บทที่ 7 สั่งสอน
ผ่านไปเป็นอาทิตย์ ยังหาของหายไม่เจอ เหนือตะวันมั่นใจว่าต้องเป็นหญิงสาวคนนั้น ชายหนุ่มเริ่มไม่พอใจกับคนปากแข็ง
“พัฒน์”
“ฮึ”
“เด็กที่ร้านมึงชื่อเนตร นิสัยเป็นไงวะ” พิพัฒน์แปลกใจที่จู่ ๆ เหนือตะวันถามเรื่องพนักงานที่ร้าน
“เนตรนิสัยดี เรียบร้อยเชื่อใจได้” เขาเคยบอกให้ฟังแล้วครั้งก่อน
“เชื่อใจได้ ฮึ” เหนือตะวันแค่นหัวเราะ
“อะไรของมึง มาแปลกวันนี้” พิพัฒน์หัวเราะ
“ไม่มีอะไร”
ทั้งสองดื่มกินกันเป็นพิธี วันนี้พิพัฒน์ไปที่ร้าน พอปิดร้านก็แวะมาที่คลับ เสียงมือถือพิพัฒน์แผดเสียงขัดจังหวะการนั่งดื่ม เขาขอตัวไปคุยธุระก่อนกลับมายกเหล้าขึ้นดื่ม
“แม่กูไม่สบาย กลับก่อนนะโว้ย” พิพัฒน์ดื่มจนหมดแก้ว
“เป็นอะไรมากไหมวะ”
“คงตากฝนเป็นไข้”
“อื้อ รีบกลับเลยมึง”
“เออ ไปนะ” เหลือเพียงเหนือตะวันที่นั่งดื่มคนเดียว เขาดื่มเยอะพอสมควร สีหน้าแววตาแดง
“คุณเหนือจะไปไหนครับ” เสียงเมฆาทักขึ้นเมื่อเห็นเจ้านายจะเดินออกนอกร้าน
“ไปธุระ”
“ให้ผมขับรถให้ไหมครับ”
“ไม่ต้องแค่นี้เอง แกดูแลที่นี่มีอะไรติดต่อหาฉัน”
เหนือตะวันออกคำสั่ง
“ครับคุณเหนือ” แม้สงสัยแต่ไม่อยากก้าวก่าย
ห้องเช่าราคาถูก
รถยนต์คันหรูจอดหน้าตึกเช่าขนาดห้าชั้น สภาพตึกยังถือว่าโอเค มันคงไม่ถล่มวันนี้พรุ่งนี้ สายฝนโปรยปรายกลับตกแรงขึ้น เหนือตะวันลงจากรถเดินเข้าไปภายในตึก
ชายหนุ่มไปหยุดที่ชั้นสาม ห้องสามศูนย์สองตามที่เมฆาส่งข้อมูลให้
ก๊อก... ก๊อก… เสียงเคาะประตูดังอยู่พักใหญ่ ๆ
“อื้อ” เจ้าของห้องรู้สึกตัวลุกนั่งขยี้ตา มือปิดปากหาว
“ปริมไปเที่ยวมาอีกแล้วหรือ” ปกติปริมกลับจากเที่ยวมักจะแวะมานอนด้วยบ่อยครั้ง เพราะมีคนปลุกไปทำงาน
เนตรนภาลุกจากที่นอนเดินไปเปิดไฟห้องน้ำ จากนั้นจึงกลับมาเปิดประตูห้อง
“ปริม” แต่ต้องหยุดชะงัก เมื่อคนตรงหน้าไม่ใช่เพื่อน
“คุณ”
“ไง แม่หัวขโมย”
เขาแสยะยิ้มเหี้ยมท่าทางน่าเกรงกลัว เธอรีบดันประตูห้องหวังปิด แต่เหนือตะวันใช้มือข้างเดียวดันกลับเข้าด้านใน ส่งผลให้เนตรนภาต้องถอยหลังออกห่าง
“ออกไปนะ” เธอเอ่ยปากไล่ เขามาได้อย่างไร แถมยังมายามวิกาล สองเท้าย่างก้าวมาภายในห้องพัก พร้อมปิดประตูล็อกทันที
“ช่วยด้วย อุ๊บ” เหนือตะวันประชิดตัวปิดปากเนตรนภาทันที เขาดันแผ่นหลังเธอให้ชิดผนังห้อง ความหวาดกลัวส่งผลให้เนตรนภาทุบตีชายหนุ่มไม่หยุดหย่อน เธอทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรอดพ้นจากคนตัวโต
“ฉันให้โอกาสเธอเป็นครั้งสุดท้าย เอาแหวนเพชรฉันไปไว้ที่ไหน” ดวงตาเข้มเพ่งมองใบหน้าหญิงสาว
เหนือตะวันพร้อมจะกัดฉีกขย้ำเนื้อเธอเป็นเสี่ยง ๆ
เนตรนภาร้องไห้พร้อมส่ายศีรษะไปมา เธอพูดในลำคอแต่ชายหนุ่มฟังไม่รู้เรื่อง จึงยอมเอามือออกจากปาก
“แหวนเพชรอะไร หนูไม่เห็นไม่ได้เอามา” หญิงสาวคิดขึ้นได้ทันที ของที่เขาตามหาคือแหวนเพชร
“โกหก” มือถือถูกเปิดให้เธอดู เนตรนภาจดจ่อกับการเคลื่อนไหวของตัวเอง
“แต่หนูไม่ได้หยิบอะไรติดมือออกมาค่ะ” หญิงสาวยืนยันความบริสุทธิ์ตัวเอง
“ปากแข็ง ฉันจะกำราบคนอย่างเธอให้บอกความจริงและคืนของให้ฉัน” ก่อนเหวี่ยงร่างเนตรนภาลงที่นอนอย่างแรง เธอเป็นใครถึงกล้าขโมยของสำคัญเขาไป
เหนือตะวันไม่รอช้ารีบก้าวเข้าหาโดยเร็ว หญิงสาวกระเถิบถอยหลังอย่างไว สองเท้ายันถีบที่นอนเพื่อเพิ่มแรงส่งหนีเร็วขึ้น
แต่ชายหนุ่มแขนยาวคว้าข้อเท้าหญิงสาวได้ทัน เขากระชากนิดเดียวเธอก็ไหลลู่นอนต่อหน้า
“อย่าทำหนู ขอร้องหนูไม่ได้ขโมย ปล่อยนะ” เนตรนภายกมือขึ้นไหว้อ้อนวอนขอร้องหวังให้เขาปล่อย
“จับหนูส่งตำรวจเลยค่ะ” ความกลัวทำให้เนตรนภาเอ่ยปาก
“ฮึ ฉันมีวิธีทำให้เธอยอมเปิดปาก ไม่ต้องถึงตำรวจหรอกแม่หัวขโมย”
ดวงตากลมโตเปียกชุ่มด้วยหยาดน้ำตา ศีรษะส่ายไปมา ปากสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว
“โอ๊ะ” เหนือตะวันหงายหลัง เมื่อหญิงสาวยกเท้าขึ้นถีบหน้าท้องเขา ดีที่หยัดกายไว้ทันไม่ล้ม
คนตัวเล็กรีบกระเสือกกระสนหนีเอาตัวรอด ปากร้องขอความช่วยเหลือ เหนือตะวันตะครุบร่างหญิงสาวได้ทัน กระชากเธอกลับลงมาที่เดิม
“ฤทธิ์มากนักนะ”
ริมฝีปากร้อนผ่าวประกบลงจูบปิดเสียงร้อง ร่างแข็งทื่อเพราะไม่เคยถูกจูบมาก่อน เธอยกมือขึ้นทุบตีลาดไหล่แข็งแรง ชายหนุ่มไม่สนใจ ออกแรงบดขยี้กลีบปากจนได้กลิ่นคาวเลือด ฟันคมกัดปากเพื่อให้อีกคนยินยอมและได้ผล
เหนือตะวันทิ้งน้ำหนักตัวลงหาเนตรนภา เขารวบมือทั้งสองตรึงพืดเหนือศีรษะ ออกแรงบดจูบอีกครั้ง ลมหายใจของหญิงสาวติดขัด
เธอยกขาหวังถีบชายหนุ่ม แต่เหมือนร่างด้านบนรู้ทัน กลับกลายให้เขาบดเบียดเข้าหาได้ง่ายขึ้น
“จะบอกได้หรือยัง เอาแหวนเพชรฉันไปไว้ที่ไหน” เหนือตะวันหายใจแรง
“หนูยืนยันคำเดิม ไม่ได้เอามา ปล่อยหนูเถอะค่ะ ขอร้อง”
“ถือว่าฉันให้โอกาสเธอแล้วนะ” เหนือตะวันหยัดกายขึ้นมือกระชากชุดนอนทันที
เนตรนภารีบยื้อยุดก่อนยกมือปกปิดหน้าอก ร้องไห้ปล่อยโฮ ริมฝีปากสั่นระริกหวังขอร้องให้เขาเห็นใจ แต่ชายหนุ่มกลับโน้มใบหน้าเข้าหากดจูบอย่างหนักหน่วง
ภายในช่างชวนให้หลงใหล รสน้ำเมาที่ดื่มมาเจือจางภายในปากหญิงสาว เหมือนเขามอมเมาเธอไปในตัว
เหนือตะวันรวบข้อมือทั้งสองตรึงพืดอีกครั้ง เลื่อนใบหน้ามายังพุ่มทรวงอกคู่สวย เขาลิ้มลองดูดดึงอย่างละเมียดละไม เนตรนภาเหมือนตกอยู่ในภวังค์
ความที่เป็นสาวไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน เนื้อตัวสั่นระริกทั้งร่าง ฝ่ามือร้อนลูบไล้ตามเนื้อตัวหญิงสาว ส่งผลให้เจ้าของร่างบิดเกลียว นอนหายใจระรวยปล่อยให้คนมากประสบการณ์ตักตวงเรือนร่าง
“โอ๊ะ เจ็บ” ยามที่ฟันขบกัดปลายยอดถัน สองแขนถูกปล่อยเป็นอิสระ เนตรนภาบิดเกร็งส่ายหลบเลี่ยงการเล้าโลม บางครั้งเหมือนล่องลอยบางครั้งเหมือนรู้สึกตัวเริ่มต่อต้าน
