บทที่ 4 ตอนที่ 4 สักวันหนึ่ง

“คะ..คุณว่ายังไงนะคุณศรายุทธ!!!!!”

“นี่คุณพ่อจะบอกว่าบ้านเรากำลังล้มละลายยังงั้นหรือคะ!!! มะ..ไม่นะ!!!!” จันทร์แรมและลูกสาวต่างตะโกนเสียงดังสนั่นลั่นห้องทำงานของศรายุทธด้วยความตกใจ หลังจากฟังสิ่งที่ศรายุทธพูดออกมา ว่าบริษัทโดนโกง การบริหารจัดการงานภายในถูกคนนอกแทรกแซงมานาน เขาต้องบากหน้าไปหยิบลืมเงินจากบริษัทขนส่งยักษ์ใหญ่ แต่ก็ไปไม่รอด เงินที่ได้มากลับละลายหายไปในทะเล อีกส่วนเอาต้องขายที่ดินที่เขากับภรรยาเก่าร่วมสร้างกับมาเพื่อนำมาจุนเจือครอบครัว ยังคงให้เงินทั้งสองใช้จนตอนนี้ไม่มีเหลือ

“คุณพ่อจะบอกว่าตอนนี้เราถังแตกใช่ไหมคะ!” กวางยืนตัวสั่นเทิ้ม เพราะเพิ่งจะให้เพื่อนในกลุ่มไฮโซด้วยกันสั่งจองคอลเลคชั่นชุดแบรนด์ดังไว้ให้ หากไม่มีเงินไปจ่าย พวกนั้นต้องหัวเราะเยาะเธอแน่ๆ เธอจะมีน่ายืนในสังคมนี้ได้ยังไง!!

“เงียบหน่อยยัยกวาง! แกจะให้คนใช้มาได้ยินด้วยรึไง ว่าตอนนี้เรากำลังล้มละลาย!!” จันทร์แรมหันไปเอ็ดลูกสาว ทั้งๆที่ตัวเองก็ใจเสียได้ต่างกัน ทำไมวาสนาเธอมันสั้นเท่าหางอึ่งแบบนี้ ได้อีกโอกาสได้เป็นคุณนาย กลับให้เธอเสพสมเพียงหางอึ่ง!

“แต่แม่!!! กวางให้เพื่อนสั่งจองชุดไว้ และให้พวกนั้นจ่ายไปก่อน แล้วกวางจะทำยังไงละเนี่ย พวกนั้นต้องมองกวางไม่ดีแน่ๆ!!” จันทร์แรมแทบจะล้มทั้งยืน มองลูกสาวที่กำลังสติหลุด อยู่ข้างๆ สลับกับสามีที่นั่งกุมขมับน่าซีดเป็นไก่ต้มอยู่บนโต๊ะทำงาน เธอจะทำยังไงดี หนี้สินทั้งหมดก็อยู่ในระหว่างที่แต่งงานกัน ตอนนั้นเธอไม่น่าคะยั้นคะยอรีบจดทะเบียนสมรสกับศรายุทธเลยให้ตายสิ หรือจะซิ่งหนีไปตอนนี้เลย

ปังงงงง!!!!

“หยุดกันทั้งสองนั้นแหละ!! ที่เป็นหนี้เป็นสินมากขนาดนี้! ส่วนหนึ่งก็เพราะผมต้องหามาให้คุณและลูกใช้อยู่ทุกเดือน!!” ศรายุทธที่เงียบปวดหัวแทบระเบิด ลุกขึ้นตบโต๊ะดังลั่นห้อง สองแม่ลูกต่างตกใจ ปิดปากเงียบหันขวับไปมองที่ศรายุทธหัวหน้าครอบครัวเป็นสายตาเดียว

“นี่คุณนะบอกว่าฉันกับลูกใช่เงินฟุ่มเฟือยรึไงคุณยุทธ!!.. ฉันจะบอกให้นะที่บริษัทเจ๊งและล้มละลายแบบนี้ก็เพราะการบริหารของคุณมันห่วยแตกเอวนั้นแหละ จะมาโทษฉันกับลูกไม่ได้!!” จันทร์แรมตะคอกกลับ มองสามีด้วยสายตาแข็งกร้าว ถ้ารู้ว่าศรายุทธจะหมดตัวขนาดนี้ วันนั้นคงไม่เลือกเข้ามาในชีวิตเขาหรอก! น่าโมโหจริงๆ

“จันทร์แรมม!!!!” ศรายุทธกำหมัดแน่น ไม่คิดว่าเวลาทุกข์ยาก ภรรยาที่มีนิสัยดีตลอดเวลาจะมาแสดงธาตุแท้มาตอนนี้ เขามันโง่จริงๆที่ไปหลงเสน่ห์จอมปลอมของจันทร์แรมเข้า ไม่ช่วยคิดหาทางออก ยังจะซ้ำเติมอยู่ได้!

“อย่าพึ่งทะเลาะกันเลยค่ะ คุณพ่อ คุณแม่ เราช่วยกันมาหาทางออกเรื่องนี้กันก่อนเถอะค่ะ ไม่งั้นเราต้องอับอายประชาชีแน่ๆ ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงหูคนนอก” กวางรีบเสนอ จับมือมารดาที่สั่นเทา สลับกับหันไปมองหน้าบิดา ไม่นานห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ศรายุทธกัดฟันกรอดๆ คิดอย่างไรก็คิดหาทางออกให้ครอบครัวไม่ได้จริงๆ

“แล้วนี่เพียงรักกลับมารึยังละ” อยู่ๆในความคิดก็นึกถึงลูกสาวในสายเลือด ตั้งแต่กลับมาเขายังไม่เห็นเพียงรัก ต่างจากทุกวันที่ลูกสาวคนนี้จะต้องรีบเอาน้ำเอาขนมมาให้เวลาเขากลับถึงบ้าน

“ยัยเพียงออกไปไหนก็ไม่รู้ค่ะคุณพ่อ เดี๋ยวนี้แทบอยู่ไม่ติดบ้าน! ไม่รู้ไปไหน คนอะไรไม่สนใจเรื่องในบ้านเอาซะเลย” ได้ทีกวางรีบเปรยขึ้น เกลียดยังไงก็เกลียดวันยันค่ำ แม้สถานการณ์ตอนนี้เข้าขั้นเลวร้ายเธอก็ไม่มีวันญาติดีกับมัน!

“ลูกคนนี้!! กลับมาแล้วบอกให้ขึ้นมาพบพ่อด้วย!”ศรายุทธกัดฟันกรอดๆ รู้สึกว่าอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจ

“เหอะ! จะกลับมารึป่าวก็ไม่รู้”

“หมายความว่ายังไงกวาง!” ศรายุทธตวัดสายตากลับไปมองลูกเลี้ยงที่เขารักไม่ต่างจากลูกสาวจริงๆ จนบ้างครั้งถึงกับลืมเพียงรักลูกสาวจริงๆของตนเองไป

“ป่าวหรอกค่ะคุณพ่อ กวางก็เห็นว่า ช่วงนี้เพียงรักกลับบ้านดึก ไม่ก็ออกบ้านไปแต่ช้า เลยเดาเอานะคะว่าคืนนี้อาจไม่กลับก็ได้” กวางรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อมารดาส่งสัญญาณเป็นสายตามาให้

“งั้นเพียงรักกลับมาตอนไหน ให้ขึ้นมาพบพ่อแล้วกัน ยังไงทุกคนก็ต้องรู้เรื่องนี้”ศรายุทธถอนหายใจยาว ไม่รู้จะพึ่งใครได้ จดหมายมากมายกำลังเดินทางมาที่บ้าน ที่กลัวที่สุดก็คือกลุ่มคนชุดดำที่มาทักทายเขาเมื่อตอนหัวค่ำ

“คุณบอกอีกสามวันใช่ไหมคะ” จันทร์แรมที่เงียบใช่ความคิดอยู่นานเอ่ยขึ้นบ้าง

“ใช่!”

“ถ้าฉันมีวิธีละคะ..”

“…”!!!

เวลาต่อมา

รถแท็กซี่สีชมพูที่ใช้เป็นประตูเคลื่อนตัวมาจอดสนิทตรงหน้าประตูคฤหาสน์หลังใหญ่ บ้านปรักษาของเธอเอง เพียงรักจัดการจ่ายเงินตามมิสเตอร์ของแท็กซี่ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ มองผ่านเข้าไปในบ้าน ไม่เห็นแม้แต่คนสวนหรือแม่บ้าน แต่แปลกที่ข้างในยังคงเปิดไฟไว้ เพียงรักล้วงมือลงไปในกระเป๋าใบโปรดหยิบกุญแจประตูเล็กขึ้นมา จัดการไขเข้าไปและปิดตามเดิม เธอไม่มีรถเป็นของตัวเอง ต่างจากกวางลูกติดภรรยาใหม่ของพ่อเธอ ที่มักจะอ้อนขอท่านซื้อรถให้ และพ่อเธอก็ยอมซื้อออดี้สีขาวมุกให้ในวันเรียนจบ ต่างจากเธอ ท่านไม่แม้จะถามหรือแสดงความยินดีที่ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เธอกลายเป็นคนถูกลืมของครอบครัว เพียงรักผ่านความรู้สึกเสียใจ น้อยใจ ด้อยค่ามาจนชิน เธอพยายามปลีกตัวเองออกมา งานสังคมไม่เคยออก ของใช้ส่วนตัวแทบจะไม่มีของที่เป็นแบรนด์ดัง นอกจากเพื่อนๆ พี่ๆให้เป็นของขวัญเท่านั้น

เพียงรักถอดรองเท้าวางลงบนชั้นสำหรับวางรองเท้าหน้าประตูใหญ่ หยิบสลิปเปอร์ของตัวเองขึ้นมาสวม สายตายังคงสอดส่องภายในห้องโถงกว้าง ไม่มีใครอยู่แม้แต่แม่บ้าน มันแปลกจนเพียงรู้สึกได้ เสียงกระแทกแดกดันของสองแม่ลูกไม่โผล่ออกมาถากถางเธออย่างที่ทำเป็นประจำ บิดาของเธอก็คงจะอยู่ในห้องทำงาน ดวงตากลมโตของเพียงรักมองไปที่นาฬิกาโบราณกลางห้องรับแขก เวลานี้จะสี่ทุ่มเข้าไปแล้ว จะเข้าไปหาท่านตอนนี้ก็คงจะเป็นการรบกวนป่าวๆ ยังไงท่านก็คงจะลืมว่ามีลูกคนนี้แล้ว เพียงรักแสยะยิ้มเศร้าๆให้ตัวเอง ที่ยังคงแอบคิดว่าท่านจะเป็นห่วงเป็นไย ซึ่งมันไม่ใช่ ความรู้สึกนี้หายไปตั้งแต่แม่เธอจากไปแล้ว

แกร๊กก!!

ร่างบางจัดการปิดประตูห้องนอนเล็กของตัวเองลง ส่วนห้องนอนที่ในอดีตเคยเป็นของเธอถูกกวางยึดไป เธอที่ไม่มีสิทธิ์มีเสียงเลยต้องยอมให้สองแม่ลูกนั้นตลอดมา เมื่อไหร่ที่เธอคิดต่อต้าน ก็จะโดนทั้งสองรังแก จนเธอยอมไม่พูดและปลีกตัวออกไม่ข้องแวะ ชีวิตเลยสงบสุขบ้าง

“แม่คะวันนี้เป็นวันที่เพียงมีความสุขที่สุด เพียงสามารถเปิดร้านดอกไม้ที่แม่ชอบได้แล้วนะคะ แม้ว่ามันจะเล็กไปหน่อย แต่เพียงสัญญาว่าร้านช่อดอกไม้เพียงรักของโด่งดังเป็นที่รู้จักแน่นอนค่ะ” มือบางหยิบกรอบรูปมารดาที่โอบกอดเธอในวันที่เด็กหญิงเพียงรักไปโรงเรียนวันแรก รูปสุดท้ายที่เธอเหลืออยู่ไว้ดูต่างหน้า

“เพียงอยากออกไปจากที่นี่จังค่ะแม่ อึก~ เพียงคิดถึงแม่จัง” ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อกี้ ถูกแทนที่ด้วยหยาดน้ำตา ดวงตาเศร้าหมอง อยู่ที่นี่ในบ้านที่คนอื่นอาจมองว่าสุขสบาย ใครเลยจะรู้ว่าเธอนั้นทุกข์ใจขนาดไหน บิดาที่อดีตเคยรัก เอาใจใส่ กลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จะบาปไหมถ้าในส่วนลึกของใจเธออยากจะออกไปจากบ้านนี่ บ้านที่ไม่เหมือนบ้าน

“อึกๆ.. เพียงขอโทษที่ร้องไห้อีกแล้ว.. แม่ช่วยเป็นกำลังใจให้เพียงหน่อยนะคะ “ มือบางมองรูปมารดาที่ยิ้มให้กล้อง กลั้นเสียงสะอื้นไห้ของตัวเองกอดรูปมารดาเอาไว้ ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความคิด ไม่นานก็ปาดน้ำตาทิ้ง เธอต้องมีความสุข ร้านของเธอต้องรุ่ง วันที่มืดมนย่อมมีแสงสว่างเสมอ แม่บอกเธอคือแสงสว่าง เปรียบเหมือนสีขาวบริสุทธิ์ อย่าได้ปล่อยให้ตัวเองต้องจมอยู่กับความมืดนาน สักวันหนึ่งเธอจะมีความสุขในที่ๆต้องการเธอ รอยยิ้มที่แสนเศร้าจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่สดใส มือบางวางรูปมารดาไว้ที่เดิม ให้กำลังใจตัวเองทุกครั้งที่รู้สึกแย่ พาตัวเองเข้าไปอาบน้ำอาบท่าแล้วรีบเข้านอน ก่อนจะนอนเพียงรักไม่ลืมที่จะสวดมนต์ทุกคืน ‘ขอให้พรุ่งนี้เป็นวันที่ดีของเธอ…..’

บทก่อนหน้า
บทถัดไป