บทที่ 4 เนตรนภา
“รอแป๊บนะลูก แม่ไปชงให้”
“ครับผม” ก่อนผละห่างให้แม่ไปชงกาแฟให้
ปกติจะมีแม่บ้านคอยบริการให้ วันนี้ผู้เป็นแม่ยินดีทำให้ลูกชายกับมือ ตลอดทั้งวันเหนือตะวันใช้เวลาร่วมกับแม่เกษกมล หวังเพื่อให้แม่ได้หายเหงาและได้หัวเราะตามประสาแม่ลูก
“ลูกเหนือ”
“ครับแม่” ยามที่ชายหนุ่มนอนหนุนตักมารดา
“แม่อยากอุ้มหลานสักคน”
“แม่ครับ ผมยังไม่พร้อม”
“เมื่อไหร่ลูกจะพร้อม อายุก็เยอะขึ้นทุกวัน มีลูกไว้คอยเป็นเพื่อนดีนะ” เหนือตะวันฟังแม่เกษกมลพูด เขาฟังเฉย ๆ ไม่ได้พูดอะไร เวลานี้เขายังไม่คิดมีใครเป็นตัวเป็นตน
“ผมจะพยายามหาให้ได้ครับ” ก่อนหัวเราะกลบเกลื่อน
“พูดแบบนี้อีกละลูกชายแม่” มือเริ่มเหี่ยวย่นตีแขนชายหนุ่มเบา ๆ
บทที่ 3 ของสำคัญหาย
ร้านกาแฟพิพัฒน์ พิพัฒน์โทรศัพท์เข้าที่ร้านกาแฟในเวลาแปดโมงครึ่ง เพื่อให้จัดของว่างไปส่งที่ห้อง
ประชุมของเพื่อนเขาในห้างสรรพสินค้า เขามอบหมายให้เนตรนภาเป็นคนไปส่ง เพราะเธอเป็นคนใจเย็นและทำงานเรียบร้อยที่สุดในร้าน พิพัฒน์จึงไว้ใจเธอกว่าคนอื่น ๆ ในร้าน
สำหรับเนตรนภา บริรักบวรนาถ อายุยี่สิบสองปี หรือ เนตร หญิงสาวต่างจังหวัด หลังเรียนจบปริญญาตรีก็เข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ ผู้หญิงตัวเล็กผิวสีแทนตาโต เป็นเสาหลักให้กับยาย พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็ก ฐานะครอบครัวพอมีอยู่มีกิน
“ค่ะคุณพัฒน์” เนตรนภาฟังเจ้าของร้านสั่งงานเสร็จก็วางสาย รีบบอกให้เพื่อน ๆ ช่วยกันจัดเตรียมของตามรายการที่จดอย่างละเอียด เพื่อกันความผิดพลาด
“ปริม เค้กส้มมีครบไหม” เนตรนภาเดินเข้ามาหลังร้าน
“น่าจะครบนะ ไปกี่โมง” ปริมาภรณ์หรือปริมง่วนกับการทำเค้ก
“เก้าโมงปริม”
“อื้อ เตรียมที่จัดเสร็จแล้วใส่รถเข็นรอเลยเนตร”
“พี่ ๆ ข้างนอกจัดอยู่ มาเราช่วย”
“เธอไปเตรียมตัวเลยทางนี้เราจัดการเอง”
“โอเค ๆ” เนตรนภาเดินไปเข้าห้องน้ำ สำรวจความเรียบร้อย ครั้นออกจากห้องน้ำ เธอจึงมาทำการนับจำนวนของอีกครั้ง
ห้างสรรพสินค้า เนตรนภาเข็นรถใส่อาหารจัดเบรก ขึ้นไปยังห้องประชุมที่เจ้าของจัดการประชุมอยู่ หญิงสาวยืนรอหน้าห้องประชุมที่อยู่ชั้นบนสุดของห้างสรรพสินค้า ระหว่างที่รอ... เธอได้ยินพนักงานคุยกันถึงเรื่องที่แม่บ้านลาหยุดงาน ไม่มีใครคอยทำหน้าที่ยกอาหารเข้าไปจัดวางภายในห้องประชุม
“เอ่อ น้องคะ” พนักงานที่ยืนหน้ายุ่ง เรียกหญิงสาว
“คะ” เนตรนภาขานรับ
ไม่นานประตูห้องประชุมถูกเปิดออกมาได้ จังหวะพอดี
“พี่คะ แม่บ้านลาไม่มีคนคอยจัดของว่างทำไงคะ” เลขานุการยกมือเกาศีรษะ แล้วใครจะทำให้ละทีนี้ ก่อนหันไปเจอหญิงสาวที่กำลังคุยมือถือ เธอรีบเดินไปหาทันที
“เอ่อ น้องคะ”
“คะ” เนตรนภาลดมือถือลง
“น้องใช่คนที่มาส่งของจัดเบรกไหมคะ”
“ใช่ค่ะ มีอะไรคะ”
“เอ่อ พี่รบกวนน้องช่วยอยู่บริการจัดวางของว่างให้หน่อยได้ไหมคะ พอดีแม่บ้านลาป่วยไม่มีใครทำค่ะ” สีหน้าเลขานุการดูกังวลใจ
“ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูช่วยก็ได้ค่ะ” ก่อนจะยกมือถือ คุยกับคนปลายทางจากนั้นจึงเก็บใส่กระเป๋าผ้ากันเปื้อน
“โอ๊ย ขอบใจน้องมากนะคะ ไม่งั้นแย่แน่ ๆ”
“นี่ ๆ พวกเธอไปหาถาดมาให้น้องเขาเร็วเข้า”
“อ้อ ไม่ต้อง ๆ” ก่อนหันไปเจอเมฆาที่เดินมาพอดี
“เมฆา ฉันวานนายไปเอาถาดให้หน่อยสิ”
“ทำไมครับ” เขาพึ่งมาจากหาน้ำดื่ม มันเกิดอะไรขึ้น แม่บ้านไปไหน
“ไปเอามาก่อน เดี๋ยวค่อยคุย”
เมฆาไปตามคำสั่งแบบงง ๆ ไม่ถึงสิบนาทีเขากลับมาพร้อมถาดสองถึงสามใบ เลขานุการสอนเนตรนภาในการจัดอาหารใส่ถาด จากนั้นจึงหายเข้าไปในห้องประชุม เมฆายืนมองหญิงสาว เขาจำเธอได้ตอนที่เอาเค้กมาส่งให้เจ้านาย
เมื่อถึงเวลาอาหารพักเบรก
กริ๊ง กริ๊ง…
“ครับ”
“ให้น้องเขาทยอยเอาของเข้ามาได้เลย” เลขานุการโทรศัพท์บอกเมฆา
“ได้ครับ” เมฆาเดินไปบอกหญิงสาวให้เอาของเข้าไปเสิร์ฟได้ เขาคอยช่วยหยิบจับ แค่เห็นถาดกับของแล้ว มันไม่ค่อยเหมาะสมกับหญิงสาวตัวเล็กเสียเหลือเกิน ชายหนุ่มเปิดประตูให้เนตรนภา เธอทำตามที่เลขานุการสอนทุกอย่าง
ท่ามกลางความสงสัยของท่านประธานอย่างเหนือตะวัน
“ทำไมถึงไม่ใช่แม่บ้าน” ชายหนุ่มกระซิบถามเลขานุการ
“แม่บ้านลาค่ะ ดิฉันเลยไหว้วานให้น้องเขาช่วยค่ะ”
“ทำไมไม่หาคนอื่นมา”
“หาไม่ทันค่ะ”
“อื้อ” ก่อนยกนิ้วคล้ายจบการสนทนา เลขานุการจึงเดินช่วยสำรวจอาหารเพื่อความเรียบร้อย กระทั่งถึงอาหารชุดสุดท้ายที่ต้องเสิร์ฟให้ชายหนุ่มนั่งหัวโต๊ะประชุม
“ว้าย” เนตรนภาสะดุดขาเก้าอี้ที่ผู้ชายอีกคนนั่งอยู่ ทำให้ล้มทับชายหนุ่ม เขารีบผลักเธอออกห่าง พร้อมเค้นเสียง
“เฮ้ย” กาแฟหกรดเสื้อสูทเหนือตะวัน
ทุกคนต่างร้องเสียงหลง โดยเฉพาะเลขานุการตกใจวิ่งเข้าหาเจ้านายทันที รีบพยุงหญิงสาวลุกขึ้นจากพื้น และรีบเข้าไปเช็ดกาแฟที่เสื้อสูท
“ขอโทษค่ะ หนูสะดุดขาเก้าอี้ค่ะ” สีหน้าแววตาตื่นตระหนกตกใจ ใบหน้าซีดเซียวปากสั่น เหนือตะวันตกมือขึ้นเป็นการไล่หญิงสาวออกนอกห้อง แต่เธอไม่เข้าใจความหมายจึงยืนตัวสั่น
“น้องคะออกไปด้านนอกก่อนค่ะ” จนเลขานุการบอกหญิงสาว
“หนูไม่ได้ตั้งใจค่ะ” เนตรนภาย้ำอีกครั้ง
“ค่ะ น้องออกไปก่อนค่ะ” ผู้เข้าร่วมประชุมจึงพากันทานอาหารว่าง เพราะอีกครึ่งชั่วโมงต้องประชุมอีกครั้ง
“ดิฉันจะไปเอาสูทตัวใหม่มาให้นะคะ”
“อื้อ ก็ดีครับ”
ประตูห้องประชุมถูกเปิดออกอีกครั้ง สายตาเห็นหญิงสาวยืนตัวสั่น เหมือนจะร้องไห้
“พี่คะ หนูขอโทษ หนูไม่ได้ตั้งใจค่ะ”
