บทที่ 9 ต้องป้องกันตัวเอง
ทั้งที่เธอยังไม่ได้กิน แต่โกหกเพื่อความสบายของเพื่อน เสียงไอลอดไปให้อีกคนได้ยิน ทำให้ปริมาภรณ์ไม่อยากรบกวนคนป่วย เธอสั่งให้เนตรนภาหาข้าวหาปลากิน พร้อมหยูกยาแล้วนอนพัก
“อื้อ ขอบใจมาก ปริมช่วยลางานให้เราสักสามวันนะ หากหายดีเราจะรีบไปทำงานนะ”
(“ได้ ๆ เราลาให้”)
ห้างสรรพสินค้า เวลาสิบเอ็ดนาฬิกา เหนือตะวันพาคู่ค้าเดินชมร้านค้าและจุดเด่นสำคัญของห้างสรรพสินค้า
ชายหนุ่มคอยทักทายและพูดคุยกับคนที่มาเยี่ยมชม เพื่อนำไปปรับปรุงของแต่ละคน
“คุณ สั่งของร้านเจ้าพัฒน์ด่วนยี่สิบชุด” เหนือตะวันหันไปบอกเลขานุการ
“ได้ค่ะคุณเหนือ” เลขานุการรับคำ ก่อนจะกดหาร้านกาแฟ
พนักงานจดรับออร์เดอร์และสถานที่ให้ไปส่ง เมื่อได้รับที่อยู่ถูกต้อง จึงทวนอีกครั้งจากนั้นจึงวางสาย รีบวิ่งไปสั่งปริมที่ อยู่หลังร้าน
“ออร์เดอร์จากทางห้างสรรพสินค้าจ้ะปริม”
คนสั่งเสร็จรีบวิ่งกลับมาที่เคาน์เตอร์ ช่วงนี้ลูกค้าหน้าร้านจะยุ่งมาก ๆ แถมเนตรนภาดันมาลาอีก จึงดูเหมือนทำไม่ทัน
ด้านห้างสรรพสินค้า เหนือตะวันหวังได้เจอคนที่จะมาส่งของที่สั่ง แต่ต้องผิดหวัง
“คุณเหนือคะให้น้องเขาเอาของไปไว้ที่ไหนคะ” เลขานุการวิ่งมาถาม
“ใครมาส่ง” เหนือตะวันถามเพื่อความแน่ใจ
“ไม่ใช่น้องผู้หญิงที่เคยมาค่ะ” สายตาคมมองยังคนที่มาส่งของ พลางนึกภายในใจหญิงสาวอาจไม่อยากมาเจอเขาก็ได้ อยู่ ๆ ก็เกิดหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ
เวลาบ่ายสี่โมง เนตรนภาตื่นนอนหลังจากที่หลับยาวตั้งแต่สิบเอ็ดโมงเช้า เธอรู้สึกดีขึ้นกว่าเมื่อตอนสาย
อาการเจ็บคอยังมีอยู่บ้าง พลันท้องเกิดร้องประท้วง หญิงสาวต้มมาม่ากินรองท้อง อาจเป็นอาหารประจำวันเลยก็ว่าได้ เธอต้องประหยัดเงินเพื่อส่งกลับให้ยายที่ต่างจังหวัดทุกเดือน
ไหนจะค่าใช้จ่ายที่นี่อีก จึงต้องอดออมให้มาก ๆ ยาแก้ไข้ที่มีติดห้องหมดพอดี หญิงสาวฝืนเดินลงไปร้านค้าใต้ห้องเช่า จากนั้นจึงกลับเข้ามาที่ห้อง
กริ๊ง... กริ๊ง…
เนตรนภาโทรศัพท์หายายทุกวัน เพราะยายอาศัยอยู่คนเดียวและบ้านห่างไกลจากเพื่อนบ้านพอสมควร
(“เนตรหรือลูก”) ทันทีที่รู้ว่าหลานสาวโทรศัพท์มา
“จ้ะยาย ยายเป็นยังไงบ้าง ฝนตกลมแรงไหม”
(“ทั้งฝนทั้งลมแรงมาก ที่กรุงเทพฯ เป็นยังไงฝนฟ้าตกบ้างไหม”)
“เมื่อคืนตกจ้ะ ตอนนี้ก็มืดครึ้มมาอีกแล้วจ้ะ” น้ำเสียงที่แหบพร่าชวนให้ยายเป็นห่วง
(“หนูไม่สบายหรือลูก ทำไมเสียงเป็นแบบนั้น”)
“หนูตากฝนเมื่อคืนนี้จ้ะยาย” เธอไม่กล้าบอกเรื่องที่เกิดขึ้นในค่ำคืนที่ผ่านมา กลัวยายเสียใจ
(“กินยากินน้ำอุ่น ดูแลตัวเองดี ๆ ลูก”) เสียงฟ้าคำรามยกใหญ่จนเนตรนภาได้ยิน
(“หนูวางสายก่อน ฟ้ามันร้องน่ากลัว”)
“จ้ะยาย หนูรักยายนะ”
(“ยายก็รักหนู แค่นี้นะลูก”)
ครั้นวางสายจากยาย น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว ในชีวิตเหลือเพียงสองยายหลาน พลางยกมือขึ้นปาดน้ำตา
จู่ ๆ พลันคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ทว่าดวงตาเปิดกว้าง
“ยาคุม” เนตรนภารีบหยิบกระเป๋าสตางค์ ออกไปร้านขายยาหน้าปากซอยทันที
ระหว่างทางคิดต่าง ๆ นานา ยาคุมต้องซื้อแบบไหน ยี่ห้ออะไร เธอลืมสนิท
ร้านขายยา…
หญิงสาวสั่งทั้งยาคุมฉุกเฉินและแบบแผงสามสิบเม็ด เธอปรึกษาเภสัชกร แต่ไม่แน่ใจจะเห็นผลไหม เพราะยาคุมฉุกเฉินเธอไม่ได้กินเลย ความกังวลใจเกิดขึ้น
หญิงสาวเริ่มกลัวบางอย่างขึ้นมา หากมันเป็นอย่างที่เภสัชกรพูด ชีวิตเธอจะเป็นอย่างไรต่อไป ความยุ่งยากวุ่นวายทำให้หญิงสาวคิดมากจนปวดหัวมากกว่าเดิม
ถึงห้องจึงแกะยาคุมฉุกเฉินกิน กินได้ไม่นานอาการคลื่นไส้อยากอาเจียน ทำให้เนตรนภารีบเข้าห้องน้ำ โก่งคออาเจียนจนน้ำตาไหล
จนรู้สึกดีขึ้น เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นล้างปากล้างหน้า กลับมานอนด้วยท่าทีอิดโรย น้ำตาเจ้ากรรมยังไหลไม่หยุด เนตรนภาหลับทั้งน้ำตาอีกครั้ง
ฟากฝั่งเหนือตะวัน
ทำงานไม่รู้เรื่องหงุดหงิดทั้งวัน เผลอต่อว่าเลขานุการทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“อะไรของเขา กินรังแตนจากไหนมา เมื่อตะกี้ยังปกติ” เลขานุการยืนเกาศีรษะแบบงง
กริ๊ง... กริ๊ง… ชายหนุ่มโทรศัพท์หาเมฆาให้มารับที่ห้างสรรพสินค้า
“เอารถมารับฉันกลับบ้าน”
(“ตอนนี้เหรอครับ”)
“เอ้อ ตอนนี้เดี๋ยวนี้” น้ำเสียงชายหนุ่มฟัง
เกรี้ยวกราดแปลก ๆ
(“ครับ ๆ”) เมฆารีบวิ่งไปที่รถ บ่นพึมพำคนเดียว
“ไปกินรังแตนที่ไหนมาวะ”
ก่อนสตาร์ตรถไปรับเจ้านายทันที ขืนช้ามีหวังคอหลุดจากบ่า ระหว่างที่เหนือตะวันนั่งภายในรถ เมฆาชำเลืองมองผ่านกระจกหลัง รู้สึกแปลกใจเจ้านายเขาเป็นอะไร
เหนือตะวันลงจากรถตรงดิ่งเข้าบ้าน ภายในบ้านดูเงียบเหงาช่างไม่เหมือนทุกครั้งที่เคยกลับมา
เขายืนตระหง่านกลางห้องโถงกว้างใหญ่ สายตาส่ายส่องมองหาแม่เกษกมล ก่อนสาวเท้าไปยังห้องครัว แต่ไม่พบคนที่เขาอยากเจอ จึงถอยออกมาชะเง้อมองในห้องโถงอีกครั้ง สุดท้ายเห็นแม่บ้านวัยสี่สิบกำลังเดินเข้ามาในบ้าน
“คุณแม่ไม่อยู่เหรอครับ” เหนือตะวันถาม
“คุณท่านไปเลี้ยงอาหารเด็ก ๆ ที่สถานกำพร้าค่ะ เห็นว่าจะกลับค่ำ ๆ ค่ะ”
“อื้อ ขอบคุณครับ”
ก่อนขอตัวขึ้นห้องนอน เหนือตะวันปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตลงสองเม็ด นั่งดื่มเหล้าที่โซฟา แขนเหยียดยาวก่อนทิ้งศีรษะลงพนักโซฟาด้านหลัง ดวงตาคมเข้มหลับลง
“ยัยบ้าเอ๊ย จะหลอกหลอนฉันไปถึงไหนวะ”
อยู่ ๆ เขาก็สบถพึมพำ
“ตราบใดที่เธอไม่คืนของให้ฉัน เธอต้องได้เจอฉันอีกแน่นอน” ก่อนจะล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยล้า
เวลาหนึ่งทุ่ม...
คุณเกษกมลกลับจากเลี้ยงอาหารเด็ก ๆ ที่ท่านอุปการะไว้
“คุณเหนือมาค่ะคุณท่าน” แม่บ้านรีบเข้ามารายงาน
“จริงเหรอ มานานหรือยัง”
“มาสักพักค่ะ”
“อ้าว แล้วอยู่ไหน”
“บนห้องนอนค่ะ”
“อื้อ ขอบใจจ้ะ” จากนั้นจึงเดินขึ้นข้างบน ท่านไปหยุดหน้าห้องนอนลูกชาย
ก๊อก... ก๊อก...
“เหนือ ลูก” คุณแม่เกษกมลเคาะประตูห้อง
พร้อมเรียกชายหนุ่ม แต่ไม่มีเสียงขานออกมาจากด้านใน ท่านคิดว่าลูกชายคงนอนหลับ จึงได้กลับมายังด้านล่าง สั่งให้แม่ครัวเตรียมอาหารง่าย ๆ ไว้รอเหนือตะวัน
