บทที่ 1 ตอนที่ 1.1 ลิ้มรส

ตอนที่ 1 ลิ้มรส

สุภีย์ ทองสะอาด อายุสามสิบหกปีบริบูรณ์ หล่อนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ดูแลลูกเพียงลำพังมาตั้งแต่อยู่ในท้อง ด้วยความที่หล่อนเป็นคุณแม่วัยใสจึงรักลูกมากและยอมทุ่มเททุกอย่างให้ น้ำขิง เด็กหญิงภารดา ทองสะอาด ซึ่งเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของหล่อน กระทั่งน้ำขิงมีอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ ลูกต้องการสิ่งใดผู้เป็นแม่อย่างเธอก็พยายามสรรหามาให้ทุกอย่าง สุภีย์เป็นแม่ปากร้ายแต่ใจดี เพราะหล่อนเป็นแม่ที่ปากร้ายมักจะบ่นและดุด่าลูกสาวอยู่บ่อยครั้ง ทำให้น้ำขิงไม่ชอบและพยายามต่อต้านสุภีย์ทุกครั้งที่มีโอกาส น้ำขิงเป็นเด็กสาวหัวดื้อหัวรั้นแม่บอกอะไรเธอจะทำทุกอย่างตรงข้ามหมด

ทำให้สุภีย์ยิ่งต้องดุและเข้มงวดกับลูกสาวมากขึ้น ยิ่งลูกต่อต้านหล่อนก็จะยิ่งบังคับ หล่อนกับลูกสาวจึงมักจะมีปากเสียงทะเลาะกันอยู่เสมอ แทบจะทุกวันเลยก็ว่าได้ ไม่ลงรอยกันเท่าไรนัก

เมื่อสิบสองปีก่อนสุภีย์ได้รู้จักกับผู้ชายรูปหล่อหน้าตาดีคนหนึ่ง เขาอายุมากกว่าหล่อนสามเดือน วันชัย เป็นผู้ชายที่หล่อและมีเสน่ห์มาก หล่อนรู้จักกับวันชัยผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ เราทั้ง

สองคนคุยกันอยู่นานเกือบเดือนก่อนที่วันชัยจะขออนุญาตนัดเจอตัวจริง สุภีย์เองก็เริ่มมีความรู้สึกที่ดีและอยากจะจริงจังด้วยจึงยอมเล่าความจริงให้เขารับรู้ ว่าตนเองนั้นเป็นแม่ม่ายลูกติด

วันชัยเป็นสุภาพบุรุษกว่าที่หล่อนคิดไว้ เขารับความเป็นหล่อนได้ทุกอย่างขอให้สุภีย์เชื่อมั่นในตัวเขาและยอมเปิดใจให้เขา ในที่สุดหล่อนจึงตัดสินใจยอมเจอวันชัย ในรูปโปรไฟล์วันชัยดูหล่อและเท่มาก แต่พอมาเจอตัวจริงเขาดูดีกว่าในรูปอีกเท่าตัว ยิ่งทำให้สุภีย์ไม่กล้าเผยความรู้สึกออกไปเพราะกลัวผิดหวัง หล่อนเป็นเพียงแม่ครัวในร้านอาหารจีนเท่านั้น แต่เขานั้นเป็นถึงสถาปนิกมีความมั่นคงกว่าเธอหลายร้อยเท่า ทว่าวันชัยกลับทำให้หล่อนเห็นถึงความจริงจังและจริงใจที่มีให้มา พวกเราทั้งคู่ยอมตกลงคบหาและสานสัมพันธ์ วันชัยกลายมาเป็นพ่อเลี้ยงแสนใจดีของหนูน้อยน้ำขิง น้ำขิงติดวันชัยมากกว่าแม่แท้ ๆ อย่างสุภีย์ด้วยซ้ำ แต่หล่อนไม่ได้ว่าอะไรกลับจะดีใจมากกว่าที่เห็นเขาเข้ากับลูกสาวตนเองได้

ปัจจุบันน้ำขิงหรือนางสาวภารดา ทองสะอาด มีอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์แล้ว เธอกลายเป็นสาวสวยสะพรั่ง ทำให้สุภีย์ยิ่งห่วงและหวงลูกสาวมาก เมื่อมีนักเรียนชายมารับมาส่งที่บ้านทุกวัน

“น้ำขิง ใครมาส่ง” สุภีย์เดินออกจากห้องครัว ตรงเข้ามาพูดกับลูกสาวที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับเวลาแม่คุยด้วย

เราสามคนอาศัยอยู่ในคอนโดมีเนียมหรูของวันชัย ซึ่งมีสองห้องนอนสองห้องน้ำ หนึ่งห้องครัวขนาดใหญ่ แน่นอนว่าราคาต้องแพงหูฉีก แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับวันชัยเลยแม้แต่นิดเดียว เขาลงทุนซื้ออาคารชุดนี้ให้สุภีย์เพื่อเป็นของขวัญวันแต่งงาน อีกเหตุผลคือเขาทนเห็นสภาพสองแม่ลูกที่อาศัยอยู่ห้องเช่าเท่ารูหนูแบบนั้นไม่ไหว

“เพื่อน ชื่อเซน” น้ำขิงตอบแม่ด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น และเหลือบสายตามองบนอย่างไม่พอใจ เธอไม่ชอบที่แม่ดุและก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวห้ามไม่ให้เธอมีแฟน ทั้งที่เธอโตเป็นสาวแล้ว อีกไม่กี่เดือนก็เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว

“แม่บอกแล้วใช่ไหม ว่าให้เรียนหนังสือก่อน….”

“โอ๊ย! แม่ แล้วขิงไม่เรียนตรงไหน ขิงก็ไปเรียนทุกวัน แม่จะอะไรกับขิงหนักหนา อย่ามายุ่งเรื่องของขิงเลย” น้ำขิงพูดจบก็เดินลงส้นเท้าตึงตังเข้าห้องนอน

น้ำขิงดีใจมากในวันที่รู้ว่าตนเองจะมีห้องนอนเป็นของตัวเอง ไม่ต้องไปนอนเบียดแม่ให้แม่จ้องจับผิดเธอได้อีกแล้ว พ่อเลี้ยงคนนี้ใจดีกับเธอมาก ทำให้น้ำขิงชอบและทำตัวติดกับวันชัย เธอสามารถออยู่กับวันชัยได้ทั้งวันโดยที่ไม่มีแม่ก็ได้

“น้ำขิง! ให้มันเรียนให้จริงเถอะ อย่าให้รู้นะว่าออกไปทุกวันแล้วไม่ได้ไปเรียนน่ะ” สุภีย์โวยตามหลังลูกสาว

เพราะความเป็นห่วง หล่อนจึงกลายเป็นแม่ที่ใจร้ายในสายตาลูกสาว สุภีย์ตามใจน้ำขิงทุกอย่างหรือเพราะหล่อนเลี้ยงลูกแบบตามใจ ทำให้น้ำขิงกลายเป็นเด็กก้าวร้าวเสียนิสัย สุภีย์เอาเวลาส่วนใหญ่ไปทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูลูกจึงทำให้หล่อนกับลูกไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกัน

ในฐานะพ่อเลี้ยงอย่างวันชัย เขาเจอเหตุการณ์เช่นนี้อยู่บ่อย ๆ วันชัยรักและเอ็นดูลูกติดเมียราวกับว่าเป็นลูกในสายเลือดของตัวเอง ทุกครั้งที่สองแม่ลูกผิดใจกันก็มีแต่วันชัยที่คอยเป็นกราวใจให้ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกัน ครั้งนี้ก็เช่นกัน

“น้ำขิงโตแล้วภีย์ต้องค่อย ๆ พูดกับลูกนะ” วันชัยเดินเข้ามาหย่อนก้นนั่งข้าง ๆ ภรรยาแล้วยกมือโอบไหล่เพื่อปลอบประโลมให้สุภีย์ใจเย็นลง คนแม่ก็ไม่ฟัง คนลูกก็ไม่ยอม

“ลูกไม่เคยเข้าใจภีย์เลย พี่ชัยถ้าภีย์จะขอให้พี่ช่วยไปรับไปส่งน้ำขิงไปเรียนจะรบกวนพี่เกินไปไหมจ้ะ”

“โธ่…. สุภีย์สุดที่รักของพี่ อยู่กินกันมาขนาดนี้แล้ว พี่รักน้ำขิงเหมือนลูกแท้ ๆ ไม่ว่าจะน้ำขิงหรือภีย์เป็นเรื่องที่พี่เต็มใจทำไม่รบกวนหรือลำบากใจอะไรเลย” วันชัยส่งยิ้มอบอุ่นให้ภรรยาสุดที่รักพร้อมกับจุมพิตบนกระหม่อม

“ภีย์ซาบซึ้งน้ำใจของพี่ชัยเหลือเกิน ภีย์แค่กลัว กลัวว่าลูกจะหลงผิดแล้วเรียนไม่จบเหมือนตัวเอง” นั่นแหละคือสิ่งที่หล่อนกลัวมาตลอด ตั้งแต่รู้ว่าลูกในท้องของหล่อนเป็นผู้หญิง และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมสุภีย์ถึงตั้งใจทำงานหนักเพราะจะได้มีเงินมาส่งเสียเลี้ยงดูและสนับสนุนในสิ่งที่น้ำขิงอยากเรียนอยากทำในอนาคตจะได้ไม่น้อยหน้าใคร

บทถัดไป