บทที่ 4 ตอนที่ 2.1 กินอิ่ม
เช้าวันรุ่งขึ้นซึ่งวันนี้เป็นวันที่นางสาวภารดาจะต้องนั่งรถไปโรงเรียนพร้อมกับวันชัย วันชัยทำงานเป็นสถาปนิกให้กับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง โรงเรียนของน้ำขิงตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่ทำงานของพ่อเลี้ยงหนุ่ม ระหว่างขับรถอยู่นั่นเองวันชัยก็มักจะคอยชำเลืองมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกายเป็นระยะ
“วันนี้เลิกเรียนกี่โมงเหรอ” วันชัยชวนลูกเลี้ยงสาวคุย
“บ่ายสามเหมือนทุกวันนั่นแหละ”
“แล้ว…. จะแวะกินอะไรก่อนถึงโรงเรียนไหม น้าจะได้แวะข้างทางให้” น้าชัยถามอย่างมีเลศนัย สายตาของเขามองแทะโลมหญิงสาวตั้งแต่หน้าขาขึ้นไปหาหน้าอก
“ไม่ น้าชัยเรื่องเมื่อวานขิงว่า…...” น้ำขิงอยากพูดคุยกับเขาเรื่องที่เกิดขึ้น เธอยอมรับว่ารู้สึกดีมากแต่ในใจลึก ๆ กลับมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี
“หึ ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ มันเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ ทุกคนมีความรู้สึกแบบนี้ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำขิง น้าชัยเอง หรือแม่ของขิงเอง”
“แต่น้าชัยคือผัวของแม่นะ”
ประโยคถัดมาของน้ำขิงทำให้หัวใจของชายหนุ่มกระตุก เขาไม่ทันฉุกคิดว่าคนเอาแต่ใจ แรดเปิดเผยอย่างลูกเลี้ยงสาวจะมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี วันชัยเม้มปากแน่นก่อนจะวางฝ่ามือบนหน้าขาอวบแน่นของหญิงสาว
“ในชีวิตของน้า มีผู้หญิงสองคนที่น้ารักมากและน้าอยากทำทุกอย่างให้เธอมีความสุขที่สุด คนแรกก็คือสุภีย์ และอีกคนก็คือน้ำขิง แค่น้ำขิงของน้ามีความสุข น้าทำได้ทุกอย่าง แค่เราสองคนมีความสุขด้วยกันแค่นั้น เรื่องอื่นก็ไม่ใช่ปัญหา” เขารู้ว่าคำพูดที่เอ่ยออกไปนั้นช่างเลวทรามต่ำช้าเพียงใด ทว่าความรู้สึกชอบและต้องการเอาชนะนั้น ทำให้เขายอมเห็นแก่ตัวเพื่อได้ครอบครองเธอก่อน
น้ำขิงเห็นสายตาที่เปิดเผยความต้องการของวันชัยทำให้เธอเผยรอยยิ้มยินดี พร้อมขยับขาเล็กน้อย เธอเบือนสายตาจ้องมองเบื้องหน้าเมื่อเห็นว่าจุดหมายปลายทางยังอีกไกลและอีกไม่ถึงสองร้อยเมตรมีซอยเปลี่ยวอยู่
“ขิงไม่หิวหรอกค่ะ แต่ขิงคิดว่าน้าชัยน่าจะหิว จริงมะ?” เธอเปลี่ยนเรื่องคุยทันที
“น้ำขิงรู้ใจน้า” วันชัยหัวเราะแห้ง ๆ เมื่อถูกหญิงสาวจับได้ ก่อนจะเอื้อมมือมาลูบไล้ต้นขาขาวเนียนของลูกเลี้ยงสาว “น้าว่าเราแวะหาอะไรกินก่อนดีไหม”
“เลี้ยวซ้ายข้างหน้าสิคะ” เขาทำตามหญิงสาวบอก ถึงแม้ว่าเธอจะยังสดและซิง แต่ใช่ว่าจะโง่เง่าไม่รู้ความหมายของคำพูดเมื่อครู่เลย
“ขิงอยากให้น้ากินอะไรครับ” เขาลองใจถามเพื่อจะดูว่าหญิงสาวคิดเหมือนกันกับตัวเองไหม
“น้ำขิง” เธอตอบอย่างไม่คิดอะไรเลย
รถยนต์จอดสนิทอยู่กลางซอยเปลี่ยว วันชัยปลดเข็ดขัดนิรภัยของตนเองก่อนจะเอื้อมมือไปปลดให้หญิงสาว น้ำขิงเงยหน้าน้อย ๆ พร้อมกับเผยอปากราวกับว่ารอคอยเจ้าชายมาจุมพิต ใบหน้าของวันชัยห่างกับใบหน้าของหญิงสาวเพียงคืบเดียวเท่านั้น มือหนาเลื่อนมาวางบนหน้าขาของหญิงสาวเช่นเคย สายตาคมหลุบต่ำมองริมฝีปากสีชมพูของลูกเลี้ยงสาว
“น้ำขิงรู้ไหมว่าริมฝีปากของตัวเองสวยมาก น่าสัมผัสมันคงจะนุ่มนิ่มน่าดู” น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบบอก หญิงสาวแลบลิ้นออกมาเลียขอบปากตัวเอง
“คงจะนิ่มมั้ง ขิงอยากให้น้าชัยจูบ” น้ำขิงร้องขออย่างหน้าไม่อาย พร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม
วันชัยไม่รอช้าเมื่อหญิงสาวเอ่ยอนุญาตแล้ว ริมฝีปากหนา แตะลงบนกลีบปากนุ่มเบา ๆ เขาค่อย ๆ ขยับขบเม้ม เพื่อให้หญิงสาวที่ยังอ่อนประสบการณ์ได้เรียนรู้ไปพร้อมกันกับเขา ลิ้นร้อนชื้นถูกส่งเข้าไปแตะสัมผัสลิ้นอ่อนนุ่ม ความรู้สึกของน้ำขิงมันช่างตื่นเต้นแลแปลกใหม่สำหรับเธอมาก เธอเคยเห็นแต่ในจอโทรทัศน์ มือบางกำแน่นเมื่อความรู้สึกบางอย่างแล่นพร่านไปทั่วร่างกาย
“นุ่มนิ่มจริงด้วย นุ่มนิ่มไปทั้งปากและลิ้นเลย”
“น้าชัย…. น้าชัยขา”
“ครับน้ำขิง อยากให้น้าทำอะไรให้อีกไหม” วันชัยกระตุ้นต่อมความต้องการของหญิงสาวสำเร็จแล้ว ทีนี้ก็รอคอยให้หญิงสาวเป็นผู้ร้องขอให้เขาช่วยเอง
“มันแฉะเหมือนเมื่อคืนเลย น้าชัย…...” น้ำขิงบอกอย่างไร้เดียงสา เมื่อกางเกงในของเธอตอนนี้เปียกแฉะไปด้วยน้ำหล่อลื่น
“ไม่เป็นไรนะคนดีของน้าชัย” เขาปลอบ ก่อนจะยกแขนขึ้นมองนาฬิกาบนข้อมือ ขณะนี้เป็นเวลาเจ็ดโมงห้านาทียังพอมีเวลา “ขยับไปนั่งเบาะหลังกันดีกว่า”
เธอทำตามอย่างว่าง่าย วันชัยก็ขยับย้ายตามมาติด ๆ เขาปลดกระดุมเสื้อนักเรียนพร้อมกับป้อนจูบให้หญิงสาวอีกครั้ง
“น้าชัยจะกินน้ำขิงแล้วนะครับ”
“กินน้ำของขิงเหมือนเมื่อคืน” น้ำขิงบอกกล่าวความต้องการของตัวเองอีกครั้ง เธอถลกกระโปรงนักเรียนขึ้นไปกองที่บั้นเอว อันเดอร์แวร์สีเหลืองพาสเทลรูปแมวเหมียวท้าทายสายตา
เขาจัดท่าให้หญิงสาวอยู่ในท่าพร้อมใช้งาน เขาก้มตัวลงไปหาและใช้ปากจูบสัมผัสขาอ่อนด้านในทั้งสองข้างสลับไปมา จมูกสูดดมกลิ่นสาบของหญิงสาว ผู้หญิงทุกคนมีกลิ่นเฉพาะตัวแม้แต่สุภีย์เองก็มีกลิ่นเฉพาะตัว หญิงสาวหายใจแรงขึ้นด้วยความตื่นเต้นและเสียวซ่านกับประสบการณ์แปลกใหม่ที่วันชัยเป็นผู้หยิบยื่นให้ วันชัยซุกหน้ากับหว่างขาของลูกเลี้ยงสาวอยู่นานจนร่างเล็กกระตุก
“แฮ่ก…. แฮ่ก….”น้ำขิงเป่าลมออกทางปาก ขณะที่วันชัยถอนใบหน้าออกจากหว่างขา เขาหยิบกระดาษทิชชู่มาเช็ดคราบน้ำที่เปรอะเปื้อนใบหน้าคมคายของตัวเอง
