศวรทรงถามเพราะแปลกพระทัย

“พี่ขึ้นมาดูไร่ แล้วก็มาเมื่อคืน นายมีอะไรหรือเปล่า” ท่านชายนคเรศทรงรับสั่งถาม

“หม่อมคิดว่าเจ้าพี่อยู่บ้าน เห็นมีสาวมาหาที่บ้าน แค่แปลกใจว่าสาวที่ไหนมาหาเจ้าพี่”

“ใคร! นายไม่รู้จักหรอกหรือ”

“ไม่ หม่อมนึกว่าเธอรู้จักเจ้าพี่ซะอีก”

“นายลองถามเธอดูก็แล้วกัน”

“อย่างนั้นเดี๋ยวหม่อมโทร.กลับ แค่นี้นะเจ้าพี่”

“อื้ม”

ท่านชายธเนศวรทรงวางสายจากพระเชษฐาพร้อมกับนำรถเคลื่อนเข้าไปจอดหน้าพระตำหนักและเร่งเสด็จเข้าไปในห้องรับแขกเมื่อมหาดเล็กรายงานท่านว่าชินานาง  อัครเกตุ มาขอพบพระเชษฐา พระพักตร์คมกระจ่างรอยแย้มสรวลด้วยความพอพระทัย

ทรงก้าวบาทช้าลงเมื่อใกล้ถึงห้องรับแขกเพื่อแอบทอดเนตรร่างโปร่งซึ่งยืนหันหลังให้ประตูทางเข้า พระขนงเข้มยกเฉียงแสดงความแปลกพระทัยเมื่อทอดเนตรมองตามสายตาคู่หวานที่กำลังให้ความสนใจพระรูปวัยเด็กของท่านกับพระเชษฐา

“สวัสดีครับ คนสวย” ทรงรับสั่งทักทายร่างบางที่ยืนหันหลังให้ด้วยพระสุรเสียงยั่วแหย่

“คุณ!” โชติรสอุทานอย่างตกใจเมื่อหันมาพบผู้ชายที่เธอเพิ่งเดินหนีมาถึงสองครั้งในวันนี้ที่นี่

“ผมนคเรศ  วิษณุรังสรรค์ ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะครับคุณชินานาง” ท่านชายธเนศวรทรงรับสั่ง

“คุณคือ...ท่านชายนคเรศ!” โชติรสตกใจเมื่อทราบว่าชายหนุ่มตรงหน้าคือคนที่เธอมาขอพบ

“ครับ มหาดเล็กบอกผมว่าคุณชินานางมาพบผม ถ้าอย่างนั้นคุณก็คือ ชินานาง อัครเกตุว่าที่เจ้าสาวคนสวยของผม”

ท่านชายธเนศวรทรงดำเนินตรงเข้าหาหญิงสาวซึ่งเอาแต่ยืนกะพริบตาปริบมองพระพักตร์เหมือนไม่อยากจะเชื่อในรับสั่ง ถึงดูท่าทางตระหนกแต่เธอก็เก่งที่สามารถควบคุมตัวได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ทรงแย้มสรวลเล็กน้อย ทรงรู้สึกพระทัย ไม่ว่าหญิงสาวตรงหน้าจะแสดงกิริยาเช่นใดก็ดูเป็นธรรมชาติชวนมองอย่างน่าแปลก ขนาดรู้ว่าท่านเป็นใคร เธอยังเก็บกริยาไม่แสดงท่าทีตื่นตระหนกจนเกินเหตุ ทั้งที่เคยทำกิริยาไม่งามไว้กับท่านตั้งมากมายในวันนี้

“หม่อมฉันขอประทานอภัยที่ล่วงเกินฝ่าบาทเมื่อสักครู่ รวมถึงเรื่องเมื่อเช้าด้วยเพคะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป